เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 368 ฝ่ายอันดับหนึ่ง

บทที่ 368 ฝ่ายอันดับหนึ่ง

บทที่ 368 ฝ่ายอันดับหนึ่ง


บทที่ 368 ฝ่ายอันดับหนึ่ง

ซุนหวูตามหลังไป่ฉีไป ไป่ฉีบอกว่าพวกเขากำลังจะไปพบกับ 'ฝ่าบาท' ที่เป็นเจ้านายที่แท้จริงของฝ่ายนี้ ซุนหวูรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง แต่ก็ตื่นเต้นด้วย และเขาก็สงสัยว่าคนเช่นไรที่ควบคุมฝ่ายที่ทรงพลังเช่นนี้

ในไม่ช้า ไป่ฉีและซุนหวูก็มาถึงภัตตาคารที่ดูหรูหรามาก หลังจากเดินขึ้นบันไดและมาถึงห้องๆหนึ่ง พวกเขาก็เห็นห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ดูทรงพลังมาก พวกเขาทุกคนแผ่กลิ่นเลือดคละคลุ้งและดูมีแนวโน้มที่จะฆ่าคนไปเป็นจำนวนมากเมื่อเร็วๆนี้

คนเหล่านี้ยืนอยู่ด้านข้าง และดูเหมือนกับผู้คุ้มกัน เมื่อเห็นพวกเขา ซุนหวูก็รู้สึกแล้วว่าพวกเขาน่าสะพรึงกลัวมาก

มันมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่าง และเขาก็กำลังดื่มไวน์อย่างสง่างาม เขาแผ่กลิ่นอายอันสง่างานและน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่งออกมาและมีบรรยากาศที่อันตรายเป็นอย่างมากซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเคารพนับถือและไม่กล้สมองเขาตรงๆ

"ฝ่าบาท ข้าพาเขามาแล้ว" ซุนหวูเห็นผู้บัญชาการที่พาเขามาจากเมืองเริ่มจริงจังและเต็มไปด้วยความเคารพในขณะที่เขาพูดกับชายหนุ่ม

ตอนนี้ซุนหวูรู้สึกว่าเขาต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ด้วยผู้บัญชาการที่ไม่ทำธรรมได้ปฏิบัติตัวด้วยความเคารพมากเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจประมาทได้เลย 'ฝ่าบาท' คนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง และเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาผู้นั้นมีอารมณ์แบบไหน ซุนหวูจึงโค้งคำนับไปพร้อมกับไป่ฉี

จ้าวฝูเพิ่งเสร็จสิ้นการฟังรายงานจากกั้วปิงหลินถึงวิธีการจัดการกับฝ่ายใหญ่ที่สุดทั้งสี่ ทั้งสี่ฝ่ายนี้แทบจะไม่สามารถต้านทานได้เลย และสมาชิกหลักเกือบทั้งหมดก็ถูกสังหาร ส่วนกองกำลังที่เหลืออยู่นั้นก็อยู่ ณ จุดนัดพบของหมู่บ้านของพวกเขา

ถ้าพวกเขาหลบซ่อนตัว พวกเขาก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าพวกเขากล้าแสดงตัว จ้าวฝูก็จะขุดรากถอนโคนพวกเขาออกมา

จ้าวฝูมองไปยังชายหนุ่มที่ไป่ฉีพามาและมองไปที่ค่าสถานะของเขา ชายหนุ่มคนนี้เยี่ยมยอดไม่น้อย - ระดับของเขาคือ SS และเพราะเขาเป็นเจ้าเมือง เขาจึงน่าจะมีพรสวรรค์มาก

จ้าวฝูมองออกไปและกล่าวว่า "เนื่องจากเจ้ายอมจำนนต่อต้าฉิน ข้าจะไม่ละเลยเจ้าหรือคนของเจ้าในอนาคต"

หลังจากพูดแบบนี้ จ้าวฝูก็เอาหอกระดับตำนานและยาโลหิตเทพเจ้าระยะที่ 2 ออกมา

เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาสีแดงโลหิตเหล่านี้ ซุนหวูก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งโดยสัญชาตญาณ - พวกมันดูเหมือนจะไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ และกลับกัน พวกมันมีร่องรอยของความเย็นชา อาฆาต สูงส่ง และชั่วร้าย

เฉพาะหลังจากที่จ้าวฝูออกไปจึงทำให้ซุนหวูกล้าหายใจได้อีกครั้ง เมื่อเขาได้ยินคำพูดของจ้าวฝูและเห็นสิ่งที่จ้าวฝูนำออกมา ซุนหวูจึงรู้สึกตกใจมาก

เขาคุกเข่าลงในทันทีพร้อมกับใบหน้าแห่งความปิติยินดี "ขอบคุณฝ่าบาท!"

คนอื่นๆไม่ได้รู้สึกอิจฉาเลยเพราะพวกเขาต่างก็มีอุปกรณ์ระดับตำนาน และพวกเขาก็กืนยาโลหิตเทพเจ้าระยะที่ 2 ไปแล้ว

ในตอนนี้ จ้าวฝูเริ่มพูดคุยถึงารก่อตั้งฝ่ายในแดนร้อยไผ่ ทั้งสี่ฝ่ายที่ใหญ่ที่สุดนั้นประกอบไปด้วยสามขุมกำลังใหญ่ในแดนร้อยไผ่ นครหลักของระบบแห่งหนึ่งถูกคุบคุมโดยตระกูลเหริน แก๊งหนังหุ้มกระดูก และแก๊งลิลลี่ แต่พวกเขาก็ถูกสังหารหมู่ไปอย่างหมดสิ้นภายในเวลาแค่คืนเดียว

ดังนั้นจ้าวฝูจึงสามารถเข้ายึดครองนครหลักแห่งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนที่ฝ่ายอื่นๆจะรวมตัวกัน

"ไป่ฉี พาพวกเขากลับไปก่อนและบอกหลี่ซือให้เตรียมการสำหรับเมืองนี้ เมื่อตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า แดนร้อยไผ่ทั้งหมดจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จ้าวฝูตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่และดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเขาจึงบอกให้ไป่ฉีและคนอื่นๆกลับไปก่อน

ไป่ฉีรับคำสั่งและพาคนกลับไปยังนครต้าฉิน หลังจากนั้นซุนหวูจึงรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นจริงๆ และทำให้เขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและหวาดกลัว เขาไม่ได้กลัวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการโจมตีของทั้งสี่ฝ่าย แต่เป็นต้าฉิน

เหล่าร่างที่สวมชุดคลุมสีดำที่มีกลิ่นเลือดคละคลุ้งข้างๆจ้าวฝูได้กระทำการสังหารหมู่ครั้งใหญ่ สังหารคนไปราวๆ 60,000 คน ซึ่งเป็นสามเท่าของประชากรในเมืองของเขา

"ฝ่าบาทช่างน่ากลัวยิ่งนัก!" ความประทับใจแรกของซุนหวูที่มีต่อจ้าวฝูนั้นถูกต้อง สิ่งที่ทำให้อุ่นใจได้ก็คือถึงแม้ว่าฝ่าบาทจะน่ากลัวมาก แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่เข่นฆ่าโดยไม่มีเหตุผลและปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยดี

ภายในความมืดมิดอันไร้ขอบเขต ดวงดาวสีแดงโลหิตหวุนวนอย่างเงียบงัน แผ่ลำแสงสีแดงโลหิตอันชั่วร้ายที่ค่อยๆสว่างเจิดจ้ามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

“อ๊ากกกก!!” เช้าตรู่วันถัดมา ท้องฟ้าสว่างเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น และผู้คนก็ได้ยินเสียงกรีดร้องที่บาดใจเป็นอย่างยิ่งดังผ่านอากาศออกมาอย่างฉับพลัน

ผู้คนนับไม่ถ้วนรีบมายังจุดนัดพบของตระกูลเหริน หนึ่งในสามฝ่ายที่ใหญ่ที่สุดในนครหลัก

เกิดอะไรขึ้นกัน? มันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ - ตระกูลเหรินคือหนึ่งในสามฝ่ายที่ทรงพลังที่สุดในนครแห่งนี้ และไม่มีใครกล้ารุกรานพวกเขา

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และทุกๆคนก็พากันสงสัย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง พวกเขาก็ได้กลิ่นเลือดฉุนจมูก ทำให้พวกเขาคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จุกนัดพบของตระกูลเหรินเต็มไปด้วยซากศพ และเลือดได้ย้อมกำแพง พื้นดิน เสา และเกือบจะทุกหนทุกแห่ง การแสดงออกของทุกคนหวาดกลัวเป็นอย่างมาก และส่งสัญญาว่าการสังหารหมู่นี้เป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว

เกือบจะทุกคนจากฝ่ายตระกูลเหรินถูกฆ่าในคืนเดียว และเหล่าคนที่โชคดีพอก็หลบหนีไปจากตระกูลเหรินอย่างรวดเร็ว ไม่มีใรกล้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาอีก

ทุกๆคนสงสัยมาก - ตระกูลเหรินไปบาดหมางกับใครกันถึงถูกทำลายในคืนเดียว? หรือว่ามันจะเป็นนครหลักของระบบ? อย่างไรก็ตาม คนของนครหลักก็ดูโกรธมากเพราะการสังหารหมู่นี้เกิดขึ้นในนครของพวกเขาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น!

อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าก็มีเรื่องให้ตกใจมากยิ่งขึ้น - มันไม่ใช่แค่ตระกูลเหริน แม้แต่แก๊งหนังหุ้มกระดูกและแก๊งลิลลี่ก็ถูกทำลายในคืนเดียวกันด้วย จากหลักฐานที่เหลือทิ้งไว้ ดูเหมือนว่าทั้งหมดนี้จะกระทำการโดยฝ่ายๆเดียว

ข่าวที่ฝ่ายใหญ่ทั้งสามถูกทำลายในคืนเดียวได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวได้บดบังนครหลักของระบบไว้ การที่ฝ่ายที่ใหญ่ที่สุดทั้งสามที่ถูกสังหารโดยไม่มีใครรู้อะไรเลย แล้วฝ่ายที่เล็กกว่าจะอยู่รอดได้ยังไง? พวกเขาคงจะถูกสังหารหมู่ก็เท่านั้น

ดังนั้นหลายๆฝ่ายจึงตัดสินใจย้ายไปยังนครหลักแห่งอื่นเพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกสังหารหมู่ไปด้วย

ในไม่ช้า ความหวาดกลัวก็แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งแดนร้อยไผ่ และทุกๆคนก็เริ่มกังวลถึงความปลอดภัยของตัวเอง บางฝ่ายที่น่าสะพรึงกลัวได้มาถึงแดนร้อยไผ่เฉกเช่นพยัคฆ์ท่ามกลางฝูงแกะแล้ว เกือบทุกๆฝ่ายเริ่มตื่นตระหนก และรู้สึกกังวลว่าพวกเขาจะเป็นเป้าหมายต่อไปในการสังหาร

ทันใดนั้นเอง ฝ่ายที่ชื่อราตรีอันยาวนานก็ปรากฏขึ้นและรับสมัครคนด้วยคุณสมบัติที่สูงมาก มันยึดครองดินแดนของฝ่ายที่ถูกกวาดล้างออกไป และทุกๆคนก็ดูเหมือนจะตระหนักถึงบางสิ่ง ทุกๆคนเข้ามามอบของขวัญและแสดงความยินดี

ทุกๆคนที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าใครเป็นคนก่อการสังหารหมู่ขึ้นนั้นคงจะเป็นคนงี่เง่าสิ้นดี เกือบทุกๆฝ่ายของแดนร้อยไผ่ต่างเข้ามาแสดงเจตจำนงอันดีของพวกเขา มันเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการสังหารหมู่นั้นเอง

ในเวลาเพียงวันเดียว ราตรีอันยาวนานก็ได้กลายเป็นฝ่ายอันดับหนึ่งในแดนร้อยไผ่ ไม่มีใครกล้าที่จะแข่งขันกับมัน และทุกๆคนก็ปฏิบัติต่อมันด้วยความเคารพและความสุภาพอย่างถึงที่สุด แม้แต่ฝ่ายของนครหลักก็ยังรู้สึกหวาดกลัวต่อมันมาก

จบบทที่ บทที่ 368 ฝ่ายอันดับหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว