- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 412 ตระกูลหนานกง
บทที่ 412 ตระกูลหนานกง
บทที่ 412 ตระกูลหนานกง
บทที่ 412 ตระกูลหนานกง
เมื่อได้ยินว่าหนานกงสงต้องการพาหนานกงซูเยว่ไป คนของตระกูลไฉทั้งหมดก็ไม่พอใจมากและตะโกนออกมา "ในตอนนี้หนานกงซูเยว่ได้แต่งเข้าตระกูลไฉแล้ว เธอจึงเป็นคนของตระกูลไฉ เนื่องจากเธอได้ทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เธอก็ต้องชดใช้ ดังนั้น อย่าคิดว่าตระกูลไฉ ตระกูลผู้มีมรดกชนชาติ จะหวาดกลัวตระกูลเล็กๆเช่นตระกูลของเจ้า"
เดิมทีหนานกงสงต้องการที่จะสร้างปัญหา อย่างไรก็ตาม ผู้นำของตระกูลหนานกงก็บอกเขาว่าห้ามปลุกระดมความไม่ลงรอยกันระหว่างสองตระกูล และแค่นำหนานกงซูเยว่กลับมาที่บ้านก็พอแล้ว ดังนั้น เดิมทีเขาจึงไม่สนใจคำพูดเหล่านี้
แต่ในตอนนี้ เขาก็ไม่สามารถทนต่อมันได้อีกและหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาในขณะที่เขาตอบ "ตระกูลไฉยังคงเป็นตระกูลที่มีมรดกชนชาติอยู่งั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่ามันเพิ่งถูกทำลายไปโดยต้าฉินงั้นเหรอ? ข้าจะพาพี่กลับไปบ้านในวันนี้ไม่ว่ายังไงก็ตาม สำหรับตระกูลไฉ ตระกูลหนานกงไม่ได้กลัวพวกเจ้าเลย!"
"เจ้า..."
เมื่อคนของตระกูลไฉได้ยินคำพูดของหนานกงสง พวกเราก็รู้สึกโกรธ และในขณะที่พวกเขากำลังจะพูดอะไรออกานั้น หนึ่งในผู้นำของตระกูลไฉก็ตะโกนออกมา "พอ!"
ตำแหน่งของผู้นำตระกูลคนนี้สูงมาก และเสียงของเขาก็ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง เขาทำให้ภาพตรงหน้าเงียบลงในขณะที่ทุกๆคนมองมาที่เขา
ผู้นำตระกูลก้าวออกมาและกล่าวว่า "ให้เขาพาหนานกงซูเยว่ไป! อย่างไรก็ตาม เธอจะไม่สามารถกลับมาที่ตระกูลไฉได้อีก ข้าขอเป็นตัวแทนของสาขาของเส้าฮุยในการตัดเธอออกไป จากนี้เป็นต้นไป เธอไม่ใช่คนของตระกูลไฉอีก!"
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าหนานกงซูเยว่เพราะเธอเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลหนานกง เธอมีค่ามากสำหรับตระกูลหนานกง ซึ่งก็ทรงพลังมากด้วย
ถ้าพวกเขาฆ่าหนานกงซูเยว่ พวกเขาคงจะทำให้ตระกูลหนานกงโกรธเป็นแน่ ตระกูลไฉในตอนนี้ได้ตกอยู่ในอันตรายอยู่แล้วเพราะราชวงศ์โจวยุคหลังเพิ่งถูกทำลายไป ในตอนนี้พวกเขาไม่อาจบาดหมางกับตระกูลหนานกงและทำให้เกิดศัตรูอันทรงพลังขึ้นมาอีกคนได้
ในคราวนี้ พวกเขาได้มาพาตัวหนานกงซูเยว่ไป ตัวไฉเส้าฮุยน้อยนั้นไม่สามารถควบคุมฝ่ายของเขาได้ และด้วยหนานกงซูเยว่ พวกเขาย่อมสามารถควบคุมฝ่ายนั้นได้
หนานกงส่งไม่ชอบวิธีการที่ผู้นำตระกูลคนนี้พูด แต่มันก็ทำให้บรรลุเป้าหมายของเขา หลังจากที่สามีของหนานกงซูเยว่ตาย ตระกูลหนานกงก็พยายามที่จะโน้มน้าวให้หนานกงซูเยว่กลับไปยังตระกูลของเธอแทนที่จะอยู่ที่ตระกูลไฉต่อไป อย่างไรก็ตาม เพราะไฉเส้าฮุย หนานกงซูเยว่จึงตั้งมั่นที่จะอยู่ในตระกูลไฉ
เธอเป็นคนดื้อรั้นมาก และเพราะไม่มีใครสามารถโน้มน้าวเธอได้ ตระกูลหนานกงจึงต้องรามือไป
"พี่ กลับกันเถอะ" หนานกงสงรู้สึกโกรธมาก - แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ต่อหนานกงซูเยว่ แต่เป็นต่อตระกูลไฉทั้งหมด
ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่เธอคาดไว้ และหนานกงซูเยว่ก็มองไปยังทุกๆคนอย่างใจเย็น เธอไม่ได้รับผลอะไรกับคำพูดของพวกเขากล่าวว่า "น้องสง ข้าจะไม่กลับไปแม้ว่าคนของตระกูลไฉจะไล่ข้า"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ หนานกงสงก็มองไปยังหนานกงซูเยว่ด้วยความโกรธและกล่าวว่า "พี่! พี่ยังไม่เห็นอีกเหรอ? พวกมันบอกว่าพวกมันต้องการที่จะตัดพี่และไล่พี่ออกไปจากตระกูลไฉ!"
คนของตระกูลไฉเองก็สับสนมาก - หรือว่าหนานกงซูเยว่จะโง่ไปแล้ว? พวกเขาทำทุกๆอย่างอย่างชัดเจนมาก ดังนั้นเธอจะไม่เข้าใจได้ยังไง?
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของทุกๆคน หนานกงซูเยว่ก็ยังคงสงบอยู่ในขณะที่เธอพูดต่อ "เพราะข้าคือผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดกต้าฉินแล้ว!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..." ชายหนุ่มคนหนึ่งเริ่มหัวเราะออกมาเสียงดังในขณะที่เขากล่าว "เจ้าหาพ่อเลี้ยงให้เส้าฮุยได้แล้วเหรอ? เจ้าดูภักดีและน่าเชื่อถือมากนะ แต่..."
เพี๊ยะ!
ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันพูดจบ เสียงตบก็ดังออกมา และกระแทกเขาล้มลงไปกับพื้น ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขากลายเป็นสีแดงก่ำและบวมในขณะที่รอยเลือดไหลออกมาจากปากของเขา
ชายหนุ่มตกใจมากกับการตบนี้และมองดู และเขาก็พบว่ามันเป็นผู้นำตระกูลสาขาของเขาที่เป็นคนตบเขา
"พอ พวกเราจะยุติเรื่องนี้ไว้ หนานกงซูเยว่จะยังเป็นคนของตระกูลไฉ และเส้าฮุยก็จะยังเป็นนายน้อยของตระกูลไฉ พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว!"
