- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 402 สี่เส้นทางหลัก
บทที่ 402 สี่เส้นทางหลัก
บทที่ 402 สี่เส้นทางหลัก
บทที่ 402 สี่เส้นทางหลัก
ซูหยานคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะไม่มีผู้สืบทอดมรดกแห่งราชวงศ์คนไหนที่ตอบ ถึงอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดาย และอย่างน้อยเขาก็ต้องการลองดูเท่านั้น ถ้าเหล่าผู้สืบทอดมรดกแห่งราชวงศ์เต็มใจจะเข้าร่วม พวกเขาก็คงจะมีโอกาสมากยิ่งขึ้นที่จะประสบความสำเร็จ
มันน่าเสียดายที่ไม่มีใครเต็มใจเลย ส่วนฝ่ายที่เหลือก็กำลังเข้าสู่ช่วงของการพิจารณา ซูหยานไม่ได้คิดถึงร้อยสำนักแห่งความคิดเลย
เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เข้าร่วมต่อกรกับชนชาติใดชนชาติหนึ่งโดยเฉพาะเพราะว่าสมาชิกอันหลากหลายของพวกเขาต่างมีหัวหน้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงพวกเขา
ดังนั้น พวกเขาจึงสามารถจัดการได้เท่าที่มีไปก่อน ถ้าพวกเขาสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา มันก็เป็นไปได้ที่ผู้สืบทอดมรดกแห่งราชวงศ์จะเข้าร่วมกับพวกเขาในอนาคต พวกเขายังได้คิดจะร่วมมือกับฝ่ายต่างชาติเพื่อต่อต้านต้าฉินด้วยกัน พวกเขาเข้าใจดีถึงภัยคุกคามของต้าฉินและน่าจะเข้าร่วมด้วย
ซูหยานเริ่มคิดเกี่ยวกับแผนการต่างๆ ในตอนนี้ ด้วยฝ่ายจำนวนมากมายที่สนับสนุนพวกเขา กองกำลังที่พวกเขามีจึงมหาศาล ดังนั้นเขาจึงมีความมั่นใจมากขึ้นมาก
กลับมาที่เมืองของรัฐเจิ้ง หลังจากจ้าวฝูพิชิตมัน เขาก็ได้รับการประกาศจากระบบเป็นจำนวนมากอีกครั้ง
"ประกาศจากระบบ! รัฐเจิ้งได้สูญสิ้นไปแล้ว และโชคชะตาทั้งหมดของมันได้ถูกกลืนกินโดยต้าฉิน ต้าฉินได้รับโชคชะตาเป็นจำนวนมาก"
"ประกาศจากระบบ! ต้าฉินได้ทำลายรัฐเจิ้งและได้รับมรดกทั้งหมดของรัฐเจิ้ง"
"ประกาศจากระบบ! ดวงใจแห่งเมืองของต้าฉินเริ่มวิวัฒนาการ และวิวัฒนาการได้แล้ว 2/30"
"ประกาศจากระบบ! นครต้าฉินได้รับค่าสถานะหนึ่งในห้าของเมืองรัฐเจิ้ง"
"ประกาศจากระบบ! สรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองสิบสองยักษ์โลหะได้รับโชคชะตาจำนวนมากและอัพเกรดขึ้นเล็กน้อย"
"ประกาศจากระบบ! ยุทธภัณฑ์ตระกูลพระราชลัญจกรได้รับโชคชะตาจำนวนมากและอัพเกรดขึ้นเล็กน้อย"
"ประกาศจากระบบ! ท่านได้พิชิตเมืองผู้สืบทอดมรดกและได้รับรับคะแนนความสำเร็จ 3,000 แต้ม"
"ประกาศจากระบบ! ท่านได้รับคะแนนสงคราม 100 แต้ม"
จ้าวฝูคุ้นเคยกับประกาศจากระบบเหล่านี้มาก และเขาก็ไม่ได้สนใจในรายละเอียดของพวกมันเท่าไร เขามองผ่านพวกมันอย่างรวดเร็ว และเพราะเขาเห็นว่าไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจกับพวกมันมาก
จ้าวฝูได้ถ่ายโอนคะแนนความสำเร็จของเขาทั้งหมดให้กับซาร์ ในตอนนี้ที่เขาเป็นลอร์ดแห่งนครออร์ค มันจึงดีกว่าที่สถานะของเขาจะเพิ่มขึ้น
ด้วยโบนัสจากแหวนแห่งราชา คะแนนความสำเร็จ 3,000 แต้มจึงเพียงพอต่อการยกระดับสถานะของซาร์เป็นวิสเคานท์ระดับที่สาม และเติมเต็มอีกหนึ่งเงื่อนไขในการยกระดับต้าฉินเป็นมหานคร การเอาชนะผู้สืบทอดมรดกแห่งรัฐได้ก็ยังให้ผลประโยชน์เป็นจำนวนมากอยู่
ในเวลานั้นเอง ไป่ฉีก็เสร็จสิ้นการจัดการกับสนามรบและเข้ามารายงาน "ฝ่าบาท ฝ่ายของพวกเราได้รับชัยชนะแล้ว และมีผู้บาดเจ็บล้มตายเพียงน้อยนิดเท่านั้น พวกเขาได้รับไอเท็ม อุปกรณ์ และเงินเป็นจำนวนมาก และมีคน 8,000 คนที่ยอมจำนน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็พยักหน้า จ้าวฝูไม่ได้ห่วงเกี่ยวกับสินสงครามนัก หลังจากนั้น เขาก็ย้ายรัฐเจิ้งและได้รับค่าประสบการณ์ 160,000 หน่วย
ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็สั่งให้คนของเขาเอาซากศพ 4 ร่างออกมาจากกองซากศพระดับสูง ทั้งสี่คือศพของแม่ทัพของรัฐเจิ้ง และหนึ่งในนั้นก็เป็นระดับ SS ในขณะที่อีกสามเป็นระดับ S
หลังจากที่พาทหารกลับไปยังต้าฉิน จ้าวฝูก็ได้กลั่นซากศพทั้งสี่และผสานลูกแก้วระดับ SS กับคริสตัลพรสวรรค์โลหิตต้นกำเนิดจากเมื่อก่อน ส่งผลให้เกิดคริสตัลพรสวรรค์โลหิตต้นกำเนิดอันใหม่
จากนั้นจ้าวฝูก็เรียกซื่อหม่าชัวเข้ามาและมอบคริสตัลพรสวรรค์โลหิตต้นกำเนิดให้กับเขา หลังจากกินเข้าไปแล้ว ร่างกายของซื่อหม่าชัวก็เปล่งประกายด้วยแสงสีแดงโลหิต และจ้าวฝูก็ยิ้มออกมา - ต้าฉินได้แม่ทัพระดับ SSS ที่มีดวงดาวแม่ทัพมาอีกคนแล้ว
ในตอนนี้ แม่ทัพในประวัติศาสตร์เพียงคนเดียวของต้าฉินที่มีระดับ SS ก็คือจางฮั่น ในตอนนี้ที่พวกเขาได้รับซากศพของแม่ทัพในประวัติศาสตร์ระดับ S มา พวกเขาก็ขาดเพียงแค่ซากศพระดับ SS เพียงหนึ่งร่างที่จะทำให้จางฮั่นได้รับดวงดาวแม่ทัพด้วย
หลังจากนั้น จ้าวฝูก็ได้ก่อตั้งเมืองรัฐเจิ้งขึ้นมาใหม่ ในตอนนี้ที่เขาได้รับมรดกมา 3 อัน เขาจึงได้รับโชคชะตาจำนวนมหาศาล ต้าฉินกลับสู่ช่วงเวลาแห่งการเสริมสร้างรากฐานอีกครั้ง
ช่วงนี้พวกเขาได้ต่อสู้มาอย่างต่อเนื่อง และหลังจากได้รับชัยชนะเหนือรัฐเจิ้งอย่างสมบูรณ์ จ้าวฝูจึงได้ประกาศวันหยุดและอนุญาตให้ทหารพักผ่อนได้
จ้าวฝูได้กลับมาให้ความสนใจเกี่ยวกับกิจการภายในอีกครั้ง เพราะมันเป็นฤดูใบไม้ร่วง ภาคการเกษตรจึงยุ่งมาก ผลไม้และพืชผลเริ่มสุกเป็นจำนวนมากและต้องการการเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจ้าวฝูจึงเพิ่มจำนวนของผู้เก็บเกี่ยวขึ้น
ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูก็ได้เตรียมที่จะปลูกพืชตามฤดูกาล มันไม่มีสิ่งใดต้องเป็นห่วงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงเพราะผลไม้และพืชผลหลายๆชนิดสามารถปลูกได้ในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ฤดูหนาวก็เป็นหนึ่งฤดูที่มีปัญหาเพราะพืชผลไม้หลายๆชนิดจะไม่เติบโตแม้ว่าจะมีการลดระยะเวลาในการเติบโตและโบนัสในการผลิตเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถปลูกพืชได้ ค่าสถานะเหล่านั้นก็จะไร้ประโยชน์
ในตอนนี้ มันเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ดังนั้นมันจึงจะถึงฤดูหนาวในไม่ช้า ดังนั้นมันจึงเป็นการดีที่สุดที่จะเตรียมพืชบางชนิดที่สามารถเติบโตได้ในช่วงฤดูหนาว
ความหลากหลายของพืชในโลกจุติสวรรค์มีมากยิ่งกว่าโลกแห่งความเป็นจริงหลายสิบเท่า ดังนั้นมันจึงมีพืชหลายๆชนิดที่ต้องพิจารณา ธัญพืชนับว่ามีความสำคัญที่สุดและไม่สามารถขาดไปได้ ในขณะที่ผักและผลไม้มีความสำคัญน้อยกว่า
จ้าวฝูเลือกพืชที่ชื่อว่าข้าวสาลีหนาว ซึ่งเป็นข้าวสาลีชนิดหนึ่งซึ่งสามารถทนต่อความหนาวและสามารถเติบโตได้ในช่วงฤดูหนาว
ผักและผลไม้มีอยู่หลายประเภทและ และจ้าวฝูก็ได้เลือกมา 20 กว่าประเภทที่มีรสชาติดีและง่ายต่อการเพาะปลูก
เนื่องจากโลกจุติสวรรค์จะหนาวมากในช่วงฤดูหนาว พวกเขาจึงต้องเตรียมเสื้อผ้าและที่นอนอุ่นๆไว้เป็นจำนวนมากให้กับกองทัพและชาวเมือง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการสินค้าประเภทผ้าฝ้ายเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากฝ้ายก็เป็นพืชเหมือนกัน พวกมันจึงสามารถเติบโตได้ในปริมาณที่มากด้วยความรวดเร็ว ด้วยโบนัสต่างๆ มันจึงไม่ต้องรอนานเท่ากับโลกแห่งความเป็นจริง
ในตอนนี้ ค่าสถานะของต้าฉินนั้นน่าทึ่งมาก ดังนั้นมันจึงง่ายที่ต้าฉินจะผ่านพ้นฤดูหนาวไป หมู่บ้านปกติคงไม่สามารถทนต่อความต้องการใช้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องซื้อสิ่งของ
หลังจากที่เตรียมการสำหรับฤดูหนาวแล้ว จ้าวฝูก็เบนความสนใจไปยังเรื่องการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน และเขาได้ตัดสินใจที่จะก่อสร้างเส้นทางสายหลักขึ้นมาสี่เส้น
ช่องทางการเทเลพอร์ตที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านนั้นมีความสะดวกมาก ดังนั้นมันจึงมีถนนไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ถ้านี่เป็นดินแดนของพวกเขา พวกเขาจะไม่มีถนนได้อย่างไร?
ช่องทางการเทเลพอร์ตนั้นสะดวก แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถใช้พวกมันได้ล่ะ? ดังนั้น มันยังไม่อาจยอมรับได้ที่พวกเขาจะไม่มีถนน ดังนั้นจ้าวฝูจึงได้ตัดสินใจที่จะสร้างถนนสายหลัก 4 สายที่แยกออกไปทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก
นครต้องฉินย่อมต้องเป็นเมืองหลวงในอนาคต ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเริ่มต้นระบบขนส่ง ถนนทั้งสี่สายได้เชื่อมต่อนครต่างๆและแตกกิ่งก้านสาขาออกไป ก่อตัวขึ้นเป็นเครือข่ายการขนส่ง
จ้าวฝูวางแผนที่จะสร้างถนนทั้งสี่ด้วยอิฐ และเพราะหมู่บ้านส่วนใหญ่ของต้าฉินอยู่ห่างออกไป 2,000 กิโลเมตร นี่จึงเป็นงานใหญ่ที่ต้องใช้เวลานานมาก จ้าวฝูไม่ได้เร่งรีบ และเขาก็เตรียมที่จะดำเนินการอย่างช้าๆเพราะพวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเวลา
หลังจากจัดการกับเรื่องเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็กลับไปพัก สามวันต่อมา ต้าฉินก็ได้รับการทักทายด้วยข่าวดี