- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 166 ต้าฉินสุดโต่ง
บทที่ 166 ต้าฉินสุดโต่ง
บทที่ 166 ต้าฉินสุดโต่ง
บทที่ 166 ต้าฉินสุดโต่ง
ถ้าจ้าวฝูต้องการรวบรวมแก่นแท้ดาบ 1,200 อัน เขาคงจะต้องสังหารฮ็อปก็อบลิน 1,200 ตัว จ้าวฝูสงสัยว่ามันมีฮ็อบก็อบลินอยู่มากมายขนาดนั้นเลยเหรอเพราะจนถึงตอนนี้ เขาเห็นพวกมันแค่ 50 ตัวเท่านั้น มันอยู่ไกลจากความต้องการ 1,200 อัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความยากในการได้รับอุปกรณ์ระดับตำนาน จ้าวฝูจึงเข้าใจถึงความยากในการรวบรวมพวกมัน
หลังจากสังหารฮ็อปก็อบลินไปแล้ว ดาบอสูรนภาก็ปลดปล่อยแรงดึงดูดอันไร้รูปร่างและกลืนกินแก่นชีวิตของมัน จากนั้นจ้าวฝูก็สามารถบอกได้ว่าดาบอสูรนภาที่เคยหยุดนิ่งได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ภูติดอกไม้ทั้งสามรู้สึกถึงพลังนี้ พวกเธอก็บินออกมาจากหน้าอกของจ้าวฝูด้วยใบหน้าซีดเผือดและร้องออกมา "พลังนี้ให้ความรู้สึกชั่วร้ายมาก ข้าเกลียดความรู้สึกนี้ จ้าว! นั่นมันดาบอสูร!"
จ้าวฝูพยักหน้า และไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
ในทางตรงกันข้าม เสียงหัวเราะอันน่าขนลุกได้ดังออกมาจากดาบอสูรนภา และปรานปีศาจได้พวยพุ่งออกมาจากดาบ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมที่อบอุ่นเย็นลงมาก มันดูราวกับว่าปีศาจกำลังจะปรากฏกายออกมา ต่อจากนั้น ดาบอสูรนภาก็ได้ทักทายพวกเธอทั้งสามตน "สวัสดี สหายน้อยทั้งสาม!"
“อ๊าาา!!” ภูติดอกไม้ทั้งสามร้องออกมาและกล่าวว่า "ดาบอสูรเล่มนี้พูดได้ และอสูรที่อยู่ข้างในก็ทรงพลังมาก จ้าว รีบโยนมันทิ้งไปเร็ว ไม่งั้นเจ้าจะถูกมันยึดครอง!"
จ้าวฝูยิ้มและตอบว่า "ไม่ต้องห่วง ดาบนี่ไม่เป็นอะไร"
"จริงเหรอ?" โรสโรสและคนอื่นๆดูเหมือนจะไม่มั่นใจ
จ้าวฝูเคาะกำปั้นของเขาลงบนดาบ และภายในดาบ อสูรนภาได้แค่นเสียงเบาๆในขณะที่มันดึงปรานอสูรกลับมาแล้วกล่าวว่า "ก็ได้ ข้าจะไม่ทำให้สหายของเจ้าหวาดกลัว"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้และเมื่อเห็นว่าจ้าวฝูสามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่ ภูติดอกไม้ทั้งสามก็ผ่อนคลายลงและบินไปรอบๆดาบอสูรนภาและมองไปที่มันด้วยความกลัวผสมกับความอยากรู้อยากเห็น
ในฐานะอสูรนภาอันสูงส่งและทรงพลัง การถูกจ้องมองโดยภูติดอกไม้ทั้งสามเหมือนกับเป็นของไอเท็มแปลกๆทำให้มันรู้สึกไม่พอใจมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจ้าวฝูชอบพวกเธอมาก มันจึงตัดสินใจปล่อยไป อย่างไรก็ตาม เมื่อไหร่ที่เจ้าของอันทรงพลังแต่ขี้เหนียวจะชอบมันจนถึงจุดที่เขาจะยอมให้มันกลืนกินอะไรก็ได้ตามต้องการบ้าง? นั่นคงจะดีไม่น้อยเลย
อสูรนภามองไปที่ดวงวิญญาณแม่ทัพภายในแหวนแห่งราชาของจ้าวฝูและเสียริมฝีปากที่เซ็กซี่ของมัน
จ้าวฝูมองไปที่ก็อบลินทั้งสามที่ถูกมัดไว้ด้วยเถาวัลย์ จากนั้นได้ยิงลูกไฟอเวจีออกไปเพื่อจบชีวิตของพวกมัน
ต่อจากนั้น ภูติดอกไม้ทั้งสามก็ได้บินกลับเข้าไปในเสื้อของเขาอีกครั้ง เนื่องจากการต่อสู้กับซื่อเจี้ยน อสูรนภาจึงหลับลึกไปเช่นกัน ในตอนนี้ที่มันได้ตื่นขึ้นมา จ้าวฝูจึงต้องการใช้พลังของมันอีกครั้ง
จ้าวฝูล่อพวกก็อบลินออกมาอีกครั้งและใช้ทักษะนักฆ่าของเขาเพื่อจัดการกับก็อบลินระยะไกล อย่างไรก็ตาม เขาได้ถูกค้นพบโดยฮ็อปก็อบลินอีกครั้ง และมันได้พุ่งเข้าใส่เขา
"อสูรนภา!" จ้าวฝูสวมใส่ดาบอสูรนภา และปรานอสูรจำนวนมากได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของจ้าวฝู ในทันใดนั้นเอง จ้าวฝูก็รู้สึกถึงพลังงานชั่วร้ายที่หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา
จ้าวฝูปัดป้องด้วยดาบของเขา และกวาดดาบของฮ็อปก็อบลินออกไป ก่อนที่จะตะบันดาบเข้าใส่ลำคอของมัน
ฮ็อปก็อบลินตกใจมาก และรีบเบี่ยงหัวของมันไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
จากนั้นรอยยิ้มเล็กๆได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวฝูในขณะที่เขาเปลี่ยนการแทงเป้นการฟันในพริบตา ส่งผลให้เกิดลำแสงดาบสีดำสาดซัดออกมา ศีรษะของฮ็อปก็อบลินหลุดออกจากร่าง ส่งผลให้เหลือสายใหญ่พุ่งออกมาจากลำคอของมัน ร่างกายของฮ็อปก็อบลินยืนอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่จะล้มลงในที่สุด
ส่วนก็อบลินที่เหลือก็กลัวจนวิ่งหนีไป แต่จ้าวฝูได้ไล่ตามพวกมันไปในทันที และจบชีวิตของพวกมันไปหลังจากนั้น
ศพของพวกก็อบลินถูกกลืนกินโดยอสูรนภาอีกครั้ง ด้วยพลังของดาบอสูรนภา การจัดการกับพวกก็อบลินจึงง่ายขึ้นมาก เนื่องจากจ้าวฝูได้รับบาดเจ็บ เขาจึงได้ได้รับค่าสถานะจากอุปกรณ์สวมใส่ที่เขาได้รับตามปกติมาน้อยกว่าครึ่ง มิฉะนั้น เพียงแค่ค่าสถานะอันน่าพรั่นพรึงของดาบอสูรนภา เขาก็สามารถสังหารหมู่พวกก็อบลินเหล่านี้ได้แล้ว
ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็ยังคงใช้วิธีการนี้ในการสังหารพวกก็อบลินและรวบรวมเศษชิ้นส่วนที่หลากหลายและแก่นแท้ดาบ
……………………..
สองวันต่อมา ซาร์ได้นำทัพกองกำลังของเขาและพบกับหมู่บ้านระดับกลางที่มีคนอยู่ราวๆ 1,200 คน ต้าฉินในตอนนี้ได้ให้ความสำคัญกับการเติบโตโดยใช้สงครามเป็นวิธีหลัก
แต่ละกองกำลังของต้าฉินจะมีอุปกรณ์ที่ดีที่สุด และทุกๆกองกำลังจะใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อทักษะคุณภาพดีมาให้ทหารได้เรียนรู้ นอกจากนี้ แต่ละคนยังมียาจิตวิญญาณอยู่สองชนิด ชนิดแรกคือยาที่สามารถยกระดับความแข็งแกร่งของพวกเขาได้ในระยะเวลาสั้นๆ และอีกชนิดคือยาที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว แต่ละกองกำลังยังมีหน่วยแพทย์ไปด้วย
กองกำลังของซาร์ประกอบด้วยออร์คเป็นส่วนใหญ่ หลังจากค้นพบหมู่บ้านแห่งนี้ ซาร์ก็ได้ตรวจสอบมันก่อนสักพัก เขาไม่สามารถทำอะไรด้วยความประมาทได้เพราะถ้ามีเรื่องเกิดขึ้น แม่ทัพจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกๆอย่าง แม้ว่าไป่ฉีจะไม่ฆ่าเขา เขาก็ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง
หลังจากเฝ้าสังเกตหมู่บ้านแห่งนี้ ซาร์ก็ได้พบว่ามันเป็นแค่หมู่บ้านธรรมดาๆที่มีการป้องกันปานกลาง ในท้ายที่สุด ซาร์ได้เลือกที่จะเข้าประจันหน้าโดยตรง โดยปกติแล้วถ้าผู้นำไม่ตายหรือหมู่บ้านถูกพิชิต มันก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ชาวบ้านยอมจำนน
ดังนั้น ถ้าเขาต้องการที่จะได้รับคนเป็นจำนวนมากเพื่อเพิ่มประชากรของหมู่บ้านต้าฉิน เขาจะต้องพิชิตหมู่บ้านหรือฆ่าผู้นำของมันให้ได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อพระอาทิตย์ค่อยๆตกดิน บ้านหลายๆหลังก็เตรียมจัดเตรียมอาหาร
ชาร์และกองกำลังของเขาได้เตรียมการอยู่นานแล้ว และเขาได้ยกกระบี่ใหญ่ในมือขึ้นและคำรามออกมา เขาพุ่งออกไปพร้อมด้วยม้าพงไพรทมิฬ และทำทัพออร์คทหารม้า 300 ตัวจากทางด้านหนึ่ง และผู้ใช้โล่ ทหารราบ และพลธนูที่พุ่งออกมาจากอีกด้าน
"ศัตรูโจมตี! ศัตรูโจมตี! ศัตรูโจมตี!"
การจู่โจมอย่างกระทันหันทำให้ชาวบ้านร้องตะโกนออมาด้วยเสียงดังด้วยความหวาดกลัง และทั้งหมู่บ้านก็ตกลงสู่ความโกลาหล
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว...
ลูกศรและสลักเกลียวที่นักธนูและบาริสต้ายิงออกมาได้ทะลวงผ่านอากาศและพุ่งเข้าใส่หมู่บ้าน ก่อนให้เกิดเสียงกรีดร้องแห่งความหวาดกลัว
ลูกศรถูกยิ่งออกมาจากหมู่บ้านเพื่อตอบโต้ในทันที ซาร์ที่เป็นผู้นำในการพุ่งปะทะได้กวัดแกว่งกระบี่ใหญ่ของเขาและแผ่ลำแสงกระบี่ที่เบี่ยงเบนลูกศรออกไปได้ 5 - 6 อัน ทหารบางคนได้ซ่อนตัวอยู่หลังโล่ของพวกเขา ในขณะที่คนอื่นๆพยายามหลบอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามบางคนก็ได้รับบาดเจ็บ
ตอนนี้ซาอาร์ได้มาถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้ว ออร์คทหารม้า 300 ตัวโจมตีแนวป้องกันไม้ของหมู่บ้านอย่างดุดัน และจากนั้นทหารส่วนที่เหลือจึงตามเข้ามาสมทบ
ในไม่ช้า ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปะทะกัน
ซาร์มองไปรอบๆและไม่เห็นผู้นำ ดังนั้นเขาจึงพุ่งตรงไปยังโถงหมู่บ้านในขณะที่ทหารม้าอันเดดแห่งราชาและโครงกระดูก 300 ตัวได้ควบคุมสถานการณ์ไว้
ซาร์และทหารม้า 300 ตัวของเขาได้กวาดไปทั่วหมู่บ้านด้วยพละกำลังที่ไม่อาจต้านทานและไม่อาจหยุดยั้งได้ ในไม่ช้า เขาก็เห็นชายวัยกลางคนที่ดูจะมีความสำคัญและน่าจะเป็นหัวหน้าของหมู่บ้าน ซาร์พุ่งเข้าไปโดยไม่สนใจว่าเขาจะยอมจำนนหรือไม่ ตราบใดที่ชายคนนี้ไม่แสดงอาการยอมแพ้ ไป่ฉีได้ให้อำนาจของเขาในการประหารได้เลย
เนื่องจากเวลามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไป่ฉีจึงได้สั่งให้แม่ทัพทุกคนจบการต่อสู้ให้ไวเพื่อรักษากองกำลังของพวกเขาและจำนวนประชากรของแต่ละหมู่บ้านไว้
ตราบใดที่แม่ทัพปฏิบัติตามคำสั่งพวกนี้ พวกเขาจะสามารถใช้วิธีการใดๆก็ได้โดยไม่ต้องคำถึงถึงเกียรติหรือความไร้ยางอายเลย ทั้งหมดที่ไป่ฉีต้องการคือผลลัพธ์ และในตอนนี้ ต้าฉินได้เริ่มดำเนินการในเส้นทางสุดโต่งซึ่งก่อให้เกิดกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมาแล้ว