- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 356 กลิ่นอายแห่งราชา
บทที่ 356 กลิ่นอายแห่งราชา
บทที่ 356 กลิ่นอายแห่งราชา
บทที่ 356 กลิ่นอายแห่งราชา
กลิ่นอายแห่งราชาหมายถึงกลิ่นอายพิเศษจากราชา มันไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีอาชีพแห่งราชาแต่แค่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสมญานามว่าราชาก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นราชาหมาป่าเทา หรือราชาม้าพงไพรทมิฬ
สิ่งมีชีวิตที่มีคำว่า 'ราชา' อยู่ในชื่อของมันจะมีกลิ่นอายแห่งราชา และยิ่งสิ่งมีชีวิตนั้นทรงพลังแค่ไหน กลิ่นอายแห่งราชาของมันก็จะทรงพลังขึ้นเท่านั้น ตรงกันข้าม ถ้าสิ่งมีชีวิตยิ่งอ่อนแอ กลิ่นอายแห่งราชาของพวกมันก็จะอ่อนแอลงไปด้วย
ยกตัวอย่างเช่นสิ่งมีชีวิตอย่าง ราชาสุนัขป่าหรือราชาไก่ป่า พวกมันมีกลิ่นอายแห่งราชา แต่ก็เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น
ในเวลาเดียวกัน ผู้คนก็มีกลิ่นอายแห่งราชาได้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีอาชีพราชา ตราบใดที่พวกเขามีสายเลือดแห่งราชวงศ์หรือเป็นผู้สืบทอดมรดกราชา พวกเขาก็ถูกนับรวมด้วย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ลูกหลานโดยตรงหรือผู้สืบทอดแห่งราชานั้นจะมีกลิ่นอายแห่งราชาด้วย
ถ้าคนผู้นั้นสังหารหรือควบคุมคนอื่นที่มีพลังแห่งราชา คนผู้นั้นก็จะได้รับกลิ่นอายแห่งราชาของคนผู้นั้นไป แม้ว่าการฆ่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ถึงอย่างไรก็ตาม การฆ่าก็หมายความถึงการลบล้างการดำรงอยู่ของคนๆนั้น ดังนั้นโชคชะตาทั้งหมดของคนผู้นั้นก็จะหายไป ส่งผลให้กลิ่นอายแห่งราชาที่ได้รับมีมากยิ่งขึ้น
จ้าวฝูรู้สึกว่ากลิ่นอายแห่งราชานั้นค่อนข้างคล้ายกับโชคชะตา
ในอนาคต ถ้าจ้าวฝูสังหารผู้สืบทอดมรดก สิ่งมีชีวิตที่มีคำว่า 'ราชา' อยู่ในชื่อ หรือเหล่าคนที่มีสายเลือดราชวงศ์ เขาคงจะได้รับกลิ่นอายแห่งราชามามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยุทธภัณฑ์จักรพรรดิสวรรค์อันนี้ก็ต้องการกลิ่นอายแห่งราชาปริมาณเท่ากับมหาสมุทร จ้าวฝูไม่รู้เลยว่าเมื่อไรที่เขาจะสามารถฟื้นฟูมันได้
ถ้าไอเท็มชิ้นนี้ตกอยู่ในมือของคนอื่น มันคงจะเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือโชคชะตาของคนผู้นั้นไปได้อย่างสิ้นเชิง
"ฝ่าบาท พวกเขามาช้านัก โปรดลงโทษพวกเราด้วย" ในเวลานั้นเอง ทหารของเขาก็บึ่งเข้ามา และเมื่อเห็นเศษซากแห่งการทำลายล้างรอบๆรัศมี 10,000 เมตร พวกเขาก็รู้สึกตะลึงงัน
พวกเขารีบเข้ามาที่ด้านข้างของจ้าวฝู และเมื่อพวกเขาเห็นว่าจ้าวฝูเต็มไปด้วยเลือด พวกเขาก็คุกเข่าลงกับพื้นในทันที
"พวกเจ้าลุกขึ้นเถอะ!" จ้าวฝูเผยรอยยิ้มออกมาและเก็บมงกุฎแห่งราชาไปก่อนที่จะถามหาศิลาสร้างเมืองพิเศษ
ลูกบาศสีเงินเข้มแตกต่างไปจากศิลาสร้างเมืองทั่วไป แต่มันก็ยากที่จะพูดว่าอะไรที่แตกต่างกัน ดังนั้นจ้าวฝูจึงมองไปที่คำอธิบายของมัน
[ศิลาสร้างเมือง - อลัด]: ศิลาสร้างเมืองจากโลกอลัดที่สามารถสร้างหมู่บ้านก็อบลินระดับเงินได้
คำอธิบายของมันแตกต่างไปจากศิลาสร้างเมืองทั่วไป - ความจริงที่ว่ามันมาจาก 'โลกอลัด' คือข้อมูลที่สำคัญมาก จ้าวฝูที่ได้รับข้อมูลมาจากเทพเจ้าเคอร์นั้นรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ประหลาดใจเลย
อีกสิ่งที่ทำให้จ้าวฝูพอใจมากคือในที่สุดเขาก็ได้รับแก่นแท้ดาบมา 1,200 อัน ก่อนหน้านี้ เขาได้สังหารฮ็อปก็อบลินบริเวณนอกเศษซากอารยธรรมไปมากมาย และได้แก่นแท้ดาบมาเป็นจำนวนมาก และในคราวนี้พวกเขาก็สังหารพวกมันไปอีกมา ทำให้ในที่สุดเขาก็ได้มาเพียงพอ
ในตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาจะผสานพวกมันและสร้างดาบแห่งทะเลสาบสีเงินอมตะขึ้นมาแล้ว จ้าวฝูหยิบเอาแก่นแท้ดาบออกมา ซึ่งเคลื่อนไหวด้วยตัวเองราวกับว่าพวกมันกำลังเรียกหาซึ่งกันและกัน และพวกมันก็เปล่งประกายด้วยแสงจางๆ
ทันใดนั้นแก่นแท้ดาบก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปล่งประกายราวกับดวงดาวอันเจิดจ้าในขณะที่ภาพของทะเลสาบขนาดใหญ่ค่อยๆปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ทะเลสาบนี้งดงามและกว้างใหญ่มาก และมันก็จนถึงจุดที่จ้าวฝูไม่สามารถมองเห็นฝั่งของมันได้ พื้นผิวของทะเลสาบนั้นไม่มีแม้แต่ระลอกคลื่น และมีดอกไม้สีส้มและต้นหญ้ากำลังเติบโตอยู่รอบๆมัน ก่อให้เกิดภาพฉากอันงดงาม
ในขณะที่ทะเลสาบก่อตัวขึ้น ปรานมิติทั้งหมดภายในเศษซากอารยธรรมก็เริ่มมารวมตัวกัน และแก่นแท้ดาบที่คล้ายกับดวงดาวก็ค่อยๆผสานเข้าด้วยกัน
ในที่สุด ดาบสีเงินก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า แผ่กลิ่นอายราวกับสายน้ำในขณะที่มันตกลงมา และจ้าวฝูก็คว้ามันไว้ในมือของเขา
มันเป็นดาบสีเงินที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร กว้าง 10 เซนติเมตร และมีภาพที่ดูคล้ายกับสายน้ำอมตะอยู่ที่ด้ามจับ โดยรวมแล้ว มันเป็นดาบที่งดงามมาก
[ดาบทะเลสาบสีเงินอมตะ]: ระดับ: ตำนาน สถานะ: STR+20 INT+20 AGI+15 CON+19 รายละเอียด: หนึ่งในเจ็ดอุปกรณ์แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ มันมีมรดกและสามารถมอบอาชีพนักดาบสีเงินอมตะให้กับผู้ใช้
[นักดาบสีเงินอมตะ]: อาชีพประเภทเติบโตที่มีการโจมตีด้วยดาบอันทรงพลัง ผู้ใช้จะได้รับการสืบทอดความเข้าใจแห่งการต่อสู้ - ความเข้าใจแห่งทะเลสาบสีเงิน
หลังจากมองไปที่สิ่งเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็พบว่าอาชีพนี้ทรงพลังมาก - ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพียงแค่ความเข้าใจแห่งการต่อสู้ก็หมายความว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพชั้นสูงมากแล้ว นี่เป็นเพราะคนที่มีการบ่มเพาะระดับสูงเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องเหนือกว่าระยะที่ 7 จึงจะสามารถรู้แจ้งในพลังงานต้นกำเนิดได้
นักดาบสีเงินอมตะนั้นสามารถรับการสืบทอดความเข้าใจแห่งทะเลสาบสีเงินมาได้โดยตรงและไม่จำเป็นต้องรู้แจ้งในความเข้าใจแห่งการต่อสู้ด้วยตัวเองเพื่อไขว้คว้าพลังดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม อาชีพและดาบเล่มนี้ก็ไม่เหมาะกับจ้าวฝู มันยังมีอุปกรณ์และอาชีพอีกหกอัน แล้วจ้าวฝูก็วางแผนที่จะมอบพวกมันให้กับคนอื่น
เพราะเขามีอาชีพราชาอยู่แล้ว และเขาก็ไม่เหมาะกับอาชีพเหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงเก็บดาบไปและวางแผนที่จะหาเจ้าของที่เหมาะสมให้กับมันในอนาคต
จ้าวฝูตัดสินใจที่จะหยุดสำรวจป่าแห่งความขุ่นมัวที่นี่ ในตอนนี้จ้าวฝูได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว และเขาก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวันเพื่อพักฟื้น
หลังจากกลับมายังต้าฉิน จ้าวฝูก็ได้รวบรวมความแข็งแกร่งที่เหลืออยู่ของเขาเพื่อไปยังค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี และเขาได้วางศพของก็อบลินดำลงไปบนค่ายกล
ในตอนนี้สิ่งที่จ้าวฝูกังวลมากที่สุดก็คือว่าศพของก็อบลินดำจะสามารถสกัดกลั่นได้ไหม ถ้ามันทำได้ เขาก็จะสามารถพัฒนาทหารระยะที่ 1 หรือกระทั่งระยะที่ 2 ได้เป็นจำนวนมาก
จ้าวฝูเริ่มรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อยในขณะที่เขาใช้ค่ายกล พลังงานไร้รูปร่างชักนำซากศพขึ้นไปในอากาศ และแก่นชีวิตของมันก็ถูกหลอมละลายไปอย่างต่อเนื่อง เผยให้เห็นโครงกระดูกอันน่าขนลุก
ลูกแก้วแสงสองลูกลอยออกมาจากโครงกระดูก จ้าวฝูยื่นมือออกมา และพวกมันก็ลอยเข้ามา อันแรกคือลูกแก้วระดับ ในขณะที่อีกอันคือยาโลหิตเทพเจ้าระยะที่ 1
จ้าวฝูมีความสุขมาก และเขาก็วางซากศพของมิโนทอร์ลงไปบนค่ายกลต่อ เขาได้รับยาโลหิตเทพเจ้าระยะที่ 2 มาจากมัน จากนั้นเขาก็ได้ศิลายกระดับมาจากซากศพของแมวปีศาจ
ในตอนนี้จ้าวฝูมั่นใจเต็มที่แล้วและได้กลับไปยังห้องของเขาเพื่อพื้นฟูอาการบาดเจ็บ เขาตัดสินใจว่าเขาจะจัดตั้งกลุ่มเพื่อไปสังหารสิ่งชีวิตภายในเศษซากอารยธรรมโดยเฉพาะหลังจากที่พื้นตัวแล้ว
หลังจากนั้นจ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้กลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริงมาสักพักแล้ว และเนื่องจากเขาไม่สามารถทำอะไรได้มากในขณะที่เขากำลังฟื้นตัว เขาจึงตัดสินใจกลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริง
ฝากโหวตให้นิยายด้วยนะครับ
Top5 +1 ตอน
Top4 +2 ตอน
Top3 +3 ตอน
Top2 +4 ตอน
Top1 +5 ตอน