- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 472 ผู้พิทักษ์
บทที่ 472 ผู้พิทักษ์
บทที่ 472 ผู้พิทักษ์
บทที่ 472 ผู้พิทักษ์
“โฮกกกก ...”
ในอีกด้านหนึ่งของรอยแตก สัตว์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนสามารถรับรู้ได้ถึงออร่าที่มีชีวิตอยู่ทางด้านนี้และพวกมันก็คำรามอย่างดุเดือด
แม้ว่ารอยแยกจะค่อนข้างยาว แต่ก็ยังไม่ใหญ่มาก ทำให้สัตว์ร้ายไม่สามารถเข้ามาได้
เมื่อได้ยินเสียงคำรามจากสวรรค์ ผู้คนทุกคนในโลกจุติสวรรค์รู้สึกขนลุกชันเเล้วรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่อันตรายกำลังจะเกิดขึ้น
ท้องฟ้าราวกับม่านบางๆมีสัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วนที่ดุร้ายและกระหายเลือดเป็นอย่างมากพวกมันต้องการที่จะทำลายทุกอย่าง
"พวกเราจะทำเช่นไรดี? พวกเราจะทำเช่นไรดี? พวกเราจะทำเช่นไรดี?"
ตอนนี้ภัยพิบัติกำลังจะเกิดขึ้น ผู้คนมากมายต่างก็เริ่มตื่นตระหนกเเละไม่รู้ว่าจะทำอะไรพวกเขาไม่สามารถป้องกันสัตว์ประหลาดเหล่านี้ได้อย่างแน่นอนเพราะเมื่อมีการเปิดหกวิถีสังสาระ สัตว์ประหลาดและภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนจะหลั่งไหลเข้ามา
ในความเป็นจริง มันทรงพลังมากกว่าภัยพิบัติอันเดตหลายร้อยเท่า ในแง่ของขนาด จำนวนสัตว์ประหลาดนั้นใหญ่กว่ามหาสมุทรแห่งโครงกระดูกแน่นอน ด้วยคุณสมบัติของภัยพิบัติ โครงกระดูกของต้าฉินก็ค่อยๆพัฒนาขึ้นและพวกมันก็มีความแข็งแกร่งสูสีๆกับเหล่าผู้เล่น
อย่างไรก็ตาม ปีศาจจากหกวิถีสังสาระนั้นแตกต่างกัน - พวกมันมีประเภทที่แตกต่างกัน มีจำนวนมากและพวกมันต่างก็มีความเป็นอยู่ที่ต่างกัน พวกที่อยู่ได้ไม่นานจะไม่ทรงพลังมากนัก แต่พวกที่อยู่ได้นานนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว
สัตว์ประหลาดนั้นมีตั้งแต่ขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 9หรือมากกว่านั้นในขณะที่ผู้เล่นอยู่ขั้นที่1เป็นส่วนมาก พวกเขาจะป้องกันตัวจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างไร? พวกเขาทำได้เพียงแต่รอที่จะถูกสังหาร
ฝ่ายจีนไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวที่ไร้อำนาจ ฝ่ายต่างชาติก็ไร้พลังเช่นกัน สำหรับพวกเขาทั้งหมด การถูกสังหารโดยสัตว์ประหลาดเหล่านี้เป็นชะตากรรมของพวกเขาและสิ่งนี้จะทำให้โลกจุติสวรรค์เข้าสู่ความสับสนวุ่นวาย
ปัจจุบัน หัวใจของผู้คนนับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความโกรธ ความเเค้น ความเกลียดชังและความเสียใจ หากพวกเขารู้ว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเช่นนี้คงไม่มีใครเต็มใจทรยศต้าฉินเพราะอย่างน้อยคงไม่ต้องมาเจออะไรเเบบนี้ อย่างไรก็ตาม ความเสียใจทั้งหมดนั้นก็ไร้ประโยชน์ในเวลานี้
ตอนนี้ รอยแยกยังค่อนข้างบางและแม้ว่าปรานภูตผีจะหลั่งไหลออกมาเเต่ก็ยังไม่มีสัตว์ประหลาดตัวใดมาถึง
จ้าวฝูยกมือของเขาขึ้นมาและคว้าไปในอากาศและภาพมายาปีศาจหกวิถีก็ทำเช่นเดียวกันกับเขา พลังของพวกมันทำให้ท้องฟ้าเเละทั้งโลกสั่นสะเทือน
เคร้ง!!!
เสียงที่คล้ายกับการแตกของกระจกดังขึ้นเเละสามารถได้ยินได้ในขณะที่รอยแยกอันหนึ่งค่อยๆเเตกเเละมีหลุมดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับรอยแยกอื่นๆอีกห้ารอยทำให้เกิดหลุมดำหกหลุมที่กว้าง 10,000 กิโลเมตรปลดปล่อยปรานภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา
หกวิถีสังสาระได้เปิดอย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆและเสียงหัวเราะที่น่าขนลุกของสัตว์ประหลาดนับไม่ถ้วนก็เต็มไปทั่วของโลกจุติสวรรค์
ท้องฟ้าสีแดงเลือด สัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนเปลกดขี่ทำให้โลกจุติสวรรค์กลายเป็นนรก
“โฮ้กกกกก!” ทันใดนั้นเสียงคำรามของมังกรก็ดังขึ้นเขย่าไปทั่วสวรรค์ ทุกคนในโลกจุติสวรรค์สามารถได้ยินเสียงคำรามของมังกรตัวนี้
ในเวลาเดียวกัน แสงหอกสีครามหกดวงยาว 1,000 เมตรและเปล่งออร่าออกมาราวกับสายฟ้าที่พุ่งออกมาจากท้องฟ้า ในเวลาเพียงไม่นานแสงหอกสีครามทั้งหกก็พุ่งทะลุหัวใจของภาพมายาปีศาจหกวิถี ทำให้มันโหยหวนอย่างน่าเวทนาและกลายเป็นออร่าสีดำก่อนที่จะหายไป
หลุมดำทั้งหกในท้องฟ้าค่อยๆหายไปและแสงสีครามก็เปล่งประกายทำให้สัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนกลายเป็นควันสีนํ้าเงิน
ตู้ม !!
ราวกับว่าสวรรค์และโลกไม่สามารถต้านทานพลังนี้ได้และท้องฟ้าก็ดูเหมือนจะถูกฉีกขาดเมื่อแสงสีครามนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาและมีร่างขนาดใหญ่จำนวนมากปรากฏขึ้นราวกับปาฏิหาริย์
มันคือมังกรศักดิ์สิทธิ์ขนาดมหึมา ร่างของมันปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าและมีเกล็ดสีครามราวกับหยกและกรงเล็บสี่อันที่ทำมาจากเหล็กสีคราม มีเขาคู่ที่มีรูปร่างคล้ายหยกอันสวยงามอยู่บนหัวของมันและหัวของมังกรก็มีออร่าที่สง่างามและสูงส่ง มันมองไปที่จ้าวฝู
ภายใต้พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ร่างกายของจ้าวฝูนั้นแข็งไปหมด - พลังมังกรอันศักดิ์สิทธิ์นี้เกินกว่าสิ่งใดที่จ้าวฝูจะจินตนาการได้
ภายในร่างกายของเขาไม่ว่าจะเป็นสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองหรือสรรพาวุธประจำตระกูลก็ไม่สามารถใช้ได้ด้วยพลังอะไรบางอย่าง
ในขณะนั้นจ้าวฝูรู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาจมอยู่ในทะเลสาบน้ำแข็งเขารู้สึกเย็นยะเยือก เขารู้สึกช็อคลึกๆในใจขณะมองดูมังกรศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้าเขา
“ผู้สืบทอดมรดก! เจ้าจะมากเกินไปเเล้ว!” มังกรสีครามมองไปที่จ้าวฝูเเล้วพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงโบราณ
จ้าวฝูอ่านข้อมูลที่เขาได้รับจากพระเจ้าเคอร์อย่างต่อเนื่องและเขาก็รู้ว่ามังกรศักดิ์สิทธิ์นี้คืออะไร
“พวกเขาต้องการทำลายต้าฉินใหญ่ดังนั้นข้าจึงอยากให้พวกเขาตาย ข้าทำอันใดผิด?” จ้าวฝูมองไปที่มังกรศักดิ์สิทธิ์เเละตอบกลับไปด้วยความโมโห
มังกรศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า“ข้าจะไม่เข้าไปแทรกแซงเจ้าแม้ว่าเจ้าจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด แต่เจ้าได้เปิด หกวิถีสังสาระเพื่อให้สัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนบุกโลกจุติสวรรค์ นี่อาจส่งผลทำให้เกิดการทำลายล้างโลกจุติสวรรค์ดังนั้นข้าจึงต้องก้าวเข้ามาห้ามเจ้า!”
จ้าวฝูไม่พูดอะไรเพราะเขารู้ว่าเขาได้ทำเกินไปจริงๆ ที่สำคัญกว่านั้นเขารู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้ - การโจมตีแบบสบายๆจากมันสามารถทำลายภาพมายาปีศาจหกวิถีของจ้าวฝูได้และมันยังทำให้เขาไม่สามารถใช้สรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองเเละสรรพาวุธประจำตระกูลได้
เพียงเท่านี้ก็ได้รู้เเล้วว่ามังกรศักดิ์สิทธิ์นั้นทรงพลังเพียงใด - เมื่อมันอยู่ต่อหน้าจ้าวฝูเขาก็เป็นเพียงเเมลงตัวน้อยที่สามารถขยี้เขาเมื่อไรก็ได้
อย่างไรก็ตามภาพมายาปีศาจหกวิถีที่จ้าวฝูเรียกนั้นเป็นเพียงร่างโคลนและพวกมันอ่อนแอกว่าต้นฉบับไปมาก หากพวกเขาเป็นร่างต้นฉบับพวกเขาจะไม่ถูกฆ่าตายอย่างง่ายดายเช่นนี้
เเม้ว่าจ้าวฝูจะไม่มีอำนาจในการเรียกร่างต้นฉบับมาและถึงแม้ว่าเขาจะเรียกร่างต้นฉบับออกมา เขาก็ไม่สามารถควบคุมพวกมันได้ เขาอาจจะโดนโจมตีกลับได้เพราะเขายังอ่อนแอเกินไป
ตอนนี้แผนของเขาถูกทำลายไปเเล้วและแม้ว่าเขาจะใช้เงินและทรัพยากรจำนวนมากเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยทำให้เขาไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้
จ้าวฝูรู้ว่ามังกรศักดิ์สิทธิ์จะไม่ฆ่าเขาดังนั้นเขาจึงพูดว่า“ข้าทำมากเกินไปเเล้วจริงๆแต่ถ้าข้าไม่ทำลายพวกมัน พวกมันจะรวมตัวกันเพื่อทำลายต้าฉิน ท่านผู้พิทักษ์ท่านต้องการให้ต้าฉินต้องถูกทำลายหรือไม่”
มังกรศักดิ์สิทธิ์ได้รู้เรื่องนี้แล้วดังนั้นหลังจากเงียบไปสักครู่มันก็พูดว่า“ผู้สืบทอดถ้าเจ้าไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อโลกจุติสวรรค์ข้าสามารถสัญญากับเจ้าได้ว่าต้าฉินจะไม่ถูกทำลายใน 100 ปี. หลังจาก 100 ปีต้าฉินน่าจะมีอำนาจเผชิญกับอันตรายทั้งหมด”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของจ้าวฝูด้วยคำพูดเหล่านี้ทุกสิ่งที่เขายอมทำต้องมีเหตุผลเเละคุ้มค่า ด้วยพลังของเขาแม้ว่าหลังจากโลกจุติสวรรค์จะกลืนกินโลกแห่งความจริงไปเขาก็ไม่ต้องกังวลเลย