- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 477 หนี้ต้องชดใช้ มันถึงเวลาที่ต้องจ่ายแล้ว!
บทที่ 477 หนี้ต้องชดใช้ มันถึงเวลาที่ต้องจ่ายแล้ว!
บทที่ 477 หนี้ต้องชดใช้ มันถึงเวลาที่ต้องจ่ายแล้ว!
บทที่ 477 หนี้ต้องชดใช้ มันถึงเวลาที่ต้องจ่ายแล้ว!
ซาร์คือลอร์ดแห่งนครระดับพื้นฐาน และเมิ่งเถียนคือลอร์ดแห่งนครหลักของระบบ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขารวมกัน พวกเขาจึงสามารถรั้งซื่อเจี้ยนไว้ได้ - นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจ้าวฝูจึงไม่สนใจว่าซื่อเจี้ยนจะไล่ตามเขา เนื่องจากเขาวางแผนไว้เพียงพอแล้ว
หวังเจี้ยน เว่ยเลี่ยว และไป่ฉีถูกประจำการไว้ใกล้กับนครหลักอีกสามแห่งเพื่อป้องกันไม่ให้ลอร์ดคนอื่นๆอีกสามคนสอดมือเข้ามาช่วย
หากไม่จำเป็นต้องป้องกันไม่ให้ลอร์ดคนอื่นๆเข้ามาแทรกแซง จ้าวฝูย่อมสามารถรวบรวมลอร์ดแห่งนครทั้งหมดของเขา ล่อซื่อเจี้ยนออกมา และสังหารเขาได้
นี่เป็นเพราะต้าฉินมีลอร์ดแห่งนคร 6 คน รวมทั้งจ้าวฝูด้วย - ด้วยลอร์ดทั้งหกคนเข้าต่อกรกับซื่อเจี้ยน ซื่อเจี้ยนย่อมต้องพ่ายแพ้แน่ๆ
อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ใช่แผนของจ้าวฝูเพราะเขาต้องการได้ต้นผลไม้แห่งชีวิตมาด้วย
ดังนั้นจ้าวฝูจึงพุ่งเข้าไปยังส่วนลึกของทุ่งหญ้าตะวันออกต่อไปในขณะที่ซาร์และเมิ่งเถียนปิดกั้นซื่อเจี้ยนต่อไป เมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของพวกเขา ซื่อเจี้ยนก็รู้สึกตื่นตระหนกมาก เนื่องจากหนึ่งในคนพวกนี้แผ่พลังของลอร์ดแห่งนครหลักออกมาในขณะที่อีกคนแผ่พลังของลอร์ดแห่งนครระดับพื้นฐานออกมา ด้วยความแข็งแกร่งของตัวเขาเอง มันย่อมยากมากๆที่จะหลบหนีไปจากคนพวกนี้
"พวกเจ้า มันคงเป็นการดีที่สุดถ้าพวกเจ้าจะหลบออกไป" ซื่อเจี้ยนกล่าวด้วยสีหน้าอันเยือกเย็น เขายังไม่รู้ว่าซาร์และเมิ่งเถียนเป็นลูกน้องของต้าฉินและคิดว่าพวกเขาเป็นคนที่จ้าวฝูระดมมา เขาไม่รู้ว่าในตอนนี้จ้าวฝูมีความแข็งแกร่งแค่ไหนแล้ว
แน่นอนว่าซาร์และเมิ่งเถียนนั้นไม่สนใจคำพูดของซื่อเจี้ยนและคว้าอาวุธของตัวเองออกมา เป้าหมายของพวกเขานั้นชัดเจนมาก
"ฮึ่ม!" ซื่อเจี้ยนแค่นเสียงอย่างเย็นชาและหยิบกระบี่เล่มโตและตราประทับแห่งลอร์ดของเขาออกมา และเขาได้ใช้พลังเต็มที่ตั้งแต่เริ่มต้น - เขาต้องตามจับจ้าวฝูให้ได้ มิฉะนั้นลูกของเขาคงจะตกอยู่ในอันตราย เขาตวัดกระบี่ออกไป และส่งลำแสงกระบี่ขนาดยักษ์เข้าใส่คนที่อยู่ตรงหน้าของเขาทั้งคู่
ซาร์และเมิ่งเถียนปลดปล่อยพลังของตราประทับแห่งลอร์ดออกมาด้วยและขัดขวางการโจมตีของซื่อเจี้ยน
ทั้งสามคนเข้าโรมรันกันกลางอากาศ ส่งผลให้ก้อนเมฆหมุนวนและนกกับสัตว์ป่าจำนวนนับไม่ถ้วนต้องหลบหนีไปรวมกับว่าภัยพิบัติอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจะบังเกิดขึ้น
ซาร์และเมิ่งเถียนไม่ได้โจมตีแบบรุกไล่อะไร กลับกัน พวกเขาได้มุ่งเน้นไปที่การป้องกันเพราะหน้าที่หลักของพวกเขาคือการรั้งซื่อเจี้ยนไว้จนจ้าวฝูสามารถทำตามแผนได้
จ้าวฝูรีบบินเข้าไปยังส่วนลึกของทุ่งหญ้าตะวันออก เมื่อมองลงไปข้างล่าง ณ ยักษ์ศิลาที่กำลังหลับใหลอยู่ จ้าวฝูก็ยิ้มและหยิบธูปขนาดเล็กที่ดูเหมือนกับว่ามันสามารถไหม้หมดได้ภายใน 3 นาทีออกมา มันมี 5 สีและแผ่กลิ่นหอมชวนฝัน
นี่คือธูปเพ้อฝัน และมันก็มีผลลัพธ์อันทรงพลังที่สามารถทำให้แม้แต่สุดยอดสัตว์ประหลาดในแต่ละภูมิภาคหลับลึกไปได้ มันน่าเสียดายที่เมื่อคนที่หลับไปได้รับความเจ็บปวดครั้งใหญ่ พวกเขาก็จะตื่นขึ้นมา มิฉะนั้น จ้าวฝูคงจะสามารถใช้มันเพื่อสังหารยักษ์ศิลาได้
จ้าวฝูจุดธูปเพ้อฝันและกลั้นหายใจเพราะถ้าเขาสูดหายใจเข้าไป เขาก็คงจะหลับลึกไปด้วย
จ้าวฝูไม่ได้มีเวลามาก ดังนั้นเขาจึงรีบเคลื่อนไหว ก่อนอื่นเลยเขาได้จุดธูปเพ้อฝันไว้ข้างๆยักษ์ศิลา และหลังจากสูดหายใจเข้าไปแล้ว ยักษ์ศิลาก็หลับลึกขึ้นไปอีก
หลังจากนั้น จ้าวฝูก็เอากรงเหล็กที่มั่นคงออกมาและวางมันไว้ข้างๆผลไม้แห่งชีวิต เขาโยนซื่อเหวินเข้าไปข้างในและล็อคกรงไว้ ก่อนที่จะใช้โซ่สองสามเส้นเพื่อผูกกรงไว้กับยักษ์ศิลา กรงและโซ่นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกมันสร้างขึ้นมาจากวัสดุระดับตำนานหลายชิ้น และพวกมันก็สามารถรับการโจมตีเต็มกำลังจากลอร์ดแห่งนครได้เลยด้วยซ้ำ
จ้าวฝูยิ้ม - ในตอนนี้ก็ได้เวลาขุดต้นผลไม้แห่งชีวิตแล้ว ผลไม้แห่งชีวิตคือผลไม้จิตวิญญาณระดับ 6 ที่หาได้ยากยิ่ง และพวกมันก็หายได้ยากยิ่งกว่าผลไม้จิตวิญญาณระดับ 7 ทั่วไปด้วยซ้ำ พวกมันมีค่าเป็นอย่างยิ่ง และจ้าวฝูก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้มันมา
ดังนั้นจ้าวฝูจึงต้องระวังมากในขณะที่เขาขุดต้นผลไม้แห่งชีวิตขึ้นมาและเก็บมันไว้ในแหวนราชาภัยพิบัติของเขา
หลังจากซาร์และเมิ่งเถียนรั้งซื่อเจี้ยนไว้สักพัก พวกเขาก็ทำตามแผนและจากไป แน่นอนว่าซื่อเจี้ยนไม่ได้ไล่ตามพวกเขาไป และเขาได้เลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่จ้าวฝูหายไป
เมื่อถึงตอนนี้ กลิ่นของธูปเพ้อฝันก็หายไป และจ้าวฝูก็หลบซ่อนตัวไว้ และกลบกลิ่นอายของเขา จ้าวฝูเคยคิดมาก่อนว่าหลังจากกลิ่นของธูปเพ้อฝันหายไป ยักษ์ศิลาคงจะตื่นขึ้นเพราะการหายไปของต้นผลไม้แห่งชีวิต
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็พบว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น - ยักษ์ศิลายังคงหลับต่อไป และดูเหมือนว่าผลของธูปจะไม่ได้สิ้นสุดลงในทันทีที่มันหยุดเผาไหม้ ดูเหมือนว่าคนที่ตกอยู่ภายใต้ผลของมันจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาได้เลย
จ้าวฝูไม่ได้คาดหวังสิ่งนี้ไว้เลย และถ้าเขารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ เขาก็คงจะไม่ใช้ธูปเพ้อฝันทั้งหมด เขาจะสามารถใช้มันได้อย่างน้อยอีกสองครั้ง แต่ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว
แม้ว่ายักษ์ศิลาจะกำลังหลับลึก แต่จ้าวฝูก็ไม่เป็นกังวล เขาชักดาบมังกรแห่งบาปออกมาและบินขึ้นไปเหนือร่างของยักษ์ศิลาเพราะซื่อเจี้ยนใกล้มาถึงแล้ว
ซื่อเจี้ยนหยุดอยู่ห่างออกไปและยืนอยู่กลางอากาศในขณะที่เขามองไปยังภาพตรงหน้าด้วยความฉุนเฉียว
ร่างในชุดคลุมสีดำยืนอยู่ตรงหน้าของเขาได้แผ่กลิ่นอายอันทรงพลังออกมาพร้อมด้วยดาบที่ถูกชักออกมา ดวงตาสีแดงโลหิตภายใต้ชุดคลุมดูเหมือนจะกำลังมองเยาะเย้ยมาที่เขา และลูกชายของซื่อเจี้ยนก็ถูกขังอยู่ภายในกรงข้างๆยักษ์ศิลา
จากสายตาของร่างในชุดคลุมสีดำ มันเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการให้เขาต้องสู้กับยักษ์ศิลา เพื่อที่จะช่วยลูกชายของเขา เขาย่อมต้องต่อสู้กับยักษ์ศิลา
"เจ้าไม่คิดว่ามันไร้ยางอายไปหน่อยเหรอ?" ซื่อเจี้ยนมองไปยังจ้าวฝูด้วยความเย็นชา เขารู้ว่าวันนี้ย่อมต้องมาถึง แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าคนๆนี้จะทรงพลังมากขนาดนี้ เพียงแค่กลิ่นอายของเขาเพียงอย่างเดียวก็ไม่อ่อนด้อยไปกว่าลูกชายของเขาเลย และเขาก็ยังมีสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองและยุทธภัณฑ์ตระกูล
"ไร้ยางอาย?" จ้าวฝูหัวเราะอย่างเย็นชา "ถ้าเจ้าทำช่วย ข้าต้องทำดีด้วยงั้นเหรอ?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซื่อเจี้ยนก็รู้สึกโกรธมาก แต่เขาก็ข่มความโกรธไว้และกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้ มันเป็นนครศิลาสวรรค์ที่เป็นฝ่ายผิด อย่างไรก็ตาม นครศิลาสวรรค์ก็ได้ชดใช้ด้วยราคาก้อนโตไปแล้ว และคนของเจ้าก็ถูกสังหารไปเพียงแค่สิบกว่าคน ในขณะที่ทหารและชาวเมืองของนครศิลาสวรรค์ถูกสังหารไปหลายหมื่นคน ข้าเชื่อว่าเรื่องนี้ควรจะจบลงที่นี่ นครศิลาสวรรค์จะไม่สร้างปัญหาให้กับเจ้าอีก"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..." เมื่อได้ยินคำพูดของซื่อเจี้ยน จ้าวฝูก็หัวเราะออกมาเสียงดังและกล่าวว่า "ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเข้าใจสถานการณ์นะ มันคือต้าฉินที่จะสร้างปัญหาให้กับเจ้า แม้ว่าจะมีคนแค่สิบกว่าคนที่ตายไป แต่คนทั้งหมดนั้นก็เป็นคนของต้าฉิน หนี้ต้องชดใช้ มันถึงเวลาที่ต้องจ่ายแล้ว!"
หลังจากพูดจบแล้ว จ้าวฝูก็ชูดาบมังกรแห่งบาปขึ้นและส่งพลังของเขาเข้าไปเพื่อเตรียมที่จะปลุกยักษ์ศิลาที่กำลังหลับใหลขึ้นมา
"เดี๋ยว!" ซื่อเจี้ยนรีบตะโกนออกมา
จ้าวฝูหยุดและมองไปยังซื่อเจี้ยนในขณะที่เขาถาม "เจ้ามีอะไรที่ต้องพูดอีก?"
ซื่อเจี้ยนหายใจเข้าลึกๆ สงบสติอารมณ์ลง ในขณะที่เขากล่าวออกมา "ข้าสามารถชดใช้ให้กับเจ้าเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างพวกเรา ข้าจะพยายามตอบสนองความต้องการของเจ้าอย่างเต็มที่!"
เนื่องจากลูกชายของเขาตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู ซื่อเจี้ยนจึงต้องประนีประนอม เขาหวังว่าจะชดใช้เพื่อแก้ไขวิกฤตินี้ ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ว่าศัตรูได้เตรียมการณ์ไว้ดีแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ลูกชายของเขาและตัวเขาที่ตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนครศิลาสวรรค์ทั้งหมดด้วย