เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 388 ฆ่าพวกมันให้หมด

บทที่ 388 ฆ่าพวกมันให้หมด

บทที่ 388 ฆ่าพวกมันให้หมด


บทที่ 388 ฆ่าพวกมันให้หมด

ชาน้อยและถัวป้าชิงไม่เพียงแต่จะเป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดสองคน แต่ยังเป็นผู้พิทักษ์ราชาที่ถูกเลือกโดยจ้าวฝูด้วย พวกเขาสามารถใช้พลังแห่งราชาของจ้าวฝูบางส่วนได้ และในตอนนี้ที่จ้าวฝูมีสายเลือดราชวงศ์สังหารเทพเจ้า พลังที่พวกเขามีจึงแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

สิ่งนี้ทำให้ชาน้อยและถัวป้าชิงสามารถเพิกเฉยต่อโลกภูตผีทมิฬและโจมตีเว่ยซินได้โดยปราศจากมัน สำหรับมังกรโชคชะตาของเว่ยซิน มันก็ยังถูกข่มไว้โดยมังกรโชคชะตาของจ้าวฝู

"ฮ๊า!!" ถัวป้าชิงมาถึงตัวเว่ยซินอย่างรวดเร็วและตะโกนออกมาในขณะที่เธอยกดาบเล่มโตขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง เธอรวบรวมปรานดาบจำนวนมหาศาลในขณะที่เธอฟาดเข้าใส่เว่ยซินด้วยการโจมตีที่ดูราวกับจะสามารถแยกขุนเขาได้

ตู้ม!!

เสียงระเบิดดังออกมาในขณะที่เว่ยซินชักดาบที่เอวของเขาและกันการโจมตีของถัวป้าชิง ร่างกายของเขาแผ่ร่องรอยออร่าสีม่วง และถ้าเขาไม่ได้ใช้พลังของมังกรแห่งโชคชะตา เขาคงจะไม่สามารถกันการโจมตีของถัวป้าชิงได้

อย่างไรก็ตาม เส้นขนของเว่ยซินก็ตั้งชันขึ้นมาในทันใดในขณะที่เส้นแสงสีแดงโลหิตอันแหลมคมได้พุ่งเข้าใส่เขา - เป็นชาน้อยที่ลงมือด้วย

เว่ยซินถอยกลับในทันทีในขณะที่เส้นแสงสีแดงโลหิตผ่านไป ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำร้ายเว่ยซินได้ แต่มันก็ตัดผมของเขาออกมากระจุกหนึ่ง

เว่ยซินมองไปยังคนสองคนตรงหน้าของเขาด้วยความจริงจังและไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ถัวป้าชิงและชาน้อยโจมตีอีกครั้ง

"ผู้ทำลายกองทัพ!" "หมาป่าโลภ!" เสียงคำรามสองเสียงดังออกมาในขณะที่เสาแสงสีดำและเสาแสงสีเขียวได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และกลิ่นอายของทหารได้เริ่มมารวมตัวกันที่เว่ยเลี่ยวและหวังเจี้ยน

เสือสีดำท่าทางดุร้ายและหมาป่าสีเขียวท่าทางโหดเหี้ยมได้ปรากฏขึ้นบนฟ้า แผ่กลิ่นอายสะกดข่มในขณะที่พวกมันคำรามและหอนออกมา

หวังเจี้ยนและเว่ยเลี่ยวยกดาบของตนขึ้นก่อนที่จะชี้พวกมันไปยังเมือง สัตว์อสูรร่างยักษ์มองไปยังเมืองและแผ่กลิ่นอายอันเกรี้ยวกราดในขณะที่พวกมันพุ่งเข้าใส่กำแพงเมืองด้วยพลังอันมหาศาล

ตู้ม! ตู้ม!

เสียงดังสนั่นบังเกิดขึ้นมาในทันใดในขณะที่กำแพงเมืองทั้งสองฝั่งสั่นสะท้าน พลังของสัตว์อสูรทั้งสองเพียงพอที่จะล้มภูเขาลูกเล็กๆลงได้เลย ดวงใจแห่งเมืองของรัฐเว่ยเปล่งประกายด้วยแสงสีทองเพื่อเสริมกำลังให้กับกำแพงเมือง มิฉะนั้นพวกมันคงพังทลายลงไปแล้ว

"รีบโจมตีพวกมัน!" แม่ทัพของรัฐเว่ยตะโกนออกมา ถ้าสัตว์อสูรทั้งสองตนนี้โจมตีต่อ กำแพงเมืองก็คงจะพังลงอย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่มีทหารอยู่เพียงแค่ 4,000 คน และมีทหารเพียงไม่กี่พันคนที่ประจำการอยู่บนกำแพงเมืองทิศเหนือและใต้ พวกเขาไม่สามารถตอบสนองได้อย่างเพียงพอ และมีลูกศรเพียงไม่กี่ร้อยดอกเท่านั้นที่ถูกยิงออกไป พวกมันไม่สามารถคุกคามสัตว์อสูรทั้งสองได้เลย ในขณะที่พวกมันสามารถหลบการโจมตีเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย

ตรงกันข้าม ฝ่ายต้าฉินนั้นได้เริ่มโจมตีอย่างฉับพลัน ลูกศรจำนวนนับไม่ถ้วนยิงเข้าใส่กำแพงเมืองอย่างหนาแน่น ลูกศรเหล่านี้ต่างมีพลังอันมหาศาล และในขณะที่ลูกศรสาดเทลงมาดุจห่าฝน พวกมันก็พรากชีวิตไปเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

เพราะคนส่วนใหญ่บนกำแพงเมืองเป็นชาวเมืองที่ไม่ได้มีอุปกรณ์ที่ดีนักอย่างเช่นโล่หรือเกราะ พวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้นัก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายของต้าฉินนั้นได้ยิงลูกศรไปเป็นจำนวนมาก และกำแพงเมืองก็ถูกปกคลุมไปด้วยลูกศร นี่คือความน่าสะพรึงกลัวจากนักธนูระยะที่ 1 และบาริสต้าระยะที่ 1 ซึ่งสามารถทะลวงผ่านโล่ไม้ธรรมดาๆได้ หากไม่มีการป้องกันที่ดี ไม่ว่าใครที่ถูกโจมตีก็จะตายในทันที

แม้กระทั่งผู้ที่มีโล่หนาก็ยังต้องป้องกันด้วยพลังทั้งหมดของพวกเขา อย่างไรก็ตาม มันก็มีฝ่ายโจมตีมากเกินไป และมีความแตกต่างของการบ่มเพาะช่องใหญ่

ลูกธนูเหล่านี้ได้สังหารแนวป้องกันของรัฐเว่ยไป 30% ในทันที แต่หวังเจี้ยนและเว่ยเลี่ยวก็ยังไม่รียร้อนที่จะโจมตีต่อ ถึงอย่างไรก็ตาม ชาวเมืองของรัฐเว่ยส่วนใหญ่ก็อยู่บนกำแพง และถ้าพวกเขารีบร้อนที่จะโจมตี พวกเขาอาจจะได้รับการตอบโต้อย่างหนักหน่วงและอาจจะสังหารชาวเมืองไปมากมาย

เนื่องจากพวกเขาสามารถฆ่าคนของรัฐเว่ยได้อย่างง่ายดาย มันจึงไม่จำเป็นต้องผลีผลามในศึกเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม ต้าฉินก็ไม่ได้ขาดแคลนเวลา

ดังนั้นหวังเจี้ยนและเว่ยเลี่ยวจึงเลือกที่จะใช้นักธนูโจมตีในขณะที่ให้สัตว์อสูรยักษ์กระแทกกำแพงเมือง ทหารและชาวเมืองถูกสะกดไว้โดยสมบูรณ์ และพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่ยกโล่ขึ้นและพยายามที่จะหลบลูกศรเท่านั้น

การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงบนกำแพงเมืองทำให้เว่ยซินตกใจมาก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริงของกำแพงเมืองทั้งสองฝั่ง แต่เขาก็รู้ว่ามันย่อมไม่ใช่เรื่องดีสำหรับฝ่ายเขา

เว่ยซินคำรามออกมาและระเบิดลำแสงสีม่วงที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมออกมา กลิ่นอายของเขาทวีความแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า และมังกรสีม่วงที่บาดเจ็บก็คำรามออกมาและพยายามที่จะกลับมายังร่างกายของเว่ยซิน

อย่างไรก็ตาม มังกรดำที่โหดร้ายก็ปฏิเสธที่จะปล่อยมันไป มันสะบัดหางของมัน ดูราวกับจะทำให้อากาศระเบิดออกในขณะที่มังกรสีม่วงถูกกระแทกให้กระเด็นกลับไป 100 เมตร มังกรดำอ้าปาก และกัดมังกรม่วงอย่างดุร้ายเพื่อบังคับให้มันต้องสู้ต่อ

กลิ่นอายของชาน้อยและถัวป้าชิงเองก็ทรงพลังมากยิ่งขึ้นในขณะที่พวกเขาโจมตีเว่ยซินต่อ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของพวกเขา เว่ยซินก็ต้องตั้งสมาธิกับการป้องกันอย่างเต็มที่

จ้าวฝูขี่ดำน้อยอยู่ในขณะที่เขามองไปยังเรื่องทั้งหมดนี้ ตราประทับแห่งราชาบนมือของเขาแผ่ลำแสงสีดำ และมอบพลังแห่งราชาของเขาให้กับชาน้อยและถัวป้าชิง

"ฆ่าพวกมันให้มัน!" เมื่อเห็นความต้านทานอันรุนแรง เขาก็ออกคำสั่งให้ทหารของเขาโจมตีได้เต็มกำลัง

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไป่ฉีก็สั่งในทันที "นักอัญเชิญภูตผี อัญเชิญภูตผีร้าย!"

นักอัญเชิญภูตผี 300 คนเดินออกมาและกดมือของพวกเขาเข้ากับพื้น ส่งผลให้ปรานภูตผีพวยพุ่งขึ้นมา สายลมเริ่มโบกพัดในขณะที่ภูตผีสูง 2.5 เมตรได้ปรากฏตัวขึ้น

ในตอนนี้ที่การบ่มเพาะของนักอัญเชิญภูตผีมาถึงระยะที่ 1 ภูตผีร้ายที่ถูกอัญเชิญออกมาอย่างมีความแข็งแกร่งในระยะที่ 2 ภูตผีร้ายเหล่านี้ปฏิบัติตามคำสั่งของนักอัญเชิญภูตผีและบินไปยังบริเวณที่เต็มไปด้วยปรานภูตผี

ภูตผีร้ายมีความแข็งแกร่งในระยะที่ 2 และเป็นภูตผี ดังนั้นพวกมันจึงสามารถต้านทานโลกภูตผีทมิฬได้ - ในความเป็นจริง โลกภูตผีทมิฬนับว่าเป็นสังเวียนหลักของพวกมันด้วยซ้ำ

ภูตผีร้ายพุ่งเข้าไปยังโลกภูตผีทมิฬและเริ่มสังหารหมู่; เหล่าทหารและชาวเมืองที่อยู่ภายในโลกภูตผีทมิฬต่างยืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนกับเสาไม้

สิ่งนี้ทำให้มันง่ายสำหรับภูตผีร้ายที่จะสังหารพวกเขา - บ้างก็กัดหัวของผู้คนออกเป็นชิ้นๆ บ้างก็ทะลวงหัวใจของผู้คนด้วยกรงเล็บ และบ้างก็ได้ฉีกผู้คนออกเป็นสองส่วน ส่งผลให้เกิดกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่ว

เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากภายในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยปรานภูตผี และเหล่าคนที่อยู่ข้างนอกก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อให้เกิดบรรยากาศอันน่าขนลุกและน่าสะพรึงกลัว

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องเหล่านี้ เว่ยซินก็รู้สึกเศร้าและโกรธมาก - ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขากำลังถูกสังหารหมู่ เขาจะยืนอยู่แบบนี้ได้อย่างไร? เขาคำรามออกมาในขณะที่เขาส่งลำแสงดาบอันน่าตกตะลึงเข้าใส่ถัวป้าชิง ทำให้เธอกระเด็นออกมา

อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นเอง ชาน้อยก็ปรากฏขึ้นข้างกายของเว่ยซินและแทงกริชของเขาออกไปทำให้เกิดบาดแผลขึ้นบริเวณเอวของเว่ยซิน เลือดย้อมเสื้อผ้าของเขาเป็นสีแดง และเขาก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดขึ้นมา เว่ยซินตวัดดาบของเขากลับไป ส่งผลให้ลำแสงดาบขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ชาน้อย ชาน้อยถอยไปอย่างรวดเร็ว และหลบการโจมตีนี้

ถัวป้าชิงโจมตีจากด้านหน้าอีกครั้ง และแต่ละการโจมตีของเธอก็บรรจุไว้ซึ่งพลังอันยิ่งใหญ่ในขณะที่ชาน้อยเคลื่อนไหวไปรอบๆอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างปัญหาให้กับเว่ยซิน ในขณะที่พวกเขาต่อสู้กัน ร่างกายของเว่ยซินก็เกิดบาดแผลจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

จบบทที่ บทที่ 388 ฆ่าพวกมันให้หมด

คัดลอกลิงก์แล้ว