เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 367 กองทัพ 100,000 คน

บทที่ 367 กองทัพ 100,000 คน

บทที่ 367 กองทัพ 100,000 คน


บทที่ 367 กองทัพ 100,000 คน

ในภัตตาคารอันหรูหรา จ้าวฝูนั่งอยู่ข้างหน้าต่างพร้อมด้วยอาหารเต็มโต๊ะ จ้าวฝูยกจอกไวน์ขึ้นมาและจิบมัน ก่อนที่จะมองไปยังทิวทิศน์ภายนอก

"ทุกอย่างเป็นยังไง?" จ้าวฝูรู้ความแข็งแกร่งของทั้งสี่ฝ่ายและไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ลงมือด้วยตัวเอง กลัยกัน เขาได้นั่งอยู่ในหนึ่งในร้านอาหารของเขาเผื่อว่ามีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้น

"ฝ่าบาท ทุกๆอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีใครสักคนที่เหลืออยู่ ณ จุดนัดพบของแต่ละฝ่าย บางคนก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติและหลบหนีไป แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ได้ส่งคนไปไล่ล่าพวกมันแล้ว" กั้วปิงหลินตอบ

เมื่อเขาพูดสิ่งเหล่านี้ออกมา จ้าวฝูก็พยักหน้าและมองไปยังระยะไกล "ข้าชักสงสัยแล้วว่าฝั่งของไป่ฉีเป็นยังไง"

………………………..

"เดินทัพด้วยความเร็วเต็มที่! พวกเราต้องไปถึงเมืองให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น" ไป่ฉีสั่งเสียงดัง

คราวนี้ไป่ฉีได้นำกองทัพมา 100,000 คนและพุ่งตรงไปยังเมืองด้วยความรวดเร็ว หลังจากเดินทางมากว่า 4 ชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองที่เพิ่งเลื่อนระดับ

เมืองนี้เล็กกว่าเมืองระดับเบื้องต้นส่วนใหญ่ และมันก็มีกำแพงไม้ที่เรียบง่ายเป็นแนวป้องกัน พวกมันสูงแค่สองเมตรและไม่ได้แข็งแรงนัก - ถึงอย่างไรก็ตาม เมืองๆนี้ก็เพิ่งเลื่อนระดับขึ้นมา

ไป่ฉีไม่ลังเลและสั่งให้กองทัพล้อมเมือง กองทัพ 100,000 คนหลั่งไหลเข้าสู่ตัวเมือง แผ่กลิ่นอายอันทรงพลังที่สร้างความตกตะลึงให้กับทุกๆคนภายในระยะ 10 กิโลเมตร

มันเป็นเวลาประมาณตี 2 - ตี 3 และชาวเมืองส่วนใหญ่ก็ยังหลับใหลอยู่ อย่างไรก็ตาม มันก็มีทหารยืนเฝ้ายามอยู่ และเมื่อเห็นมหาสมุทรของศัตรูกำลังย่างกรายเข้ามา พวกเขาก็ตะโกนออกมาในทันที "ศัตรูบุก!!"

เสียงตะโกนเหล่านี้ปลุกเมืองให้ตื่นขึ้น คบเพลิงถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว และหลายๆคนก็ตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเสียงยาตราทัพดังกึกก้อง พวกเขาก็สามารถบอกได้ว่าผู้โจมตีนั้นน่าสะพรึงกลัวมากแค่ไหน

ชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนทหารกำลังถือหอกและพุ่งไปยังกำแพงเมือง ชายคนนี้คือซุนหวู และเขาคือเจ้าเมืองแห่งนี้

เมืองเพิ่งเลื่อนระดับขึ้นเท่านั้น และพวกเขาก็ยังไม่เสร็จสิ้นการอัพเกรดหลายๆอย่าง พวกเขาแข็งแกร่งกว่าหมู่บ้านระดับสูงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และพวกเขาก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่กำแพงเมืองแล้วเสร็จ เฉพาะหลังจากที่ประชากรของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเท่านั้น พวกเขาจึงจะทรงพลังอย่างแท้จริง

ในวันที่ผ่านมา พวกเขาเป็นกังวลมากเพราะแม้แต่กำแพงเมืองก็ยังสร้างไม่เสร็จ ถ้ามีศัตรูบุกโจมตี พวกเขาก็คงแทบจะไร้การป้องกัน ดังนั้นพวกเขาจึงอดที่จะตื่นตัวไม่ได้

ในตอนนี้เมื่อได้ยินว่ามีศัตรูบุก สิ่งที่ซุนหวูหวาดกลัวมากที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของทหารของเขา ซุนหวูก็เริ่มรู้สึกเป็นกังวลมากยิ่งขึ้น ศัตรูแบบไหนกันที่แค่ปรากฏตัวก็ทำให้ทหารหวาดกลัวได้มากขนาดนี้?

เมื่อเขามาถึงกำแพงเมือง การแสดงออกของเขาก็ตกตะลึงสุดขีด และร่างกายของเขาก็แข็งค้างไป เขาเห็นมหาสมุทรของทหารจำนวนมหาศาล - อย่างน้อยก็ 100,000 คน - กำลังล้อมเมืองอยู่ นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?

หรือว่านครหลักของระบบต้องการเมืองของเขา? อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่ามันมีเผ่าพันธุ์อยู่หลากหลายประเภท นั่นก็ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม ทหารเหล่านี้ก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าทหารของนครหลัก

"พวกเราขอเชิญเจ้าเมืองของพวกเจ้าออกมา!" ซุนหวูมองไปยังผู้บัญชาการที่กำลังขี่ม้าตัวใหญ่สีดำ และผู้บัญชาการคนนี้ก็แผ่กลิ่นอายอันทรงพลังและเยือกเย็นออกมา ซุนหวูรู้สึกว่าคนๆนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา และเขาต้องเป็นคนสำคัญมาก

หลังจากคิดถึงมัน ซุนหวูก็เดินออกมา เมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพทหาร 100,000 คน เขาก็ไม่สามารถต้านทานได้เลย แม้จะด้วยชาวเมืองทั่วไป พวกเขาก็มีคนแค่ 20,000 กว่าคนเท่านั้น และพวกเขาก็มีอุปกรณ์ที่ด้อยกว่าและการบ่มเพาะที่ต่ำกว่ามาก พวกเขาจะต่อสู้ได้อย่างไร?

ถ้าศัตรูต้องการที่จะโจมตีเมือง มันก็จะถูกทำลายในทันที ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลให้ซุนหวูต้องลังเล

"นายท่าน ท่านมีเรื่องอะไรกับเมืองของพวกเรากัน?" ซุนหวูสูดหายใจเข้าลูกๆและสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงก่อนที่จะพูดออกมา และทำให้ตัวเองดูไม่ต้องกว่าในแง่ของกลิ่นอาย

สำหรับซุนหวูที่ออกมาและดูใจเย็นแม้จะถูกรายล้อมด้วยกองทัพทหาร 100,000 คนนั้น ไป่ฉีก็มองไปที่เขาด้วยร่องรอยแห่งความชื่นชม จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยความมั่นใจ "เหตุผลก็ชัดเจนแล้ว ข้ามั่นใจว่าเจ้ารู้ว่ามีหลายๆคนที่รู้ตำแหน่งของเมืองนี้แล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้าจะปกป้องมัน ถ้าเจ้ายอมจำนนต่อต้าฉิน ไม่เพียงแต่เจ้าจะได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่ แต่ชาวเมืองของเขาจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุข!"

การโจมตีและพิชิตเมืองนี้ย่อมง่ายดายเป็นอย่างยิ่งสำหรับไป่ฉี ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะลองพยายามโน้มน้าวดูก่อนที่จะโจมตี

ไป่ฉีถูกเรียกว่าเทพสังหาร และเขาก็ฆ่าคนไปมากมายนับไม่ถ้วนในอดีต อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใช่คนที่กระทำการสังหารหมู่อย่างบุ่มบ่าม - เขาสังหารถ้ามันมีเหตุอันควรเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็คือผู้บังคับบัญชา

เมื่อได้ยินคำพูดของไป่ฉี ซุนหวูก็เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงไม่โจมตีตรงๆ - พวกเขาต้องการให้ยอมจำนน อีกฝ่ายไว้หน้าเขามากแล้ว - ด้วยทหาร 100,000 คนของพวกเขา มันคงง่ายดายเป็นอย่างยิ่งที่จะเหยียบเมืองๆนี้ให้จมดิน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือตำแหน่งของเมืองรั่วไหลออกไปแล้วและหลายๆคนก็รู้มัน หากเป็นเช่นนี้ เมืองก็คงจะตกอยู่ในอันตรายอันใหญ่หลวง

นอกจากนี้ แม้ว่าซุนหวูจะเป็นแค่เจ้าเมือง แต่เขาก็รู้จักต้าฉินในตำนาน นอกจากนี้ พวกเขายังมีทหารกว่า 100,000 คน แสดงให้เห็นว่าต้าฉินทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ซุนหวูก็ยังลังเลเกี่ยวกับการยอมจำนนอย่างง่ายดายปานนี้ ดังนั้นเขาจึงถาม "นายท่าน ขอเวลาข้าพิจารณาสักหน่อยได้ไหม?"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไป่ฉีก็ตอบ "ข้าให้เวลาเจ้าคิดครึ่งชั่วโมง หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ข้าจะเริ่มโจมตีทันที"

ซุนหวูพยักหน้าและกลับเข้าไปในเมือง และเขาได้รวบรวมชนชั้นสูงในเมืองทั้งหมดมาเพื่อหารือกัน

ไป่ฉีเองก็สั่งให้ทหารตื่นตัวไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นและเตรียมโตมตีเมือง

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ

หวังเจี้ยนนั่งอยู่บนม้าพงไพรทมิฬข้างๆไป่ฉีและยิ้มในขณะที่เขาถาม "ผู้บัญชาการไป่ ท่านคิดว่าคนๆนั้นจะยอมจำนนไหม?"

ไป่ฉีมองไปที่เมืองและตอบ "เขาไม่ใช่คนโง่ ข้ามั่นใจว่าเขาจะต้องตัดสินใจได้ถูก!"

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซุนหวูก็พาชนชั้นสูงของเมืองออกมาและโค้งคำนับก่อนที่จะกล่าวว่า "นายท่าน พวกเรายินดีที่จะยอมจำนนต่อต้าฉิน"

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไป่ฉี และเขาได้เดินไปพิชิตและ [ย้าย] เมือง ในตอนนี้ตำแหน่งของมันถูกเปิดเผยออกไปแล้ว มันจึงไม่สามรถอยู่ที่นี่ต่อไปได้ ไม่อย่างนั้นต้าฉินคงต้องทิ้งทหารไว้ที่นี่เป็นจำนวนมาก ทหารของต้าฉินต่างยุ่งมาก และเพราะพวกเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ พวกเขาจึงได้ย้ายเมือง

เวลาคือสิ่งที่ขาดแคลน เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายอื่นๆจะร่วมกันโจมตีเมือง ถ้ามันมีคนมากเกินไป มันอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ได้

ไป่ฉีเดินไปที่ดวงใจแห่งเมือง เมืองๆนี้คือเมืองระดับเงิน และไป่ฉีก็ได้วางมือของเขาลงไปบนมันและเลือกที่จะพิชิตมันและ [ย้าย] มัน ทั่วทั้งเมืองสั่นไหว และสิ่งปลูกสร้างบางอย่างก็หายไปอย่างช้าๆในขณะที่ไป่ฉีเริ่มกลับไปยังนครต้าฉินพร้อมด้วยประชากรของเมือง

จบบทที่ บทที่ 367 กองทัพ 100,000 คน

คัดลอกลิงก์แล้ว