- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 453 เก็บกวาด
บทที่ 453 เก็บกวาด
บทที่ 453 เก็บกวาด
บทที่ 453 เก็บกวาด
ถ้าผู้เล่นธรรมดาและฝ่ายตอนเหนือที่ไร้ประโยชน์ไม่วิ่งหนีไป และร่วมต่อสู้กับฝ่ายปกครอง กองกำลังชนเผ่าโบราณ และกองกำลังของโรงเรียนทหาร พวกเขาอาจจะไม่พ่ายแพ้อย่างน่าสงสารขนาดนี้
อย่างน้อยที่สุด ถ้าพวกเขาสามารถทำลายมหาสมุทรโครงกระดูกได้สัก 10% นั่นคงจะเป็นความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่มาก อย่างไรก็ถ้า ถ้าผู้เล่นจากทั้งห้าภูมิภาคยังถูกทำลายอย่างง่ายดายขนาดนี้ พวกเราจะสามารถต่อกรในอนาคตอีกได้อย่างไร?
ในตอนนี้ มหาสมุทรโครงกระดูกยังสามารถเสริมจำนวนของโครงกระดูกที่พวกมันสูญเสียไปได้ผ่านการเหยียบย่ำภูมิภาคที่แปด และผู้เล่นจำนวน 15 ล้านคนก็ตายไปโดยไม่มีค่าอะไรเลย
นอกจากนี้ ผู้เล่นหายๆคนยังได้รับความหวาดกลัวอย่างเต็มที่ ดังนั้นแม้แต่การรวบรวมผู้เล่นในอนาคตก็จะยากลำบากมากยิ่งขึ้น
แล้วพวกเขาควรจะทำยังไงต่อดี? ซูหยานถอนหายใจออกมาและสงบสติอารมณ์ลงก่อนที่จะพิจารณาถึงขั้นต่อไป
ในตอนนี้ที่แผนการของเขา ซึ่งเขาเชื่อมันอย่างเต็มที่ได้ถูกทำลายไป มันจึงส่งผลต่อขวัญกำลังใจของฝ่ายต่างๆเป็นอย่างมาก
ฝ่ายราชวงศ์ต่างๆเองก็รู้สึกขื่นขมมาก แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ส่งคนไปร่วมด้วย แต่พวกเขาก็มีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในแง่ของเงินและทรัพยากรอื่นๆ แต่พวกเขาก็ยังต้องพ่ายแพ้ย่อยยับ ในแง่นี้ พวกเขาได้พ่ายแพ้ต่อต้าฉินอย่างสิ้นเชิง
ผู้อาวุโสกว่า 10 คนจากชนเผ่าโบราณต่างพากันถอนหายใจ และหนึ่งในนั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและกล่าวว่า "ตอนนี้พวกเราจะทำยังไงกันดี? แม้ว่าแผนการจะล้มเหลวไม่เป็นท่าและอย่างน้อยจะทำลายภัยพิบัติอันเดดไปได้บ้าง แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำลายภัยพิบัติอันเดดได้เลย
"นอกจากนี้ ไม่เพียงแต่พวกเราจะไม่สามารถหยุดภัยพิบัติอันเดดได้ แต่พวกเรายังได้เซ่นสังเวยไปเป็นจำนวนมากและบาดหมางกับต้าฉินอย่างเต็มที่"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสอีกคนจึงถามออกมา "พวกเจ้าเห็นว่าพวกเราควรทำยังไงกันดี? พวกเราควรจะพยายามหยุดยั้งภัยพิบัติอันเดดต่อไปหรือพวกเราจะไปที่ตระกูลอิ๋ง ขอโทษ และไม่พยายามหยุดต้าฉินอีก? ถ้ามันเป็นแบบนั้น ประเทศจีนส่วนที่เหลือก็คงจะถูกทำลายล้างโดยภัยพิบัติครั้งใหญ่"
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ผู้อาวุโสทุกคนก็รู้สึกลำบากใจและไม่สามารถตัดสินใจได้ในทันที
ภายในพื้นที่พบปะของบุปผาจันทรา ผู้หญิง 20 คนนั่งอยู่ด้วยหน้าตาอันหดหู่ หนึ่งในนั้นกล่าวว่า "พี่ คราวนี้พวกเราพลาดกันแล้ว แม้ว่าพวกเราจะมีคนมากมาย แต่พวกเราก็ยังไม่สามารถหยุดต้าฉินได้ ตอนนี้พวกเขาจะทำยังไงกันดี?"
สาวสวยที่นั่งอยู่เก้าอี้หลักส่ายหัว และรู้สึกปวดหัวมาก
ไม่มีผู้หญิงคนไหนรู้ว่าจะพูดอะไร และห้องก็เต็มไปด้วยความเงียบก่อนที่ซูหยูหยวนจะกล่าวว่า "พี่ พวกเราควรพยายามเจรจาและหยุดความพยายามที่จะต่อต้านต้าฉิน กลับกัน พวกเราควรพยายามช่วยมัน ด้วยการควบคุมของต้าฉินเหนือเหล่าโครงกระดูก พวกเราจะสามารถรักษาธุรกิจของพวกไว้ได้ราวๆ 60%"
คำพูดเหล่านี้ทำให้ดวงตาของบางคนเปล่งประกายขึ้น แต่บางคนก็ถาม "แม้ว่าพวกเราจะยินดีที่จะเจรจา แต่ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะยอมเหรอ? ด้วยความกระหายเลือดของเขา เขาจะปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ? แม้ว่าพวกเราจะยอมจ่ายในราคาที่สูง เขาก็อาจจะไม่ตกลง"
ในขณะที่ทุกๆฝ่ายต่างรู้สึกเป็นกังวลและตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ตระกูลอิ๋งกลับต้องวุ่นวายไปด้วยความดีใจ ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินเพียงเอาชนะกองกำลังจากฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วนมา
สิ่งนี้ทำให้ตระกูลอิ๋งถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อผู้สืบทอดมรดกต้าฉินยืนกรานเรื่องภัยพิบัติอันเดด ตระกูลอิ๋งนั้นก็ต้องรับแรงกดดันอันมหาศาลและเข้าสู่สถานะป้องกันเพราะกลัวว่าคนอื่นๆจะร่วมมือกันโจมตีพวกเขา ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินก็สร้างศัตรูไว้ทั่วประเทศจีน
ในตอนนี้ที่ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินสามารถเหยียบย่ำคนพวกนั้นได้ทั้งหมด และไม่มีฝ่ายไหนกล้าต่อกรกับตระกูลอิ๋ง แม้แต่ฝ่ายปกครองก็ยังต้องแสดงความเคารพ นับประสาอะไรกับฝ่ายอื่นๆ
ย้อนกลับไปในโลกจุติสวรรค์ หญิงสาวในชุดขาวยืนอยู่กลางอากาศเหนือนครใหญ่และตะโกนออกมา "ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าทุกคนได้ยินข่าวแล้ว ลอร์ดของพวกเจ้าตายแล้ว และตราประทับแห่งลอร์ดก็ตกอยู่ในมือของคนอื่น ภัยพิบัติอันเดดกำลังคืบคลานเข้ามา และไม่มีใครจะรอดไปได้ ในตอนนี้พวกเราสามารถเลือกได้ว่าจะยอมจำนนหรือต่อต้าน"
"เหล่าคนที่เลือกต่อต้าน - ข้าจะไม่พยายามโน้มน้าวพวกเจ้า แต่เจ้าจะต้องรู้ว่ามันมีโอกาสรอด ย้อนกลับไป ผู้เล่น 15 ล้านคนได้ถูกเข่นฆ่าไปทั้งหมด ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเจ้าจะรอดไปได้"
"ถ้าพวกเจ้ายินดีที่จะยอมจำนนก็รีบหนีไปก่อนที่กองทัพอันเดดจะมาถึง นี่คือทั้งหมดที่ข้าสามารถบอกได้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว"
หลังจากลอร์ดแห่งนครตาย นครแห่งนั้นก็จมลงสู่ช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและความสับสนเพราะทุกๆคนรู้ว่าภัยพิบัติอันเดดกำลังย่างกรายเข้ามา การรั้งอยู่ในนครไม่ปลอดภัยอีกต่อไป – แม้ว่าดวงใจแห่งเมืองจะมีบาเรียป้องกันก็ตาม แต่มันก็คงไม่สามารถป้องกันชาวเมืองได้ ในตอนนี้ที่ตราประทับแห่งลอร์ดตกอยู่ในมือของคนอื่นแล้ว พวกเขาจึงได้ถูกเพิกฐานสถานะชาวเมือง นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ได้เป็นคนของนครนี้อีก
สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็คือกำแพงนครสูงสิบเมตรอันมั่นคงได้พังทลายลง - จ้าวฝูได้ใช้ตราประทับแห่งลอร์ดเพื่อทำให้โครงสร้างป้องกันของนครทั้งหมดพังทลายลงหรือไม่ก็สูญเสียผลลัพธ์ของพวกมันไป
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าผลที่ตามมาคือความตาย แต่ชาวเมืองหลายๆคนก็ไม่เต็มใจที่จะหนี และทหารหลายๆคนก็เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางส่วนที่พยายามโน้มน้าวให้ชาวเมืองจากไป
"ท่านป้า ท่านควรจากไป ไม่อย่างนั้นมันจะสายเกินไปเมื่อกองทัพอันเดดมาถึง!"
"น้อยชาย! ฟังข้า ออกไปซะ ไม่อย่างนั้นเจ้าจะตายไปพร้อมกับพวกเรา"
"ที่รัก ข้าขอโทษ แต่ข้าต้องอยู่ที่นี่ ข้าจงรักภักดีต่อลอร์ดของพวกเรา และแม้ว่าข้าจะตาย ข้าก็จะเฝ้าอยู่ที่นี่ แต่เจ้าควรไปซะ ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถมีชีวิตที่ดีได้"
"ทุกคน โปรดจากไปซะ อย่ามารอความตายอยู่ที่นี่เลย พวกเจ้าแตกต่างจากพวกเรา - พวกเราไม่ต้องการฉีกคำสาบานที่ทำไว้กับนครแห่งนี้ ดังนั้นโปรดจากไปซะเถอะ"
เมื่อเห็นภาพอันน่าประทับใจเบื้องล่าง ดวงตาของหญิงสาวในชุดขาวก็เริ่มมีน้ำตาเล็กน้อย และเธอก็อดที่จะรู้สึกเกลียดชังจ้าวฝูไม่ได้เพราะทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเขา
ในที่สุดก็มีบางคนเดินออกไป มันน่าเสียดายที่มีคนประมาณ 100,000 คนเท่านั้นที่เดินออกมา และยังมีคนไม่ยอมจากไปกว่า 300,000 คน
หญิงสาวในชุดขาวถอนหายใจและไม่ได้โน้มน้าวพวกเขาต่อ - การที่สามารถช่วยคนมากมายขนาดนี้ไว้ได้ก็นับว่าดีแล้ว มหาสมุทรโครงกระดูกสีดำแผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวในขณะที่พวกมันเคลื่อนเข้ามาจากระยะไกล และหญิงสาวในชุดขาวก็ไม่ลังเลในขณะที่เธอพาคน 100,000 คนจากไป
ในไม่ช้า โครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนที่แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็หลั่งไหลเข้ามายังนครหลัก
ทหารและชาวเมืองต่างเอาอาวุธทุกประเภทออกมาและสู้ตายกับพวกมัน การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
นอกเหนือจากทหารระยะที่ 1 จำนวน 100,000 คนที่สามารถต่อต้านได้นิดหน่อย ทุกๆคนต่างก็ถูกสังหารในทันที เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจเลยเพราะพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับโครงกระดูกที่มีจำนวนมากกว่าพวกเราหลายร้อยเท่า
หลังจากมหาสมุทรโครงกระดูกผ่านไป มันก็มีเพียงแต่ซากศพที่เหลืออยู่ โลหิตและซากปรักหักพักถูกทิ้งไว้มากมาย และนครหลักของระบบที่เจริญรุ่งเรืองก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป ภาพฉากนี้ทั้งน่ายกย่องและน่าเศร้าไปพร้อมๆกัน