เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 387 ข้อเสนอของต้าฉิน

บทที่ 387 ข้อเสนอของต้าฉิน

บทที่ 387 ข้อเสนอของต้าฉิน


บทที่ 387 ข้อเสนอของต้าฉิน

คนๆเดียวที่สามารถรวบรวมทหารมากมายขนาดนี้เพื่อโจมตีรัฐเว่ยได้ก็คือผู้สืบทอดอันน่าสะพรึงกลัวของต้าฉิน ถึงอย่างไรก็ตาม เว่ยซินก็คุ้นเคยกับทุกๆฝ่ายในภูมิภาคของเขา

เว่ยซินไม่เคยคิดว่าวันนี้จะมาถึง วันที่ผู้สืบทอดในตำนานของต้าฉินมาถึงหน้าประตูบ้านของเขา ในตอนนี้ที่เว่ยซินเห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของต้าฉิน เขาก็รู้สึกตกใจมาก ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็มีทหารมากกว่า 100,000 คน และความแข็งแกร่งโดยรวมของต้าฉินก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านครหลักของระบบในตอนนี้เลย

ภายใต้กำแพงเมือง ทหารของต้าฉินได้สร้างทางเดินให้กับจ้าวฝูที่สวมชุดคลุมสีดำ ทำให้เขาดูลึกลับมาก เขาขี่ดำน้อยที่กีบเท้าและดวงตาดูเหมือนกับมีเปลวเพลิงสีเขียวอยู่รอบๆ ทำให้มันดูน่าสะพรึงกลัวและทรงพลังมาก

นี่เป็นครั้งแรกที่เว่ยซินได้เห็นผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน และเขาก็ทรงพลัง ลึกลับ และเหมือนกับปีศาจจริงๆ

จ้าวฝูเงยหน้าขึ้นและมองไปยังเว่ยซินบนกำแพงเมือง และเขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงอันสง่างามว่า "ลอร์ดเว่ยซิน บนพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติของพวกเราในประวัติศาสตร์ ถ้าข้าสามารถฟื้นฟูต้าฉิน ข้าก็จะมอบตำแหน่งลอร์ดให้กับเจ้าและทำให้ตระกูลเว่ยมีตัวตนอยู่ต่อไป"

ถ้าผู้สืบทอดมรดกยินดีที่จะยอมจำนนต่อเขา จ้าวฝูก็ยินที่จะยอมรับมัน ถึงอย่างไรก็ตาม การมีผู้สืบทอดมรดกเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็มีประโยชน์มากกว่าการพิชิตหรือการทำลายมันทิ้ง

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ไม่ยอมให้มีราชาอีกคนขึ้นมาในชาติของเขา แต่ตำแหน่งบารอนนั้นก็คงจะไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้ได้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงได้เสนอตำแหน่งลอร์ดออกไป

ลอร์ดเป็นตำแหน่งที่สูงกว่าบารอน แต่พวกมันก็ยังต่ำชั้นกว่าราชา มันมักจะถูกใช้อยู่บ่อยๆในช่วงยุครณรัฐ และเหล่าคนที่ไม่สามารถเป็นราชาได้ก็จะกลายเป็นลอร์ด

จ้าวฝูได้ยอมให้มากแล้ว และถ้ารัฐเว่ยเต็มใจที่จะยอมจำนน จ้าวฝูก็จะปฏิบัติต่อเว่ยซินด้วยดี อย่างไรก็ตาม ถ้าเว่ยซินไม่ยอม จ้าวฝูก็ทำได้เพียงแค่เข่นฆ่ารัฐเว่ย

"ฮ่าฮ่าฮ่า..." เว่ยซินเริ่มหัวเราะในขณะที่เขาตอบเสียงดัง "ฝ่าบาทต้าฉิน รัฐเว่ยเคยยอมจำนนต่อต้าฉินมาก่อน แต่พวกเขาไม่ยอมแล้วในวันนี้ แต่เมื่อจักรพรรดิองค์ที่สองได้กำจัดรัฐเว่ย พวกเขาก็ได้ตัดความสัมพันธ์ต่อต้าฉินแล้ว และข้าก็ตัดสินใจที่จะต่อสู้กับต้าฉิน"

เว่ยซินพูดด้วยความเข้มแข็งและมีอารมณ์ และทหารทั้งหมดบนกำแพงก็ตะโกนออกมา "ต่อสู้กับต้าฉิน!"

เสียงเหล่านี้ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังมีความพร้อมใจที่จะตายอยู่ด้วย - ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ชัดเจนแล้วว่ารัฐเว่ยนั้นไม่สามารถเอาชนะต้าฉินได้

จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจมากและพูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น "เจ้าเต็มใจที่จะให้ทุกๆคนที่อยู่ที่นี่ตายไปพร้อมกับเจ้าจริงๆเหรอ? เจ้าไม่คิดถึงลูกน้องของเจ้าเลยหรือ?"

"พวกเราเต็มใจที่จะต่อสู้กับต้าฉินร่วมกับฝ่าบาท!" ในเวลานั้น ชาวเมืองหลายๆคนก็ได้เดินขึ้นมาบนกำแพงเมืองและถือเครื่องมือกับอุปกรณ์อยู่ทุกประเภท

เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาและไม่ได้พยายามที่จะโน้มน้าวใครอีก เขาสั่งให้ดำน้อยหันไปอย่างช้าๆและพูดพร้อมด้วยจิตสังหาร "โจมตี!"

ไป่ฉีมองไปยังกำแพงเมืองและตะโกนออกมาในทันที "นักลวงตาร้อยภูตผี!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ นักลวงตาร้อยภูตผีก็เดินออกมาจากกลุ่ม ยกไม้เท้าของพวกเขาขึ้น และร่ายคาถาของพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็ปักไม้เท้าของตัวเองลงบนพื้น พลังงานไร้รูปร่างได้แผ่ออกมา และบรรยากาศก็เริ่มน่าขนลุก

จ้าวฝูได้พูดคุยกับผู้บัญชาการและแม่ทัพของเขาไว้นานแล้วเกี่ยวกับวิธีการโจมตีรัฐเว่ย และพวกเขาก็ได้เตรียมแผนการไว้สำหรับการที่รัฐเว่ยปฏิเสธที่จะยอมจำนน

ในตอนนี้ นักลวงตาร้อยภูตผีทั้ง 300 คนได้ทะลวงผ่านระยะที่ 1 ไปแล้ว และโลกภูตผีทมิฬที่พวกเขาร่ายก็สามารถปกคลุมด้านหนึ่งของเมืองแห่งนี้ได้

ดังนั้นพวกเขาจึงต้องรอจนกว่าชาวเมืองและทหารส่วนใหญ่มารวมตัวกันที่กำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกก่อนที่จะร่ายโลกภภูตผีทมิฬ - หลังจากนั้นพวกเขาจึงจะโจมตี

ปรานภูตผีเริ่มพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน และเว่ยซินก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ในขณะที่เขากำลังจะตะโกนออกมา มันก็สายเกินไปแล้ว ปรานภูตผีได้แผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และมันก็มาถึงกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกในพริบตา ลากทุกๆคนที่อยู่ที่นั่นเข้าไปยังโลกภูตผีทมิฬ

"แม่ทัพหวัง แม่ทัพเว่ย พาทหารไปคนละ 40,000 คนและโจมตีจากทางทิศใต้และทิศเหนือ" เมื่อเห็นว่าโลกภูตผีทมิฬได้ผล ไป่ฉีก็สั่งหวังเจี้ยนและเว่ยเลี่ยวในทันที

หวังเจี้ยนและเว่ยเลี่ยวพยักหน้าในขณะที่พวกเขาแยกทหารออกไป และโจมตีจากทางทั้งสองฝั่ง

ปัจจุบันมีทหารอยู่ 8,000 คนและชาวเมือง 20,000 คน ณ กำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก เมืองนี้มีชาวเมืองแค่ 60,000 คน และครึ่งหนึ่งของพวกเขาก็อยู่ที่ฝั่งทิศตะวันออก ส่วนด้านทิศเหนือและทิศใต้นั้นก็แทบจะไม่มีการป้องกันเลย

"โฮกกกกก!!"

