- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 474 มังกรครามเวิ้งนภา
บทที่ 474 มังกรครามเวิ้งนภา
บทที่ 474 มังกรครามเวิ้งนภา
บทที่ 474 มังกรครามเวิ้งนภา
อาซานี่มีความสัมพันธ์อันดีกับทุกๆคน และเธอก็เป็นที่ชื่นชอบของทุกๆคน ทำให้เธอเป็นที่นิยมมาก
จ้าวฝูทานผลไม้ที่โรสโรสเอามาให้ - มันหวานและอร่อยมาก แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม
เมื่อเห็นว่าจ้าวฝูได้ทานผลไม้เข้าไปแล้ว เธอก็นั่งลงบนไหล่ของจ้าวฝูและเริ่มเล่นกับจิตวิญญาณบุปผาอีกสองตน
ปกติแล้วพวกเธอจะอยู่ในสวนสมุนไพรเพราะพวกเธอมีความสามารถในการย่นระยะเวลาในการเติบโตของพืช และผลนี้ก็ค่อนข้างดีมาก ด้วยการสนับสนุนของต้าฉิน ความแข็งแกร่งของพวกเธอจึงมาถึงระยะที่สอง เพราะความสามารถของพวกเธอแข็งแกร่งยิ่งขึ้น งานของพวกเธอจึงเป็นการเร่งการเติบโตของสมุนไพรจิตวิญญาณ
จ้าวฝูไม่ค่อยว่างนัก ดังนั้นเขาจึงแทบไม่เจอพวกเธอ คราวนี้ จิตวิญญาณดอกไม้ทั้งสามจึงมาพาเขาเพราะพืชส่วนใหญ่ไม่ค่อยโตในช่วงฤดูหนาว ดังนั้นแม้ว่าพวกเธอจะอยู่ใกล้ๆ สมุนไพรจิตวิญญาณหลายๆอย่างก็ไม่เติบโต
เนื่องจากมันเป็นฤดูหนาว ดอกไม้จึงไม่เบ่งบานเช่นกัน ดังนั้นต้าฉินจึงไม่มีดอกไม้เบ่งบานเท่าไรและมีเพียงกลิ่นหอมของดอกไม้อยู่ในอากาศเท่านั้น ดังนั้น จิตวิญญาณดอกไม้ทั้งสามจึงมาหาจ้าวฝูเพื่อดูว่าเขาจะสามารถหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ไหมและทำให้ดอกไม้เติบโตขึ้นในต้าฉินได้อีกไหมเพราะว่านี่คือสิ่งที่พวกเธอรักมากที่สุดในต้าฉิน
จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับมันและตัดสินใจว่าเรื่องนี้มันแก้ปัญหาได้ง่ายมาก - ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำก็คือการปลูกพืชที่สามารถเติบโตในฤดูหนาวให้มากยิ่งขึ้น อย่างเช่นดอกพลัม ดอกเชอรี่ฤดูหนาว ดอกคาเมลเลีย ฯลฯ
แม้ว่ามันจะมีพืชไม่กี่ชนิดที่สามารถโตได้ในฤดูหนาว แต่พื้นที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้ว
ดังนั้นจ้าวฝูจึงสั่งให้คนมาปลูกพืชชนิดที่ว่าภายในต้าฉินเพื่อแก้ไขปัญหานี้
หลังจากแก้ปัญหานี้แล้ว จิตวิญญาณบุปผาทั้งสามก็มีความสุขมาก และพวกเธอก็รั้งอยู่กับจ้าวฝูโดยไม่ยอมจากไปไหน และอยู่กับเขาในขณะที่เขาตกปลา
ทุกๆสิ่งภายในต้าฉินกลับคืนสู่ปกติ เพราะประชากรของมันในตอนนี้มีถึง 2.1 ล้านคนแล้ว และต้าฉินก็มี 632 หมู่บ้าน ต้าฉินจึงให้กำเนิดชาวบ้านหลายหมื่นคนในแต่ละวัน
นครหลักของระบบทั้งสี่ให้กำเนิดคนราวๆ 2,000 คนต่อวัน และด้วยนครกับหมู่บ้านเหล่านี้ พวกเขาจึงมีคนมากพอที่จะทำสิ่งต่างๆ
ในตอนนี้ที่พวกเขามีชาวเมืองอยู่ 2.1 ล้านคน จ้าวฝูจึงขยายกองทัพออกไป 400,000 คน ซึ่ง 200,000 คนคือทหารระยะที่ 1 ในขณะที่อีก 200,000 คนก็มีการบ่มเพาะที่ไม่ได้อ่อนแอเพราะพวกเขาต่างกินยาโลหิตเทพเจ้าระยะที่ 1 เข้าไปแล้ว
