- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 454 ภาพมายาปีศาจอสุรา
บทที่ 454 ภาพมายาปีศาจอสุรา
บทที่ 454 ภาพมายาปีศาจอสุรา
บทที่ 454 ภาพมายาปีศาจอสุรา
จ้าวฝูลอยอยู่เหนือซากศพของผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วน ซากศพของผู้เล่นไม่สามารถเปลี่ยนเป็นโครงกระดูกได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะไม่มีค่าอะไร
แม้ว่าร่างกายเหล่านี้จะเป็นเพียงแค่เปลือกภายในโลกจุติสวรรค์ แต่พวกมันก็ยังมีการบ่มเพาะและกลิ่นอายแห่งชีวิต กลิ่นอายแห่งชีวิตจากผู้เล่น 15 ล้านคนสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการวิวัฒนาการของโครงกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วนได้ ทำให้พวกมันแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
เนื่องด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตของผู้เล่นเหล่านี้ กองทัพอันเดดจึงได้ผลิตโครงกระดูกชนิดใหม่ขึ้นมา - โครงกระดูกคลั่ง
โครงกระดูกคลั่งมีความสูง 4 เมตรและมีกระดูกที่หนาและใหญ่เป็นอย่างยิ่งซึ่งเปล่งแสงสีเทาแวววาวออกมา พวกมันถืออาวุธอันใหญ่ยักษ์สองอัน ซึ่งก็คือดาบเล่มโต และมาเชเต้ด้ามยักษ์ หรือไม่ก็เป็นค้อนยักษ์ ซึ่งพวกมันทุกตัวต่างก็มีกลิ่นอายที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่งและสามารถเทียงเคียงได้กับคนที่มีการบ่มเพาะอยู่ในระยะที่ 3 เลย
พวกมันบ้าคลั่งและกระหายเลือดเป็นอย่างยิ่งเมื่อพวกมันต่อสู้ และพวกมันก็มีพลังทำลายล้างที่มหาศาลมาก พวกมันทำลายทุกๆสิ่งในเส้นทางของพวกมันและน่าพรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม มันก็มีโครงกระดูกคลั่งไม่มากนัก ภายในกองทัพอันเดดนั้นมีพวกมันอยู่เพียงแค่ไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้น
ในตอนนี้ โครงกระดูกทั้งหมดได้เคลื่อนทัพออกไปแล้ว และมีเพียงซากศพเท่านั้นที่คงเหลืออยู่ในพื้นที่ จ้าวฝูมองไปยังซากศพและพบว่าเพราะมันมีการสนับสนุนของฝ่ายจำนวนนับไม่ถ้วน อุปกรณ์สวมใส่ของพวกมันจึงดีมาก และไอเท็มบนซากศพแต่ละตัวก็มีค่าราวๆ 5 - 6 เหรียญทอง
ทันใดนั้นเอง จ้าวฝูก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งและตื่นตะลึงขึ้นมา - ถ้าศพแต่ละร่างมีไอเท็มและอุปกรณ์สวมใส่ที่มีมูลค่าราวๆ 5 - 6 เหรียญทอง งั้นศพ 15 ล้านร่างที่อยู่ที่นี่...
แม้ว่าซากศพแต่ละร่างจะมีค่าแค่ 5 เหรียญทอง แต่นั่นก็เป็นเงิน 75 ล้านเหรียญทองแล้ว ถ้าเงินจำนวนนี้ถูกแปลงเป็นเหรียญทองแดงหรือเงินในโลกแห่งความเป็นจริง มันคงจะมากมายมหาศาลมาก
ทรัพย์สมบัตินี้มีจำนวนมากกว่าที่ต้าฉินมีนับสิบเท่า และมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จ้าวฝูจะปฏิเสธเงินจำนวนนี้
ในตอนนี้ ลอร์ดทั้งสี่คนได้ใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตเพื่อส่งชาวเมืองที่ยอมจำนนมาที่นี่แล้ว ลอร์ดแต่ละคนโน้มน้าวผู้คนให้ยอมจำนนได้ราวๆคนละ 100,000 คน ดังนั้นรวมแล้วพวกเขาจึงพาคนมาด้วย 400,000 คน
จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับมันและได้ให้พวกเขาเริ่มเก็บอุปกรณ์สวมใส่และไอเท็มจากซากศพในทันที เมื่อเห็นซากศพกองอยู่ทั่ว ชาวเมืองทั้ง 400,000 คนก็ตกใจมาก และพวกเขาก็อดตัวสั่นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังคงเชื่อฟังจ้าวฝูและเก็บอุปกรณ์กับไอเท็มเหล่านั้น
ลอร์ดหลายๆคนตระหนักได้ถึงเป้าหมายของจ้าวฝู และพวกเขาก็ตกใจมาก ในฐานะลอร์ดแห่งนคร พวกเขาไม่ได้สนใจอะไรกับอุปกรณ์ที่ผู้เล่นมีนัก แต่ด้วยซากศพจำนวนมากมายที่อยู่ที่นี่ จำนวนเงินที่มันสามารถหามาได้จากซากศพเหล่านี้นั้นก็มากกว่า 100 เท่าที่พวกเขามีอยู่
แม้กระทั่งลอร์ดแห่งนครก็ไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน และพวกเขาก็อดที่จะชื่นชมและอิจฉาอยู่เล็กน้อยไม่ได้ จ้าวฝูไม่เพียงแค่จะได้รับนครหลักของระบบไปสี่แห่ง แต่เขายังได้เงินจำนวนมากมายมหาศาลไปด้วย
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ชาวเมือง 400,000 คนก็เก็บของทั้งหมดจนเสร็จ และเมื่อเห็นภูเขาไอเท็มและอุปกรณ์สวมใส่มากมายขนาดนั้น ลอร์ดทั้งหลายก็พากันตะลึงงัน
จากภูเขาลูกนี้ จ้าวฝูได้แบ่งออกเป็น 20 กองที่มีมูลค่ามากกว่ากองละ 1 ล้านเหรียญทอง
"ทุกๆคน ขอบคุณความช่วยเหลือของพวกเจ้าในครั้งนี้มาก นี่คือสินน้ำใจของข้า" จ้าวฝูยิ้มในขณะที่เขากล่าวกับบรรดาลอร์ด
ลอร์ดส่วนใหญ่มีเงินแค่ประมาณ 1 ล้านเหรียญทองเท่านั้น และเมื่อเห็นเงินจำนวนมากมายขนาดนี้ พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก หลังจากคิดถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็ตัดสินใจไม่ทนต่อไปอีกและเก็บพวกมันลงไปในแหวนมิติของพวกเขา
จากนั้นจ้าวฝูก็มองไปยังลอร์ดทั้งสี่ที่ได้ไปโน้มน้าวให้ชาวเมืองยอมจำนนและกล่าวว่า "ขอบคุณในความช่วยเหลือของพวกเจ้าที่ทำให้คนมากมายขนาดนี้ยอมจำนน นี่สำหรับพวกเจ้า"
ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็แยกกองใหญ่ออกมา 4 กอง แต่ละกองมีค่าราวๆ 1.5 ล้านเหรียญทอง
ลอร์ดทั้งสี่ประหลาดใจมาก และพวกเขาก็ไม่เคยคาดคิดว่าจ้าวฝูจะปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยดีเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ เขาทั้งเผด็จการและหยิ่งผยองจนพวกเขาไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้เลย
นอกเหนือจากหญิงสาวในชุดขาวที่แค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา ลอร์ดทั้งสามคนก็ได้เก็บกองไอเท็มไป
จ้าวฝูมองไปยังหญิงสาวในชุดขาว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร และเขาก็เริ่มนำอุปกรณ์ที่เหลือเข้าไปในแหวนของเขา
นอกเหนือจากอุปกรณ์จากผู้เล่นแล้ว มันยังมีผลประโยชน์มากมายในนครหลักของระบบทั้งสี่ มันมีชุดเซ็ทอุปกรณ์สวมใส่ระดับครามอย่างน้อย 400,000 ชุด ระดับเงิน 40,000 ชุด และอุปกรณ์กับไอเท็มอื่นๆอีก ซึ่งมีค่าหลายล้านเหรียญทอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตัวนครหลักของระบบ
นอกจากนี้ ด้วยซากศพระยะที่ 1 จำนวน 400,000 ร่างและซากศพระดับสูงอีกหลายร่างแล้ว จ้าวฝูก็ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงเรื่องการหากศพมากลั่นไปอีกนาน
มันไม่จำเป็นที่ต้องแบ่งสมบัติภายในนครหลักกับลอร์ดคนอื่นๆ จ้าวฝูได้มอบอุปกรณ์สวมใส่เป็นจำนวนมากให้กับพวกเขาแล้ว เพราะเขามีพวกมันมากเกินไป และเนื่องพวกพวกเขาได้ร่วมมือกัน และเขาก็ต้องการความช่วยเหลือของคนพวกนี้อีก มันจึงต้องมีสินน้ำใจให้พวกเขาบ้าง
ท่าทีของลอร์ดทั้งหลายที่ยอมรับอุปกรณ์เหล่านี้ย่อมดีขึ้น แต่หญิงสาวในชุดขาวก็ยังปฏิบัติต่อเขาด้วยความชิงชังต่อไปอีก
จ้าวฝูเข้าใจว่าเธอเป็นคนดี ดังนั้นเขาจึงไม่เก็บท่าทีของเธอมาใส่ใจ อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อต้าฉิน เขาก็ไม่ลังเลที่จะสังหารเธอ
จ้าวฝูมองไปยังซากศพจำนวนนับไม่ถ้วนอีกครั้ง จ้าวฝูรู้ว่าแผนการของพวกเขาคือการพยายามลดจำนวนของภัยพิบัติอันเดด ด้วยเหตุผลนี้เอง เขาจึงได้ตอบแทนพวกเขาด้วยการเพิ่มจำนวนของมันขึ้นไปอีก
ในเวลานั้นเอง ร่างอันยั่วยวนทั้งสองก็ได้ปรากฏขึ้นข้างๆจ้าวฝู - มันคือเฮ่ยไป่อู่ฉาง จ้าวฝูเคยถามพวกเธอแล้วว่าจะมีวิธีการเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงกระดูกได้อย่างไร และพวกเธอก็ทำให้ประหลาดใจมากที่ว่าพวกเธอรู้ถึงเคล็ดวิชาต้องห้าม
เคล็ดวิชานี้ชื่อว่าภาพมายาปีศาจอสุรา จ้าวฝูวางแผนที่จะใช้ซากศพของผู้เล่น 15 ล้านคนเป็นเครื่องสังเวยเพื่อเปิดประตูอสุราและอัญเชิญภาพมายาปีศาจอสุราออกมา
เฮ่ยไป่อู่ฉางเริ่มลงมือ โดยการใช้เลือดจากซากศพเพื่อวาดค่ายกลเวทมนตร์สีแดงโลหิตขนาดใหญ่ยักษ์ขึ้นมา
จ้าวฝูไม่อาจเข้าใจได้ถึงค่ายกลนี้ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันชั่วร้ายและกระหายเลือดจากมัน เนื่องจากมันเป็นเคล็ดวิชาต้องห้าม มันจึงน่าจะอันตรายมาก
"ท่านพร้อมแล้วใช่ไหม ฝ่าบาท?" เฮ่ยไป่อู่ฉางถาม และมองดูจริงจังมาก
จ้าวฝูพยักหน้าและเดินไปตรงกลางค่ายกลเวทมนตร์ในขณะที่เฮ่ยไป่อู่ฉางยืนอยู่คนละฝั่งของค่ายกลเวทมนตร์
จ้าวฝูรวบรวมพลังแห่งราชาของเขาเข้าไปยังนิ้วและตวัดแขน ส่งผลให้เลือดหยดลงมายังกลางค่ายกลเวทมนตร์ เฮ่ยไป่อู่ฉางเริ่มร่ายคาถา และกลิ่นอายรอบๆตัวของพวกเธอก็ทวีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆและแปลกประหลาดมากขึ้นด้วย
ทันใดนั้นเอง เฮ่ยไป่อู่ฉางก็โน้มตัวลงและกดฝ่ามือของพวกเธอเข้ากับค่ายกลเวทมนตร์สีแดงโลหิต ออร่าสีดำและสีขาวพุ่งเข้าใส่ค่ายกลตามลำดับ
ค่ายกลนี้ถูกเปิดใช้งานในทันทีและแผ่แสงสีแดงโลหิตอันเจิดจ้า กลิ่นอายที่ชั่วร้ายเป็นอย่างยิ่งพุ่งออกมา ส่งผลให้ลอร์ดทุกคนต้องขมวดคิ้ว อักษรรูนสีแดงโลหิตเริ่มเคลื่อนไหวภายในค่ายกลราวกับกิ้งก่าในขณะที่กลิ่นอายที่ค่ายกลแผ่ออกมานั้นก็เริ่มทรงพลังมากยิ่งขึ้น
จ้าวฝูเองก็กดมือของเขาลงบนพื้น ณ ใจกลางค่ายกล ส่งผลให้ผืนดินต้องสั่นสะเทือน เขาส่งพลังทั้งหมดของเขาเข้าไปในขณะที่เขาตะโกนออกมาด้วยความเยือกเย็น "สรรพสิ่งโศกา! สรรพชีวิตย่อยยับ! สังหารเปิดประตูอสุรา!"