- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 231 ครองโลก
บทที่ 231 ครองโลก
บทที่ 231 ครองโลก
บทที่ 231 ครองโลก
แน่นอนว่านี้คือ2ทางเลือกที่เหลืออยู่สำหรับพวกเขา พวกเขาจะยอมให้ต้าซุ่นทำลายก็ได้ในอนาคต หรือเขาจะยอมรับโอกาสนี้และต่อต้าน ถึงแม้ว่าจะถูกจ้าวฝูชักใยอยู่เบื้องหลังก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่มีทางสู้กลับ
หลังจากคิดมาได้สักพัก หัวหน้าตระกูลทั้ง6ก็ยอมรับข้อเสนอทั้งๆที่ยังไม่เต็มใจนัก
มีรอยยิ้มเล็กปรากฏอยู่บนหน้าของจ้าวฝูจากนั้นก็ยกแก้วไวน์ขึ้นและพูดว่า “แด่การเป็นพันธมิตรของพวกเรา”
คนอื่นๆรู้ว่าเรื่องนี้ได้รับการยอมรับแล้ว ดังนั้นพวกเขาทุกๆคนยิ้มและเริ่มที่จะกล่าวถึงรายละเอียดของพันธมิตร
ชั่วโมงได้ผ่านไป ทุกๆคนได้เดินออกจากงานเลี้ยงพวก6ตระกูลรู้สึกพึงพอใจกับอุปกรณ์และยาที่จ้าวฝูได้ให้มาและเริ่มที่จะวางแผนกัน
พวก6ตระกูลจู่ๆก็เป็นพันธมิตรกันและเริ่มที่จะแสดงท่าทีต่อต้านออกมา ปกติแล้วพวกเขาจะต้องพยายามที่จะหลบเลี่ยงต้าซุ่นทุกวิธีทางแต่ตอนนี้พวกเขากล้าที่จะแสดงตัวออกมา
มันไม่ใช่แค่ท่าทีของ6ตระกูลที่เปลี่ยนไป พวกเขาสร้างปัญหาให้กับต้าซุ่นโดยการเข้าไปยุ่งในสิ่งที่ต้าซุ่นทำ เรื่องนี้ทำให้เกิดความขัดแย้งเป็นจำนวนมาก
คนของต้าซุ่นรู้สึกงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกมันไม่กลัวตายกันเลยงั้นรึ ไม่กลัวการล้างแค้นของต้าซุ่นเลย?ถึงได้แสดงท่าทีมั่นใจและก้าวร้าวออกมาเช่นนี้
ภายในเมืองต้าซุ่น ชายหนุมที่มีผิวขาว ผู้สืบทอดมรดกของต้าซุ่น หลี่มู่ ฟังสิ่งที่คนของเขารายงานมาว่ามีสังกัดที่ลึกลับได้เข้ามาเปลี่ยนท่าทีของพวก6ตระกูล หลี่มู่รู้สึกถึงอันตราย เรื่องนี้เป็นการข่มขู่ต้าซุ่นอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสังกัดลึกลับนั้นถึงตั้งตนเป็นศัตรูกับเขา และตอนนี้มันได้ร่วมมือกับ6ตระกูลและข่มขู่ต้าซุ่น
หลังจากคิดมาได้สักพัก หลี่มู่ไม่รู้เลยว่าจะทำเช่นไร ในตอนสุดท้าย ได้มีตัวเลขโผล่เข้ามาในจิตใจของเขา หลี่มู่ได้รีบกลับโลกความเป็นจริงทันที และรีบโทรไปหาใครบางคน
“ฮัลโหล? มีอะไร” เสียงที่อ่อนโยนและนุ่มนวลได้กล่าวมาจากปลายสาย
เมื่อเขาได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าแห่งความดีใจได้ปรากฏบนใบหน้าของหลี่มู่ เขาพูดด้วยความเคารพต่ออีกฝ่ายว่า
“คุณซู ผมมีปัญหาเกิดขึ้นต้องการคำแนะนำจากคุณ”
“โอ้!” น้ำเสียงของคุณซู ค่อนข้างที่จะประหลาดใจและฟังการอธิบายของหลี่มู่ หลี่มู่ได้บอกเขาเกี่ยวกับมีสังกัดลึกลับและท่าทีที่แปลกไปของ6ตระกูล
สักที่หนึ่งบนโลก ได้มีคนที่ดูสง่าและสงบได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ข้างกายของเขาได้มีไม้ไผ่เขียวชอุ่มที่เต็มไปหมดได้มีสายลมพัดเบาๆ ผู้ชายคนนี้ดูสบายๆ
ผู้ชายคนนี้ชื่อซูหยานและเป็นคนของโรงเรียนสรรพศาตร์ ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนสรรพศาตร์ เขาจะต้องเป็นคนที่สุดยอดแน่นอน
เขาไม่ค่อยชอบต้าฉิน เพราะบรรพบุรุษของเขาไม่ค่อยถูกกับต้าฉินเท่าไร ทำให้เขาได้แต่รับใช้ผู้อื่น มากไปกว่านั้นเพราะกิ่งก้านสาขาตามแนวตั้งสูญสลายไปจนถึงกิ่งก้านสาขาตามแนวนอนทำให้ต้าฉินสามารถรวมหกรัฐเข้าด้วยกันได้
ตอนนี้ใครๆก็ต่างบอกว่าต้าฉินเป็นสังกัดที่มี่ศักยภาพสูงที่สุดในตอนนี้ ไม่เพียงเป็นแค่หนึ่งในห้าราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่มันยังรวบรวมโชคชะตาของจีนได้มากที่สุดและสามารถควบคุมราชลัญจกร ต้าฉินมีสิ่งที่ทรงพลังมากมาย ทางในอนาคตข้างหน้าของต้าฉินจะราบรื่นอย่างถึงที่สุด
อย่างไรก็ตามซูหยานไม่ชอบใจเลย เข้าร่วมกับต้าฉินและครองโลกเป็นอะไรที่ง่ายมากแต่มันไม่ค่อยมีความท้าทายเท่าไร
สำหรับคนที่เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนสรรพศาตร์ เขาไม่ต้องการทำอะไรที่ง่ายเกินไป เขาก็คิดได้ทันทีว่าการทำลายต้าฉินนั้นน่าสนุกกว่าเยอะกว่าการช่วยต้าฉิน ทำลายประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดในจีนเป็นอะไรที่ยากมากแน่ๆ แต่มันก็มีความเสี่ยง
ในสายตาของซูหยาน ประเทศและสังกัดก็เป็นแค่ตัวหมาก และทั้งโลกก็คือเกมส์หมากรุกขนาดใหญ่ เขาไม่มีความสนใจในการยึดครองโลก เขาสนใจแค่การเป็นตัวหมากในเกมแห่งนี้และมีความสุขกับความตื่นเต้นในการคุมตัวหมากเหล่านี้
มากกว่าสิ่งอื่นใด เขาต้องการให้รุ่นเยาว์ของเขามาต่อสู้ครั้งใหญ่กับเขา กิ่งก้านสาขาตามแนวนอนของเขาแข็งแกร่งกว่าหรือกิ่งก้านสาขาตามแนวตั้งของรุ่นเยาว์จะแข็งแกร่งกว่า ครั้งนี้เขาไม่อยากเสีย
หลังจากได้ฟังสิ่งที่หลี่มู่พูด ซูหยานก็นึกถึงต้าฉินทันทีแต่เขาก็คิดเรื่องนี่มานานแล้ว เขาจึงไม่รู้สึกประหลาดใจอะไรมาก
นี่เป็นเพราะมีบางสังกัดได้ค่อยๆขยายเบื้องหลังและซุมเงียบ แต่จ้าวฝูเป็นคนที่ฉลาด อย่างไรก็ตามยิ่งต้าฉินแข็งแกร่งมากเท่าใดความดีใจของซูหยานก็มากขึ้นเท่านั้น เพราะเขาจะได้มีความตื่นเต้นในการทำลายศัตรูที่แข็งแกร่งได้
สำหรับสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับหลี่มู่ ซูหยานหัวเราะออกมาเบาๆ “นั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เราสามารถจัดการปัญหาได้อย่างงายได้ ตราบได้ที่เจ้าทำตามทัศนคติของตนแล้วจากนั้น...”
หลังจากได้ยินสิ่งที่ซูหยานพูด หลี่มู่ก็รู้สึกมีความสุขและอุทานว่า “ท่านช่างฉลาดยิ่งนัก”
หลี่มู่วางสายและซูหยานก็เช่นกันจากนั้นก็มีรอยยิ้มออกมาบนใบหน้าของเขา เขาค่อยๆหย่อนกายลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่และผ่อนคลาย
หลี่มู่ทำตามสิ่งที่ซูหยานบอกทั้งหมดทำให้วิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายได้
นี้ทำให้จ้าวฟูรู้สึกค่อนข้างรำคาญเพราะว่าพันธมิตรของเขาได้ทรยศทันที ตระกูลเซี่ย และตระกูลเยว่ได้ไปเข้าร่วมกับต้าซุ่น
เหตุผลก็เพราะว่าหลี่มู่ได้ทำตามทัศนคติของเขาและสัญญาผลประโยชน์ที่ดี และเขาแสดงความจริงใจที่จะอยู่รวมกันกับพวกเขา เขาจะไม่ก่อความรำคาญให้พวกเขาและจะแบ่งส่วนหนึ่งของแอพพริคอทเขียวให้กับสองตระกูลเพื่อแสดงความจริงใจ
นี้ทำให้ตระกูลเซี่ยและตระกูลเยว่ทรยศ พวกเขาอ่อนแอกว่าตระกูลอื่นและไม่ได้ให้น้ำหนักมากในการตัดสินใจ ดังนั้นพวกเขาจึงไปเข้าร่วมกับสิ่งอื่นที่ให้ประโยชน์แก่พวกเขา
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้โง่และไม่ได้เชื่อสิ่งที่หลี่มู่พูดที่เขาจะไม่ดำเนินการอะไรกับพวกเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขารู้ว่าหลี่มู่ต้องการที่จะโต้กลับอีกสี่ตระกูล ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าดำเนินการอะไรกับพวกเขา และสิทธิประโยชน์หลี่มู่ให้ก็มากมายนั้นจึงทำให้ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับหลี่มู่และทรยศจ้าวฝู
ไม่ใช่แค่จ้าวฟูแต่อีกสี่ตระกูลต่างก็สาปแช่งตระกูลเซี่ยและตระกูลเยว่ว่าพวกเขาโง่และเห็นแก่ตัว ถ้าหลี่มู่ทำลายสี่ตระกูลไปแล้วทำไมเขาจะไม่ทำลายพวกมันละ?
ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ฝ่ายจ้าวฝูได้เสียเปรียบ ด้วยความช่วยเหลือของตระกูลเซี่ยและตระกูลเยว่ต้าซุนคงจะพัฒนาได้เร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิมอีก
สำหรับสี่ตระกูลที่เหลือมันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเข้าร่วมกับหลี่มู่ ตราบใดที่หลี่มู่มีพลังที่จะทำลายสามตระกูลได้
ถ้าต้าซุนทำลายสามตระกูล มันใช้เวลาไม่นานที่จะทำให้พวกเขาเป็นพวกด้วย ในฐานะผู้สืบทอดมรดกของราชวงศ์ เป้าหมายของหลี่มู่คือครองทั้งประเทศก่อนจะขยายออกไป เมื่อตอนนั้นมาถึงไม่มีอะไรที่จะต้านทานหลี่มู่ได้
ในอนาคตมีทางเดี่ยวที่จะคงอยู่ได้คือตายหรือก้มกราบเท้าหลี่มู่ นี้คือเหตุผลที่พวกเขาสาปแช่งตระกูลเซี่ยและตระกูลเยว่ที่โง่และ เห็นแก่ตัว
สำหรับจ้าวฝู สี่ตระกูลมองเขาเป็นแค่สังกัดจากต่างชาติและคิดว่าเขาคงไม่แข็งแกร่งเท่ากับสังกัดท้องถิ่น จ้าวฟูไม่ได้แสดง
ท่าทีข่มขู่และยังให้ความช่วยเหลือด้วยอุปกรณ์และยาจำนวนมากเพื่อต่อกรต้าซุ่น แต่อย่างไรก็ตามพันธมิตรได้ถูกทำลายไปอย่างสมบรณ์