- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 227 ปราการลวงตา
บทที่ 227 ปราการลวงตา
บทที่ 227 ปราการลวงตา
บทที่ 227 ปราการลวงตา
ฝั่งตะวันตกของเมืองศิลาสูงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของต้าฉินทั้งหมด และหวังเจี้ยนได้ส่งสัญญาณในทันทีที่พวกเขาทำสำเร็จ เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็ได้ดำเนินการแผนการขั้นต่อไป
ต่อจากนั้น นักอัญเชิญภูตผีได้ไปที่กำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกและกดมือลงกับพื้นดิน ปรานภูตผีได้พวยพุ่งขึ้นมาในทันที และเปลี่ยนเป็นภูตผีปีศาจที่สูงสองเมตรและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
ภูตผีปีศาจเหล่านี้ลอบเข้าไปยังกำแพงเมือง และเพราะกำแพงเมืองไม่ได้มีแผ่นยันต์ติดอยู่ กำแพงจึงไม่อาจหยุดยั้งพวกมันได้ กรงเล็บแหลมคมของภูตผีปีศาจเจาะเข้าไปในกำแพงเมือง และภูตผีปีศาจทั้ง 300 ตัวได้ปีนขึ้นไปราวกับกิ้งก่า
ก่อนที่ทหารจะรู้ตัว ภูตผีปีศาจก็กระโจนขึ้นไปบนกำแพงเมืองแล้ว สร้างความตกตะลึงให้กับทหารที่ประจำการอยู่เป็นอย่างมาก
ภูตผีปีศาจยิ้มอย่างชั่วร้ายในขณะที่พวกมันพุ่งเข้าใส่เหล่าทหาร และหนึ่งในพวกมันได้ส่งให้ทหารกระเด็นออกไปด้วยกรงเล็บของมัน ทหารได้รับบาดเจ็บอย่างหนักและเขาก็ตกลงไปอีกฝั่งหนึ่ง หน้าอกของเขาชุ่มไปด้วยเลือดและมีรอยแผลยาวห้าเมตรที่ทะลุผ่านเกราะของเขา
ความแข็งแกร่งของภูตผีปีศาจอยู่ราวๆระยะที่ 1 และมีทหารเพียงไม่กี่ร้อยคนบนกำแพงเมือง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่ 0-5 และ 0-6 ดังนั้นภูตผีปีศาจทั้ง 300 ตัวจึงจัดการทหารได้อย่างง่ายดายและยึดกำแพงเมืองไว้ได้
ในเวลานั้น กองกำลังของต้าฉินส่วนที่เหลือก็ได้เริ่มยาตราทัพ!
ทหาร 20,000 คนหลั่งไหลเข้ามายังเมืองศิลาสูง เสียงที่ดังกึกก้องทำให้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ทหาร 20,000 คนจะไม่ถูกตรวจพบ คนที่นอนหลับทุกคนตื่นขึ้นมา และทุกๆคนก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เสียงของการสู้รบเริ่มมาจากฝั่งตะวันออกทำให้เมืองศิลาสูงเกิดความสับสนวุ่นวายขึ้น
อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไปแล้ว กองกำลังของจ้าวฝูได้เข้ายึดประตูเมืองฝั่งตะวันออกแล้ว และทหารของเขาก็กำลังเข้าใกล้โถงเมืองแล้ว
"ไป่ฉี เว่ยเหลียว! พวกเจ้าทั้งสองพาทหารบางส่วนไปป้องกันคนที่กำลังมาจากทิศเหนือและใต้!"
ในตอนนี้จ้าวฝูได้เข้าควบคุมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของเมืองศิลาสูงไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางฝั่งตะวันตก
ผลลัพธ์ถูกตัดสินแล้ว และเพราะจ้าวฝูต้องการจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เขาจึงรีบออกคำสั่งในขณะที่เขาพาทหารส่วนที่เหลือไปยังโถงเมือง
ภายในโถงเมือง ชายหนุ่มที่มีผิวขาวได้ตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาตกใจมาก แต่ก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและเริ่มออกคำสั่ง
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีการตอบรับหลังจากออกคำสั่งเหล่านั้น ในไม่ช้า ทหารได้เข้ามารายงานว่าฝั่งตะวันตกของเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีเทา และทหารคนใดที่ถูกหมอกนั้นปกคลุมไว้ก็จะไม่มีทางกลับมาได้อีก
นี่เป็นเพราะโลกภูตผีทมิฬไม่ใช่แค่ภาพลวงตาเท่านั้น แต่เป็นปราการภาพลวงตา ไม่เพียงแต่มันจะจับคนให้อยู่ภายในภาพลวงตา แต่ใครที่เข้ามาจะถูกนำพาเข้าสู่ภาพลวงตาด้วย
"ท่านเจ้าเมือง! แย่แล้ว มีศัตรูจำนวนมากมาที่นี่แล้ว!" ทหารผู้ได้รับความหวาดกลัวตะโกนออกมาในขณะที่สายตาของเซียงเส่าเทียนได้แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาหยิบง้าวขนาดใหญ่ในห้องของเขาขึ้นมาและพุ่งออกไป ในขณะนั้น เขาได้เห็นจ้าวฝูและเขาได้จ้องมองไปยังจ้าวฝูด้วยความโกรธเกรี้ยว
จ้าวฝูกำลังนั่งอยู่บนหลังดำน้อยอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ และเขาได้พูดกับเซียงเส่าเทียนว่า "เจ้าไม่มีโอกาสชนะแล้ว ยอมจำนนซะเถอะ ข้าไม่ต้องการเข่นฆ่าอย่างไร้ความหมาย"
เซียงเส่าเทียนแค่นเสียงอย่างเย็นชาและพุ่งเข้าใส่พร้อมด้วยง้าวของเขา เขาจะยอมจำนนได้อย่างไร?
เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็ไม่ได้พูดอะไร กลับกัน เขาได้กระตุ้นดำน้อยด้วยขาของเขา ดำน้อยเข้าใจและพุ่งเข้าใส่เซียงเส่าเทียน ดำน้อยที่ถูกปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นซึ่งรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัวได้ทะยานเข้าใส่เซียงเส่าเทียนราวกับสายฟ้าฟาด
"อสูรนภาฟาดฟัน!" จ้าวฝูตะโกนออกมาเบาๆในขณะที่เขาวาดดาบอสูรนภา มันปะทุออกมาด้วยแสงสีดำจำนวนมหาศาลในขณะที่มันฟันเข้าใส่เซียงเส่าเทียน สร้างความตกใจให้กับเขา เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัว เขาได้รีบใช้ง้าวของตนเพื่อป้องกัน
ปัง!
เซียงเส่าเทียนถูกส่งให้กระเด็นออกไปด้านหลังและหยุดลงหลังจากลื่นไถลไป 10 เมตร
แม้ว่าการบ่มเพราะของเขาจะสูงกว่าจางหงจากหมู่บ้านไม้ภูผาเล็กน้อย แต่การบ่มเพราะของจ้าวฝูก็ไม่ได้อยู่ในระยะที่ 0-9 เหมือนกับตอนนั้น ในตอนนี้การบ่มเพาะของเขาได้ทะยานขึ้นมาเป็นระยะที่ 1-4 แล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อตอนเขาอยู่ในระยะที่ 0-9 เขาก็สามารถเอาชนะจางหงได้อย่างง่ายดายแล้ว ดังนั้นในตอนนี้ที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับเซียงเส่าเทียน มันจึงไม่จำเป็นให้เขาต้องกังวลเลย
การโจมจีของจ้าวฝูไม่ได้แค่ส่งให้เซียวเส่าเทียนกระเด็นออกไป แต่มันยังได้ทำให้มือของเขาได้รับบาดเจ็บไปอีกด้วย เซียงเส่าเทียนตระหนักได้ว่ามันสายเกินไปแล้วที่เขาได้ประเมินจ้าวฝูต่ำเกินไป
ในเวลานั้นเอง จ้าวฝูได้พุ่งเข้าใส่เซียงเส่าเทียนอีกครั้ง และเซียงเส่าเทียนได้คำรามออกมาเพื่อตอบสนอง พร้อมกับจับง้าวของเขาและเหวี่ยงมันออกไป ง้าวฉีกผ่านอากาศและเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งในขณะที่มันกวาดเข้าใส่จ้าวฝู
เคร้ง!
ดาบและง้าวปะทะกัน ส่งผลให้เกิดเสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวและแรงปะทะกระจายออกมาจนทำให้พื้นดินแตกออก
การจ้องมองของจ้าวฝูแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชน และเขาได้ระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง ดาบของเขาฟาดเข้าใส่เซียงเส่าเทียนและบังคับให้เขาต้องถอยไปหลายก้าว ก่อนที่จะล้มลงอีกครั้ง
เซียงเส่าเทียนใช้มือทั้งสองข้างเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยง้าวของเขาอีกครั้ง
ปัง!
เซียงเส่าเทียนรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานลูกใหญ่ที่ไหลผ่านแขนของเขา ส่งผลให้ขาของเขาอ่อนลง และเขาได้คุกเข่าลงกับพื้นครึ่งหนึ่ง
จ้าวฝูชูดาบของเขาขึ้นอีกครั้งในทันใด และเตรียมที่จะจัดการกับเซียงเส่าเทียนเป็นครั้งสุดท้าย
ตู้ม!!
เซียงเส่าเทียนกลิ้งไปทางด้านซ้ายในขณะที่การโจมตีของจ้าวฝูได้ฝากรอยลึกสองเมตรลงบนพื้น เซียงเส่าเทียนคว้าโอกาสนี้และแทงจ้าวฝูด้วยง้าวของเขา
อย่างไรก็ตามจ้าวฝูก็ไม่ลนลานเลย และเขาได้กระแทกง้าวออกไปก่อนที่จะแทงดาบเข้าใส่เซียงเส่าเทียนเพื่อตอบสนอง เซียงเส่าเทียนทำได้เพียงแค่ถอยและป้องกันอย่างต่อเนื่องโดยไม่สามารถตอบโต้ได้เลย
ทันใดนั้นเอง การโจมตีครั้งหนึ่งจากจ้าวฝูก็ทำให้เซียงเส่าเทียนกระเด็นถอยไป ส่งผลให้เขากระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าของเขาเผยความโหดร้ายออกมาในขณะที่เขาคำราม "เจ้าบังคับให้ข้าทำเช่นนี้!"
เซียงเส่าเทียนโยนยาสีเขียวเม็ดหนึ่งใส่จ้าวฝู ซึ่งจ้าวฝูก็ได้ผ่ามันเป็นสองซีกด้วยดาบของเขา
ในทันใดนั้นเอง ยาสีเขียวได้เปลี่ยนเป็นหมอกสีเขียวที่แผ่กระจายออกมา และจ้าวฝูก็รู้สึกได้ถึงอันตรายจากมัน เขาเรียกใช้เขตแดนแห่งราชาของเขาในทันทีเพื่อสร้างระยะห่างจากมัน
หมอกสีเขียวเป็นพิษและมีฤทธิ์กัดกร่อนมาก เมื่อหมอกสัมผัสเข้ากับเขตแดนแห่งราชาของเขา มันก็ทำให้เกิดเสียงราวกับกำลังลุกไหม้
จ้าวฝูตกใจมากและใช้พลังทั้งหมดของเขาเพื่อเสริมพลังให้กับเขตแดนจนกระทั่งในที่สุดหมอกสีเขียวก็หายไป
เซียงเส่าเทียนตกตะลึงมากเมื่อเขาเห็นว่าจ้าวฝูไม่เป็นอะไรเลย - นั่นคือไพ่ตายของเขา
จ้าวฝูมองไปรอบๆและพบว่าทุกคนรอบกาย ทั้งทหารของเซียงเส่าเทียนและทหารของเขาต่างตายตกไปพร้อมกันหมดพร้อมด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากทุกๆส่วนของใบหน้า
จ้าวฝูโกรธมาก และเขาได้กระโดดลงจากหลังของดำน้อย