ผู้นำตระกูลคนนี้ไม่ได้พูดเสียงดังนัก แต่ทุกๆคนก็เข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เป็นเพราะไม่มีใครพูดอะไรและภาพตรงหน้าจึงเงียบมาก – ทุกๆคนตกใจมากกับคำพูดของหนานกงซูเยว่
หนานกงซูเยว่ได้กลายเป็นผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน – นี่เป็นเรื่องใหญ่มากเพราะในตอนนี้มันมีความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างเธอกับผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน
หลังจากได้ยินคำพูดของผู้นำตระกูล ทุกๆคนก็เริ่มกระจายตัวออกไป และผู้นำตระกูลสาขาต่างๆก็พากันยิ้มในขณะที่พวกเขาเริ่มขอโทษหนานกงซูเยว่
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน - ถ้าหนานกงซูเยว่กลายเป็นผู้หญิงของเขา ตระกูลไฉก็จะได้รับผลประโยชน์อันมหาศาลไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากราชวงศ์โจวยุคหลังได้ยอมจำนนต่อต้าฉิน ถ้าพวกเขามีความสัมพันธ์พิเศษนี้ เรื่องต่างๆก็คงจะดีกับพวกเขามาก
การแสดงออกของหนานกงสงกลายเป็นจริงจังมาก และเขาก็ถามด้วยความไม่เชื่อ "พี่ มันเป็นเรื่องจริงเหรอ?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หนานกงซูเยว่ก็พยักหน้าอย่างจริงจัง ในตอนแรก เธอไม่ได้ต้องการเปิดเผยเรื่องนี้เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่มีเกียรติ ถึงอย่างไรก็ตาม เธอก็มีลูกแล้ว และแม้ว่าสามีของเธอจะตายไปนานแล้ว แต่การที่มีคนอื่นอย่างกระทันหันเช่นนี้ มันก็ส่งผลให้ยังมีคนพูดลับหลังเธออยู่ดี
เมื่อเห็นหนานกงซูเยว่พยักหน้า หนานกงสงก็หยิบโทรศัพท์ออกมาในทันทีและโทรออก นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก และเขาต้องโทรไปบอกกับตระกูลหนานกง
สายถูกรับอย่างรวดเร็ว และหนานกงสงก็อธิบายสถานการณ์อย่างรวดเร็ว คนที่อยู่ปลายสายเงียบไปสักพักก่อนที่จะบอกให้หนานกงสงกลับมาและไม่ทำอะไรวุ่นวายกับหนานกงซูเยว่
เห็นได้ชัดว่าตระกูลของพวกเขาจริงจังกับเรื่องนี้มาก
หนานกงสงมองไปยังพี่สาวของเขาและถามหายใจ เขาไม่สบายใจมากๆที่พี่สาวของเขากลายเป็นผู้หญิงของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน
หนานกงสงต่อต้านกับเรื่องนี้มากเพราะเขารู้ดีว่าพี่สาวของตนได้เสียสละร่างกายของเธอ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกใดๆระหว่างเธอและผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน เขาเป็นกังวลว่าเธอจะถูกทอดทิ้งโดยผู้สืบทอดมรดกต้าฉินหลังจากเขาเบื่อเธอแล้ว
ด้วยสิ่งที่ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินทำ รวมทั้งดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสน นี่หมายความว่าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินได้ถูกลิขิตไม่ให้เป็นคนดี แม้ว่าการที่พี่สาวของเขากลายเป็นผู้หญิงของผู้สืบทอดมรดกต้าฉินจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่ดี แต่มันก็เป็นไปได้ว่าชีวิตของเธอจะไม่ดีแบบนั้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะรู้เรื่องนี้ แต่หนานกงสงก็ไม่สามารถคัดค้านเรื่องนี้ได้เพราะมันเป็นสิ่งที่ทั้งตระกูลไฉและตระกูลหนานกงต้องการ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและพาคนของเขากลับไป
ผู้นำตระกูลคนอื่นๆพากันยิ้มและพูดคุยด้วยความสุภาพกับหนานกงซูเยว่ หลังจากได้ยินข้อมูลบางส่วนจากเธอ พวกเขาก็จากไปจากมีความสุข
ในตอนนี้ เรื่องทั้งหมดได้จบลงแล้ว จากจุดเริ่มต้น การแสดงออกของหนานกงซูเยว่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยเพราะเธอคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เธอได้ถวายตัวให้กับจ้าวฝู
รูปลักษณ์ของจ้าวฝูปรากฏขึ้นในใจของเธอ - การกลายเป็นผู้หญิงของเขาเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดมาก และในตอนนี้ทุกๆคนก็ปฏิบัติต่อเธอด้วยความเคารพ นี่คืออำนาจในพลังของเขา
ในไม่ช้า ข่าวนี้ก็มาถึงหูไฉเส้าฮุย แม้ว่าเขาจะรู้สึกโกรธอยู่บ้าน แต่เขาก็เข้าใจว่าแม่ของเขาได้ทำเพื่อเขา ดังนั้นเขาจึงไม่อาจรู้สึกโกรธได้อย่างแท้จริง