- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 476 ผลไม้แห่งชีวิต
บทที่ 476 ผลไม้แห่งชีวิต
บทที่ 476 ผลไม้แห่งชีวิต
บทที่ 476 ผลไม้แห่งชีวิต
ยักษ์ศิลาไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมาก และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน เฉพาะการตกใจอย่างรุนแรงเท่านั้นที่จะปลุกมันขึ้นมา ซึ่งพอดีกับแผนของจ้าวฝู
ทันใดนั้นเอง จ้าวฝูก็สังเกตเห็นต้นไม้สูงของเมตรที่อยู่ข้างๆยักษ์ศิลา ไม่ว่ามันจะเป็นกิ่งหรือใบ พวกมันต่างก็มีสีแดง และมีผลไม้ 9 ลูกห้อยอยู่บนกิ่ง
ผลไม้เหล่านี้มีขนาดพอๆกับกำปั้น และพวกมันก็ดูคล้ายกับคน พวกมันมีสีม่วงและมีความวันวาวอันลึกลับ เพียงแวบแรก ทุกๆคนก็สามารถบอกได้ว่าพวกมันคือผลไม้จิตวิญญาณคุณภาพสูง
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือจ้าวฝูรู้ว่าพวกมันคืออะไร - พวกมันคือผลไม้แห่งชีวิตที่เขากำลังค้นหาอยู่ ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของยาเปลี่ยนโชคชะตา ยาเปลี่ยนโชคชะตาคือหนึ่งในยาที่จ้าวฝูได้รับมาจากเทศกาลภัยพิบัติ และมันก็มีผลลัพธ์อันทรงพลัง
มันสามารถทำให้ทุกๆคนที่อยู่ในระดับ A หรือต่ำกว่าเลื่อนระดับขึ้นมา 1 ระดับ เมื่อรวมเข้ากับผลของค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี ต้าฉินจึงสามารถพัฒนาทหารระดับ S เป็นจำนวนมากได้
เมื่อมองไปยังต้นไม้ต้นนั้น จ้าวฝูก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่สามารถสัมผัสต้นไม้ต้นนั้นได้ เนื่องจากมันเห็นได้ชัดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญต่อยักษ์ศิลามาก ถ้าจ้าวฝูพยายามที่จะทำอะไรกับต้นไม้ มันก็มีแนวโน้มที่จะปลุกมันให้ตื่นขึ้นมา
ต้นผลไม้แห่งชีวิตคือสิ่งที่จ้าวฝูปรารถนาที่จะได้รับมา แต่เขาก็ต้องวางมันไว้ก่อนและค่อยมาเอามันไปหลังจากเขาดำเนินการตามแผนของเขาแล้ว
หลังจากนั้น ร่างกายของจ้าวฝูก็กลายเป็นลำแสงและหายไปจากส่วนลึกของทุ่งหญ้าตะวันออก
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่แล้ว การป้องกันของนครศิลาสวรรค์ก็เริ่มแน่นหนามากยิ่งขึ้นเพราะซื่อเจี้ยนรู้ว่าจ้าวฝูจะกลับมาในไม่ช้าก็เร็ว ดังนั้นเขาจึงได้เตรียมการไว้ซึ่งทุกๆอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น
จุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของซื่อเจี้ยนคือลูกชายของเขา ซื่อเหวิน ดังนั้นถ้าต้าฉินสามารถควบคุมซื่อเหวินได้ ซื่อเจี้ยนก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้
ซื่อเจี้ยนดูราวกับจะตระหนักสิ่งนี้ ดังนั้นซื่อเหวินจึงได้กักบริเวณไว้ในโถงนครเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้เขายังมีหนึ่งในสองแม่ทัพใหญ่ หลิวเชิง คอยปกป้องเขาอยู่ตลอดเวลา
หากไม่มีซื่อเหวินที่ก่อปัญหาขึ้นมา สถานการณ์ของนครศิลาสวรรค์ก็คงดีกว่านี้มาก
แม้ว่าจ้าวฝูจะถูกระบุว่าเป็นผู้ร้ายหลบหนีที่เป็นที่ต้องการตัวของนครศิลาสวรรค์ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขา มันจึงง่ายมากที่เขาจะลอบเข้าไปโดยไม่ถูกตรวจพบ อย่างไรก็ตาม เหล่าคนที่อยู่ในรายชื่อผู้ร้ายหลบหนีก็จะได้รับดีบัฟ 30% สำหรับค่าสถานะของเขา แต่ถึงกระนั้น จ้าวฝูก็ยังแข็งแกร่งมากอยู่ดี
จ้าวฝูสะกดกลิ่นอายของเขาเอาไว้และเปิดใช้งานการลอบเร้น จ้าวฝูเข้าไปยังนครศิลาสวรรค์ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังโถงนคร
หลังจากค้นหาไปรอบๆโถงนคร ในที่สุดจ้าวฝูก็พบว่าซื่อเหวินอยู่ไหน ซื่อเจี้ยนไม่เคยคาดคิดว่าจ้าวฝูจะทรงพลังมากขึ้นขนาดนี้ในระยะเวลาสั้นๆเช่นนี้ และเขาก็ไม่เคยคิดว่าจ้าวฝูจะกล้าบุกรุกเข้ามายังโถงนคร
โถงนครคือศูนย์กลางของนครหลักของระบบ และไม่มีคนธรรมดาคนไหนกล้าที่จะแอบเข้ามา มิฉะนั้น คนผู้นั้นก็คงจะตายได้โดยไม่รู้ตัว
แม้ว่าซื่อเหวินจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วและมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน แต่เขาก็ยังมีความชั่วร้ายอยู่บ้าง
ในปัจจุบัน แม้ว่ามันจะเป็นช่วงกลางวัน แต่เขาก็อยู่ภายในห้องนอนอันหรูหราและกลิ้งไปมาบนเตียงพร้อมกับสาวงามอีก 3 คน สาวงามทั้งสามอ้าปากค้างและครวญครางออกมาในขณะที่หลิวเชิงยืนคุ้มกันอยู่นอกประตู และมีสีหน้าอึดอัด
หลังจากเห็นหลิวเชิง จ้าวฝูก็รู้ว่าจ้าวฝูอยู่ที่ไหน
ความแข็งแกร่งของหลิวเชิงอยู่ในระยะที่ 3 ซึ่งไม่นับว่าเป็นอะไรสำหรับจ้าวฝู ถึงอย่างไรก็ตาม การบ่มเพาะของตัวจ้าวฝูเองก็อยู่ห่างจากการทะลวงไปยังระยะที่ 3 เพียงแค่หนึ่งก้าวเท่านั้น และเขาก็มีสิ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้อีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ยังคงเอากริชออกมาด้วยความระมัดระวังและลอบเข้าไปข้างๆหลิวเชิงอย่างช้าๆ เนื่องจากจ้าวฝูเป็นนักฆ่า การทำเช่นนี้จึงไม่ได้ยากอะไรเลย
"อ๊าาา..." เสียงครวญครางดังออกมาจากภายในห้อง รบกวนสมาธิของหลิวเชิง และทำให้จ้าวฝูสามารถเข้ามาภายในระยะ 5 เมตรจากหลิวเชิงได้สำเร็จ
ในเวลานั้นเอง ร่างกายของจ้าวฝูก็ทะยานไปข้างหน้าราวกับเสือชีต้าห์ และในขณะที่หลิวเชิงสัมผัสได้ถึงบางสิ่งโดยสัญชาตญาณ มันก็สายเกินไปแล้ว
จ้าวฝูมาถึงด้านหลังของหลิวเชิงและปิดปากของหลิวเชิงไว้ด้วยมือข้างหนึ่งและเขาได้ถือกริชไว้ และเขาก็ไม่ลังเลที่จะตัดคอของหลิวเชิงเพื่อจบชีวิตของเขา
ก่อนหน้านี้จ้าวฝูทำได้เพียงแค่ต่อสู้กับหลิวเชิงอย่างขมขื่น แต่ตอนนี้เขาก็แทบจะเป็นคนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง หลิวเชิงเองก็อ่อนแอลงมากด้วยเช่นกัน และเขาก็ไม่สามารถต้านทานได้เลย
หลังจากนั้น จ้าวฝูก็เก็บร่างของหลิวเชิงเข้าไปในแหวนของเขาก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ ในปัจจุบัน คนที่สี่ยังคงหยอกล้อกันอยู่บนเตียงและไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย
"อืมม... นายน้อย สุดยอด!" หนึ่งในสาวงามครางออกมาเมื่ออยู่ภายใต้ร่างของซื่อเหวิน ใบหน้าของเธอเป็นสีแดงก่ำ
ในเวลานั้นเอง ลำแสงดาบสามสายก็พุ่งออกมา และทะลวงผ่านศีรษะของหญิงสาวทั้งสามคนพร้อมทั้งสังหารพวกเธอในทันที
ซื่อเหวินตกใจมากและรีบมองไปข้างหลังของเขา โดยที่เขาไม่ได้สังเกตเห็น ร่างในชุดคลุมสีดำร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นในห้อง
"เจ้าเป็นใคร..." ซื่อเหวินกำลังจะตะโกนใส่คนผู้นั้น แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ต้องการเรียกผู้คุ้มกันของเขาเข้ามาจัดการกับคนผู้นี้ ย้อนกลับไป ซื่อเหวินเมามาก ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถจดจำหน้าตาของจ้าวฝูได้ เพราะเหตุนี้เอง เขาจึงไม่ได้ตระหนักเลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือคนที่พ่อของเขาบอกให้ระวัง
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ร่างกายของจ้าวฝูก็พร่ามัวและมาถึงข้างๆตัวของเขา และกระแทกเขาในทันที จากนั้นเขาก็ม้วนตัวชายผู้เปลือยเปล่าลงไปบนผ้าปูที่นอนและเตรียมที่จะจากไป
ก่อนหน้านี้ มันง่ายมากที่จ้าวฝูจะลอบเข้ามายังโถงนครโดยใช้การลอบเร้นและทักษะนักฆ่าของเขา แต่ในตอนนี้ที่เขาต้องพาอีกคนออกไปด้วย มันก็คงจะไม่ง่ายขนาดนั้น
ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่สนใจที่จะซ่อนสิ่งใด - เขาคว้าตัวซื่อเหวินและพุ่งออกไปจากโถงนคร โดยเขาได้บินขึ้นไปในอากาศและเริ่มบินออกไปนอกนคร
เสียงที่ดังขึ้นในทันใดทำให้ทุกๆคนในโถงนครรู้สึกตกใจ และซื่อเจี้ยนก็สังเกตเห็นบางสิ่งในทันใดและพุ่งออกมาจากห้องของเขา ซื่อเจี้ยนรู้สึกถึงกลิ่นอายที่หายไปอย่างฉับพลันของลูกชาย และเขาได้มองไปยังร่างในชุดคลุมสีดำที่กำลังเร่งความเร็วออกไป เขาคำรามออกมาและระเบิดพลังเพื่อไล่ตามจ้าวฝูไป
จ้าวฝูรวดเร็วมากและดูราวกับลำแสงสีดำในขณะที่เขาบินออกไปนอกนคร ซื่อเจี้ยนอยู่ห่างไปจากเขาเล็กน้อย แต่ซื่อเจี้ยนก็เร่งความเร็วอย่างเต็มที่
ระยะห่างระหว่างพวกเขาเริ่มหดสั้นลง แต่จ้าวฝูก็ไม่สนใจซื่อเจี้ยน เขาเพียงแค่จ้องมองไปยังซื่อเจี้ยนก่อนที่จะเร่งความเร็วออกไปอีก
"คืนลูกชายข้ามา!" เมื่อมองเห็นร่างที่คุ้นเคยตรงหน้า หัวใจของซื่อเจี้ยนก็หดเกร็ง และเขาได้ระเบิดพลังออกมามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้เขาเร่งความเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ไม่สนใจเขาและบินไปข้างหน้าต่อไป ระยะห่างระหว่างพวกเขาค่อยๆลดลง แต่ทันใดนั้นเอง คนสองคนที่แผ่กลิ่นอายอันทรงพลังออกมาก็เข้ามาหยุดซื่อเจี้ยน
คนทั้งสองคนนี้คือซาร์และเมิ่งเถียน!