- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 366 เครื่องจักรสังหาร
บทที่ 366 เครื่องจักรสังหาร
บทที่ 366 เครื่องจักรสังหาร
บทที่ 366 เครื่องจักรสังหาร
ค่ำคืนมืดลงเรื่อยๆ และดวงดาวก็เต็มทั่วท้องฟ้า ทำให้มันเป็นค่ำคืนที่ดูงดงามมาก ฝ่ายที่ใหญ่ที่สุดทั้งสี่ของแดนร้อยไผ่ได้รวบรวมคนอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับเมือง อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่รู้ว่าอันตรายครั้งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามา
เมื่อเห็นว่าการรวมคนนั้นใช้เวลานานแค่ไหน ผู้นำตระกูลเหรินก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นเท่านั้น และเขาก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งภายในใจ
ทันใดนั้นเอง สภาพแวดล้อมก็เงียบลง และภาพฉากก็ค่อนข้างแปลกประหลาน
ในเวลานั้น ผู้นำของตระกูลเหรินก็สังเกตว่าจุดนับพบนั้นถูกรายล้อมไปด้วยหมอกสีเทา และเขาก็ถามออกมา "เกิดอะไรขึ้น"
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพวกเขาอยู่ในนครหลักของระบบ เขาจึงไม่ได้กังวลมากเกินไป เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา และแม้ว่าจะมีอะไรผิดปกติ นครหลักก็คงจะจัดการกับปัญหาได้
ถึงอย่างไรก็ตาม นครหลักก็ไม่ยอมให้เกิดการต่อสู้ขนาดใหญ่ขึ้น และในทันทีที่การต่อสู้ขนาดใหญ่ปะทุขึ้นมา นครหลักก็จะมายับยั้งมันในทันที ด้วยการปกป้องของนครหลัก เหล่าผู้นำจึงรู้สึกปลอดภัยมาก
อย่างไรก็ตาม หมอกสีเทาก็เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ และบรรยากาศก็เริ่มน่าขนลุกและแปลกประหลาด ผู้นำของตระกูลเหรินรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ และเขาก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบๆในความมืด
"ช่วยด้วย!!" ผู้นำตระกูลเหรินตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ไม่มีใครตอบ สภาพแวดล้อมเงียบเหมือนป่าช้า และผู้นำตระกูลเหรินก็ออกมาและเห็นฉากนองเลือดเข้า
พื้นดินระเกะระกะไปด้วยซากศพ ทุกร่างนั้นมีสีหน้าแห่งความพรั่นพรึง ลำคอของพวกเขาถูกตัด ซึ่งดูเหมือนจะฆ่าพวกเขาในทันที และเลือดก็สาดกระเซ็นออกไปทั่ว ส่งผลให้เกิดกลิ่นฉุนเตะจมูก
ร่างที่ราวกับภูตผีปรากฏขึ้น และพวกเขาก็สวมชุดคลุมสีดำ ถือใบมีดลับที่เปื้อนเลือดซึ่งแแผ่กลิ่นอายอันเยือกเย็นออกมา
ผู้นำตระกูลเหรินตระหนักได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ร่างสองร่างก็ปรากฏขึ้นข้างกายเขาอย่างไร้ซุ่มเสียง
ทั้งสองคนนี้สวมชุดคลุมสีดำ แต่พวกเขาก็ตัวเล็ก และดูเหมือนกับสาวน้อยสองคน สิ่งที่น่าแปลกก็คือทั้งสองคนนี้มีหางที่เหมือนกับแมว
ผู้นำตระกูลเหรินชะงักไปชั่วขณะ ซึ่งนำเขาไปสู่ความตาย แสงสีขาวเงินตัดผ่าน และศีรษะก็ตกลงสู่พื้น ศพไร้หัวล้มลงกับพื้น ส่งผลให้เลือดย้อมผืนดิน
มนุษย์แมวสาวสองคนยืนอยู่เงียบๆ และมองไปที่ซากศพ เพราะการฝึกของต้าฉิน ทั้งสองคนจึงทรงพลังขึ้นมาก บรรยากาศอันนุ่มนวลรอบๆตัวพวกเธอได้ลดลง และในตอนนี้พวกเธอก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก
"ทุกๆคนโปรดเก็บของมีค่าและตรวจดูว่ามีผู้รอดชีวิตไหม ฝ่าบาทต้องการให้พวกเราฆ่าทุกคน!" มนุษย์แมวออกคำสั่ง พร้อมกับมีร่องรอยแห่งจิตสังหารอยู่ในน้ำเสียงของเธอ
แม้ว่าจุดนัดพบของตระกูลเหรินจะเพิ่งมีการสังหารหมู่ แต่ก็ไม่มีใครที่ตรวจพบมัน เนื่องจากไม่เพียงเพราะจ้าวฝูได้เปิดใช้งานโลกภูตผีทมิฬรอบๆบริเวณ แต่เขายังได้เปิดใช้งานบาเรียกั้นเสียง ทำให้มันยากที่ใครจะพบเข้า
แก๊งหนังหุ้มกระดูกเองก็เจอการสังหารหมู่ที่คล้ายคลึงกัน หลายๆคนได้เข้ามายังจุดนัดพบอย่างรวดเร็วเมื่อปรานภูตผีล้อมรอบบริเวณอย่างฉับพลัน เหล่าคนที่อยู่ภายในหมอกสีเทาเริ่มตื่นตระหนก และใครที่ก้าวเข้ามาภายในหมอกสีเทาแล้วก็ไม่อาจกลับออกไปได้
นักฆ่าของต้าฉินซ่อนอยู่ในความมืดและเริ่มโจมตีในความสับสนวุ่นวาย ร่างสีดำเปล่งประกายขึ้น และลำแสงอันเย็นวาบได้ทอประกายออกมาในขณะที่โลหิตสาดขึ้นสู่อากาศและร่างกายได้ล้มลงกับพื้น
เหล่านักฆ่าโจมตีด้วยความรวดเร็วและโหดเหี้ยมเป็นอย่างยิ่ง และพวกเขาก็สังหารในทุกๆครั้งที่พวกเขาโจมตี พวกเขาไม่ปล่อยให้ใครรอดชีวิต และช่องว่างของความแข็งแกร่งระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นก็กว้างเกินไป
อาชีพนักฆ่าเป็นอาชีพที่ค่อนข้างพิเศษ และด้วยการฟูมฟักของจ้าวฝูและโบนัสอุปกรณ์ทั้งหลาย มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนธรรมดาจะต้านทานนักฆ่าของต้าฉิน
ในไม่ช้า คนทั้ง 5,000 คนที่มารวบตัวกันก็ถูกสังหาร เหลือทิ้งไว้เพียงแต่ซากศพ หัวหน้าแก๊งหนังหุ้มกระดูกที่เป็นชายวัยกลางคนร่างผอมได้ถูกเจาะทะลวงหน้าอกด้วยดาบและตายลง
ถัวป้าชิงดึงดาบของเธอออกมาและเริ่มกวาดล้างสมรภูมิพร้อมกับอู๋ชิงและคนอื่นๆ และพวกเขาก็สังหารผู้คนที่กำลังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
จุดนับพบของแก๊งลิลลี่เองก็ผ่านสิ่งที่คล้ายคลึงกัน คนที่อยู่ข้างนอกเข้ามาให้เหล่านักฆ่าสังหารอย่างต่อเนื่อง และชายสักลายร่างยักษ์ก็อยู่ภายในห้อง พร้อมกับจ้องมองไปยังร่างเล็กๆตรงหน้าของเขาด้วยความฉุนเฉียวในขณะที่เขาคำรามออกมา "แกเป็นใคร? ทำไมถึงโจมตีแก๊งลิลลี่?"
"เพราะ... ฝ่าบาท... ต้องการให้เจ้า... ตาย!" ชาน้อยยังคงพูดได้ไม่ค่อยดีนัก และเขาก็พยายามที่จะเค้นหาคำพูดก่อนโจมตี
ชายร่างยักษ์รู้สึกตกใจมาก และเขาก็สงสัยว่า 'ฝ่าบาท' คือใคร เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กคนนี้ ชายร่างยักษ์ก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คู่มือของชาน้อยเลย เพราะชาน้อยมาถึงระยะที่ 2 นานแล้ว ด้วยพรสวรรค์ของเขาในการเรียนรู้เคล็ดวิชาสังหาร ความแข็งแกร่งของเขาจึงมากมายมหาศาล
ชาน้อยรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และเขาก็มาถึงตัวชายร่างยักษ์ในพริบตา ชายร่างยักษ์จับกระบี่ของเขาและเหวี่ยงเข้าใส่ชาน้อย แต่มันก็น่าเสียดายที่เมื่อเจอกับชาน้อย ชายคนนี้ก็ถือว่าตายไปแล้ว
ชาน้อยมาถึงตัวชายร่างยักษ์ และโจมตีเขาด้วยความรวดเร็วหลายครั้ง เขาเหวี่ยงกริชสีแดงโลหิตในมือ วาดเส้นสีแดงโลหิตผ่านอากาศ และตัดแขนขวาของชายร่างยักษ์ออกไปในทันที ชายร่างยักษ์คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดและกำหมัดที่เหลืออยู่ในขณะที่เขาชกเข้าใส่ชาน้อย
การแสดงออกของชาน้อยยังคงแข็งกระด้าง และร่างกายของเขาก็หมุนตัวในขณะที่เขาตัดแขนข้างที่กำลังต่อยเข้าใส่เขา หลังจากสูญเสียแขนทั้งสองข้าง ชายร่างยักษ์ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในทันใด ตอนนี้เขารู้ดีว่าเขาไม่ใช่คู่มือของคนผู้นี้ และในขณะที่เขากำลังจะวิ่งหนี แสงสีแดงก็สับเข้าที่ขาของเขา
"อ๊ากกก!!" ชายร่างยักษ์ล้มลงกับพื้นและกรีดร้องออกมา พร้อมกับดูชาน้อยที่กำลังเดินเข้ามา เขาอ้อนวอน "โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะมอบทุกๆสิ่งที่เจ้าต้องการให้!"
"ไม่... ฝ่าบาทกล่าวว่า... ห้ามมีใครรอดไป!" ชาน้อยตอบอย่างจริงจัง
เมื่อเขาได้ยินคำพูดของชาน้อย ชายร่างยักษ์ก็เข้าใจว่าชาน้อยคงไม่ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกัน เขาก็สงสัยว่าเขาไปรุกรานคนที่น่ากลัวขนาดนั้นเมื่อไหร่กัน - และใครคือฝ่าบาทคนนั้น?
ชายร่างยักษ์ไม่รู้อะไรเลย แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่าคนที่ฟูมฟักเครื่องจักรสังหารเช่นนี้มาย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
ชายร่างยักษ์ไม่อยากตาย ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะดิ้นรนโดยสัญชาตญาณ ทำให้เขาดูน่าสมเพชมาก
ชาน้อยมองไปที่เขาอย่างใจเย็นและไม่แสดงความเมตตาใดๆ เขาเหวี่ยงกริชในมือ และลำแสงสีแดงได้พุ่งออกไป ทะลวงผ่านศีรษะของชายร่างยักษ์และสังหารเขาในทันที
สุดท้าย ณ จุดนัดพบของตระกูลหลี่ ซากศพก็เต็มไปทั่วพื้น และผู้นำตระกูลหลี่ก็ถูกตรึงเข้ากับผนังด้วยหอก
สี่ฝ่ายที่ใหญ่ที่สุดได้ถูกสังหารอย่างไร้ซุ่มเสียงโดยไม่มีใครรู้ มันดึกมากแล้ว และบางทีมันคงจะถูกพบในวันรุ่งขึ้น สิ่งนี้ย่อมสร้างความตกตะลึงให้กับแดนร้อยไผ่ทั้งหมดได้อย่างแน่นอน