หลังจากที่กองทัพอันเดดได้ทำลายล้างภูมิภาคที่แปดและสังหารหมู่นครหลักของระบบไป 4 แห่ง จ้าวฝูจึงได้รับซากศพของผู้คุ้มกันนครระยะที่ 1 มา 400,000 ร่าง แม้ว่าพวกเขาจะใช้ไป 200,000 ร่าง แต่มันก็ยังเหลืออีก 200,000 ร่างที่สามารถใช้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของทหารต้าฉินในอนาคตได้
ต้าฉินได้รับผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวงจากความย่อยยับในครั้งนี้ และสิ่งที่จ้าวฝูมีความสุขที่สุดก็ย่อมต้องเป็นนครหลักของระบบทั้งสี่ พวกเขาได้มอบตำแหน่งลอร์ดแห่งนคร 4 ตำแหน่งมาให้กับต้าฉินด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังรบให้กับต้าฉินเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ ยา และไอเท็มอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน แม้จะไม่คิดถึงทุกๆอย่างที่จ้าวฝูได้รับมาจากนครหลักทั้งสี่ ต้าฉินก็ยังขายอุปกรณ์ทั้งหมดที่มันได้มาจากผู้เล่น 15 ล้านคนไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำเพราะพวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาล
มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่อุปกรณ์ของผู้เล่น 170 ล้านคนในช่วงสงครามครั้งสุดท้ายซึ่งมีมูลค่าถึง 850 ล้านเหรียญทองถ้าแต่ละชิ้นมีราคา 5 เหรียญทองนั้นไม่ได้ถูกเก็บรวบรวมมา ซึ่งจำนวนของสิ่งเหล่านี้มีค่ามากกว่าทรัพย์สินที่ต้าฉินมีนับร้อยเท่า
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ไม่มีเวลามาเก็บรวบรวมพวกมันก่อนที่คลื่นกระแทกจากการเปิดหกวิถีสังสาระจะเปลี่ยนให้อุปกรณ์ทั้งหมดกลายเป็นฝุ่นไป นี่เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก และในตอนนี้ที่เขาใจเย็นลง จ้าวฝูก็รู้สึกเจ็บปวดอยู่ภายในใจ
จ้าวฝูสั่งให้ทหาร 400,000 คนแยกตัวออกเป็นสี่กลุ่มและกระจายไปยังทิศทางที่แตกต่างกัน และเขาก็ได้ให้พวกเขาค้นหาและทำลายหมู่บ้านใกล้ๆภายในระยะ 10,000 กิโลเมตร
พวกเขาจะควบคุมทุกอย่างภายในรัศมี 10,000 กิโลเมตรก่อนที่จะพิจจารณาว่าจะจัดการกับป่าแห่งความพรั่นพรึงทั้งหมดอย่างไร พวกเขาต้องเร่งแผนฟื้นฟูต้าฉินเพราะเวลากำลังจะหมดลงแล้ว
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ต้องการทำลายนครศิลาสวรรค์ซะก่อน แต่เขาก็ต้องรอจนกว่าร่างกายของเขาจะหายดี ในตอนนี้ที่เขามีลอร์ดแห่งนครถึงสี่คน มันจึงไม่มีโอกาสล้มเหลว และจ้าวฝูก็รอคอยวันนี้มานานแล้ว
ต้าฉินได้เปิดเส้นทางไปสู่ภูมิภาคอื่น 92 ภูมิภาค และพวกเขาได้เริ่มก่อตั้งร้านอาหาร พันธมิตรวานิช และร้านอื่นๆของพวกเขาขึ้นมาใหม่
จ้าวฝูไม่ได้กังวลเลยเกี่ยวกับการถูกโจมตีโดยฝ่ายทางตอนเหนือ ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเขาไม่ได้ถูกทำลายล้างโดยสมบูรณ์ในศึกสุดท้าย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็คงต้องสูญเสียไปมาก ไม่มีใครที่มีกองกำลังเหลือมากพอ ดังนั้นพวกเขาจะกล้าโจมตีต้าฉินได้อย่างไร?
ในตอนนี้ที่จ้าวฝูได้เหลือทางออกไว้ให้กับพวกเขา พวกเขาต่างก็มีความสุขมาก และพวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรที่เป็นอันตราย
ในตอนนี้จ้าวฝูไม่เห็นฝ่ายทางตอนเหนืออยู่ในสายตาของเขาเลย หลังจากจัดการกับเรื่องเหล่านี้แล้ว เขาก็ไปจัดการกับเรื่องอื่นต่อ ในตอนแรก จ้าวฝูคิดว่าจะปล่อยคนพวกนี้ไป แต่พวกเขาได้ทรยศต่อจ้าวฝูอย่างต่อเนื่องและยังได้พยายามที่จะทำลายต้าฉิน ดังนั้นจ้าวฝูจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆได้อย่างไร?
ด้วยการปกป้องของมังกรคราม จ้าวฝูจึงไม่กลัวการรุมโจมตีจากพวกเขาอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงได้ยกเลิกโองการทั้งสอง ในตอนนี้ ต้าฉินได้มองว่าทุกๆคนเป็นศัตรูและวางแผนที่จะใช้กำลังเพื่อพิชิตพวกเขาแทนที่จะใช้ความเมตตา
นอกจากนี้ จ้าวฝูยังรู้ชื่อของมังกรครามแล้ว - มันชื่อว่ามังกรครามเวิ้งนภา มันไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับลอร์ดหรือราชา แต่เป็นสัตว์อสูรผู้พิทักษ์
หน้าที่ของมันคือการปกป้องโลกใบนี้ ดังนั้นมันจึงสามารถใช้พลังงานโลกได้ มันทรงพลังเหนือจินตนาการของทุกๆคน และเพราะมันคือสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ มันจึงหยุดจ้าวฝูในขณะที่เขากำลังจะเปิดหกวิถีสังสาระเพราะนั่นสามารถทำลายโลกจุติสวรรค์ได้
ในฐานะสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของโลกใบนี้ มังกรครามเวิ้งนภาย่อมต้องรู้ทุกๆอย่าง - จ้าวฝูเป็นคนที่มันให้ความสนใจมาก ดังนั้นมันจึงรู้อะไรเกี่ยวกับเขาเยอะมาก
มันรู้ว่าจ้าวฝูได้สังหารเทพเจ้าไปและได้รับข้อมูลของเทพปีศาจ มันยังรู้ว่าจ้าวฝูมีค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพีรวมทั้งสิ่งที่แม้แต่จ้าวฝูก็ไม่รู้
นอกจากนี้ มันยังมีสัตว์อสูรผู้พิทักษ์อีก 3 ตนที่คอยปกป้องสถานที่ที่แตกต่างกัน 4 แห่ง
แม้ว่ามังกรครามเวิ้งนภาจะมีคำว่า 'มังกรคราม' อยู่ในชื่อของมัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ตนอื่นจะเป็นพยัคฆ์ขาว เต่าทมิฬ และหงส์แดง
เมื่อย้อนกลับไปที่ต้าฉิน ถนนสายหลักทั้งสี่สายก็เริ่มก่อสร้างแล้ว และนครต้าฉินก็ค่อยๆขยายตัวออกไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวเมืองมากยิ่งขึ้น
ในเวลาเดียวกัน ต้าฉินก็กำลังก่อสร้างถนนการค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของมัน - ถึงอย่างไรก็ตาม ด้วยผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้าฉินก็ต้องเริ่มดำเนินการให้เหมือนกับนครหลักของระบบมากยิ่งขึ้นเพื่อดูแลทุกๆคน
ในที่สุด ต้าฉินก็ได้เปลี่ยนไปปลูกพืชฤดูหนาวและปลูกมันเป็นจำนวนมาก แต่นครใต้ดินที่พวกเขาได้สร้างขึ้นนั้นก็ยังไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร