- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 369 รูปปั้นแม่ทัพ
บทที่ 369 รูปปั้นแม่ทัพ
บทที่ 369 รูปปั้นแม่ทัพ
บทที่ 369 รูปปั้นแม่ทัพ
ราตรีอันยาวนานไม่ได้หันหลังให้กับฝ่ายไหนที่เข้ามาแสดงความตั้งใจ และมันยังได้แสดงความปรารถนาดีบางส่วนต่อพวกนั้นด้วย ดูเหมือนว่ามันจะเป็นมิตรและง่ายดายมากที่จะรับมือด้วย
สิ่งนี้ทำให้ฝ่ายต่างๆในแดนร้อยไผ่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก - พยัคฆ์ร้ายในที่สุดก็สงบลง ในตอนนี้ที่พวกเขารู้ว่าราตรีอันยาวนานไม่ได้วางแผนที่จะโจมตีพวกเขา พวกเขาจึงหยุดตื่นตระหนกเหมือนเมื่อก่อน
ราตรีอันยาวนานคือตัวหมากที่จ้าวฝูได้ก่อตั้งขึ้นในแดนร้อยไผ่ เป้าหมายหลักของเขาคือการใช้คนอื่นเพื่อเติมเต็มเป้าหมายของตัวเอง แน่นอนว่าเขาไม่สามารถกดขี่ได้มากเกินไป ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการยากที่จะใช้งานคนอื่น ดังนั้นราตรีอันยาวนานจึงเป็นแค่หมาป่าห่มหนังแกะในตอนนี้ก็เท่านั้น
หลังจากสถานการณ์ในแดนร้อยไผ่ค่อยๆสงบลง จ้าวฝูก็ออกจากป่าร้อยไผ่และกลับมายังนครต้าฉินเพราะมีบางสิ่งที่พิเศษในเมืองของซุนหวู
หลังจากกลับมาที่นครต้าฉิน จ้าวฝูก็เห็นรูปปั้นสูงสามเมตรที่แกะสลักมาจากหิน มันดูราวกับแม่ทัพผู้หาญกล้าในชุดเกราะเต็มยศ มีกระบี่เล่มโตอยู่ที่เอว และหอกอยู่ในมือ และแม่ทัพก็แผ่กลิ่นอายกระหายเลือดและโหดเหี้ยมออกมา
รูปปั้นแม่ทัพ: รูปปั้นของแม่ทัพที่มีค่าสถานะและสามารถเพิ่มโอกาสในการให้กำเนิดคนที่มีอาชีพแม่ทัพ ณ จุดกำเนิดได้
รูปปั้นนี้ดีมากเพราะมันช่วยเพิ่มอัตราการถือกำเนิดของคนที่มีอาชีพแม่ทัพ แม้แต่จ้าวฝูในตอนนี้ที่มีเมืองและหมู่บ้านมากมาย เขาก็ยังไม่ง่ายที่จะได้แม่ทัพมา
แม่ทัพที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากจุดกำเนิดนั้นจะมีประสบการณ์การต่อสู้บางส่วน และพวกเขาก็สามารถใช้มันได้ในทันที แม้จะมีเมืองและหมู่บ้านมากมาย จ้าวฝูก็ได้เคยได้แม่ทัพจากจุดกำเนิดมาแค่คนเดียวเท่านั้น ในตอนนี้ที่มีรูปปั้นแม่ทัพ พวกมันคงมีหวังที่จะถือกำเนิดมากยิ่งขึ้น
มันมีสามวิธีที่จ้าวฝูจะได้แม่ทัพมา: หนึ่งก็คือการส่งเสริมทหาร สองก็คือการสยบแม่ทัพศัตรู และสามก็คือการเลือกพวกเขาจากสำนักต่อสู้แห่งสำนักยกระดับต้าฉิน
ประเภทที่สามนั้นจะยังคงอยู่ในการพัฒนา จ้าวฝูได้เลือกนักเรียนที่มีผลงานดีหลายคนจากสำนักต่อสู้และให้พวกเขาเข้าร่วมกองทัพเพื่อรับประสบการณ์ ด้วยการพัฒนาแม่ทัพที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความสงบสุขได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่วุ่นวายเช่นนี้
หลังจากมองดูค่าสถานะของรูปปั้นแม่ทัพ เขาก็มุ่งหน้าไปยังที่ราบพลัมสีชาด ในตอนนี้ที่ราบพลัมสีชาดเป็นที่เดียวที่เขาไม่ได้ก่อตั้งอะไรไว้ เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้กับการเติบโตของต้าฉินในอนาคต เขาจำเป็นต้องเริ่มเตรียมการซะตั้งแต่ตอนนี้
ที่ราบพลัมสีชาดเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ที่มีพลัมสีแดงเติบโตขึ้นทุกแห่ง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ โครงสร้างทั้งหมดของมันเป็นสไตล์ที่ราบ
จ้าวฝูไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว และเขาก็ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างแล้ว เขามายังนครโบราณอันยิ่งใหญ่เพราะเขาจำได้ว่าที่นี่คือที่ที่เขาพบกับถัวป้าชิงและคนอื่นๆ
ในเวลานั้น เขาได้ข้อมูลมาว่ามีคนจากฝ่ายใหญ่ได้มาก่อปัญหาในร้านของเขา
นี่เป็นโอกาสสำหรับจ้าวฝู เขาต้องการหาคู่ต่อสู้ ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็คือการทำลายฝ่ายๆหนึ่งเพื่อเพิ่มชื่อเสียงของเขาก่อนที่จะพัฒนาอย่างช้าๆ ถึงจากที่ตำแหน่งของฝ่ายของเขามั่นคง มันก็จะช่วยให้จ้าวฝูพิชิตที่ราบพลัมสีชาดได้
ในขณะที่การบ่มเพาะของผู้เล่นเพิ่มขึ้น ผู้คุ้มกันนคร 10 คนที่จ้าวฝูได้จ้างมาก็ไม่ค่อยได้ผลอีกต่อไป ในฐานะที่เป็นร้านอาหารของผู้เล่นร้านแรกในที่ราบพลัมสีชาด กิจการของมันจึงยังคงดีอยู่ และลูกค้าส่วนใหญ่ก็กลับมาใช้บริการซ้ำอีก เมื่อรวมกับความจริงที่ว่าพวกเขาสามารถทำอาหารได้มากมายที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น พวกเขาจึงได้รับความนิยมมาก
ร้านอาหารได้รับผลกำไรมหาศาล แต่ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งใดๆ ซึ่งส่งผลให้ฝ่ายต่างๆเริ่มเผยหายออกมา
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามันจะเป็นเวลาที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ฝ่ายที่สร้างปัญหาก็นับว่าโชคไม่ดีเอาซะเลย
หลังจากไปถึงที่ร้านอาหาร จ้าวฝูก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเมาสุราและวางมือไว้บนมือของผู้หญิงคนหนึ่ง มันค่อนข้างวุ่นวายภายในร้านอาหา และผู้คุ้มกันนครทั้ง 10 คนก็ถูกขวางไว้โดยผู้คนที่อยู่ข้างนอกกว่า 20 คน
สิ่งที่ทำให้จ้าวฝูประหลาดใจก็คือผู้หญิงที่ถูกลวนลามอยู่นั้นคือซุนฉิน เพื่อนร่วมชั้นของจ้าวฝูที่ถูกจ้างมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ในตอนนี้นครโบราณอันยิ่งใหญ่คืออาณาจักรของตระกูลหวัง นอกเหนือจากฝ่ายของระบบ พวกเราไม่กลัวใครอีก ไม่ต้องร้องขอความช่วยเหลือ"
ชายหนุ่มขี้เมาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและโอบแขนรอบซุนฉิน และเขาได้กดเธอลงบนโต๊ะ เขาพยายามที่จะฝืนจูบเธอในขณะที่น้ำตาไหลลงมาจากใบหน้าของเธอและเธอก็ดิ้นรนยอย่างเต็มที่เพื่อพยายามที่จะหยุดเขา
เปี๊ยะ!
เสียงตบดังออกมาในขณะที่ชายหนุ่มตบซุนฉินอย่างรุนแรง ส่งผลให้ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงและบวม "ยัยบ้า เธอกล้าขัดขืนฉันเหรอ? ฉันจะให้ผู้ชายมารุมเธอในคราวหน้า!"
ทางเข้าร้านอาหารแออัดไปด้วยฝูงชน และหลายๆคนก็โกรธมากแต่ก็ไม่กล้าทำอะไร ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็มีผู้เชี่ยวชาญระยะที่ 1 ยืนเฝ้าทางไว้กว่า 20 คน และผู้คุ้มกันนครระยะที่ 1 จำนวน 10 คนก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ถ้าพวกเขาต่อสู้กันจริงๆ ผู้คุ้มกันนครก็อาจจะแพ้ได้ แต่โอกาสที่พวกเขาจะชนะนั้นก็ไม่ได้สูงนัก มันมีแนวโน้มว่าจะเกิดการบาดเจ็บและล้มตายขึ้นมา และเนื่องจากพวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบปกป้องสถานที่เท่านั้น พวกเขาจึงไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น
นอกจากนี้ ตระกูลหวังยังใกล้ชิดกับชนชั้นสูงมาก และชนชั้นสูงก็ได้สั่งให้พวกเขาคอยดูแลคนเหล่านี้และห้ามไปมีเรื่องด้วย
เปี๊ยะ!
ฝ่ามืออีกข้างตบลงบนหน้าของซุนฉิน ส่งผลให้เกิดรอยเลือดไหลออกมาจากปากของเธอ ใบหน้าของเธอบวมไปแล้ว และน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่เธอกัดฟันและพยายามดิ้นรย เธอไม่ได้อ้อนวอนเลยเพราะเธอรู้ว่าชายคนนี้จะไม่ยอมปล่อยเธอไป
"บัดซบ เธอยังกล้าขัดขืนอีกเหรอ ยัยบ้า?" ชายหนุ่มตบซุนฉินอีกครั้ง ด่าเธอ และเลิกพยายามจูบเธอ เขาเริ่มฉีกเสื้อผ้าของเธอ - เครื่องแบพนักงานเสิร์ฟคือชุดที่ทำจากผ้าไหม และในขณะที่พวกมันงดงามมาก พวกมันก็ง่ายต่อการฉีกด้วย
ไม่นานนัก ชายหนุ่มขี้เมาก็ฉีกเสื้อผ้าของซุนฉินออก เผยให้เห็นหน้าอกส่วนหนึ่งของเธอ เมื่อเห็นเช่นนี้ชายหนุ่มก็หัวเราะด้วยความหยาบโลนในขณะที่ซุนฉินขัดขืนและตะโกนออกมา "ช่วยด้วย!!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายหนุ่มขี้เมาก็หยุดและหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในขณะที่เขาตะโกนออกมา "ใครในนครแห่งนี้ที่จะกลับหยุดข้า ยัยบ้า? หลังจากข้าเล่นกับเธอแล้ว ข้าจะให้ลูกน้องทั้ง 20 คนของข้ารุมโทรมเธอจนตาย!"
เมื่อได้ยินคำพูดของนายน้อยของพวกเขา คนทั้ง 20 ที่ยืนอยู่ข้างนอกก็ฉีกยิ้มและหันไปมองใบหน้าอันสวยงามของซุนฉิน
ทุกคนที่อยู่ข้างนอกดูโมโหมาก แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร ในความเป็นจริง มีบางคนด้วยซ้ำที่ต้องการเห็นชายหนุ่มย่ำยีซุนฉิน
เสียงฉีกขาดอีกครั้งดังออกมาในขณะที่เสื้อผ้าด้านขวาของซุนฉินถูกฉีกออกไป เผยให้เห็นหน้าอกกลมโตของเธอ สิ่งนี้ได้กระตุ้นความปรารถนาของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก และเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
ในตอนนี้ ซุนฉินตัดสินใจว่าเธอยอมตายดีกว่าที่จะปล่อยให้ชายหนุ่มคนนี้ย่ำยีเธอ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โหดร้ายที่สุดก็คือการที่เธอไม่มีโอกาสที่จะตายได้