- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 386 นรกสีแดงโลหิต
บทที่ 386 นรกสีแดงโลหิต
บทที่ 386 นรกสีแดงโลหิต
บทที่ 386 นรกสีแดงโลหิต
"ฝ่าบาท ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้สมควรตาย ข้าพยายามที่จะลอบสังหารเว่ยซินโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ก็ล้มเหลว" มันยังมีเลือดบางส่วนอยู่บนริมฝีปากของกั้วปิงหลินในขณะที่เขาพูด หลังจากเขาล้มเหลวในการสังหารเว่ยซิน เขาก็ได้มารายงานถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับจ้าวฝูในทันที
จ้าวฝูนั่งอยู่บนเก้าอี้ และเขาก็ตอบ "เจ้าลุกขึ้นเถอะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการติดยันต์สะกดรอยบนกลิ่นอายของเขา"
"มันผูกเข้ากับเขาได้สำเร็จ และผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ก็ได้ให้คนประจำอยู่ที่ช่องทางการเทเลพอร์ตต่างๆในนครหลักของระบบเพื่อที่พวกเขาจะได้รู้ว่าเขาอยู่ในนครหลักไหน อย่างไรก็ตาม ผู้ใต้บังคัญบัญชาก็ไม่สามารถยืนยันได้อย่างเต็มที่ว่าเว่ยซินอยู่ในเมืองของเขาในเวลานี้หรือไม่"
เมื่อเห็นว่าจ้าวฝูไม่ได้ดูโกรธมาก เขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โชคดีที่ยันต์สะกดรอยได้ล็อคลงบนกลิ่นอายของเว่ยซินโดยอัตโนมัติเมื่อเขาพยายามที่จะสังหารเว่ยซิน อย่างไรก็ตาม กั้วปิงหลินก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเว่ยซินอยู่ที่เมืองของเขาหรืออยู่ที่ไหน
จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และตัดสินใจว่าพวกเขาจะอาศัยโชค และเขาได้กล่าวว่า "ใช้ยันต์สะกดรอยและดูว่าเจ้าสามารถหาตำแหน่งเมืองของเขาได้ไหม!"
กั้วปิงหลินรับคำสั่งและลุกขึ้นจากไป
จ้าวฝูไม่ได้โกรธอะไรมากในสิ่งที่กั้วปิงหลินทำ ถ้าเขาไม่ได้ถูกค้นพบและทำมันได้สำเร็จ บางทีจ้าวฝูอาจจะลงโทษเขาไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้เปิดเผยตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ และพยายามที่จะลอบสังหารเว่ยซิน ทำให้มันดูเหมือนว่านั่นคือเป้าหมายหลักของเขา เนื่องจากงานหลักเสร็จสมบูรณ์ จ้าวฝูจึงไม่ได้คิดที่จะลงโทษอะไรเขา
มันคงเป็นเรื่องดีถ้าผู้สืบทอดมรดกภูกสังหารไปอย่างง่ายดาย แต่มันคงไม่ง่ายแบบนั้นแน่ๆ ผู้สืบทอดมรดกแต่ละคนครอบครองมรดกของประเทศหรืออาณาจักร และผู้สืบทอดมรดกต่างก็มีโชคชะตาแห่งราชา ในช่วงเวลาวิกฤติ มังกรแห่งโชคชะตาของพวกเขาก็จะปกป้องพวกเขาโดยอัตโนมัติ ทำให้มันยากที่คนธรรมดาจะสังหารพวกเขา
เว้นเสียแต่ว่าจะมีมังกรแห่งโชคชะตาหรือทรงพลังมากเป็นพิเศษ มันเป็นการยากมากที่จะสังหารผู้สืบทอดมรดก
บางทีการลอบสังหารที่ล้มเหลวของกั้วปิงหลินอาจจะทำให้เว่ยซินรู้สึกตื่นตัว แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือพวกเขาจะสามารถหาเมืองของเว่ยซินผ่านทางยันต์สะกดรอยได้หรือไม่
"พวกเราต้องจัดการกับเรื่องนี้ให้ไวเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น" จ้าวฝูคิดในขณะที่เขานั่งลงบนเก้าอี้
..............................
ณ ที่แห่งอื่น กั้วปิงหลินได้มาที่ช่องทางการเทเลพอร์ตของนครหลักและเอายันต์สะกดรอยออกมา ยันต์สะกดรอยสามารถใช้ร่วมกับช่องทางการเทเลพอร์ตได้
เนื่องจากตัวยันต์สะกดรอยเพียงลำพังนั้นไม่ได้แข็งแกร่งนัก ถ้ามีคนต้องการดินทางเดินทางระยะไกลไปพร้อมกับมัน คนผู้นั้นจำเป็นต้องใช้มันร่วมกับช่องทางการเทเลพอร์ต กั้วปิงหลินได้ตรวจสอบให้แน่ใจแล้วว่าเว่ยซินไม่ได้อยู่ที่นครหลักแห่งไหน แต่เขาก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเว่ยซินอยู่ในเมืองของเขาหรือที่ไหน
ดังนั้นกั้วปิงหลินจึงรู้สึกประหม่าในขณะที่เขาถือยันสะกดรอยไว้ ในไม่ช้า แผ่นกระดาษสีดำก็เผาไหม้ในขณะที่แสงสีดำห่อหุ้มร่างกายของเขา ส่งผลให้ร่ายกายของเขาหายไปจากช่องทางการเคลื่อนย้าย
สภาพแวดล้อมของเขาพร่ามัวในขณะที่เขาพบว่าตัวเองอยู่ภายในพุ่มไม้หนาทึบ และมีเมืองอยู่ไม่ไกลจากเขานัก กั้วปิงหลินดีใจมากและสวมฮู้ดในขณะที่เขาวิ่งไปข้างหน้าเพื่อทำให้มั่นใจ
......................................................
ในไม่ช้า คำสั่งก็ได้ถูกถ่ายทอดไปทั่งต้าฉิน และทหารของต้าฉินก็สวมใส่อุปกรณ์ของตนและมุ่งหน้าไปยังสนามฝึก เมื่อเห็นเช่นนี้ ชาวเมืองก็รู้ว่าศึกใหญ่กำลังจะปะทุขึ้นแล้ว
ณ สนามฝึก ทหารจำนวนมากมารวมตัวกัน และมีบรรยากาศที่มืดมัว จ้าวฝูยืนอยู่เหนือพวกเขาและมองไปยังทหารก่อนที่จะประกาศ "ทำศึก!"
ไป่ฉีคำรามคำสั่งของเขา และทหารทุกคนก็เริ่มยาตราทัพ กั้วปิงหลินได้ยินยันแล้วว่าเมืองนั้นคือเมืองของรัฐเว่ย และมันก็ค่อนข้างแข็งแกร่ง มันมีประชากรถึง 60,000 คน และรัฐเว่ยก็มีทหารอยู่ 10,000 คน
อย่างไรก็ตาม ต้าฉินก็มีทหาร 120,000 คน ซึ่งเป็นสองเท่าของประชากรรัฐเว่ย ดังนั้นมันจึงไม่ยากเกินไปนักที่จะจัดการกับรัฐเว่ย
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา จ้าวฝูก็มาถึงที่สูงและมองไปยังเมืองของรัฐเว่ย มันตั้งอยู่ตรงข้ามกับภูเขา ดังนั้นมันจึงมีเพียง 3 จุดที่พวกเขาสามารถโจมตีได้ กำแพงเมืองสร้างขึ้นจากหินจากภูเขาและพวกมันก็มีความสูงนับสิบเมตร ทั้งยังมีทหารที่ประจำการอยู่ด้านบนของกำแพงเป็นจำนวนมาก ทำให้มันดูแข็งแกร่งมากในแง่ของการป้องกัน
กั้วปิงหลินรายงานว่าชาวเมืองอาศัยอยู่ด้วยความสามัคคีและทุกๆคนก็มีใบหน้าอันยิ้มแย้ม - ดูเหมือนว่าเว่ยซินจะมีความสามารถมาก
จ้าวฝูไม่ได้โจมตีในทันที และเขาได้สั่งให้นักฆ่าต้าฉินไปติดตั้งบาเรียสะกัดกั้นก่อนเพื่อป้องการไม่ให้เกิดการเทเลพอร์ตในพื้นที่ 500 กิโลเมตรโดยรอบ
เว่ยซินไม่รู้ว่าตำแหน่งของเมืองตนเองถูกเปิดเผยออกไปแล้ว และจ้าวฝูก็ได้นำทหารมาแล้วด้วย ถ้าจ้าวฝูติดตั้งบาเรียสะกัดกั้นไว้ เว่ยซินก็จะไม่สามารถนำผู้เล่น 50,000 คนจากฝ่ายผู้เล่นรัฐเว่ยมาที่นี่ได้
หากมีผู้เล่น 50,000 คนเข้าร่วมกับชาวเมือง 60,000 คน มันก็คงยากมากสำหรับจ้าวฝูที่จะโจมตี
ในท้ายที่สุด มันก็มีราคาและผลประโยชน์สำหรับทุกๆสิ่ง - หากมีผู้เล่นในฝ่ายไหนมาก มันก็ง่ายที่จะทำให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย นอกจากนี้ ยิ่งฝ่ายไหนพึ่งพาผู้เล่นมาก มันก็จะยิ่งเกิดปัญหามากถ้าพวกเขาสูญเสียผู้เล่นไป
ในดินแดนกันดาร รัฐเว่ยคือนายเหนือ และไม่มีฝ่ายไหนที่สามารถขัดขืนได้ในบริเวณนี้เลย อย่างไรก็ตาม มันก็น่าเสียดายที่ต้าฉินได้ยาตราทัพมา
หลังจากติดตั้งบาเรียแล้ว จ้าวฝูก็ลุกขึ้นนั่งหลังดำน้อยและยืนอยู่ตรงหน้าของกองทัพในขณะที่เขามองไปยังเมืองของรัฐเว่ย เขาโบกมือเพื่อสั่งโจมตี
ด้วยทหาร 120,000 คนของเขา มันจึงไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ใดๆ - อาศัพเพียงแค่เสียงโห่ร้องของพวกเขาก็อาจจะทำลายเมืองได้แล้ว
เมื่อเห็นจ้าวฝูสั่ง ทหารด้านหลังของเขาก็เคลื่อนพลไปข้างหน้าดุจน้ำป่าสีดำ ส่งผลให้พื้นดินสั่นสะเทือนในขณะที่พวกเขาพุ่งเข้าหาเมือง เสียงดังสนั่นแผ่บรรยากาศของภัยพิบัติ ส่งผลให้นกและสัตว์ป่าที่อยู่รอบๆหลบหนีไปด้วยความหวาดกลัว
คนที่รวดเร็วที่สุดคือทหารม้าบนหลังม้าพงไพรทมิฬและออร์คบนหลังหมาป่ายักษ์ มันมีหลายๆเผ่าพันธุ์ที่มีอาชีพทหารม้า แต่มีเพียงแค่ออร์คเท่านั้นที่ขี่หมาป่ายักษ์อยู่ กลิ่นอายที่พวกมันแผ่ออกมานั้นดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง
ในไม่ช้า ทหารม้าก็พุ่งเข้าไปในหมู่บ้านต่างๆและเริ่มเข่นฆ่าชาวบ้านด้วยกระบี่และหอกของพวกเขา - ความแข็งแกร่งหลักของทหารม้าคือการเคลื่อนไหวที่ไม่อาจหยุดยั้ง
ผู้ที่ไม่ยอมคุกเข่าและยอมจำนนจะถูกสังหารในทันที ในไม่ช้า หมู่บ้านทั้งหลายก็กลายเป็นนรกสีแดงโลหิต และมีซากศพอยู่บนพื้นเป็นจำนวนมากมาย สงครามเป็นสิ่งที่โหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนไม่เต็มใจที่จะยอมจำนน ทหารของจ้าวฝูจึงทำได้เพียงแค่สังหารพวกเขาเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาโต้กลับ
ทหารม้าพุ่งทะยานผ่านหมู่บ้านราวกับใบมีดอันแหลมคมและพุ่งไปยังเมืองของรัฐเว่ย ทหารราบเบื้องหลังพวกเขากลืนกินหมู่บ้านแต่ละแห่งราวกับน้ำท่วม ส่งผลให้พวกมันหายไปในทันที
น้ำท่วมนี้ไหลไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง และในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงกำแพงเมืองของรัฐเว่ย ทหารม้าไม่เหมาะที่จะล้อมโจมตี ดังนั้นพวกเขาจึงหยุดอยู่กับที่
ประตูของรัฐเว่ยปิดแน่น และทหารที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองก็มองดูอย่างจริงจังในขณะที่พวกเขาจับอาวุธของตนไว้
เว่ยซินเดินขึ้นมาบนกำแพงเมือง และเมื่อเขาเห็นทหารจำนวนมากมาย เขาก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา "ผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน!"