- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 390 ลอร์ดเว่ย
บทที่ 390 ลอร์ดเว่ย
บทที่ 390 ลอร์ดเว่ย
บทที่ 390 ลอร์ดเว่ย
เว่ยซินก้มหัวลงและคิดกับตัวเอง จ้าวฝูให้เวลาเขา และ 5 - 6 นาทีต่อมา จ้าวฝูก็ถามอีกครั้ง "เจ้าเต็มใจที่จะยอมจำนนต่อต้าฉินไหม?"
"ฝ่าบาท โปรดอย่าทำ! พวกเรายินดีที่จะตายไปกับรัฐเว่ย!" เมื่อเว่ยซินกำลังจะตกลง ชาวเมืองจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตะโกนออกมาด้วยความเศร้าโศกและความโกรธ
เว่ยซินชะงักไปและหันไปมองผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอย่างช้าๆ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวในขณะที่เขามองไปยังจ้าวฝูและกล่าวว่า "ข้ายินดีที่จะยอมจำนน!"
ต่อจากนั้น เว่ยซินก็คุกเข่าทั้งสองข้างลง และชาวเมืองแห่งรัฐเว่ยก็ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูเขาแสดงความเคารพต่อจ้าวฝู
การกระทำนี้ดูเหมือนจะทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน และมันก็เกิดลมกระโชกแรงในขณะที่ก้อนเมฆเคลื่อนตัวไปรอบๆเพื่อส่งสัญญาณว่าโชคชะตาของรัฐเว่ยส่วนใหญ่ได้หายไปแล้ว
ร่องรอยของออร่าที่คล้ายกับด้านหลายสิบเส้นพุ่งขึ้นมาจากร่างกายของเว่ยซินและลอยเข้าหาจ้าวฝู ผสานเข้ากับมุงกุฏแห่งราชาของเขา มงกุฏแห่งราชาสั่นเล็กน้อยและเปล่งแสงสีทองออกมาในขณะที่มันเพิ่มจากระดับเทามาเป็นระดับขาว
มังกรม่วงบนฟ้าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในขณะที่เขา กรงเล็บ และหนวดของมันเริ่มหายไป
ต่อจากนั้น ทั้งหมดที่เหลืออยู่ก็คืองูดินสีม่วงยาว 30 เมตรบนท้องฟ้า นอกเหนือจากศีรษะของมัน ซึ่งดูคล้ายกับมังกรเล็กน้อย ร่างกายของมันก็เหมือนกับงูดิน แม้ว่ามังกรม่วงจะถูกลดชั้นกลายเป็นงูดิน แต่มันก็ยังสูงส่งกว่างูดินทั่วไปและอาจจะเรียกว่าเป็นมังกรดินก็ได้
จ้าวฝูโบกมือของเขา และมังกรดำที่ยังคงจ้องมองไปยังงูดินม่วงด้วยความดุร้ายก็กลับคืนสู่ร่างกายของจ้าวฝู จ้าวฝูมองลงไปยังเว่ยซินและกล่าวว่า "เจ้าลุกขึ้นเถอะ! ข้าจะมอบตำแหน่งลอร์ดให้กับเจ้า และตำแหน่งนี้ก็จะสืบทอดไปยังลูกหลานของเจ้า"
งูดินม่วงบนท้องฟ้าร่อนลงมาและกลับคืนสู่ร่างกายของเว่ยซิน และเว่ยซินก็เงยหน้าขึ้นและขอบคุณจ้าวฝู พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงแหบพร่าว่า "ขอบคุณสำหรับตำแหน่งนี้่ฝ่าบาท!"
เมื่อเห็นเช่นนี้ ชาวเมืองรัฐเว่ยก็ทำได้เพียงแค่วางอาวุธของตนลงและยอมจำนนต่อต้าฉินด้วย
จ้าวฝูร่อนลงมาจากฟ้าและลงจอดบนกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก เขามองไปยังเว่ยซินที่ดูเศร้าใจและกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวล ในตอนนี้ที่รัฐเว่ยเป็นของต้าฉิน ข้าก็จะไม่ทำร้ายเจ้า แม้ว่ารัฐเว่ยจะสูญเสียสถานะในฐานะชนชาติไป แต่ด้วยตำแหน่งลอร์ดของเจ้า เจ้าก็จะยังเป็นตระกูลชั้นสูงในต้าฉิน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เว่ยซินก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย และเขาก็โค้งให้จ้าวฝูอีกครั้ง
หลังจากนั้น จ้าวฝูก็พาจ้าวฝูไปยังดวงใจแห่งเมือง ในตอนนี้ที่เว่ยซินได้ยอมจำนนแล้ว บาเรียพลังงานสีม่วงจึงหายไป
จ้าวฝูวางมือของเขาลงบนดวงใจแห่งเมืองและเลือกพิชิตมัน และเสาแสงสีม่วงก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงกลองกําสรวลดังออกมา 9 ครั้ง และพวกมันก็ดังก้องไปทั่วบริเวณตอนเหนือของทวีปแผ่นดินกลาง
ผู้นำของทุกๆฝ่ายทางตอนเหนือของทวีปแผ่นดินกลางตกใจมาก และพวกเขาก็รีบออกมาข้างนอก พวกเขาทุกคนมองไปยังแหล่งที่มาของเสียง ซึ่งก็คือที่ที่เมืองของรัฐเว่ยอยู่
เสียงกลองเหล่านี้ต่างไปจากเสียงร้องแห่งความโศกเศร้าของมังกร และมันก็เป็นสัญญาณว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับต้าซุ่นนั้นไม่ได้เป็นแบบนี้ เสียงกลอง 9 ครั้งหมายความว่าผู้สืบทอดมรดกไม่ตาย กลับกัน มันหมายความว่าผู้สืบทอดมรดกได้ยอมจำนนให้กับอีกฝ่าย
แต่ใครกันที่สามารถทำให้ผู้สืบทอดมรดกยอมจำนนได้?
ทุกๆคนคิดออกอยู่ชื่อเดียว ซึ่งก็คือต้าฉิน! นอกเหนือจากต้าฉิน มันก็ไม่มีฝ่ายไหนในตอนเหนือที่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้
ผู้นำจำนวนนับไม่ถ้วนได้กลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริงในทันทีและมองไปยังแผนที่ของโลกจุติสวรรค์ และพวกเขาก็ได้ยืนยันถึงบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว - นั่นก็คือผู้สืบทอดมรดกต้าฉินสามารถข้ามภูมิภาคได้!
ทุกๆฝ่ายในทวีปแผ่นดินกลางรู้สึกหลวาดกลัว แลพวกเขาก็เริ่มเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเอง ถ้าต้าฉินสามารถข้ามภูมิภาคมาได้ งั้นมันก็จะไม่มีที่ปลอดภัยในทางตอนเหนือของทวีปแผ่นดินกลางเลย
เซียนหรูยืนอยู่บนลานอธิษฐานสวรรค์ของนครต้าฉินและมองไปยังที่ที่รัฐเว่ยอยู่ เมื่อเธอรู้สึกถึงโชคชะตาจำนวนมากที่กำลังเข้ามายังต้าฉิน รอยยิ้มเล็กๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
สิบสองยักษ์โลหะและตราราชลัญจกรข้างๆดวงใจแห่งเมืองเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา หลังจากดูดซับโชคชะตาของรัฐเว่ย พวกมันก็เลื่อนระดับขึ้นอีกครั้ง
คลื่นพลังงานไร้รูปร่างได้แผ่ออกมาในขณะที่สิบสองยักษ์โลหะเลื่อระดับขึ้นเป็นระดับที่ 4 และตราราชลัญจกรเลื่อนระดับขึ้นเป็นระดับที่ 3
ย้อนกลับไปยังเมืองของรัฐเว่ย จ้าวฝูได้เลือกพิชิตมัน และการประกาศของระบบก็เริ่มดังออกมาจากในหัวของเขา
"ประกาศจากระบบ! รัฐเว่ยได้ยอมจำนน และโชคชะตาทั้งหมดของมันได้ถูกกลืนกินโดยต้าฉิน ต้าฉินได้รับโชคชะตาเป็นจำนวนมาก"
"ประกาศจากระบบ! ต้าฉินได้พิชิตรัฐเว่ยและได้รับมรดกของรัฐเว่ยทั้งหมด"
"ประกาศจากระบบ! นครต้าฉินได้รับค่าสถานะหนึ่งในห้าของเมืองรัฐเว่ย"
"ประกาศจากระบบ! ดวงใจแห่งเมืองของต้าฉินเริ่มมีการวิวัฒนาการแล้ว การวิวัฒนาการเสร็จสิ้น 1/30"
"ประกาศจากระบบ! สรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองสิบสองยักษ์โลหะได้กลายเป็นสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองระดับที่ 4"
"ประกาศจากระบบ! ยุทธภัณฑ์ตระกูลตราราชลัญจกรได้กลายเป็นยุทธภัณฑ์ตระกูลระดับที่ 3"
"ประกาศจากระบบ! ท่านได้พิชิตเมืองผู้สืบทอดมรดกและได้รับรับคะแนนความสำเร็จ 3,000 แต้ม"
"ประกาศจากระบบ! ท่านได้รับคะแนนสงคราม 100 แต้ม"
เมื่อเขาได้ยินการประกาศจากระบบที่ดังเป็นลูกโซ่ จ้าวฝูก็ยิ้ม จากการประกาศของระบบทั้งหมด จ้าวฝูสนใจแค่สองอันเท่านั้นซึ่งก็คือการวิวัฒนาการของดวงใจแห่งเมือง - ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็เป็นระดับมหากาพย์แล้ว
อย่างไรก็ตาม มันก็ดูเหมือนว่าการวิวัฒนาการจะยากมาก - เขาต้องพิชิตหรือทำลายผู้สืบทอดมรดกถึง 30 คน
เมื่อเขาคิดถึงความหายากและความทรงพลังของผู้สืบทอดมรดก เขาก็เห็นถึงความยากลำบากของมัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมันยากมาก ถ้าดวงใจแห่งเมืองวิวัฒนาการอีกครั้ง ค่าสถานะของมันย่อมทรงพลังมากแน่ๆ
สิ่งที่สองก็คือคะแนนความสำเร็จ ด้วยโบนัสจากแหวนแห่งราชา มันจึงทำให้สถานะของจ้าวฝูกลายเป็นเอิร์ล และช่วยเติมเต็มหนึ่งในเงื่อนไขของการอัพเกรดนครต้าฉินเป็นมหานคร
ในตอนนี้จ้าวฝูจำเป็นต้องมีวิสเคานท์ 3 คน และบารอน 6 คนเพื่อยกระดับนครต้าฉินขึ้นเป็นมหานคร ในตอนนี้จ้าวฝูมีวิสเคานท์อยู่ 1 คนและบารอน 4 คน ดังนั้นเขาจึงต้องการอีกอย่างละสองคน
หลังจากพิชิตรัฐเว่ยได้ จ้าวฝูก็มองไปยังค่าสถานะและพบว่าพวกมันคล้ายกับเมืองต้าซุ่น ค่าสถานะของมันดีกว่าเมืองระดับทองทั่วไป และเมืองของรัฐเว่ยก็มีค่าสถานะพิเศษอยู่ด้วย
[ลอร์ดเว่ยซิน]: เพิ่มโอกาศในการถือกำเนิดผู้คนระดับสูง ผู้คนที่มีอาชีพพิเศษ และผู้คนที่มีความภักดีสูง
ค่าสถานะนี้เป็นค่าสถานะพิเศษของรัฐเว่ย ซึ่งเป็นสิ่งที่จ้าวฝูต้องการ เพราะเขาไม่ได้ทำลายเมืองอย่างสมบูรณ์ สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายจึงยังสามารถเลื่อนระดับได้
ดังนั้นการให้ผู้สืบทอดมรดกยอมจำนนจึงดีกว่าการสังหารมาก
หลังจากจัดการกับเรื่องทั้งหมดนี้ จ้าวฝูก็รวบรวมกองทัพของเขาและเตรียมที่จะกลับไปยังนครต้าฉิน เขาไม่ได้วางแผนที่จะย้ายเมืองของรัฐเว่ยหรือย้ายผู้คนจำนวนมาก