- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 478 เสาหินพันเมตร
บทที่ 478 เสาหินพันเมตร
บทที่ 478 เสาหินพันเมตร
บทที่ 478 เสาหินพันเมตร
"ไม่ว่าอะไรที่ข้าต้องการ... เจ้าจะมอบนครศิลาสวรรค์ให้ข้าได้ไหม?" จ้าวฝูหัวเราะอย่างเย็นชาก่อนที่จะถาม
"ไม่ได้แน่ๆ!" ซื่อเจี้ยนปฏิเสธในทันที เจ้าจะมอบนครหลักของระบบไปแบบนี้ได้ยังไง? เขาจะมีหน้าไปพบกับชาวเมืองและทหารที่ไว้ใจและนับถือเขาได้ยังไงกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น นครศิลาสวรรค์ยังเป็นสิ่งที่เขาพัฒนามาเป็นเวลานานและใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการก่อตั้งมัน ซื่อเจี้ยนจะยินดีส่งมอบมันให้กับคนอื่นได้ยังไง?
ถ้าเขาสูญเสียนครของตนไป เขาคงจะเป็นแค่คนที่มีการบ่มเพาะในระยะที่ 4 ถ้าเขาเผชิญหน้ากับลอร์ดคนอื่น แม้ว่ามันจะเป็นลอร์ดของนครระดับพื้นฐาน เขาก็ย่อมไม่สามารถเอาชนะคนผู้นั้นได้
เมื่อเวลานั้นมาถึง ใครก็ตามที่ต้องการสังหารเขาก็คงจะสามารถทำได้ง่ายๆ และเขาก็คงไม่มีทางป้องกันตัวเองได้
จ้าวฝูรู้ว่าสิ่งต่างๆคงจะเป็นแบบนี้ และเนื่องจากซื่อเจี้ยนไม่เต็มใจที่จะประนีประนอมในเรื่องนี้ เขาจะสามารถเสนออะไรไปได้อีก? จ้าวฝูไม่สนใจจะพูดอะไรอีกเพราะมันไม่มีอะไรที่ซื่อเจี้ยนสามารถชดใช้ให้กับเขาได้นอกจากนครหลักของระบบ
ดังนั้นจ้าวฝูจึงส่งพลังของเขาเข้าไปยังดาบมังกรแห่งบาป ส่งผลให้มันเปล่งแสงสีเขียวอันน่าหวาดหวั่นออกมา มันดูเหมือนกับมีมังกรกำลังแหวกว่ายอยู่ในใบมีด และเมื่อเห็นเช่นนี้ ซื่อเจี้ยนก็รู้สึกตกใจมากและต้องการที่จะหยุดเขา อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไปแล้ว
ดาบมังกรแห่งบาปแผ่ปรานปีศาจจำนวนมหาศาลในขณะที่มันฟาดเข้าใส่ยักษ์ศิลา ส่งผลให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ออกมา ปรานดาบกวาดออกไปราวกับสายลมคลั่ง ส่งผลให้เกิดรอยร้าวขึ้นบนพื้นผิวของร่างกายยักษ์ศิลา
จ้าวฝูใช้พลังเต็มที่ไปกับการโจมตีในครั้งนี้ แต่เพราะการป้องกันของยักษ์ศิลานั้นแข็งแกร่งเกินไป เขาจึงแทบจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้
ครืน…
เสียงสะเทือนพิภพดังก้องไปทั่วในขณะที่ยักษ์ศิลาที่กำลังหลับใหลคำรามออกมาด้วยความฉุนเฉียว ไม่มีใครพอใจที่ถูกรบกวนอย่างหยาบคายจากการหลับใหล - ยักษ์ศิลารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง และเริ่มลุกขึ้นยืน
จ้าวฝูปิดซ่อนกลิ่นอายของเขาไว้โดยสมบูรณ์และเปิดใช้งานการซ่อนเร้น ทำให้มันดูราวกับว่าจู่ๆเขาก็หายไป ไม่มีใครสามารถตรวจจับตัวตนของเขาได้
ซื่อเจี้ยนทั้งตกใจและโกรธ และเขาก็รีบพุ่งเข้าหายักษ์ศิลาอย่างรวดเร็วเพราะกรงที่ลูกชายของเขาถูกขังไว้นั้นถูกผูกไว้กับร่างกายของยักษ์ศิลา
"ฮ๊า!!!" เมื่อรู้ว่าเวลานั้นมีความสำคัญ ซื่อเจี้ยนก็คำรามออกมาเสียงดังและใช้พลังทั้งหมดในขณะที่กระบี่เล่มโตที่เขาจับไว้ด้วยมือทั้งสองข้างแผ่ลำแสงกระบี่อันแหลมคมเป็นอย่างยิ่งออกมาพร้อมกับที่เขาตวัดมันออกไป
ตู้ม!!
มิติดูราวกับจะระเบิดออกในขณะที่ลำแสงกระบี่สีครามขนาดใหญ่ฟาดเข้าใส่กรง อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากรงจะเต็มไปด้วยรอยแตกหลังจากถูกกระแท แต่มันก็ไม่ส่งสัญญาณว่าจะพังเลย กรงนั้นสามารถทนต่อการโจมตีเต็มกำลังจากเขาได้!
ซื่อเจี้ยนรู้สึกสับสนมาก แต่เขาก็รู้ว่ากรงนั้นได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงไปแล้ว ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็คือการโจมตีอีกครั้งเพื่อทำลายมัน
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ซื่อเจี้ยนต้องการจะโจมตีอีกครั้ง ยักษ์ศิลาก็ตื่นขึ้นมาเต็มที่
"โฮกกกกก!!!!" ยักษ์ศิลาแผดเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอีกครั้งเพราะลำแสงกระบี่สี่ครามได้โจมตีเข้าใส่มันเนื่องจากกรงอยู่ใกล้กับมัน หลังจากถูกโจมตีถึงสองครั้งอย่างฉับพลัน ยักษ์ศิลาโกรธสุดขีด ก่อนที่มันจะทันได้ยืนขึ้นอย่างเต็มที่ มันก็ตะปบมือเข้าใส่ซื่อเจี้ยน
มือหินขนาดใหญ่ยักษ์แผ่พลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา และเพียงแค่การเดินทางผ่านอากาศ มันก็ก่อให้เกิดเสียงดังกึกก้อง และบังคับให้ซื่อเจี้ยนต้องหลบ
หลังจากมันโจมตีพลาด ยักษ์ศิลาก็ยืนขึ้นอย่างเต็มที่
ในตอนนี้ในที่สุดจ้าวฝูก็เห็นร่างเต็มๆของยักษ์ศิลา ร่างกายของมันสูงกว่า 1,000 เมตร และหัวของมันก็ดูเหมือนจะโผล่เข้าไปถึงก้อนเมฆ เนื่องจากร่างกายของมันก่อตัวขึ้นมาจากหินก้อนใหญ่ยักษ์ มันจึงดูค่อนข้างหยาบ แต่ผู้คนก็สามารถบอกได้อย่างหยาบๆว่ามันมีร่างกายและใบหน้าที่คล้ายกับมนุษย์
ในตอนนี้ ใบหน้านี้กำลังมองมายังซื่อเจี้ยนด้วยความฉุนเฉียว ทันใดนั้นเองมันก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งและหันไปมองยังทิศทางอื่น และมันก็พบว่าต้นผลไม้แห่งชีวิตได้หายไปแล้ว
ทันใดนั้นเอง ความโกรธของยักษ์ศิลาก็ปะทุขึ้นถึงขีดสุด - มันตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับด้วยวิธีการอันหยาบคาย ได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงสองครั้ง และในตอนนี้ต้นไม้ที่มันคุ้มครองอยู่ก็หายไป
“มนุษย์! ข้าจะสังหารเจ้า!” เสียงของยักษ์ศิลาดังขึ้นก่อนที่ยักษ์ศิลาจะกำหมัดและต่อยเข้าใส่ซื่อเจี้ยน
กำปั้นหินมาพร้อมกับพลังที่ไม่อาจจะจินตนาการได้ และกลิ่นอายอันทรงพลังก็เข้าครอบคลุมทั่วทั้งร่างของซื่อเจี้ยน ทำให้มันยากที่เขาจะหลบ เขาต้องการที่จะอธิบาย แต่ยักษ์ศิลาก็ไม่ให้โอกาสเขาได้ทำเช่นนั้น
ปัง!
ซื่อเจี้ยนทำได้เพียงแค่เอาตราประทับแห่งลอร์ดของเขาออกมาและโคจรโล่พลังสีครามเพื่อป้องกันการโจมตีของยักษ์ศิลา
เมื่อเห็นว่าการโจมตีอีกครั้งก็ยังไม่สามารถจัดการกับคนผู้นี้ได้ ยักษ์ศิลาก็ชูกำปั้นทั้งสองข้างของมันขึ้นมาด้วยความฉุนเฉียว ซึ่งดูราวกับภูเขาลูกเล็กๆ ในขณะที่มันเหวี่ยงลงมาใส่ซื่อเจี้ยน
ซื่อเจี้ยนไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตอบโต้ เขามองไปยังกรงที่ห้อยลงมาจากยักษ์ศิลาและทำได้เพียงแค่คำรามออกมาในขณะที่เขาวาดลำแสงกระบี่สีครามยาว 1,000 เมตรออกไป
ปัง!
หมัดที่เหมือนกับภูเขาปะทะเข้ากับลำแสงกระบี่ยาวนับพันเมตร ส่งผลให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นและทำให้เกิดลมพายุอันรุนแรงขึ้นมา
ยักษ์ศิลาเอนตัวไปด้านหลังเพราะการระเบิดและถอยกลับไปหนึ่งก้าวก่อนที่จะทรงตัวได้ - เห็นได้ชัดว่าลำแสงกระบี่สีครามนี้แข็งแกร่งกว่าหน่อย
ในขณะที่ยักษ์ศิลาฟื้นคืนความสมดุลของมัน ซื่อเจี้ยนก็ฉวยโอกาสนี้พุ่งเข้าหายักษ์ศิลาและมาอยู่ข้างๆกรง เขาตวัดเปิดกรงและชิงตัวซื่อเหวินที่หมดสติออกมาอยู่ในอ้อมแขนของเขา เขาไม่ลังเลเลยที่จะวิ่งหนีไปในทันทีโดยการเปลี่ยนเป็นลำแสง
"โฮกกกกก!!" เมื่อเห็นว่าซื่อเจี้ยนพยายามที่จะวิ่งหนีไป ยักษ์ศิลาก็คลั่งด้วยความโกรธและคำรามออกมาอย่างรุนแรงในขณะมันฟาดฝ่ามือของมันลงไปบนพื้น
ตู้ม!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา ส่งผลให้พื้นดินแยกออกในขณะที่เสาหินสูงพันเมตรพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินในทันใด
สิ่งนี้ทำให้ซื่อเจี้ยนตกใจมาก เขาต้องการหลบ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว เพื่อปกป้องซื่อเหวินจากการบาดเจ็บ ซื่อเจี้ยนทำได้เพียงแค่ใช้ร่างกายของเขาเข้าปกป้อง
ปัง!
ร่างกายของซื่อเจี้ยนกระเด็นออกไปเหมือนกับกระสอบทรายและลอยขึ้นไปในอากาศหลายพันเมตรจากเสาหิน
“อ๊ากกกก!” ซื่อเจี้ยนกระอักเลือดออกมาคำโต และร่างกายของเขาก็เจ็บปวดมากในขณะที่เลือดย้อมอยู่ด้านหน้าเสื้อผ้าของเขา
ปัง!
เสียงดังกึกก้องออกมาอีกครั้งในขณะที่ยักษ์ศิลาเตะพื้น ก่อให้เกิดรอยเท้าขนาดใหญ่สองรอยบนพื้นในขณะที่มันกระโจนขึ้นไปในอากาศและโจมตีซื่อเจี้ยนอีกครั้ง
"ฮ๊าาา!!" ซื่อเจี้ยนคำรามออกมาอีกครั้ง เขารู้ว่าถ้าเขาไม่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยทุกๆอย่างที่เขามี เขาต้องตายที่นี่แน่ๆ ตราประทับแห่งลอร์ดเปล่งแสงสีครามจำนวนมหาศาล และดวงใจแห่งเมืองของนครศิลาสวรรค์ก็สั่นสะท้านออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกๆคนในนครศิลาสวรรค์สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติไป
ทหาร 100,000 คนสามารถสัมผัสได้ว่าลอร์ดของพวกตนตกอยู่ในอันตราย และพวกเขาก็ต้องการจะไปช่วยซื่อเจี้ยนในทันที
หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับลอร์ดแห่งนคร นครศิลาสวรรค์ก็คงจะย่อยยับ เนื่องจากตราประทับแห่งลอร์ดคือสิ่งสำคัญของนคร แม่ทัพใหญ่คนหนึ่งยังคงอยู่ในนครเพื่อป้องกันคนอื่นมาโจมตี แต่พวกเขาในตอนนี้ก็ต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่ยากลำบาก พวกเขาจะปกป้องนครหรือไปช่วยลอร์ด?
พวกเขาต้องไปช่วยลอร์ดเพราะถ้าตราประทับแห่งลอร์ดตกอยู่ในมือของคนอื่น พวกเขาคงจะสูญเสียนครศิลาสวรรค์ไปเป็นแน่ ถึงอย่างไรก็ตาม ตราประทับแห่งลอร์ดนั้นก็มีพลังอันมหาศาลอยู่