เสียงร้องของมังกรฉีกผ่านท้องฟ้าและก้อนเมฆดังก้องไปทั่วพื้นที่ 10,000 กิโลเมตร ตรงกลางของพื้นที่เต็มไปด้วยปรานภูตผี เสาแสงสีม่วงได้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่งผลให้ก้อนเมฆมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว สายลมโหยหวนในขณะที่แสงสีม่วงอันสูงส่งได้ย้อมท้องฟ้า

แสงสีม่วงควบแน่นเป็นมังกรสีม่วงยาว 100 เมตรอย่างช้าๆ และแผ่กลิ่นอายอันทรงพลัง สร้างความหวาดหวั่นให้กับทุกๆสิ่งมีชีวิตที่ได้เห็นมัน

เมื่อมังกรม่วงปรากฏตัว แสงสีม่วนอันรุนแรงก็ปรากฏขึ้นรอบๆตัวเว่ยซินด้วย มองดูราวกับเปลวไฟสีม่วง ปรานภูตผีรอบๆตัวเขาจางหายไปอย่างช้าๆ ส่งผลให้เหล่าผู้ที่อยู่ภายในโลกภูตผีทมิฬค่อยๆได้สติขึ้นมา

"โฮกกกกก!!"

ในเวลานั้นเอง เสาแสงสีดำก็พุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้า และเสียงคำรามของมังกรที่มีอำนาจเหนือก็ก็ฉีกผ่านท้องฟ้า มังกรดำที่โหดร้ายและเหี้ยมโหดเป็นอย่างยิ่งได้ปรากฏตัวขึ้น แผ่กลิ่นอายอันดุร้ายออกมา

ในฐานะผู้สืบทอดมรดกเหมือนกัน จ้าวฝูรู้ว่าเว่ยซินมีกลเม็ดแบบใดอยู่ ดังนั้นเขาจึงเตรียมพร้อมไว้แล้ว มังกรดำมีความยาว 300 เมตร และหลังจากมันปรากฏตัว มันก็สะบัดหางและพุ่งเข้าใส่มังกรม่วงอย่างเกรี้ยวกราด

แม้ว่ามีงกรม่วงจะมีขนาดเล็กกว่ามาก แต่มันก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาและเปล่งแสงสีม่วงเจิดจ้าในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่มังกรดำ

ตู้ม!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมาในขณะทีสัตว์อสูรร่างยักษ์ทั้งสองเข้าปะทะกัน และเกิดคลื่นกระแทกแผ่กระจายออกมา เมฆทั้งหมดบนท้องฟ้าหายไป และมังกรม่วงก็ถูกกระแทกไปข้างหลังหลายสิบเมตร - มังกรดำเห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งกว่ามาก อย่างไรก็ตาม มังกรม่วงก็ไม่ได้ถอยกลับไป และมันก็คำรามออกมาในขณะที่มันแผ่กลิ่นอายอันทรงพลังและพุ่งเข้าใส่มังกรดำอีกครั้ง

ในขณะที่สัตว์อสูรทั้งสองปะทะกันบนท้องฟ้า เสียงระเบิดก็ดังกึกก้องออกมา ทำให้มันดูราวกับมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ พลังทำลายล้างอันมหาศาลของการต่อสู้ของพวกมันได้ทำลายล้างภูเขาไปบางส่วนและทำลายก้อนหินและต้นไม้

ในขณะที่มังกรม่วงและมังกรดำต่อสู้กัน แสงสีม่วงรอบๆตัวเว่ยซินก็ดับลง และนักลวงตาร้อยภูตผีก็ร่ายโลกภูตผีทมิฬต่อ ปรานภูตผีเริ่มหนาแน่นขึ้น

เหล่าคนที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัวได้ลูกลากเข้าสู่ภาพมายาอีกครั้ง เนื่องจากเว่ยซินยังคงมีชั้นแสงสีม่วงบางๆอยู่รอบตัว ปรานภูตผีจึงไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้

เมื่อเห็นเช่นนี้ เว่ยซินก็ต้องการที่จะระเบิดโชคชะตาของเขาออกมา แต่ร่างสองร่างก็พุ่งเข้าหาเขาซะก่อน ร่างหนึ่งคือหญิงสาวที่มีดาบสีโลหิตเล่มโต และอีกร่างคือร่างที่กำลังถือกริชไว้อยู่ ทั้งสองมีเครื่องหมายสีดำอยู่บนหน้าผาก

เครื่องหมายเหล่านี้แผ่กลิ่นอายที่สูงส่งและสะกดข่มออกมา ส่งผลให้ดวงตาของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นสีแดงและร่างกายของพวกเขาก็แผ่ออร่าสีดำและสีแดงโลหิตออกมา พวกเขาดูราวกับว่าจะสามารถสังหารเทพเจ้าได้เลย

จบบทที่ บทที่ 387 ข้อเสนอของต้าฉิน

คัดลอกลิงก์แล้ว