- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 358 ราชาตะวันออก
บทที่ 358 ราชาตะวันออก
บทที่ 358 ราชาตะวันออก
บทที่ 358 ราชาตะวันออก
มันมีคนอยู่ 100 คนในอันดับที่ว่า และจ้าวฝูก็ดูแค่สิบอันดับแรกเท่านั้น ผู้หญิงเหล่านี้ได้รับการสืบทอดยีนส์มาจากบรรพบุรุษ และพวกเธอก็เป็นสาวงามที่โดดเด่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เชี่ยวชาญในบางสิ่ง
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับนี้ก็มีแค่คนจากประเทศจีน และมันยังมีผู้หญิงบางคนที่ดูด้อยกว่าคนที่อยู่ในลิสต์
จากสิบอันดับแรก จ้าวฝูรู้สึกแค่อู๋ชิงเหนียง ด้วยรูปลักษณ์ของเธอ เธอคู่ควรกับอันดับที่สามแล้ว
จ้าวฝูไม่ได้ใช้เวลาไปมากกับอันดับพวกนี้ และเขาก็ย้ายไปยังเรื่องอื่นในทันที เขามองไปยังการจัดอันดับความภาคภูมิใจแห่งสวรรค์ - สิบอันดับแรกไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ในขณะที่อันดับหลังๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าคนที่อยู่ด้านบนสุดก็คือผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน
จ้าวฝูไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้ - เขารู้ว่าตำแหน่งของต้าฉินนั้นอยู่ในหัวใจของทุกคน ณ จุดๆนี้แล้ว เขาตัดสินใจว่าเขาจะเก็บตัวให้มากยิ่งขึ้นในอนาคตและไม่ดึงดูดความสนใจมาหาตัวเองมาก
จ้าวฝูยังได้เห็นอีกข่าวที่น่าสนใจมาก - มันมีการรัฐประหารที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นในหลายๆประเทศ ทำให้โลกแห่งความเป็นจริงดูเหมือนจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่เป็นอันตราย
นอกจากนี้ยังมีประเทศหนึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างอเมริกาที่ไม่มีผู้สืบทอดมรดกเลยเพราะมันเป็นประเทศที่ค่อนข้างใหม่ แม้ว่ามันจะทรงพลังมากแค่ไหนในโลกแห่งความเป็นจริง แต่มันก็อ่อนแอมากในโลกจุติสวรรค์ ดังนั้นอเมริกาจึงมุ่งเน้นไปที่ชนพื้นเมืองอเมริกา
ชนพื้นเมืองอเมริกามีผู้สืบทอดมรดกอยู่หลายคน แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกแย่งชิงไปโดยอเมริกา ประวัติศาสตร์ได้ซ้ำรอยอีกครั้ง ฝ่ายหนึ่งได้กดขี่อีกฝ่ายหนึ่งเช่นเคย
จ้าวฝูเป็นห่วงเรื่องนี้อยู่บ้าง และเขาได้อ่านมันมากยิ่งขึ้นก่อนที่เขาจะมองไปยังเรื่องอื่นต่อ หลังจากจัดการกับอาหารเสร็จแล้ว เขาก็กลับเข้าไปยังโลกจุติสวรรค์
หลังจากกลับมายังโลกจุติสวรรค์ ร่างกายของเขาก็พื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ประชากรของต้าฉินในตอนนี้มี 650,000 คน และกองทัพก็มีเพิ่มขึ้นมาถึง 120,000 คน ส่วยใหญ่ของทหารใหม่คือออร์ค - ถึงอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ต้าฉินก็ได้รับคนมาเพิ่มอีก 220,000 คน จ้าวฝูจึงได้แจกจ่ายงานให้กับพวกมัน
ออร์คมีร่างกายอันทรงพลังและแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ และพวกมันก็ค่อนข้างดุร้าย ทำให้พวกมันคือทหารที่ดี
น่าเสียดายที่มีทหารแค่ 50,000 คนเท่านั้นที่มีการบ่มเพาะระยะที่ 1 หรือสูงกว่าจากทหารทั้งหมด 120,000 คน ยาโลหิตเทพเจ้าทั้งหมดจากที่ได้มาจากเมื่อก่อนได้ถูกมอบให้กับทหารเหล่านั้น ดังนั้นระดับการบ่มเพาะที่ต่ำที่สุดก็คือราวๆระยะที่ 0-7 อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้พวกเขาก็ไม่มียาโลหิตเทพเจ้าอีกแล้ว
ส่วนบรรดาแม่ทัพและผู้บังคับบัญชาการของจ้าวฝู พวกเขาได้ทะลวงผ่านระยะที่ 2 ไปแล้วเพราะยาโลหิตเทพเจ้าจากเหล่ามิโนทอร์
เฉพาะหลังจากที่การบ่มเพาะของทหารของเขาสูงขึ้นเท่านั้นจ้าวฝูจึงจะสามารถเริ่มเคลื่อนไหวต่อนครศิลาสวรรค์ได้ เขาไม่เคยลืมเกี่ยวกับความขุ่นแค้นในวันนั้น - เขาตั้งปณิธานว่าจะจัดการกับนครศิลาสวรรค์และจะสังหารลอร์ดและลูกชายของเขาให้ได้
จ้าวฝูรู้สึกว่าเขามีทหารมากพอแล้ว อย่างไรก็ตาม การบ่มเพาะส่วนใหญ่ก็ยังขาดแคลนไปบ้าง ดังนั้นเรื่องของนครศิลาสวรรค์จึงต้องรอต่อไปก่อน
ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญกับต้าฉินที่สุดก็คือการหายาโลหิตเทพเจ้าให้มากยิ่งขึ้น กลุ่มสำรวจเศษซากอารยธรรม ซึ่งมีทหาร 1,500 คนได้ถูกก่อตั้งขึ้นแล้ว และเหรียญคำสั่งก็ได้ถูกเตรียมไว้แล้ว
ก็อบลินภายในเศษซากอารยธรรมนั้นถือเป็นภัยคุกคามแล้ว และแมวปีศาจกับมิโนทอร์ระยะที่ 2 ก็ยิ่งอันตรายมากกว่า พวกมันคงจะยากที่ทหารของจ้าวฝูจะรับมือด้วย
ถ้าจ้าวฝูอยู่ด้วย เขาคงจะสามารถรับประกันได้ว่าจะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพียงไม่เท่าไร ถ้ามันเป็นคนอื่น มันอาจจะมีความสูญเสียเกิดขึ้นได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม เศษซากอารยธรรมก็ใหญ่โตมากและมันก็ต้องใช้เวลาในการสำรวจมาก จ้าวฝูไม่สามารถแบ่งเวลาของเขาไปได้เพราะมันมีอีกหลายสิ่งที่เขาต้องจัดการ
ในเวลานั้นก็มีทหารเข้ามารายงานข่าวดี; โนมส์ได้วิจัยบาริสต้าระยะที่ 1 เสร็จสิ้นแล้ว
เนื่องจากความใหญ่และความทรงพลังของบาริสต้าระยะที่ 1 มันจึงเป็นธรรมดาที่จะต้องใช้เวลานานมากในการวิจัยพวกมัน
จ้าวฝูฟื้นฟูความแข็งแกร่งบางส่วนของเขามาแล้ว และแม้ว่าเขาจะยังอ่อนแออยู่ แต่การเดินไปรอบๆนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร เขาเดินไปยังโรงวิจัยของโนมส์และเห็นบาริสต้าหน้าตาร้ายกาจอยู่ตรงหน้า
บาริสต้าระยะที่ 1 มีขนาดใหญ่พอๆกับก่อนหน้านี้ แต่มันก็ดูแตกต่างไปอยู่บ้าง มันถูกปรับแต่งให้สามารถยิงสลักเกลียวได้สองนัดในครั้งเดียว ซึ่งน้อยกว่าเดิมไปหนึ่งนัด แต่สลักแต่ละอันนั้นก็มีพลังทำลายล้างมากยิ่งขึ้น
บาริสต้าอันใหม่นี้สามารถสามารถใช้สังหารมิโนทอร์ได้แล้ว ถ้ามันไม่เคลื่อนไหวไปรอบๆมากเกินไป
บาริสต้าระยะที่ 1 จำเป็นต้องใช้วัสดุระดับครามในการสร้างทุกๆส่วน เฉพาะบาริสต้าระยะที่ 1 เท่านั้นที่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของพวกมันออกมาได้ โชคดีที่วัสดุระดับครามไม่นับว่าเป็นอะไรสำหรับต้าฉิน
จ้าวฝูได้สั่งให้ผลิตบาริสต้าระยะที่ 1 เป็นจำนวนมาก และเขาได้บอกให้พวกโนมส์วิจัยบาริสต้าที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น แม้ว่ามิโนทอร์จะไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อีก แต่มันก็ยังมีแมวปีศาจ
แมวปีศาจรวดเร็วมากเกินไป และถ้าไม่มีอะไรข่มพวกมันไว้ พวกมันอาจก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงได้ จ้าวฝูสั่งให้คนของเขามองหาวิธีข่มพวกมันไว้หรือชะลอพวกมันลงเพราะเขาไม่สามารถนำทัพได้อีก
หลังจากนั้นทั้งวัน จ้าวฝูก็ฟื้นตัวมาได้ครึ่งหนึ่ง เขากินยารักษาเข้าไปเป็นจำนวนมาก และอาซานี่ก็ได้ใช้ทักษะระดับสูงของเธอกับเขา
ในเวลานั้น ทหารก็เข้ามารายงานว่าพบทักษะเวทมนตร์ระดับสูงที่เรียกว่าธาตุแรงดึงดูดในตลาด ซึ่งมันสามารถควบคุมแรงดึงดูดภายในระยะที่กำหนดได้ มันสามารถใช้เพื่อเพิ่มแรงโน้มถ่วงภายในพื้นที่ สะกดแมวปีศาจและลดความจำเป็นในการที่จ้าวฝูต้องนำทัพด้วยตัวเองได้
ทักษะนี้ค่อนข้างหายากและมีราคาแพง แต่จ้าวฝูก็ยังตัดสินใจที่จะซื้อมัน ในไม่ช้า กลุ่มสำรวจเศษซากอารยธรรมก็ได้ออกเดินทาง
จ้าวฝูสั่งให้พวกเขาสำรวจเขตรอบนอกและไม่ให้เข้าไปลึกเพราะเขาไม่มั่นใจว่ามีอะไรที่อยู่ลึกเข้าไป เขารู้สึกว่ามันจะต้องมีอันตรายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงต้องไปดูด้วยตัวเองเมื่อเขามีโอกาสในอนาคต
"ฝ่าบาท ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ได้จับราชาหมูป่ามา" ทหารคนหนึ่งเข้ามารายงานด้วยความเคารพในขณะที่เขาคุกเข่าลง
เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็ยิ้มและสั่งให้ทหารพาไปดู พวกเขามาถึงพื้นที่เปิดที่มีกรงไม้ขนาดใหญ่ ด้านในมีหมูป่าน้ำหนัก 150 กิโลกรัมกำลังพุ่งเข้าใส่กรงด้วยความเกรี้ยวกราดเพื่อพยายามที่จะหลบหนี
จ้าวฝูมองไปที่ราชาหมูป่าและพบว่าค่าสถานะของมันไม่ได้สูงนัก มันอยู่แค่ระยะที่ 1 ซึ่งไม่ได้แข็งแกร่งมาก ดังนั้นจ้าวฝูจึงหยิบเอามงกุฎแห่งราชาสีทองออกมา
ถึงแม้ว่ามงกุฎแห่งราชาจะงดงาม แต่มันก็เป็นมงกุฎแบบตะวันตก ในฐานะราชาแห่งตะวันออก จ้าวฝูจึงไม่เต็มใจที่จะสวมใส่มัน แต่มงกุฎแบบตะวันออกก็ไม่เหมาะสำหรับการต่อสู้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงตัดสินใจไม่สวมมงกุฎถ้าเขาไม่ได้ต่อสู้