เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 391 กฎแห่งจักรพรรดิ

บทที่ 391 กฎแห่งจักรพรรดิ

บทที่ 391 กฎแห่งจักรพรรดิ


บทที่ 391 กฎแห่งจักรพรรดิ

เหตุผลที่หนึ่งก็เพราะพื้นฐานของรัฐเว่ยไม่ได้ถูกทำลายไป ไม่เหมือนกับต้าซุ่น ดังนั้นการย้ายมันจึงเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น

อีกเหตุผลก็คือรัฐเว่ยมีคนเหลืออยู่ไม่ถึง 10,000 คน ในขณะที่คนอื่นๆตายหมดแล้ว มันไม่มีเหตุอันควรเท่าไรนักที่จะพาคนเหล่านี้ไป

ถ้าเขาไม่สามารถโยกย้ายรัฐเว่ยได้ เขาก็จะทิ้งคนไว้คุ้มกันมัน ดังนั้นมันจึงเป็นการดีที่สุดที่จะทิ้งคนไว้ที่นี่ มันน่าเสียดายที่จ้าวฝูไม่สามารถเอาซากศพของเหล่าทหารที่มีระดับสูงไปด้วยได้ เนื่องจากรัฐเว่ยเป็นส่วนหนึ่งของต้าฉินแล้ว การสกัดกลั่นซากศพของพวกเขาแทนที่จะฝั่งนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

อย่างไรก็ตาม มันก็มีอยู่หนึ่งคนและอีกสามศพที่จ้าวฝูได้เอาไป คนผู้นั้นคือชายหนุ่มใบหน้าตุ้ยนุ้ยที่ทำหน้าที่เป็นคนคุ้มกันของเว่ยซิน เขาคือแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงของรัฐเว่ยซึ่งมีระดับ SS กั้วเปียน ส่วนซากศพทั้งสามนั้นก็ต่างเป็นแม่ทัพในประวัติศาสตร์ของรัฐเว่ย

ดวงดาวแม่ทัพของพวกเขาได้ถูกผนึกไว้ ดังนั้นถ้าเขากลั่นซากศพของพวกเขา เขาก็จะได้รับลูกแก้วระดับและดวงดาวแม่ทัพ ถ้าเขาผสานพวกมันเข้ากับคนอื่น เขาก็จะได้รับดวงดาวแม่ทัพมามากยิ่งขึ้น

ในเวลาเดียวกัน ผู้เล่นที่แข็งแกร่งจำนวน 50,000 คนของฝ่ายรัฐเว่ยก็ได้กลายเป็นของต้าฉินด้วย และเนื่องจากรัฐเว่ยเป็นฝ่ายที่ใหญ่ที่สุด ต้าฉินจึงสามารถใช้มันเป็นรากฐานในการพิชิตภูมิภาคนี้ได้

จ้าวฝูได้รับฝ่ายผู้เล่นจำนวน 50,000 คนนี้มาฟรีๆ และเขาก็ได้จัดหาอุปกรณ์และยาที่ยอดเยี่ยมบางส่วนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาเพื่อประโยชน์เมื่อเกิดการต่อสู้

ในตอนนี้ ในที่สุดพวกเขาก็จัดการกับปัญหาที่นี่ได้ และจ้าวฝูก็พาทหารของเขากลับไปยังต้าฉิน

จากนั้นเขาได้ไปยังเขตใต้ดินและสกัดซากศพของแม่ทัพคนแรก พวกเขาต่างเป็นระดับ S ดังนั้นพวกเขาจึงมีดวงดาวจิตวิญญาณปฐพีกัน

ดวงดาวจิตวิญญาณปฐพีสามดวงสามารถผสานเป็นดวงดาวจิตวิญญาณสวรรค์ได้ และซื่อหม่าชัวก็มีดวงดาวจิตวิญญาณสวรรค์อยู่แล้ว ด้วยดวงดาวจิตวิญญาณสวรรค์อีกด้วย พวกมันจึงจะสามารถก่อตัวเป็นดวงดาวแม่ทัพได้

เนื่องจากพวกเขายังขาดดวงดาวจิตวิญญาณสวรรค์ไปอีกด้วย จ้าวฝูจึงไม่ได้มอบคริสตัลพรสวรรค์โลหิตต้นกำเนิดให้กับซื่ิกม่าชัว

แม้ว่าเดิมทีกั้วเปียนจะเป็นคนของรัฐเว่ย แต่เขาก็ได้ยอมจำนนไปพร้อมกับเว่ยซินด้วย

แม่ทัพในประวัติศาสตร์ของจ้าวฝูมีไป่ฉี หวังเจี้ยน เว่ยเลี่ยว เมิ่งเทียน และซื่อหม่าชัว  ไป่ฉี หวังเจี้ยน และเว่ยเลี่ยวถือกำเนิดมาพร้อมกับดวงดาวแม่ทัพ ในขณะที่เมิ่งเทียนได้รับดวงดาวแม่ทัพหลังจากทำลายต้าซุ่นและสกัดกลั่นซากศพของต้าซุ่น

จากสิ่งเหล่านี้ ต้าฉินไม่ได้มีแม่ทัพในประวัติศาสตร์มากมายนัก แต่พวกเขาก็ยังมีแม่ทัพอีกหลายคนที่ยกระดับขึ้นมาจากชาวโลกจุติสวรรค์ อย่างเช่นจางต้าหู โดเก้ ซาร์ หรือเดซี่

แน่นอนว่าแม่ทัพในประวัติศาสตร์นั้นทรงพลังกว่าคนที่ยกระดับขึ้นมามาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็ฯเพราะโชคชะตาและดวงดาวแม่ทัพ อย่างไรก็ตาม แม่ทัพในประวัติศาสตร์ก็มีเจ้านายเป็นของตัวเอง และพวกเขาก็จงรักภักดีอย่างแท้จริง การได้พวกเขามาก็มีแต่การที่ผู้สืบทอดมรดกของพวกเขายอมแพ้และยอมจำนนเท่านั้น

หลังจากได้ข้อสรุปของเรื่องราวทั้งหมด ต้าฉินก็ได้เวลากลับสู่การพัฒนาอย่างสงบสุขอีกครั้ง

ในช่วงเวลาเหล่านี้ ระบบสภาครั้งแรกก็เริ่มดำเนินการ จ้าวฝูได้ตัดสินใจที่จะยอมให้ผู้คนเลือกผู้แทนของตัวเอง แต่เพราะความล่าช้าทั้งหมด การประชุมครั้งแรกจึงเพิ่งเกิดขึ้นมาในตอนนี้

เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ตัวแทนก็ต่างมีความสุขมาก และพวกเขาต่างพากันสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ก่อนที่จะมายังโถงประชุมที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่

มันเป็นโถงประชุมที่ว่างเปล่ายกเว้นเพียงแต่เวทียกสูงสามเมตรและกว้างสี่เมตร มันมีบันไดขึ้นไปจากทั้งสี่ด้าน และมีที่นั่งสีทองที่มีมังกรเก้าตัวถูกแกะสลักไว้ตรงกลาง

ในฐานะที่เป็นชาติที่มีการปกครองโดยจักรพรรดิ จ้าวฝูก็ยังเคารพความคิดเห็นของประชาชนอยู่ แต่เขาก็จะไม่ยอมให้มันกลายเป็นชนชาติที่เป็นประชาธิปปไตยโดยสมบูรณ์อย่างในโลกแห่งความเป็นจริง เขายังต้องมีกฏแห่งจักรพรรดิอยู่

หลังจากที่ทุกคนได้มารวมตัวกันแล้ว จ้าวฝูก็สวมเสื้อคลุมมังกรของเขาและมงกุฏ ก่อนที่เขาจะเข้าไปยังโถงประชุม

การที่ได้หารือเรื่องสำคัญกับฝ่าบาทของพวกเขา ตัวแทนทุกๆคนต่างรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง และพวกเขาก็คุกเข่าและแสดงความเคารพออกมาในทันที "ยินดีต้อนรับ ฝ่าบาท!"

จ้าวฝูได้แผ่กลิ่นอายที่ขึงขัง สง่างาม และสูงส่งออกมา และหลี่ซือกับคนรับใช้สาวอีกสองสามคนก็ได้เดินตามหลังจ้าวฝูมาเล็กน้อยในขณะที่เขาเดินไปบนพรมแดงและขึ้นไปบนเวที จากนั้นจ้าวฝูก็นั่งลงบนบัลลังก์มังกร

เมื่อมองไปยังเหล่าคนที่กำลังคุกเข่าอยู่ด้านล่าง จ้าวฝูก็กล่าวว่า "พวกเจ้าลุกขึ้นได้ สภาครั้งแรกขอเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ พวกเจ้าอาจจะนำเสนอมุมมองและข้อเสนอแนะใดๆก็ได้ และข้าจะพิจารณาเรื่องทั้งหมดนี้อย่างจริงจัง"

"ขอรับฝ่าบาท!" ผู้คนที่อยู่ด้านล่างตอบกลับมาโดยพร้อมเพรียงกันในขณะที่พวกเขาลุกขึ้น ตอนแรกไม่มีใครกล้าพูดอะไร แต่ในไม่ช้าก็มีบางคนรวบรวมความกล้าหาญและพูดถึงความคิดของหมู่บ้านของเขา หลังจากนั้นก็มีผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆที่เริ่มพูด

จ้าวฝูรับฟังแต่ละคนอย่างตั้งใจในขณะที่หลี่ซือจดโน๊ตไว้ เนื่องจากมีหลายเรื่องและหลายหมู่บ้าน มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จ้าวฝูจะจำได้ทั้งหมด

สภาดำเนินการไปตลอดทั้งวันก่อนที่จะยุติลง ผู้แทนทุกคนมีความสุขและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งในขณะที่พวกเขาจากไป และรู้สึกเสียใจที่สภาได้ยุติลง ไม่ว่าพวกเขาจะยกเรื่องอะไรขึ้นไป ฝ่าบาทก็จะตอบพวกเขาอย่างจริงใจ และหลังจากบอกทุกๆคนเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาก็รู้สึกซาบซึ้งมากที่ได้ผู้ปกครองที่ดีเช่นนี้

หลังจากนั้นจ้าวฝูก็รู้สึกหมดแรง - มันเป็นการยากที่จะดูแลเรื่องกิจการภายใน เขาบอกหลี่ซือให้จัดการกับเรื่องพวกนี้ในขณะที่พวกเขาได้พูดคุยเกี่ยวกับสภา และในไม่ช้า การสนับสนุนด้านประชากรของต้าฉินก็เพิ่มขึ้นอีก 10

เช้าวันรุ่งขึ้น ดวงตะวันสีทองได้โผล่ขึ้นมาจากภูเขาเพื่อประกาศว่าเป็นวันใหม่ จ้าวฝูลุกจากเตียงและได้รับการทักทายด้วยข่าวดี

หลี่เหวินกำลังรออยู่ที่ข้างนอก และเขาก็เป็นคนที่รับผิดชอบในการสำรวจเขตใต้ดินและสังหารโครงกระดูกเพื่อหาอุปกรณ์ ทักษะ และดวงวิญญาณทหาร

"ฝ่าบาท ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้รวบรวมดวงวิญญาณทหารได้ 100 ดวงแล้ว" หลี่เหวินกล่าวในขณะที่เขายิ้มและโค้งคำนับจ้าวฝู

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็ดีใจมากเพราะนี่หมายความว่าเขาสามารถผสานพวกมันเข้าด้วยกันให้กลายเป็นยุทธภัณฑ์แม่ทัพอีกอันได้ ด้วยเหตุนี้ ต้าฉินก็จะมียุทธภัณฑ์แม่ทัพอยู่ 4 อัน

คนที่ถูกเลือกในคราวนี้คือเมิ่งเทียน จ้าวฝูไม่แน่ใจว่าดวงดาวแม่ทัพของเมิ่งเทียนจะตื่นขึ้นมาแบบไหนเพราะเดิมทีเขามีดวงดาวจิตวิญญาณสวรรค์และได้รับดวงดาวแม่ทัพมาผ่านทางคริสตัลพรสวรรค์โลหิตต้นกำเนิด เขาสงสัยว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไหม

จ้าวฝูไปยังพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ เพราะการผสานยุทธภัณฑ์แม่ทัพนั้นมักจะทำให้เกิดสัญญาณผิดปกติอันน่าสะพรึงกลัวอยู่เสมอ จ้าวฝูจึงตัดสินใจว่าจะทำในพื้นที่อันห่างไกลออกไป

เขาเริ่มผสานดวงวิญญาณทหารเข้าด้วยกันก่อนที่จะบอกให้คนพาเมิ่งเทียนเข้ามา มันมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่รู้สึกสงสัยเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์แม่ทัพอันที่สี่ของต้าฉิน ดังนั้นพวกเขาจึงเข้ามาด้วย

"คาราวะฝ่าบาท!" เมิ่งเทียนมาถึงอย่างรวดเร็ว และเมื่อได้ยินว่าเขากำลังจะได้รับยุทธภัณฑ์แม่ทัพ เขาก็ดูตื่นเต้นมาก

จ้าวฝูยิ้มในขณะที่เขายื่นดวงวิญญาณทหารเทวะให้ และเมิ่งเทียนก็เริ่มผสานพวกมัน

เมิ่งเทียนเชี่ยวชาญในการใช้หอก ดังนั้นยุทธภัณฑ์แม่ทัพระดับกลางอันนี้จึงเป็นหอกระดับตำนานที่มีชื่อว่าหอกอสรพิษทิ่มแทง

จบบทที่ บทที่ 391 กฎแห่งจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว