- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 473 พลังงานโลก
บทที่ 473 พลังงานโลก
บทที่ 473 พลังงานโลก
บทที่ 473 พลังงานโลก
"เอาล่ะ ท่านผู้พิทักษ์ ข้าขอสัญญากับท่านก็ได้ ข้าจะอยู่ภายในการดูแลของท่าน" จ้าวฝูยิ้มในขณะที่ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขามีความสุขมากที่ได้รับการปกป้องอันทรงพลังของมังกรคราม เพราะต้าฉินจะได้รับการรับประกันว่าจะไม่ถูกทำลายภายในระยะเวลา 100 ปี แม้ว่าพวกเขาจะรวบรวมคนได้นับร้อยล้าน จ้าวฝูก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร
ในตอนนี้ที่จ้าวฝูรับรู้ถึงตัวตนของมังกรคราม เขก็ย่อมเข้าใจว่ามันทรงพลังแค่ไหน มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถนำพลังงานโลกมาใช้ได้ ไม่มีใครสามารถต้านทานมันได้ และทุกๆคนที่อยู่ต่อหน้ามันต่างก็ต่ำต้อยเป็นอย่างยิ่ง
“อืม!” มังกรครามตอบก่อนที่ร่างกายอันใหญ่โตของมันจะหายไปจากท้องฟ้าในทันที จ้าวฝูระลึกถึงดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสน และสีแดงโลหิตก็ค่อยๆจางหายไปเมื่อโลกกลับมาสงบสุขอีกครั้ง
ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนสับสนเป็นอย่างยิ่ง และไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น - ไม่ใช่ว่าหกวิถีสังสาระเปิดออกแล้วเหรอ และไม่ใช่ว่าโลกจุติสวรรค์กำลังจะถูกทำลายอย่างนั้นเหรอ? ทำไมจู่ๆทุกอย่างก็หายไป?
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าภัยพิบัตินี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้นผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา พวกเขาต่างก็ดีใจที่รอดชีวิตมาได้เพราะภาพของเหล่าสัตว์ประหลาดที่หลั่งไหลเข้ามายังโลกจุติสวรรค์นั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป
ฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาทำได้เพียงแค่คาดเดาว่าหกวิถีสังสาระหายไปเพราะเสียงคำรามของมังกรตัวนั้น เพราะพวกมันได้หายไปแล้ว โลกจุติสวรรค์จึงปลอดภัยอีกครั้ง และนี่ก็คือสิ่งที่ต้องเฉลิมฉลอง
โลกจุติสวรรค์ทั้งใบเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการโห่ร้อง และหลายๆคนก็พากันร้องเล่นเต้นไปตามถนน หลังจากเรื่องนี้ได้ข้อสรุป โลกก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ
จากเมื่อครั้งภัยพิบัติอันเดดเริ่มต้นขึ้นจนถึงตอนนี้ มันได้ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว มี 13 ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและสิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดในภูมิภาคเหล่านั้นก็แทบจะถูกทำลายไป มีสิ่งมีชีวิตกว่า 100 ล้านตนได้ตายตกไปในระหว่างนั้น และมีผู้เล่นราวๆ 200 ล้านคนตายตกไป
ทางตอนเหนือของประเทศจีนในโลกจุติสวรรค์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และจำนวนของผู้คนในแต่ละภูมิภาคก็ลดลงไปเป็นอย่างมาก สิ่งต่างๆไม่มีชีวิตชีวาอีกต่อไป และทางตอนเหนือก็เงียบลงมาก
มีผู้คนหายไปเป็นจำนวนมากหลังจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้น และสิ่งนี้ก็ไม่สามารถชดเชยได้ในระยะเวลาสั้นๆ ฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนแทบจะยุบตัวลง เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ของพวกเขาตาย และพวกเขาก็ได้สูญเสียทรัพยากรไปเป็นจำนวนมาก สิ่งนี้ได้ทำให้การพัฒนาของฝ่ายทางตอนเหนือถอยหลังไปหลายเดือน
เฉพาะทางตอนเหนือของประเทศจีนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และในตอนนี้มันก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และมันก็จะอยู่ข้างหลังไปตลอด มันจะอ่อนแอกว่าภูมิภาคอื่นไปตลอดนับจากนี้ไป
อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะไปตำหนิใครได้? พวกเขาเป็นคนที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทนรับผลที่ตามมาเอง
เรื่องนี้ส่งผลให้ผู้นำของหลายสิบฝ่ายเกิดการเปลี่ยนแปลง หลังจากได้รับความสูญเสียครั้งใหญ่ บางคนก็ต้องรับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดการจลาจลขึ้น
สำหรับซูหยาน เขาได้หายตัวไปหลังจากเรื่องนี้จบลง ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปไหน และมันก็ราวกับว่าเขาได้หายตัวไปเฉยๆ
คนธรรมดายิ่งแย่ลงไปอีก หลังจากตาย การบ่มเพาะ อุปกรณ์สวมใส่ และทักษะทั้งหมดของพวกเขาได้หายไป หมายความว่าพวกเขาได้สูญเสียซึ่งทุกสิ่งอย่าง ในตอนนี้ พวกเขาต่างพากันเสียใจที่มีส่วนร่วมกับเรื่องทั้งหมดนี้ - หลังจากการต่อสู้มาเนิ่นนาน จู่ๆพวกเขาก็ต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่
ในตอนนี้ย่อมไม่มีใครกล้าพูดถึงต้าฉิน เมื่อใดก็ตามที่มันโผล่ขึ้นมาในการสนทนา ผู้คนก็จะเปลี่ยนเรื่องในทันที - มันเห็นได้ชัดว่าทุกๆคนหวาดกลัวต้าฉินแค่ไหน
แม้ว่าหกวิถีสังสาระจะถูกปิดไปแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะบ้าไปอีกและเปิดมันขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่?
เนื่องจากทางเดินของทางตอนเหนือได้ถูกเปิดออก ต้าฉินจึงหยุดการออกโองการต้าฉินและโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์ ถึงอย่างไรก็ตาม หลายๆคนก็คิดว่าต้าฉินคงจะถูกทำลาย ดังนั้นถ้ามันกำลังจะถูกทำลาย ทำไมพวกเขาต้องโง่พอที่จะเข้าร่วมด้วย?
ก่อนหน้านี้ พวกเขาเพียงแค่ตอบรับโองการทั้งสองภายใต้การคุกคามและการข่มขู่ของต้าฉินเท่านั้น ถ้าต้าฉินถูกทำลายไปจริงๆ พวกเขาก็คงจะมีความสุขมาก - ดังนั้นมันจึงไม่มีประโยชน์ในการประกาศโองการทั้งสองต่อไป
มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่แม้ว่าพวกเขาจะเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้อย่างน่าสมเพชและแทบจะลากโลกจุติสวรรค์ทั้งใบลงไปสู่ความหายนะ ถ้ามันไม่ใช่เพราะจู่ๆหกวิถีสังสาระถูกปิดลงไป ทุกๆคนก็คงจะตายไปโดยไม่รู้ตัว
ในตอนนี้ ทุกๆคนรู้แล้วว่าต้าฉินทรงพลังแค่ไหนและพวกเข่ามีไพ่ตายที่น่าสะพรึงกลัวแบบไหนอยู่ ในตอนนี้ ทุกๆคนต่างก็ต้องการโองการต้าฉินและโองการธิดาศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ได้รับการปกป้องจากต้าฉินและไม่ถูกคุกคามอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไปแล้วเพราะต้าฉินได้หยุดออกโองการทั้งหมดอย่างถาวร
สิ่งนี้ทำให้ฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนตื่นตระหนกขึ้นมาเพราะมันหมายความว่าต้าฉินจะไม่ยอมรับการยอมจำนนของใครอีกต่อไป และในตอนนี้มันก็มองว่าทุกๆคนคือศัตรูที่ต้องถูกทำลายแล้ว
ตัวแทนของฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนได้เดินทางไปยังที่พำนักของตระกูลอิ๋งด้วยความหวาดกลัวและเสียใจ เพื่อต้องการเจรจากับต้าฉินอีกครั้ง แต่ในคราวนี้ ตระกูลอิ๋งได้ปฏิเสธผู้มาเยือนทั้งหมด
ฝ่ายใหญ่ทั้งหมดต่างพยายามที่จะตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น - ทำไมจู่ๆหกวิถีสังสาระถึงปิดลง? เสียงคำรามของมังกรนั้นคืออะไร? สถานการณ์ในต้าฉินตอนนี้เป็นยังไง? สิ่งเหล่านี้ส่วนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสืบสวน
พวกเขาต้องการสืบหาเพราะพวกเขากังวลว่าต้าฉินจะสามารถทำอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้ได้ อย่างน้อย พวกเขาก็จะได้รู้วิธีหยุดต้าฉิน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะสืบกับมากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่พบอะไรเลย
ดังนั้น ฝ่ายใหญ่ๆทั่วทั้งโลกจึงทำได้เพียงแค่ส่งตัวแทนไปเพื่อแสดงเจตจำนงอันดีของพวกเขาเท่านั้น แม้แต่ฝ่ายรัฐบาลของจีนก็ยังต้องก้มหัวลงและส่งคนไป ชนเผ่าโบราณเองก็ต้องการได้ยินเรื่องของผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน และบุปผาจันทราก็ต้องการที่จะร่วมมือกับผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ถูกปฏิเสธทั้งหมด
ไม่ว่าใครจะไป ตระกูลอิ๋งก็จะตอบกลับแบบเดียวกัน - พวกเขาไม่ต้อนรับใคร!
ท่าทีที่แข็งกระด้างนี้บีบบังคับให้ฝ่ายต่างๆถอนหายใจและยอมแพ้ไป ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมจู่ๆต้าฉินถึงเงียบไปแบบนั้น
ในโลกจุติสวรรค์ จ้าวฝูกำลังเอนกายอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ข้างๆลำห้วยเล็กๆภายใต้ต้นไม้ไร้ใบ เขาถือคันเบ็ดไว้ในขระที่เขาตกปลาอย่างเกียจคร้าน
เพราะมันเป็นช่วยปลายฤดูหนาวแล้ว มันจึงหนาวเกินกว่าที่จะนั่งบนพื้น และมีผ้าห่มถูกปูไว้บนเก้าอี้ไม้ไผ่ หลังจากเรื่องทั้งหมดจบสิ้นลง จ้าวฝูก็กลับเข้าสู่ช่วงพักฟื้น
เขาดูเหมือนกับโครงกระดูก และหลังจากการพักฟื้นสองสามวัน เขาก็ฟื้นตัวกลับขึ้นมาบางส่วน มันเริ่มมีสีสันบนแก้มของเขาแล้ว และร่างกายของเขาก็เริ่มกลับมามีกล้ามเนื้อขึ้นมาบ้าง
อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาต้องการฟื้นตัวเต็มที่ มันก็ยังจะต้องใช้เวลา จ้าวฝูได้ใช้เลือดเนื้อของเขามากเกินไปในคราวนี้ และมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะฟื้นตัวในระยะเวลาสั้นๆ
"จ้าว เจ้าน่าจะลองนี่ดู มันหวานมาก" จิตวิญญาณบุปผาที่มีดอกกุหลาบดอกเล็กๆอยู่บนศีรษะแบกผลไม้ที่คล้ายกับองุ่นเข้ามาและพูดอย่างมีความสุข
มันคือโรสโรส หนึ่งในจิตวิญญาณบุปผาที่จ้าวฝูได้รับมาสักพักแล้ว เธอและจิตวิญญาณบุปผาอีกสองตนกำลังนั่งอยู่บนไหล่ของจ้าวฝู และกินผลไม้อย่างมีความสุข
เพราะมันเป็นช่วงฤดูหนาว จิตวิญญาณบุปผาทั้งสามจึงสวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นเอาไว้ซึ่งอาซานี่ทำให้ ซึ่งมันก็ดีกว่ากลีบดอกไม้ที่ปกคลุมเฉพาะส่วนสำคัญเท่านั้น หลังจากได้รับเสื้อผ้าเหล่านี้มา พวกเธอต่างก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง