- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 357 ฉินจะไม่ถูกทำลายโดยใครนอกจากชู
บทที่ 357 ฉินจะไม่ถูกทำลายโดยใครนอกจากชู
บทที่ 357 ฉินจะไม่ถูกทำลายโดยใครนอกจากชู
บทที่ 357 ฉินจะไม่ถูกทำลายโดยใครนอกจากชู
หลังจากที่สติของเขากลับมายังโลกแห่งความเป็นจริง จ้าวฝูก็หิวมาก ซึ่งเข้าคุ้นเคยกับมันแล้ว เขาดื่มน้ำเพื่อบรรเทาความหิวไปชั่วคราวก่อนที่จะบอกให้คนคุ้มกันไปซื้ออาหารมาให้เขา
จ้าวฝูตรวจสอบโทรศัพท์ของเขา และเขาก็พบว่าเขามีข้อความและสายที่ไม่ได้รับจากอู๋ชิงเหนียง
จ้าวฝูมองไปที่ข้อความและพบว่าอู๋ชิงเหนียงได้ถามว่าการพบกับตงจวินหัวเป็นอย่างไร จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับมัน และเขาก็พบว่าสำหรับเขานั้นตงจวินหัวค่อนข้างดีและมีนิสัยใจคอดี ตงจวินหัวน่าจะสามารถรวบรวมผู้คนไว้กับตัวเองได้
ดังนั้นจ้าวฝูจึงตอบไปตามตรง และอู๋ชิงเหนียงก็ไม่ได้ตอบกลับมาสักพัก - เธอน่าจะอยู่ภายในโลกจุติสวรรค์อยู่ในไม่ช้าคนคุ้มกันก็กลับมาพร้อมกับอาหาร และจ้าวฝูก็กินไปพร้อมกับเข้าไปยังฟอรัมโลกจุติสวรรค์
มันมีหลายๆเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ฟอรัมดูวุ่นวายมาก และมีความขัดแย้งได้ปะทุขึ้นระหว่างตัวตนในประวัติศาสตร์และลูกหลานของพวกเขามากยิ่งขึ้น
ตัวตนทางประวัติศาสตร์ต่างก็จงรักภักดีต่อผู้สืบทอดมรดกของพวกตน และมันก็เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะต้องการให้ลูกหลานและตระกูลของพวกเขาจงรักภักดีด้วย อย่างไรก็ตาม เวลาก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว และก็ไม่มีใครจงรักภักดีอย่างเหนียวแน่น
ตัวตนในประวัติศาสตร์บางส่วนกระทั่งถูกข่มเหงโดยลอร์ดของตัวเองเมื่อครั้งอดีต อย่างเช่นไป่ฉีและชางหยาง มันจึงเป็นธรรมดาที่ลูกหลานของพวกเขาจะไม่ต้องการรับใช้ต้าฉิน และพวกเขาอาจจะเกลียดต้าฉินหรือต้องการหลบหนีซะด้วยซ้ำ
ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือต้าหมิง ซึ่งแม่ทัพที่มีชื่อเสียงน้อยกว่าราชวงศ์อื่นๆ ลูกหลานส่วนใหญ่เกลียดต้าหมิงเพราะบรรพบุรุษของต้าหมิงได้สังหารข้ารับใช้ที่มีคุณงามความดีของตนไปเกือบทั้งหมด
บางคนก็น่าสงสารมาก - พวกเขาจงรักภักดีมาก แต่ก็ต้องตายอย่างน่าสยดสยอง แต่ละราชวงศ์นั้นมีผู้ปกครองที่ได้ประหารผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความดีความชอบ แต่ต้าหมิงกลับเลวร้ายยิ่งกว่า
นอกจากนี้ ลูกหลานเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังเป็นคนที่มีพรสวรรค์ แต่เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ พวกเขาจึงต้องระมัดระวัง
จ้าวฝูพบเห็นข้อมูลเช่นนี้จำนวนมากมายในฟอรัม และจ้าวฝูก็พบข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับลูกหลานของเมิ่งเถียน ในท้ายที่สุด จ้าวฝูก็ตัดสินใจปล่อยพวกเขาไว้แบบนั้น
นอกจากนี้ยังมีบางสิ่งที่ทำให้จ้าวฝูต้องขมวดคิ้ว - ลูกหลานแห่ง 'ฌ้อปาอ๋อง' เซี่ยงอวี่ จากตัวตนในประวัติศาสตร์ทั้งหมด คนที่จ้าวฝูเกลียดมากที่สุดก็คือเซี่ยงอวี่
ในความเป็นจริง จ้าวฝูไม่ได้มีความรู้สึกเป็นศัตรูอะไรกับเซี่ยงอวี่ - ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มาจากช่วงเวลาที่แตกต่างกัน และไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเป็นการส่วนตัว ในความเป็นจริง สำหรับบางคน เซี่ยงอวี่อาจจะเป็นวีรบุรุษหรือผู้ควรแก่การเคารพ อย่างไรก็ตาม ความเกลียดชังที่จ้าวฝูรู้สึกนั้นก็อยู่ลึกลงไปถึงกระดูก
"แกทำลายต้าฉิน สังหารทหารของต้าฉินไปกว่า 200,000 คน ทำลายพระราชวังอาฝาง และเข่นฆ่าคนของฉัน ย้อนกลับไป คำทำนายได้กลายเป็นความจริง: แม้ว่าชูจะมีสามตระกูล แต่ฉินจะไม่ถูกทำลายโดยใครอื่นนอกจากชู ในคราวนี้ ต้าฉินจะทำลายชู และฉันจะไม่ปล่อยคนจากตระกูลเซี่ยงไปแม้แต่คนเดียว: ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง เด็ก หรือคนแก่!"
สายตาของจ้าวฝูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่งและร่างกายของเขาก็แผ่เจตจำนงอันหนาวเหน็บออกมา นี่ไม่ใช่เจตจำนงที่เป็นส่วนหนึ่งของเขา - เขาไม่ได้รู้สึกเกลียดชังต่อเซี่ยงอวี่เป็นการส่วนตัว แต่เพราะมรดกของต้าฉิน ความเกลียดชังของเขาที่มีต่อเซี่ยงอวี่จึงฝังลึกลงไปในกระดูกและหัวใจของเขา นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถปล่อยวางได้จนกว่าจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายไป
หลังจากดูข้อมูลเกี่ยวกับลูกหลายของเซี่ยงอวี่ เลือดของจ้าวฝูทั้งหมดก็ดูจะเดือดพล่านขึ้นมา และความเกลียดชังได้แผ่ออกมาจากหัวใจของเขา
รัฐชูได้รับโชคชะตามาเป็นจำนวนมากเพราะการดับสูญของต้าฉินซึ่งน่าจะเป็นเพราะฌ้อปาอ๋อง ในขณะที่หลิวปังได้เก็บเกี่ยวในสิ่งที่เขาหว่านไว้
เซี่ยงอวี่ได้เป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่และเชี่ยวชาญในการนำกองทัพมาก เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากในหมู่แม่ทัพที่มีชื่อเสียงของจีน แต่เขาก็ดื้อรั้น หัวแข็ง หยิ่งยโส และไม่เด็ดขาด เขาเป็นแม่ทัพที่ดีแต่ไม่สามารถเป็นราชาที่ดีได้ ดังนั้นเขาจึงต้องเดินลงจากเส้นทางแห่งผู้ปกครองไป
ในตอนแรก ลูกหลานของเซี่ยงอวี่ไม่กล้าเปิดเผยอะไรเกี่ยวกับตัวเอง เนื่องจากเขารู้ว่ามีสองอาณาจักรที่ต้องการจะสังหารเขา มันไม่ใช่แค่ต้าฉิน แต่ยังมีต้าฮั่นด้วย ในตอนนี้ที่สองในห้าราชวงศ์อันยิ่งใหญ่ต้องการจะสังหารเขา มันจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่กล้าเปิดเผยอะไรเกี่ยวกับตัวเอง
ในตอนนี้ที่จู่ๆเขาได้ทำลายตระกูลใหญ่ไปหลายตระกูลแล้วในพื้นที่ของเขาและกลายเป็นฝ่ายที่มีอำนาจมากที่สุดในภูมิภาค ข่าวเกี่ยวกับเขาจึงเริ่มแพร่ออกมา จ้าวฝูได้มองไปที่ภูมิภาคนั้นและพบว่ามันอยู่ค่อนข้างไกลจากต้าฉิน ดังนั้นเขาจึงต้องรอไปสักพักก่อนที่จะเข้าไปก่อสงคราม
จ้าวฝูรู้สึกมั่นใจมาก แต่เพราะเขามั่นใจว่าลูกหลานของเซี่ยงอวี่นั้นค่อนข้างมีความสามารถ เขาจึงยังรู้สึกกดดันอยู่เล็กน้อย
ข่าวต่อไปก็สร้างความประหลาดใจให้กับจ้าวฝูเหมือนกัน มันคือคนที่ชื่อกู่ชิงหยาง คนๆนั้นได้รับความโปรดปรานจากลอร์ดแห่งนคร และเขาก็ได้ถูกเลือกให้กลายเป็นบุตรเขยของลอร์ดแห่งนคร ทำให้เขากลายเป็นลอร์ดแห่งนครคนต่อไป
จ้าวฝูไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้ - กู่ชิงหยางโชคดีมากจนได้รับนครหลักของระบบไปฟรีๆ และมันก็ยังตั้งแต่เริ่มแรกแบบนี้ ด้วยการมีนครหลักของระบบเป็นคนหนุนหลัง อนาคตของเขาย่อมไร้ขีดจำกัด มันยังมีคนบอกอีกว่าลูกสาวของลอร์ดนั้นงดงามราวกับเทพธิดา และเธอก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่งดงามที่สุดคนหนึ่ง
จ้าวฝูสงสัยว่าลอร์ดคนนั้นเห็นอะไรในตัวกู่ชิงหยาง และมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ข้อมูลของกู่ชิงหยางจะถูกเปิดเผย เขาได้เข้าร่วมกับผู้สืบทอดมรดกคนหนึ่งและได้รับการคุ้มครอง มิฉะนั้นเขาคงจะตายไปแล้วเมื่อข้อมูลของเขาถูกเปิดเผยออกมา
ข่าวนี้ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนรู้สึกอิจฉา - ไม่เพียงแต่เขาจะได้เมียสวย แต่เขายังได้นครหลักของระบบไปอีกด้วย จ้าวฝูอดยิ้มออกมาไม่ได้; เขาไม่ได้อิจฉาแต่ขบขันต่างหาก
ถัดไปคือการจัดอันดับสาวงามในตำนานโดยคนๆหนึ่ง มันเป็นอันดับของสาวงาม และส่วนใหญ่จะเป็นสาวงามล่มเมือง นอกเหนือจากจะเป็นสาวงามแล้ว อีกหนึ่งคุณสมบัติคือพวกเธอจะต้องเป็นลูกหลานของสาวงามในประวัติศาสตร์
อันดับที่หนึ่งคือหวี่หลู เธอคือลูกหลานของหนี่หว่า เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามที่แผ่บรรยากาศของความเป็นแม่ออกมา
อันดับที่สองคือต๋าเฟย เธอคือลูกหลานของต๋าจี๋ เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นผู้หญิงที่งดงามน่าหลงใหลซึ่งสามารถทำให้คนหมู่มากมัวเมาได้
อันดับที่สามคืออู๋ชิงเหนียง เธอคือลูกหลานของบูเช็กเทียน เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามผู้ทรงอำนาจที่มีบรรยากาศอันโดดเด่น
อันดับที่สี่คือสือยูหยาน เธอคือลูกหลานของไซซี เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามที่อ่อนแอและแผ่บรรยากาศที่ทำให้ผู้คนต้องการจะปกป้องเธอ
อันดับที่ห้าคือหยางหยูยัน เธอคือลูกหลานของหยางกุ้ยเฟย เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามที่มีรูปร่างยั่วยวนและน่าหลงใหลจนทำให้ชายหนุ่มสามารถลุกไหม้ไปด้วยตัณหาได้
อันดับที่หกคือหวังซีฮัน เธอคือลูกหลานของหวังเจาจฺวิน เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามที่ชาญฉลาด เธอย่อมต้องเป็นภรรยาที่ดีและแม่ที่ยอดเยี่ยมได้อย่างไม่ยาก
อันดับที่เจ็ดคือตู๋เซียวหยู เธอคือลูกหลานของเตียวเสี้ยว เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามที่งดงามที่สุด และมันก็ถึงจุดที่ความงามของเธอสามารถพรากดวงวิญญาณของผู้คนได้
อันดับที่แปดคือจ้าวฮั่นเยว่ เธอคือลูกหลานของจ้าวเฟยหยาน เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นนางรำผู้งดงาม เธอสามารถเต้นรำได้อย่างไม่มีใครเทียบเคียง
อันดับที่เก้าคือเปาฉิง เธอคือลูกหลานของเปาซี เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามที่มีรอยยิ้มอันงดงามที่สุด การยิ้มเพียงครั้งเดียวจากเธออาจทำลายเมืองทั้งเมืองได้เลย
อันดับที่สิบคือเฟิงสือหยู เธอคือลูกหลานของเฟิงเสี้ยวเหลียน เธอได้รับการอธิบายว่าเป็นสาวงามที่เอาใจเก่งมากและมีบรรยากาศที่สูงส่งอยู่กับตัว