- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 414 การทดสอบของสำนักยกระดับต้าฉิน
บทที่ 414 การทดสอบของสำนักยกระดับต้าฉิน
บทที่ 414 การทดสอบของสำนักยกระดับต้าฉิน
บทที่ 414 การทดสอบของสำนักยกระดับต้าฉิน
ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็ได้ตัดสินใจเตรียมการสอบเพื่อดูว่านักเรียนในสำนักยกระดับต้าฉินเป็นยังไงกันบ้าง คนที่ทำผลงานได้ดีจะได้รับการฟูมฟักเป็นอย่างมาก!
สำนักงานพลเรือนจะเป็นคนออกข้อสอบ การทดสอบหลักจะเป็นการปกครองประเทศและการทำพาสันติสุข กิจการภายในของประเทศยิ่งดีเท่าไร รากฐานของฝั่งกองทัพก็จะยิ่งดีขึ้น
สถานบันการต่อสู้ก็ได้จัดการทดสอบการต่อสู้ แน่นอนว่านี่ไม่ได้ทดสอบด้วยการต่อสู้ทุกๆคนย่อมมีความสามารถที่แตกต่างกัน บางก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยระดับที่ดีหรือมีสายเลือดพิเศษ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไร้เทียมทานได้ อย่างไรก็ตาม นี่ไม่สิ่งที่จ้าวฝูต้องการเหมือนกัน – เขาต้องการให้คนพวกนี้นำทัพในสนามรบ
ถึงแม้ว่าพรสวรรค์เริ่มต้นของคนมากมายจะธรรมดาสามัญ แต่ถ้าพวกเขาพยายามอย่างหนัก พวกเขาก็ยังสามารถประสบความสำเร็จได้ และจ้าวฝูก็จะมอบรางวัลให้กับพวกเขาเป็นลูกแก้วระดับเพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของพวกเขา นี่คือประโยชน์แห่งค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี
เมื่อข่าวเกี่ยวกับการสอบแพร่กระจายออกไป นักเรียนจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตื่นเต้นมาก พวกเขาต่างพยายามกันอย่างหนักเพื่อที่พวกเขาจะสามารถโดดเด่นขึ้นมาได้ในโอกาสเช่นนี้
เหล่านักเรียนที่พยายามอยู่แล้วได้พยายามหนักยิ่งขึ้น และเหล่านักเรียนการต่อสู้ที่ขยันอยู่แล้วก็ยิ่งฝึกนักมากยิ่งขึ้น นักเรียนั้ง 8,000 คนของสำนักยกระดับต้าฉินได้เตรียมพร้อมสำหรับการสอบนี้
ไม่ใช่แค่นักเรียนที่ตื่นเต้น แต่เหล่าอาจารย์ก็ด้วย หลังจากสอนมานาน ในตอนนี้มันก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้เห็นผลลัพธ์การสอนของตัวเองและแสดงให้ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินได้เห็นถึงคุณค่าของตน
ฝ่าบาทได้สนับสนุนพวกเขาเป็นอย่างมากในทุกๆทาง ดังนั้นถ้าพวกเขาไม่สามารถพัฒนาผู้มีพรสวรรค์ขึ้นมาได้เลย พวกเขาก็ไม่มีหน้าจะไปเผชิญหน้ากับเขา
เหล่าอาจารย์เริ่มจริงจังกับการสอนมากยิ่งขึ้น และทั้งสำนักยกระดับต้าฉินก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูก็ได้วางแผนที่จะฝึกทหารเพิ่ม ต้าฉินในตอนนี้มีชาวเมือง 870,000 คน และจ้าวฝูก็ตัดสินใจที่จะเพิ่มทหารอีก 40,000 คน ทำให้กองทัพมีทหารทั้งสิ้น 160,000 คน
จ้าวฝูมอบหมายเรื่องนี้ให้กับไป่ฉีเพราะว่าเขาคุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้และคงจะสามารถฝึกกองทหารชั้นยอดได้ มันไม่จำเป็นต้องให้จ้าวฝูไปกังวลด้วย
ไม่กี่วันต่อมา ใบไม้สีเหลืองเข้มก็เริ่มเหี่ยวและตกลงมาจากต้นไม้ ร่องรอยแห่งสีสันทั้งหมดดูเหมือนจะหายไปจากโลกในขณะที่อุณหภูมิลดต่ำลง ฤดูใบไม้ร่วงได้สิ้นสุดลงแล้ว และฤดูหนาวก็ได้มาถึง
การทดสอบของสำนักยกระดับต้าฉินได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
การทดสอบของสำนักต่อสู้นั้นเป็นหน้าที่ของหวังเจี้ยน ในขณะที่การทดสอบของสำนักงานพลเรือนเป็นหน้าที่ของหลี่ซือ นักเรียนของทั้งสองสำนักต่างกำลังทำข้อสอบเกี่ยวกับกิจการภายในหรือไม่ก็ยุทธพิชัยสงคราม เฉพาะผู้ที่ทำผลงานได้ดีเท่านั้นถึงจะไปไปต่อ
การสอบดำเนินไปอย่างเข้มงวด และการโกงใดจะส่งผลให้ถูกไล่ออกในทันที
มันเป็นวันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและดูราวกับว่ามันจะมีฝนตกลงมาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นการสอบเหล่านี้ถึงจัดขึ้นในห้องเรียน อีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะว่ามันคงจะยากที่จะให้นักเรียนทั้งหมด 8,000 คนรวมกันอยู่ในห้องโถง
นักเรียนทุกคนก้มหน้าลงในขณะที่พวกเขาเขียนคำตอบอย่างจริงจัง และห้องเรียนทุกๆห้องก็เงียบสงัด เหล่าอาจารย์ทำหน้าที่เป็นกรรมการคุมสอบ และคนอื่นๆก็เดินไปรอบๆเพื่อป้องกันการโกง
จ้าวฝูเกลียดการโกงมาก ดังนั้นเขาจึงตั้งกฎที่เข้มงวดขึ้นมา
เวลาค่อยๆผ่านไป และในไม่ช้า การสอบข้อเขียนก็ยุติลง อาจารย์ทั้งหลายอ่านผ่านแผ่นกระดาษอย่างรวดเร็วและเลือกนักเรียนที่ทำผลงานได้ดีออกมา
ผู้ที่ถูกเลือกจะได้รับเหรียญตราระดับที่ 1 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะได้รับทรัพยากรที่มากยิ่งขึ้น เมื่อเลือกคนสำหรับตำแหน่งในอนาคตแล้ว คนเหล่านี้ก็จะมีความสำคัญมาก
สำหรับบางคน นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นธรรมเพราะมันเป็นการเสียเปรียบสำหรับคนที่เรียนไม่เก่งหรือเขียนไม่ดี
อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นโลกที่คนอ่อนแอเป็นเหยื่อของคนแข็งแกร่ง และเหล่าคนที่ไม่มีคุณสมบัติก็จะถูกคัดออก เฉพาะคนที่มีควาามสามารถเท่านั้นจึงจะอยู่รอด
มันไม่ใช่แค่โลกจุติสวรรค์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโลกแห่งความเป็นจริงด้วย ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยใดๆ เกรดนั้นมีความสำคัญสูงที่สุด และในที่ทำงาน ผลก็เป็นตัวชี้วัดว่าคนผู้นั้นจะอยู่รอดต่อไปได้ไหม มันง่ายมาก – โลกไม่ใช่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความรัก
จากนักเรียน 8,000 คน มีแค่ 1,200 คน ที่ผ่านไปขั้นต่อไป
ขั้นที่สองคือการสัมภาษณ์ ทหารอาวุโสจะตั้งคำถามกับคนที่มาจากสำนักต่อสู้ และชาวเมืองจะตั้งคำถามกับผู้ที่มาจากสำนักพลเมือง เพื่อทดสอบว่าพวกเขามีความรู้ในด้านต่างๆไหม
จ้าวฝูไม่ชอบระบบที่ความรู้มาจำกัดกรอบความคิดของนักเรียน และเขาก็ไม่ต้องการให้มีกลุ่มของนักวิชาการที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้น เขาจึงไม่ได้พึ่งพาแค่การสอบข้อเขียนอย่างขงจื้อเพื่อทดสอบความสามารถของบุคคล
จาก 1,200 คน 800 คนได้ผ่านไปสู่ขั้นต่อไป คนทั้ง 800 คนนี้ได้รับเหรียญตราระดับที่ 2 และได้รับอนุญาตให้เข้าทดสอบต่อ
การทดสอบต่อมาถูกจัดขึ้นโดยแม่ทัพและเสนาบดีบางคน พวกเขาตั้งคำถามต่างๆซึ่งทั้งหมดนี้ค่อนข้างยากและท้าทาย
ด้วยเหตุนี้เองจึงมีคนผ่านไปได้ไม่ถึง 100 คน และพวกเขาก็ได้รับเหรียญตราระดับที่ 3
การทดสอบสุดท้ายถูกจัดขึ้นโดยผู้นำหลักของต้าฉิน และคนทั้ง 13 ที่โดดเด่นเหลือผู้อื่นนี้ก็มีสิทธิ์ได้พบกับจ้าวฝู
วิธีการคัดเลือกผู้มีพรสวรรค์ที่เข้มงด มีลายละเอียด และครอบคลุมเช่นนี้จะได้รับการยกย่องและปรับใช้ไปรุ่นสู่รุ่น
จากทั้ง 13 คน มี 9 คนที่เป็นผู้ชาย และ 4 คนที่เป็นผู้หญิง และพวกเขาก็มีอายุราวๆ 15 - 16 ปี ในสมัยโบราณ ภาพเช่นนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะพบเห็น แต่จ้าวฝูก็ปฏิเสธที่จะกีดกันเพศ พวกเขาคือสมาชิกในคนรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดในต้าฉิน และพวกเขาก็ย่อมต้องบรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เพื่อต้าฉินในอนาคต
ในปัจจุบัน ผู้เยาว์ทั้ง 13 คนดูตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งในขณะที่พวกเขาคุกเข่าลงในห้องโถงใหญ่ โดยมีผู้สืบทอดมรดกต้าฉินผู้ยิ่งใหญ่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านบน
การถูกเรียกตัวเข้ามาโดยผู้สืบทอดมรดกต้าฉินถือเป็นเรื่องที่ทรงเกียรติมาก และเหล่าผู้เยาว์ก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
"พวกเจ้าลุกขึ้นได้!" จ้าวฝูยิ้มในขณะที่เขามองไปยังเหล่าผู้เยาว์ที่อยู่เบื้องล่าง พวกเขาต่างก็จะกลายมาเป็นเสาหลักของต้าฉินในอนาคต
"ขอรับฝ่าบาท!" คนทั้งสิบสามตอบโดยพร้อมเพรียงกันในขณะที่พวกเขาลุกขึ้น
จ้าวฝูรอให้พวกเขาได้ใจเย็นลงสักพักก่อนที่จะเริ่มถามคำถาม อย่างเช่นว่าพวกเขาจะสามารถได้ชัยในการศึกได้อย่างไรและพวกเขาจะสามารถปกครองโลกนี้ได้อย่างไร
ทั้ง 13 คนได้ผ่านการคัดเลือกมา 4 รอบ และพวกเขาต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว พวกเขารีบสงบสติอารมณ์ลงก่อนที่จะตอบคำถามของจ้าวฝู
คำตอบของพวกเขาได้รับคำยกย่องจากแม่ทัพและเสนาบดีเป็นจำนวนมาก และจ้าวฝูเองก็พอใจกับมันและมอบรางวัลชุดใหญ่ให้กับพวกเขาทุกคนสำหรับผลการสอบ
ในตอนนี้ การสอบได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว และข่าวเกี่ยวกับงั้นเทศกาลอันใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นก็มาถึงอย่างรวดเร็ว