- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 355 เจตจำนงสังหารเทพเจ้า
บทที่ 355 เจตจำนงสังหารเทพเจ้า
บทที่ 355 เจตจำนงสังหารเทพเจ้า
บทที่ 355 เจตจำนงสังหารเทพเจ้า
ปัง!
หลังจากที่ราชาก็อบลินถูกบล็อคก็โจมตีนี้ มันก็เหวี่ยงแขนอีกข้าง ส่งโซ่หวดเข้าใส่จุดที่ลำแสงสีเงินไหลออกมา โซ่ปะทะเข้ากับพื้น ก่อให้เกิดหลุมกว้าง 2 เมตร แต่จ้าวฝูก็หายไปนานแล้ว
ตู้ม!!
ลำแสงสีเงินอีกสายพุ่งเข้าใส่ราชาก็อบลินอย่างฉับพลันจากด้านหลัง
โซ่จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากทางด้านหลังของราชาก็อบลิน หมุนวนในอากาศและก่อตัวขึ้นเป็นโล่ทรงกลมขนาดใหญ่ ลำแสงสีเงินปะทะเข้ากับโล่ ส่งผลให้เกิดเสียงดังกระหึ่มขึ้น ลำแสงสีเงินหรี่ลงอย่างต่อเนื่องก่อนที่ในที่สุดจะกระจัดกระจายหายไปเป็นละอองแสงจำนวนนับไม่ถ้วน
ในเวลาเดียวกัน ร่างกายของราชาก็อบลินก็เริ่มลีบลงเล็กน้อยอีกครั้ง และมันก็ปาโซ่ไปยังจุดที่ลำแสงสีเงินพุ่งออกมา อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่โดนจ้าวฝู
คราวนี้จ้าวฝูไม่ได้โจมตีในทันที และเขาได้รออยู่สักพักก่อนที่จะโยนหอกบดขยี้ภูตผีอีกอันออกไป ซึ่งได้ถูกป้องกันไว้โดยโซ่อีกครั้ง
หลังจากทำซ้ำอยู่ 5 - 6 ครั้ง ร่างกายขนาดใหญ่ของราชาก็อบลินก็ลีบลงมาก และดวงตาของมันก็ไร้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ในตอนนี้จ้าวฝูเหลือหอกบดขยี้ภูตผีอีกแค่ 8 อันเท่านั้น และเขาก็ลังเลมากที่จะใช้พวกมัน ดังนั้นเขาจึงนำธนูจิตวิญญาณรุคผู้ยิ่งใหญ่ออกมา
ลูกศรพุ่งออกมาและเปลี่ยนเป็นลำแสงสีเงิบางๆในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่ราชาก็อบลิน เมื่อเผชิญหน้ากับลูกศรนี้ ราชาก็อบลินก็ยืนอยู่บนพื้นในขณะที่โซ่พุ่งออกมาจากแขนของมันราวกับอสรพิษและกระแทกลูกศรออกไป
สิ่งนี้ไม่ได้ใช้พลังของราชาก็อบลินไปเท่าไร ดังนั้นจ้าวฝูจึงถูกบังคับให้ต้องใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของธนูจิตวิญญาณรุคผู้ยิ่งใหญ่
รุคสีม่วงที่มีปีกกว้าง 4 เมตรได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน แผ่กลิ่นอายที่แหลมคมเป็นอย่างยิ่งในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของราชาก็อบลิน
ราชาก็อบลินหันไปได้ทันเวลาและทุบพื้น ส่งผลให้พื้นดินแยกออก และโซ่หลายสิบเส้นได้พุ่งขึ้นมาจากพื้นและทะลวงผ่านรุคสีม่วง ส่งผลให้มันสลายไป ลูกศรเปลี่ยนเป็นผุยผง แต่หลังจากนั้นในทันที รุคสีม่วงอีกตัวก็พุ่งเข้าใส่ราชาก็อบลิน
เช่นเดียวกันนั้น จ้าวฝูจึงบังคับให้ราชาก็อบลินใช้พลังชีวิตของมันไปอย่างต่อเนื่อง จ้าวฝูเองสามารถแลกได้ แต่ราชาก็อบลินไม่สามารถทำได้เพราะมันกำลังใช้ชีวิตของมันอยู่
หลังจากนั้นอีกหลายนาที ร่างกายของราชาก็อบลินก็เล็กลงมาก และผิวของมันก็เริ่มเหี่ยวแห้ง ทำให้มันดูอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
ในเวลานั้น รุคสีม่วงอีกสามตัวก็พุ่งออกมา ราชาก็อบลินเหยียดมือของมันออกมา และโซ่กว่าสิบเส้นก็พุ่งออกมาเพื่อทำลายรุคสีม่วงทั้งสาม
ร่องรอยแห่งรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวฝู - ถ้าเขายังคงถ่วงเวลาต่อไปเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถสังหารราชาก็อบลินได้อย่างไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ทหารของเขาก็ยังจะมีเวลาเพียงพอที่จะกำจัดก็อบลินตัวอื่นและพิชิตหมู่บ้าน
ราชาก็อบลินดูเหมือนจะรู้ว่ามันไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้ ดังนั้นมันจึงได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ร่างของมันหดลงเหมือนกับลูกโป่งพร้อมกับอากาศที่พุ่งออกมาจากมันจนกระทั่งมันดูเหมือนจะมีแค่ชั้นผิวหนังที่ห่อหุ้มกระดูกของมันไว้ ทำให้มันดูน่าสะพรึงกลัวมาก
ในเวลานั้น จ้าวฝูก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรายเป็นอย่างยิ่งได้พุ่งลงมา เขารีบมองขึ้นไปและเห็นดวงตาสีดำที่ดูราวน่ากลัวและแผ่กลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นอยู่บนท้องฟ้า
ม่านตาของมันเป็นทรงกลมซึ่งทำขึ้นมาจากโซ่จำนวนนับไม่ถ้วน และมันก็มีรูปทรงที่แปลกประหลาดและแผ่เจตจำนงสังหารเทพเจ้าออกมา ซึ่งได้สลักความหวาดกลัวลงไปยังทุกๆสิ่งที่ได้เห็นมัน
ในเวลานั้น ทุกๆสิ่งภายใต้สวรรค์ก็ดูเงียบลง และสิ่งมีชีวิตทั้งหมดก็ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่อันตรายเป็นอย่างยิ่งได้ปรากฏขึ้น
หวือ หวือ หวือ...
โซ่จำนวนนับไม่ถ้วน อย่างน้อยก็นับพัน ได้พุ่งออกมาจากดวงตาขนาดยักษ์ และพวกมันก็บรรจุพลังอันยิ่งใหญ่ในขณะที่พวกมันฉีกผ่านอากาศและพุ่งเข้าใส่จ้าวฝู
เส้นขนของจ้าวฝูตั้งชัน และเขาได้ใช้พลังของสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองของเขาในทันทีในขณะที่ภาพของโล่สูง 100 เมตรได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว หลังจากนั้นก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วนก็กระแทกลงมาบนพื้นราวกับว่ามีแผ่นดินถล่ม พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องราวกับว่ามีภัยธรรมชาติ
ในระยะไกล ทหารเองก็ตรวจพบพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาและเริ่มรู้สึกเป็นกังวลแทนจ้าวฝู
ภายในวงกลมที่สร้างขึ้นจากโซ่ยักษ์ทั้งแปด ฝุ่นละอองค่อยๆหายไป เผยให้เห็นโซ่จำนวนนับไม่ถ้วนที่ทะลุผ่านผืนดินในระยะ 10,000 เมตร ก่อให้เกิดภาพอันน่าสะพรึงกลัว
จ้าวฝูนอนอยู่บนพื้น ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยเลือด ในขณะที่แขน ขา และร่างกายของเขาถูกทิ่มแทงด้วยโซ่หลายสิบเส้น โล่ถูกเจาะทะลวงด้วยโซ่หลายเส้น และจ้าวฝูก็ถูกตรึงไว้บนพื้นด้วยโซ่
โล่แห่งเทพปีศาจถูกทำลายโดยโซ่ในทันที ดังนั้นจ้าวฝูจึงต้องเอาโล่ระดับตำนานออกมา อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่สามารถต้านทานโซ่เหล่านี้ได้
โชคดีว่าจุดตายของเขาไม่ถูกโจมตี ดังนั้นราชาก็อบลินจึงไม่สามารถฆ่าจ้าวฝูได้ในทันที และทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น
โซ่ที่อยู่รอบๆตัวเขาเริ่มหายไปในขณะที่ร่างของราชาก็อบลินกลายเป็นซากศพแห้งกรัง สายลมโบกพัดเบาๆ ส่งผลให้มันกระจายหายไปเหมือนกับฝุ่น
จ้าวฝูยกมือขึ้นด้วยความยากลำบากเป็นอย่างยิ่งและเอายารักษาออกมาก่อนที่จะกลืนกินพวกมัน เขาใช้พลังแห่งราชาของเขาเพื่อกลั่นยาเหล่านี้ และพวกมันก็ได้รักษาอาการบาดเจ็บของเขา
หลังจากนั้นสักพัก จ้าวฝูก็กู้คืนความแข็งแกร่งกลับมาได้เป็นบางส่วน และเขาก็ได้รับการประกาศจากระบบที่บอกว่าทหารขอเขาได้พิชิตและ [ย้าย] หมู่บ้านพิเศษแล้ว เขารู้สึกโล่งใจมากและพยายามจะลุกขึ้นมา เขามองไปยังมงกุฎสีทองเบื้องหน้าและค่อยเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา
มงกุฎงดงามและประณีตมาก และมันก็มีการตกแต่งและการประดับด้วยภาพอยู่บนนั้น มันเบามากในมือของจ้าวฝู แต่ก็มีรอยแตกอยู่บางส่วน ซึ่งได้ทำลายความงดงามของมันไป
[มงกุฎแห่งราชา]: ระดับ: เสียหาย ค่าสถานะ: STR+10 INT+10 AGI+10 CON+10
รายละเอียด: มงกุฎที่ถูกหลอมสร้างขึ้นจากร่างกายของสัตว์อสูรผนึกเทพเจ้าและกระดูกของจักรพรรดิ มันบรรจุพลังอันมหาศาลเอาไว้ มันคือยุทธภัณฑ์จักรพรรดิสวรรค์ และใครก็ตามที่สวมใส่มันจะได้รับอาชีพแห่งราชาและครอบครองพลังแห่งราชากับพลังผนึกเทพเจ้า ในตอนนี้มันได้หมดพลังไปแล้วและต้องการดูดซับกลิ่นอายแห่งราชาเพื่อฟื้นฟู
หลังจากมองดูค่าสถานะและรายละเอียดของมัน จ้าวฝูก็ต้องตกตะลึง - เขาไม่เคยคิดเลยว่าัมนจะเป็นยุทธภัณฑ์จักรพรรดิสวรรค์จริงๆ เนื่องจากข้อมูลที่เขาได้รับมาจากเทพเจ้าเคอร์ เขารู้ว่ายุทธภัณฑ์จักรพรรดิสวรรค์คืออะไร - พวกมันคือของที่หายากเป็นอย่างยิ่งในโลกใบนี้และเหนือล้ำยิ่งกว่ายุทธภัณฑ์พิภพเทวะ ซึ่งก็คือ 'ยุทธภัณฑ์เทวะ' อย่างแท้จริง
เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาได้รับไอเท็มแบบนี้มาง่ายดายขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม ยุทธภัณฑ์จักรพรรดิสวรรค์อันนี้ก็สูญเสียพลังทั้งหมดของมันไป ทำให้มันมีระดับสีเทาหรืออุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งด้อยกว่าอุปกรณ์ระดับขาวด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันจะเป็นอุปกรณ์ระดับเทา แต่ค่าสถานะของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าอุปกรณ์ระดับทองและสามารถมอบอาชีพแห่งราชาให้กับผู้สวมใส่ได้ อย่างไรก็ตาม อาชีพแห่งราชาอันนี้ก็ไม่ใช่อาชีพที่สามารถเติบโตได้เพราะมันมีต้นกำเนิดมาจากอุปกรณ์
เห็นได้ชัดว่ายุทธภัณฑ์จักรพรรดิสวรรค์ทรงพลังแค่ไหน - มันสามารถมอบอาชีพแห่งราชา พลังแห่งราชา และพลังผนึกเทพเจ้าให้กับผู้สวมใส่ได้โดยตรง โชคดีที่มันเป็นไปได้ที่จะพื้นฟูไอเท็มที่ทรงพลังเช่นนี้ ไม่อย่างนั้นจ้าวฝูคงต้องกระอักเลือดออกมา เขาตัดสินใจที่จะมองหาวิธีการฟื้นฟูมันอย่างถูกต้อง