- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 230 ผลึกโลหิตออร์ค
บทที่ 230 ผลึกโลหิตออร์ค
บทที่ 230 ผลึกโลหิตออร์ค
บทที่ 230 ผลึกโลหิตออร์ค
จ้าวฝูยังไม่ได้เลี้ยงหม่าป่ายักษ์ให้เชื่องในทันที ดังนั้นมันจึงพยายามที่จะทำลายกรงไม้ ทำให้ไม่มีผู้ใดเข้าใกล้กรงไม้เลย
[หมาป่ายักษ์]: ประเภทของสัตว์ขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของออร์คที่เลี้ยงโดยใช้ผลึกโลหิตออร์ค มันดูดุร้ายมากกว่าหมาป่าธรรมดามาก
“ผลึกโลหิตออร์ค?” จ้าวฝูตัดติดสินใจที่จะถามออร์คที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา อย่างไรก็ตาม พวกออร์คก็น่าจะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากกว่าจ้าวฝู
“นำตัวซาร์มา”จ้าวฝูสั่งการได้ไม่นานเจ้าออร์คร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามก็ออกมาและทำความเคารพต่อจ้าวฝูจากนั้นก็พูดว่า “ฝ่าบาท”
จ้าวฝูพยักหน้าและชี้ไปยังหมาป่ายักษ์จากนั้นก็ถามซาร์ “เจ้ารู้จักหมาป่ายักษ์พวกนี้ไหม”
ซาร์มองไปที่พวกมันจากนั้นก็ตอบในทันทีว่า “ตัวข้านั้นย่อมรู้จักพวกมัน พวกมันเป็นหมาป่าที่จะทำตามคำสั่งพวกออร์เพียงเท่านั้น”
เมื่อจ้าวฝูได้ยินสิ่งที่ซาร์กล่าวมาหน้าของเขาก็แข็งค้าง “มันจะทำตามคำสั่งแต่พวกออร์ค? ทั้งที่ยังไม่ได้ฝึกให้เชื่องเนี้ยนะ”
ซาร์พยักหน้าและตอบทันที “ใช่ การเลี้ยงให้เชื่องจะทำให้มันเชื่อฟังแค่ชั่วคราวแต่ตอนสุดท้ายมันก็ทำตามคำสั่งพวกออร์คเพราะพวกมันเลี้ยงโดยใช้ผลึกโลหิตออร์ค”
จ้าวฝูหน้าบึ้งตึงและถามต่อไปว่า “อะไรคือผลึกโลหิตออร์ค”
“ผลึกโลหิตออร์คคือเลือดของออร์คจำนวน1แสนตัวในการทำผลึกโลหิต เมื่อผลึกโลหิตหลอมรวมกับรังหมาป่าก็จะได้หมาป่ายักษ์”
หลังจากจ้าวฝูได้ฟังจ้าวฝูก็แค่นเสียงเย็นชา ไอ้เวรกูนาดอร์นั้นต้องการที่จะแทงข้างหลังเขา และถ้าเขาไม่มีออร์คเลยและใช้หมาป่ายักษ์เรื่องก็คงจะหน้ามือเป็นหลังมือถ้าเขาใช้ในการบุกเมืองออร์ค
จ้าวฝูกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ซาร์เจ้าลองปราบพยศหมาป่าพวกนี้ได้ไหม? ถ้าไม่ได้ก็ฆ่าทิ้งสะ”
มันก็น่าเสียดายเล็กน้อย แต่จ้าวฝูไม่อยากเลี้ยงสิ่งที่อาจจะทำลายเขาในอนาคตได้ไว้ในที่แห่งนี้
หลังจากจัดการกับปัญหาพวกนี้ จ้าวฝูก็ได้ห้องโถงเมืองและนั่งบนที่นั่งหลักจากนั้นก็ถอนหายใจออกมาและหลังจากที่ควบคุมอารมณ์ให้เย็นลงได้แล้วก็รียกหวังเอ้อกั๋วมา และให้เขาดูแลข่าวของแอพพริคอทเขียวให้หน่อย
จ้าวฝูให้หวังเอ้อกั๋วมาเป็นหัวหน้าของแอพพริคอทเขียวและกรมราตรีนิรันดร์ที่ปัจจุบันได้เปิดในทุกดินแดน ที่ดูแลโดยผู้สืบทอดของชุดอุปกรณ์ทั้งสิบสองชุด
“ฝ่าบาท พวกเราได้รวบรวมข้อมูลที่ท่านต้องการมาแล้ว ทั้งจากเมืองต้าซุ่นทั้งยังจากตระกูลหลี่ ,จ้า ,อู่ ,เซี่ย ,ตง และตระกูลเยว่ ในอีกสามนครงหลัก นอกจากต้าซุ่นแล้วยังมีอีกหกกลุ่มใหญ่ในเมืองแอพพริคอทเขียว”
“พวกเขาค่อนข้างเป็นปรปักษ์กับเมืองต้าซุ่น และดูเหมือนว่าต้าซุ่นจะมีคนช่วยอยู่เบื่องหลังทำให้เจริญก้าวหน้าได้เร็ว ความสัมพันธ์ของพวกเขากับรัฐบาลค่อนข้างดี และพวกเขาได้ยกระดับเมืองเป็นเมืองพื้นฐาน พวกเขามีประชากรจำนวนสามหมื่นคนและมีผู้เล่นอีกประมาณสามหมื่นคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับต้าซุ่น”
“เกี่ยวกับสถานที่ของต้าซุ่น ตัวข้าได้ใช้เงินเป็นจำนวนมากในการซื้อมัน มันอยู่เหนือเมืองแอพพริคอทเขียวประมาณ สองหมื่นกิโลเมตร”หวังเอ้อกั๋ว อธิบาย
จ้าวฝูจมอยู่กับความคิด เขาไม่ค่อยรู้สึกประหลาดใจที่ต้าซุ่นจะเป็นศัตรูกับอีกหกตระกูล หลังจากนี้ถ้าผู้รับมรดกต้องการที่จะพัฒนา พวกเขาคงจะทำลายอย่างอื่นและนั้นทำให้เขากลายเป็นศัตรู
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ต้าซุ่นได้พัฒนาไปได้รวดเร็วขนาดนี้คงเป็นเพราะโรงเรียนสรรพศาตร์ นี้เป็นเพราะพวกเขาประสบความสำเร็จหลังจากประกาศตัวว่าจะต่อต้านต้าฉิน โดยไม่ได้ค่าตอบแทน ผู้คนคงจะไม่ต่อต้านต้าฉินหรอก
นอกจากนี้ ต้าซุ่นก็มีผู้เล่นมากมายที่สังกัดด้วยประมาณ3หมื่นคน มันมีทั้งข้อดีและข้อสัยที่มีสังกัดที่ใหญ่ พวกเขามีผู้สนับสนุนมากมายทำให้สังกัดแข็งแกร่ง ส่วนมากผู้เล่นจำเป็นต้องมีการชำระเงินและไม่มีความภักดี ถ้าสังกัดจะประสบความสำเร็จก็เพราะผู้เล่น แต่จะล้มได้ก็เพราะผู้เล่น
หลังจากนี้ ตำแหน่งของต้าซุ่นจะเปิดเผยโดยหนึ่งในผู้เล่นที่อยู่ในสังกัด จ้าวฝูไม่ค่อยใส่ใจมากกับผู้เล่นสามหมื่นคนเพราะตราบใดที่เขาให้ประโยชน์พวกนั้นพียงพอ จ้าวฝูสามารถสลายกลุ่มนั้นได้ทันที
จ้าวฝูได้สั่งให้หน่อยของเขาเคลื่นที่ไปที่แอพพริคอทเขียวและเพื่อมห้หวังเอ้อกั๋วส่งคำเชิญไปที่หกตระกูล
พันธมิตรการค้าขนาดใหญ่, ร้านอาหาร, และสำนักงานการซื้อขายประชากร ได้มาในแอพพริคอทเขียวทำลายการชะงักระหว่างต้าซุ่นและ6ตระกูล สิ่งนี้ทำให้หลายๆสังกัดสนใจเละเริ่มที่จะระมัดระวังว่าสังกัดใหม่นี้เป็นอย่างไร
หกตระกูลได้ตอบรับคำเชิญของจ้าวฝูและมีความเห็นที่แตกต่างกันทุกฝ่าย บางก็อยากรู้อยากเห็น บางก็สับสน บางก็ประหลาดใจ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ตอบรับคำเชิญของจ้าวฝูเพราะการปรากฏตัวของสังกัดปริศนาที่อยู่ดีๆก็โผล่มาที่แอพพริคอทเขียว
ต่อไปนี้ หัวหน้าตระกูลของหกตระกูล ผู้ชายสี่คน หญิงสองคน รวมทั้งผู้คุ้มกันได้เข้าไปในร้านอาหารสุดหรู เมื่อพวกเขาได้เห็นหน้ากัน พวกเขาก็รู้สึกประหลาดใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า
ผู้ดูแลได้พาพวกเขามาที่ห้องสุดหรู ที่มีการจัดเตรียมอาหารไว้ให้แล้วและมีพวกชายในชุดคลุมรอพวกเขาอยู่
“ขอบคุณทุกๆคนที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยง” จ้าวฝูผายมือออกและทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ
ผู้นำตระกูลทั้งหกคนก็เคยเข้างานคล้ายๆเช่นนี้มาก่อนและเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมาก อย่างไรก็ตามพวกเขายิ้มและทักทายตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน
ได้มีเจ็ดคนนั่งรอบๆโต๊ะคุยกันเรื่องต่างๆก่อนที่จะเข้าเรื่องหลัก แต่จ้าวฝูก็ไม่ได้ถามอะไรมากในเมื่อพวกเขาทุกๆคนก็มีเป๋าหมายของตนเองเช่นกัน
เมื่อจ้าวฝูได้เห็นว่าอาหารได้หมดไปกว่าครึ่งเขาก็ตัดสินใจถาม “พวกเจ้าคิดยังไงกับต้าซุ่น?ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าถูกกดขี่จากต้าซุ่นในดินแดนนี้”
เมื่อพวกเขาได้ยิน ผู้นำตระกูลหกคนเริ่มที่จะรู้สึกอึดอัดที่จ้าวฝูได้พูดมานั้นถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของสังกัดหรือผู้สืบทอดมรดก พวกเขาไม่สามารถที่จะแข่งขันกับต้าซุ่นได้เลย พวกเขาทำได้เพียงเก็บความไม่พอใจไว้ในใจของพวกเขาเท่านั้น
“ข้าสามารถให้อุปกรณ์ ยาและสิ่งต่างๆให้ทุกคนช่วยกันในการต่อต้านต้าซุ่น การทำเช่นนั้นก็จำทำให้สังกัดของข้ารอดไปด้วย” จ้าวฝูได้บอกสิ่งที่เขาต้องการลงไป
ผู้นำตระกูลทั้งหกคนได้จมอยู่กับความคิดพวกเขาไม่ได้ตัดสินใจในทันที การตัดสินใจครั้งนี้มันชี้เป็นชี้ตายพวกเขาได้เลยดังนั้นพวกเขาต้องคิดให้ดีๆ
ผู้ชายหน้าตาดุๆได้แค่นเสียงออกมาและพูดว่า “เอาละ หยุดแสร้งทำเป็นช่วยพวกเราได้แล้ว แกเองก็มีเรื่องกับต้าซุ่นเช่นกันใช่ไหมละและต้องการที่จะใช้พวกเราในการจัดการกับต้าซุ่นให้ใช่ไหม”
ผู้นำตระกูลทั้งหกต่างบอกว่าจ้าวฝูไม่ได้หวังดีและต้องการใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือ
จ้าวฝูก็ตอบกลับไปว่า “ข้ายอมรับว่ามีเรื่องกับต้าซุ่นและต้องการให้พวกเจ้าช่วย ตอนนี้พวกเจ้ามีสองทางเลือก 1.มองดูต้าซุ่นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆและถูกกำจัดในอนาคต หรือ 2.คือต่อต้านต้าซุ่นด้วยการสนับสนุนของข้า ที่อาจจะทำลายต้าซุ่นไปได้เลยก็ได้”
นี้ทำให้ผู้นำตระกูลทั้งหกต้องกลับมาคิดใหม่กันอีกครั้ง