เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 406 กำแพงเมือง 3 ฝั่ง

บทที่ 406 กำแพงเมือง 3 ฝั่ง

บทที่ 406 กำแพงเมือง 3 ฝั่ง


บทที่ 406 กำแพงเมือง 3 ฝั่ง

ในโลกแห่งความเป็นจริง มันคือเวลา 3 ทุ่ม

ภายในห้องอันสง่างาม หญิงวัยกลางคนผู้งดงามและดูสูงส่งได้วางหนังสือสองสามเล่มไว้บนโต๊ะและมีรอยยิ้มอันน่ารักอยู่บนใบหน้าในขณะที่เธอกล่าวกับเด็กผู้ชายวัย 12 ขวบที่อยู่ข้างๆเธอ "เส้าฮุย หนังสือเหล่านี้เกี่ยวกับการปกครองประเทศและยุทธพิชัยศึก เจ้าต้องอ่านพวกมันให้ดีเพราะพวกมันจะช่วยเจ้าในอนาคต จักรพรรดิไม่เพียงแต่ต้องช่วงชาญในกิจการภายในเท่านั้นแต่ยังต้องเชี่ยวชาญด้านกองทัพด้วย เฉพาะหลังจากนั้นแล้วเจ้าจึงจะสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้"

เด็กชายวัย 12 ขวบมีชื่อว่าไฉเส้าฮุย และเขาก็เป็นผู้สืบทอดมรดกของราชวงศ์โจวยุคหลัง เขาเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กผู้ชายคนอื่นๆในวัยเดียวกันและเขาก็มีนิสัยที่เข้มงวด

"ผมเข้าใจแล้วแม่!" ไฉเส้าฮุยตอบในขณะที่เขาเริ่มอ่านหนังสืออย่างจริงจัง หลังจากที่เขาได้รับมรดก เขาก็เข้าใจว่าภาระอะไรที่เขาต้องแบกไว้ ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งศัตรูทรงพลังเท่าใด เขาก็ยิ่งต้องพยายามสร้างราชวงศ์โจวยุคหลังให้หนักยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าไฉเส้าฮุยจะพยายามแค่ไหน มันก็ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับเขาเพราะเขายังเด็กเกินไป ด้วยเหตุนี้ มันจึงยากมากๆสำหรับเขาที่จะทำให้ผู้คนติดตาม

อีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นเพราะสาขาที่เขาอยู่เป็นส่วนที่ค่อนข้างอ่อนแอ แม้ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลัก แต่พ่อของไฉเส้าฮุยก็เสียไปนานแล้ว และเพราะไม่มีใครอื่นจากสาขาของพวกเขาที่มีความสามารถอันยิ่งใหญ่ สาขาของพวกเขาจึงค่อยๆอ่อนอำนาจลงไป

สาขาอื่นๆอีกหลายสาขามีอำนาจมากกว่าสาขาของเขา และพวกเขาก็ไม่พอใจอย่างมากที่เขาได้รับมรดกไปและกลายเป็นผู้ปกครองของราชวงศ์โจวยุคหลัง ดังนั้น พวกเขาจึงพยายามชิงอำนาจไปจากเขา

สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายและการไม่ลงรอยกันเป็นอย่างมากในราชวงศ์โจวยุคหลังเรื่องนี้ทำให้คนเป็นจำนวนมากอย่างเช่นหวูหยางที่เห็นว่ามันไม่มีความหวังสำหรับราชวงศ์โจวยุคหลัง

ถ้าไม่ใช่เพราะสาขาและแม่ของเขาที่คอยสนับสนุน ไฉเส้าฮุยก็อาจจะถูกฆ่าไปแล้ว ตราบใดที่รากฐานของราชวงศ์โจวยุคหลังยังไม่ได้รับอันตราย พวกเขาก็สามารถเลือกผู้สืบทอดคนที่สองได้ แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียโชคชะตาเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาก็ยังสามารถชิงมรดกไปจากไฉเส้าฮุยได้

แม่ของไฉเส้าฮุย หญิงสาววัยกลางคนผู้งดงามมีอายุ 36 ปีและเปล่งรัศมีดุจดวงจันทรา เธอเป็นสาวงามที่มีชื่อเสียงเมื่อยามเด็ก และแม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ความงามขอเธอก็ไม่ได้จางหายไป แต่ในตอนนี้เธอได้มีเสน่ห์ในแบบของผู้ใหญ่

เธอเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลที่แม้จะไม่มีมรดกแต่ก็ยังทรงพลังอยู่

มันเป็นเพราะการสนับสนุนจากครอบครัวของเธอ ทำให้เธอสามารถแบกรับความกดดันไว้ได้ มิฉะนั้นทั้งสาขาของไฉเส้าฮุยก็คงจะจบสิ้นไปแล้ว ไฉเส้าฮุยรู้ว่าแม่ของเขาต้องลำบากแค่ไหน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องพยายามอย่างหนัก

ในเวลานั้นเอง ไฉเส้าฮุยก็อ่านหนังสืออย่างยินดีในขณะที่แม่อยู่ข้างๆเขา แต่พวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าสิ่งใดกำลังเกิดขึ้นในโลกจุติสวรรค์

ตอนนี้มันเป็นเวลาเที่ยงคืนในโลกจุติสวรรค์ และเหล่าทหารที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆกับเมืองของราชวงศ์โจวยุคหลังก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวเพราะพวกเขารอหวูหยางอยู่

ในนานหลังจากนั้น หวูหยางก็ส่งคนมารายงานว่าทุกๆสิ่งเรียบร้อยแล้ว

ในตอนนี้ ในที่สุดทหารของต้าฉินก็เคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้ทุ่มหมดหน้าตักเพราะข้อมูลของหวูหยางได้บอกพวกเขาว่าต้าฉินสามารถลอบเข้าไปได้เท่านั้น

มันมีหมู่บ้านอยู่รอบๆเมืองของราชวงศ์โจวยุคหลังอยู่กว่า 10 หมู่บ้าน โชคดีที่จ้าวฝูได้พานักฆ่ามาด้วยหลายคน และเขาก็สั่งให้เหล่านักฆ่าเข้าไปยังหมู่บ้านเหล่านี้เพื่อมัดหรือฆ่าชาวบ้านเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาแจ้งเตือนต่อเมืองราชวงศ์โจวยุคหลัง

นักฆ่าได้เข้าไปในหมู่บ้านเหล่านี้อย่างรวดเร็วดุจภูตผี หมู่บ้านแต่ละแห่งมีคนอยู่เพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ดังนั้นมันจึงง่ายต่อการควบคุมพวกเขา

หลังจากเข้าควบคุมหมู่บ้านแล้ว จ้าวฝูก็สั่งให้นักลวงตาร้อยภูตผีมุ่งหน้าไปยังเมืองราชวงศ์โจวยุคหลัง คราวนี้มีแค่นักลวงตาร้อยภูตผีเพียงแค่ 300 คนเท่านั้น และถ้าพวกเขาพากองทัพ 120,000 คนไปทั้งหมด เสียงมันก็อาจจะดังเกินไป

นักลวงตาร้อยภูตผีได้มาถึงบริเวณใกล้ๆกับค่ายทหารอย่างรวดเร็ว เมืองราชวงศ์โจวยุคหลังมีทหาร 10,000 กว่าคน และเพราะมีทหารแค่ 2,000 - 3,000 คนประจำการอยู่บนกำแพงเมืองแต่ละด้าน และอีก 2,000 คนที่ลาดตระเวนอยู่ มันจึงมีทหารอยู่ในค่ายราวๆ 5,000 คน

เพราะหวูหยาง จ้าวฝูจึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองราชวงศ์โจวยุคหลังอย่างครอบคลุม ดังนั้นเขาจึงสั่งให้นักลวงตาร้อยภูตผีไปจัดการกับเหล่าทหาร 5,000 คนในค่ายทหาร

แม้ว่าราชวงศ์โจวยุคหลังจะเตรียมการไว้มากมาย แต่ยันต์เหล่านั้นก็ไม่ได้ผลเลยเพราะโลกภูตผีทมิฬนั้นทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ในตอนนี้ที่มันถูกร่ายโดยทหารระยะที่ 1 จำนวน 300 คน มันจึงง่ายเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดการกับทหารที่ยังไม่ถึงระยะที่ 1

ในตอนนี้ หวูหยางได้อยู่ ณ กำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก ในขณะที่กำแพงเมืองอีก 3 ด้านนั้นเขาก็รู้ แม่ทัพในประวัติศาสตร์คุ้มกันอยู่ ณ กำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก ดังนั้นหวูหยางจึงไม่กล้าล้ำเส้นเข้าไป

จ้าวฝูแยกทหาร 10,000 คนออกเป็น 3 กลุ่มและได้ให้พวกเขาลอบเข้าไปยังเมืองราชวงศ์โจวยุคหลัง ในขณะที่ผู้เล่นคนอื่นๆค่อยๆเข้าควบคุมเมือง หลายๆคนก็ยังคงนอนหลับเพราะค่ายทหารนั้นได้ถูกปกคลุมด้วยปรานภูตผีสีเทา ส่งผลให้สภาพแวดล้อมตกลงสู่ความเงียบงัน

ในขณะเดียวกัน ทหารลาดตระเวนก็ถูกทำให้หลับไปด้วยเครื่องหอมหรือไม่ก็ถูกสังหาร

ในตอนนี้สถานที่ที่ต้าฉินไม่ได้ควบคุมก็มีแค่ศูนย์กลางของเมืองและกำแพงเมืองอีก 3 ฝั่ง ต้าฉินไม่สามารถเข้าไปสู่ศูนย์กลางได้เพราะดวงใจแห่งเมืองจะเข้าสู่โหมดป้องกันด้วยตัวเองและปลดปล่อยบาเรียป้องกันเมื่อมีบุคคลาภายนอกเข้ามา

หลังจากที่ราชวงศ์โจวยุคหลังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา จ้าวฝูก็สั่งเดินทัพ และทหารของต้าฉินที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆเมืองก็เริ่มโจมตีจากสามทิศทาง

มีทหารเพียง 2,000 กว่าคนบนกำแพงเมืองแต่ละฝั่ง ในขณะที่ฝ่ายของต้าฉินมีทหารอยู่ทั้งหมด 10,000 คนและทหารราวๆ 40,000 คนที่อยู่ภายใน การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เพียงฝ่ายเดียว

ไม่มีทหารบนกำแพงคนใดที่คาดคิดว่าจะถูกลูกศรแทงเข้าจากทางด้านหลัง และเหล่าทหารก็ไร้การป้องกันอย่างสิ้นเชิงในขณะที่พวกเขาถูกสังหาร

แม่ทัพในประวัติศาสตร์บนกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกตกใจมาก อย่างไรก็๖าม เมื่อเห็นศัตรูจำนวนมากกำลังพุ่งเข้าใส่กำแพงเมือง เขาก็รู้ว่าสถานการณ์มันแย่แล้วและได้ตะโกนออกมา "ศัตรูบุก!"

เสียงตะโกนของแม่ทัพตัดผ่านอากาศ แต่ก็ไม่มีใครตอบ เสียงของการต่อสู้ดังมาก แต่มันก็ไม่มีการตอบสนอง

ทันใดนั้นเอง หัวใจของแม่ทัพก็จมดิ่ง และการต่อสู้ก็ยุติลงอย่างรวดเร็ว ทหารป้องกันไม่ถูกฆ่าก็ถูกจับเป็นเชลย และแม่ทัพในประวัติศาสตร์ก็ต้องการที่จะต่อต้าน อย่างไรก็ตาม เขาก็ถูกล้อมด้วยแม่ทัพของต้าฉินหลายคนและถูกจับเป็นเชลย

กำแพงเมืองด้านอื่นๆเองก็ถูกพิชิตอย่างง่ายดายโดยต้าฉิน และเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้นที่ยังไม่ถูกตีแตก

จ้าวฝูได้นำกองทัพจากประตูฝั่งตะวันตกและไม่ลังเลเลยที่จะตรงไปยังส่วนกลาง

ในเวลานั้นเอง พื้นที่ส่วนกลางก็ปลดปล่อยบาเรียพลังงานป้องกัน และทหาร 100 คนกับแม่ทัพในประวัติศาสตร์อีก 1 คนก็ยืนคุ้มกันอยู่ที่นั่น และมองไปรอบๆ

ทุกๆที่รอบๆตัวพวกเขาถูกรายล้อมไปด้วยทหารของต้าฉิน และคนพวกนั้นก็มีจำนวนเยอะมากจนดูเหมือนว่าแม้แต่สายลมยังไม่สามารถพัดผ่านได้เลย

จบบทที่ บทที่ 406 กำแพงเมือง 3 ฝั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว