เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 413 ยุคสมัยโบราณ

บทที่ 413 ยุคสมัยโบราณ

บทที่ 413 ยุคสมัยโบราณ


บทที่ 413 ยุคสมัยโบราณ

หลังจากที่จ้าวฝูนำทหารกลับไปยังต้าฉิน เขาก็พาสมาชิกของราตรีนิรันดร์บางส่วนไปยังนครแห่งการต่อสู้

การเปลี่ยนแปลงในนครแห่งการต่อสู้สร้างความประหลาดใจให้กับจ้าวฝู นอกเหนือจากทหารบนกำแพงนคร มันก็มีทหารอยู่ไม่มากนักตามที่อื่นๆ มันไม่มีทหารเดินลาดตระเวนในนคร และร้านค้าก็พากันปิดหมด ถนนอลหม่านมาก และมีคนหลายกลุ่มกำลังต่อสู้กันอยู่ ทิ้งให้เกิดกองเลือดบนพื้นจำนวนมาก

ร้านอาหารของต้าฉินในนครแห่งการต่อสู้ถูกบังคับให้ปิดไปด้วยเพราะข้างนอกวุ่นวายเกินไป ผู้คนได้โจมตีกันตามอำเภอใจ และร้านค้าที่ไม่ปิดก็เจอปัญหามากมาย ในเวลาเดียวกัน เพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้น มันจึงไม่มีลูกค้าไปด้วย

สถานการณ์ในนครแห่งการต่อสู้วุ่นวายมาก และมันก็ไม่มีคำสั่งใดๆ ทุกๆฝ่ายทั้งเล็กและใหญ่ต่างมีส่วนร่วมอยู่ในการต่อสู้

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็สังเกตเห็นว่าฝ่ายส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมคือฝ่ายของผู้เล่น และมีฝ่ายของระบบเพียงไม่กี่ฝ่ายเท่านั้นที่ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง การเสียงชีวิตส่วนใหญ่มาจากฝั่งผู้เล่น และไม่มีใครใส่ใจกับการเก็บซากศพเลย ในตอนนี้ มันไม่มีผู้เล่นเดี่ยวสักคนที่เหลืออยู่

นี่เป็นเพราะผู้เล่นเดี่ยวต้องตายเมื่อเดินอยู่บนถนนคนเดียว ดังนั้นผู้เล่นที่เหลืออยู่จึงมีแต่ส่วนหนึ่งของฝ่ายต่างๆเท่านั้น มันไม่มีใครที่จะออกมาข้างนอกเพียงลำพังเลย

จ้าวฝูเดินไปที่ร้านอาหารและพูดคุยกับคนที่สวมชุดคลุมข้างๆเขา "เอ้อกั๋ว นำข้อมูลเกี่ยวกับนครแห่งการต่อสู้ทั้งหมดที่เจ้ามีมาให้ข้า"

"ขอรับ ฝ่าบาท" หวังเอ้อกั๋วตอบก่อนที่จะนำกองเอกสารออกมา จ้าวฝูนั่งอยู่บนเก้าอี้และอ่านข้อมูลเหล่านี้อย่างตั้งอกตั้งใจ จากข้อมูลที่ได้รับ นครแห่งการต่อสู้ได้ผ่านสิ่งที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการล้างบาปครั้งใหญ่หรือการทดสอบแห่งเปลวเพลิงอันยิ่งใหญ่ก็ได้

แม้ว่าจะมีการต่อสู้ปะทุขึ้นทั่วนคร แต่มันก็ยังมีคำสั่งที่แน่นอนอยู่ กำแพงนครและพื้นที่บางส่วนได้ถูกปกป้องไว้ อย่างเช่นร้านค้าของระบบ สถานที่เหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานของนครก็ยังคงใช้การได้อยู่

ลอร์ดคนปัจจุบันไม่มีความสามารถนัก และเขาก็เพิ่งเปลี่ยนนครแห่งการต่อสู้เป็นสังเวียนขนาดยักษ์ ทำให้ฝ่ายต่างๆเข้าห้ำหั่นกันก่อนที่จะเลือกฝ่ายที่แข็งแกร่งที่สุด

จากข้อมูลนี้ จ้าวฝูสามารถบอกได้ว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถชิงตำแหน่งลอร์ดแห่งนครมาได้สำเร็จ

คนที่มีศักยภาพที่มีฝ่ายที่ใหญ่ที่สุดคือสงฉี และเขาก็เป็นักสู้เหรียญทองคนแรกในนครแห่งการต่อสู้ เขาเป็นผู้ท้าชิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และฝ่ายของเขาก็ก่อตั้งขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันจึงทรงพลังมากที่สุด

คนที่สองชื่อว่าฮงเทียนชาน เขาเป็นนักสู้เหรียญทองคนที่สองของนครแห่งการต่อสู้ และเขาก็มีชื่อเสียงน้อยกว่าสงฉีเล็กน้อย ฝ่ายของเขาอ่อนแอกว่านิดหน่อย พวกเขาคือสองคู่แข็งที่ใหญ่ที่สุดในนครแห่งการต่อสู้ และมักจะมีความขัดแย้งระหว่างพวกเขาอยู่บ่อยๆ

คนที่สามคือเก้อเนี่ย เขาเป็นนักสู้เหรียญทองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเมื่อเร็วๆนี้ และนิกายดาบของเขาก็เป็นกองกำลังที่ทรงพลังด้วย

นอกเหนือจากสามคนนี้ มันก็ยังมีผู้ท้าชิงอีกหลายคนที่ไม่ได้อ่อนแอเลย

ในตอนนี้ที่ฝ่ายต่างๆได้เริ่มต่อสู้กันอย่างวุ่นวาย จ้าวฝูจึงไม่ได้มีแผนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้าฉินจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆกับเก้อเนี่ยเพราะนี่คือบททดสองตำแหน่งลอร์ดที่คัดเลือกจากบุคคลที่แข็งแกร่งและมีพรสวรรค์มากที่สุด

ถ้าต้าฉินเข้ามายุ่งและลอร์ดแห่งนครรู้เรื่องเข้าและไม่พอใจ มันคงจะก่อให้เกิดปัญหากับเก้อเนี่ยได้ นอกจากนี้ จ้าวฝูยังไว้ใจในความสามารถของเก้อเนี่ย

"กลับกันเถอะ!" หลังจากมองดูข้อมูลเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็พบว่าเขามาก็ไม่ได้อะไร ดังนั้นเขาจึงกลับไปยังนครต้าฉินพร้อมกันคนอื่นๆ ความวุ่นวายในนครแห่งการต่อสู้คงจะกินเวลาไปจนกว่าจะมีผู้ชนะคนสุดท้าย

เก้อเนี่ยวางตัวนิกายดาบเป็นฝ่ายที่เป็นกลาง และไม่โจมตีใครที่ไม่โจมตีพวกเขา นอกจากนี้เขายังได้ลดเงื่อนไขในการเข้านิกายและรับคนที่ดูดีบางส่วนมาเพื่อขยายและพัฒนานิกายดาบ

ในเวลาเดียวกัน การฝึกก็ทวีความเข้มงวดและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถพัฒนากลุ่มนักดาบที่ทรงพลังขึ้นมาได้ หลังจากนั้นแล้วนิกายดาบจึงจะสามารถเตรียมการเอาชัยและจัดการกับสิ่งกีดขวางทั้งหมดได้

สำหรับคนอื่นๆ พวกเขาไม่ได้ดูแข็งแกร่งหรืออ่อนแอนัก มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรในการเข้าร่วมการต่อสู้ที่วุ่นวายนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ สิ่งนี้จะทำให้พวกเขาไม่มีอำนาจพอในช่วงท้าย ทำให้ผู้เก็บเกี่ยวคนอื่นๆเข้ามาฉวยโอกาสได้ ดังนั้นเก้อเนี่ยจึงทำเพียงแค่การเตรียมตัวเริ่มการต่อสู้ในช่วงกลางไปจนถึงช่วงท้าย

มันมีหลายๆฝ่ายที่วางแผนคล้ายกัน ดังนั้นในตอนเริ่มแรก มันจึงมีแค่ฝ่ายขนาดเล็กและฝ่ายขนาดกลางเท่านั้นที่เข้าโรมรันใส่กัน

หลังจากกลับมาที่ต้าฉิน จ้าวฝูก็ได้สกัดซากศพของสองแม่ทัพในประวัติศาสตร์ ในตอนนี้ ต้าฉินจะพัฒนาต่อไปเรื่อยๆสักพัก

ก่อนหน้านี้ ต้าฉิน้ตองการพัฒนาอย่างสงบและราบลื่นไปสักพัก แต่หลังจากพบตำแหน่งของราชวงศ์โจวยุคหลัง พวกเขาก็ได้เปลี่ยนแผนการและเข้าโจมตี

ในตอนนี้ที่พวกเขาได้พิชิตราชวงศ์โจวยุคหลังแล้ว ต้าฉินจึงกลับคืนสู่แผนการเดิม ในตอนนี้ ภายในดินแทนที่ต้าฉินต้องการ มีเพียงแค่ก๊กฉีเท่านั้นที่เหลืออยู่

จ้าวฝูได้ส่งกองกำลังของเขาออกไปหาตำแหน่งของก๊กฉี และนี่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าพวกเขาสามารถทำลายก๊กฉีได้ มันก็จะไม่มีผู้สืบทอดมรดกคนใดภายในดินแดนที่ต้าฉินต้องการจะก่อตั้งประเทศขึ้นมา

แน่นอนว่ามันยังมีเหล่าผู้สืบทอดมรดกที่จ้าวฝูต้องการรู้ และพวกเขาก็ยังไม่พบกับผู้สืบทอดมรดกคนใดที่ซ่อนตัวอยู่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะมีอยู่ แต่มันก็จะมีน้อยมาก ถึงอย่างไรก็ตาม เพียงแค่ทวีปแผ่นดินกลางเพียงลำพังนั้นก็มีขนาดใหญ่กว่าโลกทั้งใบแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่น่าจะมีผู้สืบทอดมรดกรวมตัวกันอยู่มากมายเท่าไรนัก

นอกจากนี้ แม้ว่าจะมีผู้สืบทอดมรดกคนใดอยู่ภายในภูมิภาคเหล่านี้ พวกเขาก็คงจะอ่อนแอมาก หรือไม่ก็คงจะซ่อนตัวอยู่ โดยปกติแล้ว เหล่าคนที่มีมรดกชนชาติจะทรงพลังมากและปกครองอยู่เหนือตระกูลใหญ่ๆ ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่จะต้องต่อซ่อนตัวเว้นเสียแต่ว่ามันจะอยู่ต่อหน้าผู้สืบทอดมรดกราชวงศ์

มันน่าเสียดายที่แม้ว่าต้าฉินจะได้ใช้ความพยายามในการค้นหาก๊กฉีไปมาก แต่พวกเขาก็ยังไม่พบอะไร มันราวกับว่าก๊กฉีได้หายไป และพวกเขาก็ไม่สามารถหาข้อมูลใดๆเกี่ยวกับมันได้เลย

ไม่เพียงแต่ที่ตั้งของเมืองเท่านั้น แม้แต่สำนักงานใหญ่ภายในนครหลักของระบบก็ไม่ถูกพบเนื่องจากสำนักงานใหญ่ของมันถูกยุบไปแล้ว ก๊กฉีน่าจะตัดการเชื่อมต่อทั้งหมดกับนครหลักและหลบซ่อนตัวเพื่อพัฒนาอย่างเงียบๆ นั่นหมายความว่าต้าฉินจะไม่อาจทำอะไรกับมันได้เลย

เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถหาก๊กฉีได้ จ้าวฝูจึงทำได้เพียงแค่ผ่อนปรนเรื่องนี้ไป และต้าฉินก็หันมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับรากฐานของมัน

ส่วนใหญ่นี้จะเป็นเรื่องของสวัสดิการ - ต้าฉินในตอนนี้ได้สร้างถนน และเพราะพวกเขากำลังสร้างถนนจากอิฐ มันจึงง่ายกายกว่าขุดหินขึ้นมาและปรับแต่งพวกมัน

จ้าวฝูสั่งให้คนสร้างโรงงานขนาดใหญ่เพื่อผลิตอิฐเป็นจำนวนมาก ต้าฉินจะใช้อิฐเป็นจำนวนมากสำหรับสิ่งต่างๆในอนาคต อย่างเช่นการสร้างบ้าน กำแพงนคร และถนน ดังนั้นพวกเขาจึงขาดโรงงานไปไม่ได้

โรงงงานที่เขาสั่งให้คนสร้างขึ้นมาเพื่อทำกระดูกหยินจีนนั้นก็เสร็จแล้วด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มผลิตกระดูหยินจีนเป็นจำนวนมาก กระดูกหยินจีนที่ได้รับมาเป็นสินค้าที่ดีมาก และมันก็มียอดขายที่ดี

กระดูกหยินจีนค่อนข้างมีเอกลักษณ์และแทบจะไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อน แม้ว่ากระดูกหยินจีนจะไม่ใช่เครื่องสังคโลกเฉพาะตัวของอาณาจักรล้างสวรรค์ แต่มันก็อยู่ในยุคสมัยโบราณ และในตอนนี้ มันก็มีแค่ต้าฉินเท่านั้นที่รู้วิธีสร้างมัน ทำให้มันเป็นสิ่งของเฉพาะสำหรับต้าฉิน

ผู้ซื้อกระดูกหยินจีนส่วนใหญ่คือชนชั้นสูง - ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ทึกคนที่สามารถจ่ายเงิน 5 เหรียญทองเพื่อซื้อกระดูกหยินจีนได้

จ้าวฝูไม่ได้วางแผนที่จะลดราคา - แม้ว่ากระดูกหยินจีนจะแทบไม่มีต้นทุนอะไร แต่ต้าฉินก็ยังขายมันเป็นสินค้าพรีเมียม ในตอนนี้ที่ผู้เล่นร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ ตลาดจึงเริ่มขยายตัวสู่อนาคต

จบบทที่ บทที่ 413 ยุคสมัยโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว