- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 164 เครื่องจักรสงคราม
บทที่ 164 เครื่องจักรสงคราม
บทที่ 164 เครื่องจักรสงคราม
บทที่ 164 เครื่องจักรสงคราม
จ้าวฝูไม่จำเป็นต้องใช้ดาบอสูรนภาเพื่อจัดการกับก็อบลินเหล่านี้ และเขาได้ใช้ทักษะของนักฆ่าเพื่อจัดการกับพวกมันแทน ป่าเหมาะสมกับทักษะนักฆ่าของเขา และเนื่องจากเขาไม่มีความสามารถในการฆ่าพวกมันในพริบตา เขาจึงต้องจัดการพวกมันอย่างชาญฉลาด
เมื่อเห็นก็อบลิน 5 ตัวเดินเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด จ้าวฝูได้ซ่อนตัวอยู่ภายในป่าและมองหาโอกาสเคลื่อนไหว
"ค้นหาไอ้สารเลวที่ทำแบบนี้! พวกเราจะต้องฆ่ามันให้ได้หลังจากพบมันแล้ว!" หนึ่งในพวกก็อบลินตะโกนออกมาด้วยความโมโหและเดินเข้าไปในป่า
"ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! ฆ่ามัน!" ก็อบลินตัวอื่นๆตะโกนออกมา
จ้าวฝูซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งอย่างใจเย็นในขณะที่เข้าเฝ้ามองไปที่เหล่าก็อบลินที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ๆอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้จ้าวฝูแปลกใจก็คือหลังจากเดินมา 20 เมตร พวกก็อบลินก็ได้ล้มเลิกการค้นหาและก่นด่าออกมา
จ้าวฝูต้องการที่จะล่อพวกมันให้ห่างออกมาอีกเพราะถ้ามีความวุ่นวายเกิดขึ้นที่นี่ มันเป็นไปได้ที่จะดึงดูดความสนใจของก็อบลินตัวอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูในตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเคลื่อนไหวในทันที!
เขาพุ่งออกมาจากที่ซ่อนและเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วและแผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง เขามาถึงด้านหลังของกลุ่มก็อบลินและมาอยู่ระหว่างก็อบลินปาหินสองตัวราวกับสายลมอ่อนๆ
แขนของจ้าวฝูที่พุ่งออกมาแต่ละข้างได้คว้าไปที่คอของก็อบลินทั้งสองตน จากนั้นเขาก็เปิดใช้งานกลไกมีดลับของเขา และส่งใบมีดสีเงินสองอันเข้าสู่ลำคอของพวกมัน
ก็อบลินทั้งสองตัวรู้สึกเพียงแค่ความเจ็บปวดที่บริเวณลำคอของพวกมันก่อนที่ม่านตาของพวกมันจะหดตัวลงและพวกมันก็ตาย และก็อบลินอีกสามตัวก็ยังไม่ทันจะสังเกตเห็นเรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความว่องไวและการลอบเร้นของอาชีพนักฆ่า
จ้าวฝูคว้าโอกาสนี้เอาไว้และรีบดึงมีดลับของเขาออกจากลำคอของก็อบลินปาหินทั้งสองตัว ในขณะที่ศพของพวกมันกำลังจะล้มลง จ้าวฝูได้พุ่งไปข้างหน้า ร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็นพร่ามัวในขณะที่เขาแทงมีดลับอันหนึ่งเข้าสู่หัวใจของก็อบลินอีกตัวจากทางด้านหลัง
เมื่อศพของก็อบลินทั้งสองกำลังจะแตะพื้น จ้าวฝูได้ส่งพลังแห่งราชาของเขาเข้าสู่มีดลับ และฟันเข้าใส่ก็อบลินทางด้านซ้ายของเขาด้วยมีดลับที่อยู่บนข้อมือซ้าย
ตุบ! ตุบ... ตุบ... ตุบ!
ร่างสองร่างแรกล้มลงกับพื้นพร้อมกับตะกร้าหินของพวกมัน ต่อจากนั้นก็เป็นศพของก็อบลินตัวที่สามและจากนั้นก็เป็นศพของก็อบลินตัวที่สี่
แม้ว่าจะดูเหมือนช้า แต่เหตุการณ์ทั้งหมดก็เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที
ในทันใดนั้นเองเสียงตกกระทบที่ดังเป็นลูกโซ่ก็ทำให้ก็อบลินที่อยู่ตรงหน้าสุดหันกลับมาอย่างรวดเร็ว
ฉึก!
ใบมีดลับอันแหลมคมได้แทงเข้าสู่ลำคอของก็อบลินตัวสุดท้าย และมันก็ทำได้เพียงแค่จ้องมองจ้าวฝูก่อนที่จะตาย
จ้าวฝูรู้สึกภูมิใจเล็กน้อยที่เขาสามารถจัดการกับก็อบลินทั้งห้าตัวนี้ได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และมีประสิทธิภาพ อาชีพนักฆ่าค่อนข้างดี และเขาก็เริ่มชอบอาชีพนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานะของจ้าวฝู เขาไม่สามารถเดินอยู่บนเส้นทางนี้ไปตลอดได้เพราะอาชีพราชาของเขามีความสำคัญมากกว่า
ก็อบลินทั้งห้าไม่ได้ดรอปอุปกรณ์ดีๆอะไร มีเพียงแค่กระบอง ก้อนหิน และเหรียญเงินอีกไม่กี่เหรีญ อย่างไรก็ตาม มันก็มีเศษไม้สีดำบางส่วนปรากฏอยู่ ซึ่งจ้าวฝูได้หยิบมันขึ้นมาเพื่อสนองความอยากรู้ของเขา
[ป่าแห่งความมืดมน - เศษ]: รวบรวม 10 เศษเพื่อสร้างเป็นเหรียญคำสั่ง ซึ่งสามารถใช้เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ลับ - ป่าแห่งความมืดมน
"พื้นที่ลับ?" จ้าวฝูไม่รู้ว่ามันเป็นที่แบบไหนเพราะเขาไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน อย่างไรก็ตามการได้รับสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องง่ายมาก - หลังจากฆ่าก็อบลินไปห้าตัว เขาก็ได้มันมาห้าอันแล้ว ถ้าเขาฆ่าก็อบลินอีกห้าตัว เขาก็จะสามารถสร้างเหรียญคำสั่งป่าแห่งความมืดมนได้
"จ้าว เจ้าแข็งแกร่งมาก!" โรสโรสเงยหน้าขึ้นมองจ้าวฝู ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยดวงดาวเล็กๆราวกับว่าเธอกำลังพูดด้วยความชื่นชม
จ้าวฝูยิ้ม พวกเธอยังไม่เคยเห็นจุดสูงสุดของเขา ถ้าเขาอยู่ในจุดสูงสุด เขาจะสามารถทำลายล้างก็อบลินทั้งห้าตัวได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ต่อจากนั้น จ้าวฝูได้เดินหน้าต่อและฆ่าก็อบลินอีก!
..................
ย้อนกลับไปที่เมืองต้าฉิน
"เกิดอะไรขึ้น? เป็นเวลาสามวันแล้ว ยังไม่มีข่าวอะไรจากฝ่าบาทเลยเหรอ?" ไป่ฉีโกรธมาก และเขาได้แผ่บรรยากาศอันหนาวเหน็บออกมา ทำให้ทุกๆคนต้องอยู่ห่างจากเขาไปหลายเมตร
ใกล้กันนั้น หลี่ซือพยายามทำให้เขาใจเย็นด้วยด้วยการกล่าวว่า "ผู้บัญชาการไป่ พวกเรายังไม่ได้รับการแจ้งเตือนใดๆ ซึ่งหมายความว่าฝ่าบาทไม่เป็นอะไร เขาน่าจะยังอยู่ในทุ่งหญ้าตะวันออก"
หวังเจี้ยนพยักหน้าในขณะที่เขากล่าวว่า "จากสิ่งเหล่านี้ ฝ่าบาทดูจะยังไม่เป็นอะไรและน่าจะกลับมาในไม่ช้า ข้าเชื่อว่าในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา พวกเราควรคิดถึงวิธีการพัฒนาเมืองต้าฉินกัน"
ไป่ฉีถอนหายใจออกมาและสงบสติอารมณ์ลง ก่อนจะพูดว่า "ข้ามีความคิด ทุกๆคนอยากฟังมันไหม?"
ทุกคนมองไปที่ไป่ฉีในขณะที่พวกเขาพยักหน้าและรอฟังความคิดของเขา
ต่อจากนั้น ไป่ฉีได้กล่าวว่า "ข้าเชื่อว่าต้าฉินควรจะเข้าสู่สถานะพร้อมรบ พวกเรามีเงินจำนวนมหาศาลจากการค้า แต่พวกเรายังแทบไม่ได้ซื้ออะไรด้วยเงินเหล่านั้นเลย ข้าเชื่อว่าพวกเราควรให้ความสำคัญกับศึกสงคราม"
ตอนนี้สิ่งที่ต้าฉินขาดมากที่สุดคือคน ในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยประชากร 50,000 ของต้าฉิน ปัจจัยที่เป็นสิ่งจำกัดก็คงจะเป็นอาหาร อย่างไรก็ตามเนื่องจากโบนัสค่าสถานะในโลกจุติสวรรค์ อาหารเป็นสิ่งที่พวกเขากังวลน้อยที่สุด!
ไป่ฉีกล่าวต่อ "ข้าเชื่อว่าพวกเราควรเพิ่มกองทัพทหารของเราเป็น 10,000 คนและแบ่งพวกเขาออกเป็น 10 กอง แต่ละกองจะมีแม่ทัพคอยสั่งการ แต่ละกองจะมีทหารม้าอันเดดแห่งราชากองละ 1 ตัวและทหารโครงกระดูก 300 ตัว"
เมื่อรวมกับข้อได้เปรียบของอุปกรณ์สวมใส่ การบ่มเพาะ ทักษะ และค่าสถานะ แต่ละกองจะสามารถจัดการกับหมู่บ้านระดับสูงที่มีประชากรไม่เกิน 1,200 คนได้
"ต้าฉินจะทุ่มหมดหน้าตักเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรผ่านสงครามและจะสร้างระบบการตอบแทนและการลงโทษที่เข้มงวด บรรดาผู้ที่นำคนกลับมาเป็นจำนวนมากจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ ในขณะที่บรรดาคนที่ไม่สามารถทำตามข้อกำหนดได้จะถูกลงโทษ"
ทุกคนรู้สึกหนาวหัวใจเมื่อเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ ไป่ฉีต้องการเปลี่ยนต้าฉินให้กลายเป็นเครื่องจักรสงครามที่ไร้อารมณ์
สิ่งนี้แน่นอนว่าจะช่วยให้ต้าฉินพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ราคาค่าใช้จ่ายที่เป็นชีวิตก็จะมากขึ้นด้วย ไม่เพียงแต่หลายๆคนจากหมู่บ้านอื่นๆจะถูกสังหาร แต่ทหารของต้าฉินก็จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นด้วย ในเวลาเดียวกัน ต้าฉินจะเริ่มมีมนุษยธรรมน้อยลงและเย็นชามากยิ่งขึ้น และคงอยู่เพื่อการปล้นและสังหารเท่านั้น
ความคิดของไป่ฉีได้แบ่งต้าฉินออกเป็น 3 ฝ่าย อันได้แก่ ฝ่ายสงครามซึ่งประกอบไปด้วยไป่ฉีและพวกแม่ทัพต่างเผ่าอีกหลายๆคน ฝ่ายสันติซึ่งประกอบไปด้วยหลี่ซือ ป้าฉิง และเดซี่ และฝ่ายที่เป็นกลางซึ่งประกอบไปด้วยหวังเจี้ยนและจางต้าหู