- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 163 ฮ็อปก็อบลิน
บทที่ 163 ฮ็อปก็อบลิน
บทที่ 163 ฮ็อปก็อบลิน
บทที่ 163 ฮ็อปก็อบลิน
หลังจากการพักฟื้นร่างกายกว่าสามวัน บาดแผลภายนอกของจ้าวฟูก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเพราะภูติดอกไม้ทั้งสาม อย่างไรก็ตามการที่จะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บภายในก็ยังใช้เวลายาวนานอยู่ดี
ตอนนี้จ้าวฟู ได้ถอดเสื้อผ้าที่ชุมไปด้วยเลือด และใส่ผ้าคลุมแทน เขาเดินไปทางเหนือไปที่เมือง เก้าตะวัน ซึ่งเป็นเมืองที่ใกล้ที่สุด ส่วนภูติดอกไม้ทั้งสาม พวกมันก็บินไปรอบๆจ้าวฟู พอพวกมันเหนื่อย พวกมันก็จะพักบนไหล่ของจ้าวฟู
จ้าวฟูรู้สึกชื่นชมพวกมันไม่น้อย เมื่อเห็นพวกมันทำอะไรโดยไม่กลัวอะไรเลย อย่างไรก็ตามในไม่ช้า จ้าวฟูต้องเข้าไปในป่า
“จ้าว อย่าเข้าไปข้างหน้า มันอันตราย เจ้าควรอ้อมไปใช้ทางอื่น” โรสโรสพูดในขณะที่นั่งอยู่บนไหล่จ้าวฟู
จ้าวฟูถามอย่างแปลกใจ “อะไรอยู่ข้างหน้ารึ”
ลิลลี่ลิลลี่ที่นั่งอยู่ที่ไหล่อีกข้างหนึ่งเล่าอย่างใจเย็นว่า “มันเป็นส่วนที่หลงเหลือจากประวัติศาตร์และเป็นก็อบลินที่น่ากลัวมากมายพวกเราเคยเข้าไปมาก่อน”
“มีมิโนทอร์ด้วยละ”
นั่งข้างๆลิลลี่ลิลลี่ พีชชี่กลัวจนร้องไห้ออกมา หลังจากพูดจบ เธอพึ่งรู้ว่าพูดเสียงดังเกินไป และหน้าเธอเริ่มแดงแล้วเข้าไปหลบอยู่ข้างหลังลิลลี่ลิลลี่
“ส่วนที่หลงเหลือจากประวัติศาสตร์งั้นรึ” จ้าวฟูค่อนข้างสนใจ เพราะว่า ส่วนมากจะมีของที่เป็นประโยชน์ในสถานที่แบบนี้ ตอนนี้ร่างกายของเขาพร้อมแล้ว จ้าวฟูต้องการเข้าไปสำรวจ จ้าวฟูก็พูดว่า “พวกเจ้า ซ่อนในผ้าคลุมของข้าเดี่ยวนี้ ข้าจะไปดูสักหน่อย”
“จ้าว เจ้าต้องระวังนะ” ภูติดอกไม้ทั้งสามเข้าไปในผ้าคลุมของจ้าวฟู และเอาหัวออกมานิดหน่อยเพื่อที่จะดูว่าจ้าวฟูจะทำอะไร
ตามทางเดิน จ้าวฟู ได้ใช้ทักษะอาซีพนักฆ่าและลดเสียงของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อที่จะเข้าป่า ใช้เวลาไม่นานจ้าวฟูก็เจอพื้นที่ที่หลงเหลือของประวัติศาตร์ อยู่รอบๆ แต่ส่วนมากก็เสียหายตามกาลเวลา ตรงหน้ามีซากปรักหักพัง ตัวอักษรที่เขียนอยู่บนนั้นแน่นอนว่าจ้าวฟูไม่สามารถอ่านได้ ดังนั้นลิลลี่ลิลลี่จึงบอกจ้าวฟูว่า มันคือตัว “โล” กับ “แลน”
มีก็อบลินหลายชนิดที่มาจากประวัติศาสตร์ของโลแลน ซึ่งจ้าวฟูไม่เคยพบมาก่อน พวกเขาดูน่ากลัว และสีผิวที่แตกต่างกันในขณะที่บางตัวเป็นสีเทา บางตัวเป็นสีขาวซีด
บางตัวถือกระบอง ที่ค่อนข้างใหญ่ มีด้านที่แหลม ทำให้ดูไปดูมาเหมือนค้อน เจ้ากระบองที่ว่าดูแข็งแรงยิ่งกว่าเหล็กสะอีก และมันน่าจะเจ็บมากแน่ๆถ้าโดนไปที่สองที่
บางตัวก็มีตะกร้าด้านหลังและมีหินบรรจุอยู่เต็มไปหมด หินมันใหญ่จนสามารถทำให้สัตว์บางตัวบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกหักได้ พวกมันน่าจะเป็นก็อบลินสายโจมตีระยะไกล
ตัวสุดท้าย ถือดาบ ตัวพวกนี้มีไม่ค่อยมากเท่าไร แต่ออร่าที่พวกมันปลดปล่อยมานั้นน่ากลัวทีเดี่ยว
ก็อบลินพวกนี้ถูกรียกว่า ก็อบลิน,ก็อบลินนักโยนหิน,ฮ็อบก็อบลิน,
ก็อบลินพวกนี้ไม่ค่อยอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ๆเท่าไร แต่จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆสะมากกว่า และแถวนี้ก็ไม่มีหน่วยลาดตะเวน อาจจะเป็นไปได้ว่าไม่มีใครค่อยนำพวกมันอยู่ตอนนี้
เพราฉะนั้นตอนนี้ การป้องกันของก็อบลินค่อนข้างที่จะต่ำ จ้าวฟูจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขาตั้งใจจะเข้าไปลึกมากกว่านี้ก่อนที่เขาจะเดินทางต่อ
“ข้าจะจัดการมอนสเตอร์ที่นี้หน่อยนะ พวกเธอไปรอด้านนอกก่อนได้หรือไม่” จ้าวฟูก้มลงไปคุยกับ ภูติดอกไม้ทั้งสามา จ้าวฟูกลัวว่า พวกมันจะรบกวนเขาเวลาต่อสู้ เพราะ ภูติดอกไม้ทั้งสามนั้นรักสงบและใจดีเกินไป จ้าวฟูจึงต้องการให้พวกเธอไปรอข้างนอกป่า
“ไม่ต้องห่วงจ้าว พวกเราจะช่วยเจ้าจำกัดมอนสเตอร์พวกนี้เอง” โรสโรส ยิ้มให้กับจ้าวฟูในขณะที่ทั้งสองที่เหลือพยักหน้า
จ้าวฟูจึงไม่รอช้าเริ่มแผนการของเขาทันที
จ้าวฟูเข้าไปที่มุมหนึ่งและเริ่มที่จะล่อก็อบลิน ด้วยความสามารถของเขาตอนนี้ เขาเชื่อว่าไม่สามารถฆ่าทั้งหมดในรวดเดียวได้แน่ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่พลังของเขาฟื้นมาทั้งหมดแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นตอนนี้ลอบโจมตีดีที่สุด
จ้าวฟูหลบอยู่หลังต้นไม้จากนั้นก็โยนหินดึงดูดความสนใจของก็อบลิน
เนื่องจากมีก็อบลินจำนวนมากทำให้ เขาสามารถที่จะเรียนภาษาของก็อบลินได้ผ่านทางศิลาภาษา
“เอ๋ ตรงนั้นเหมือนจะมีอะไรสักอย่าง ไปดูหน่อยดีกว่า” ก็อบลินพูด
หลังจากก็อบลินตัวนั้นพูดจบ ก็มีก็อบลินอีกตัว นั่งลงบนพื้นอย่างขี้เกลียดและบ่นออกมาว่า “แล้วมันอะไรละ ไม่มีอะไรให้พวกเราทำอยู่แล้ว เราควรไปหาอะไรกินนะ”
“งั้นไปจับไก่กันไหม ไม่ได้ไปจับนานแล้ว” ก็อบลินนักโยนหินพูดขึ้น
“ตกลง!!!”
เมื่อก็อบลินตัวอื่นๆได้ยินพวกมันก็นึกถึงความรสซาติของไก่ ที่พวกมันไม่ได้กินไปนานพวกมันจึงตอบตกลงทันทีที่ได้ยิน
พวกก็อบลินเริ่มจะพูดถึงเรื่องอาหารกลางวัน พวกมันก็ลืมเรื่องเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ไปโดยสินเชิง จ้าวฟูที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้รู้สึกงงทันทีว่าพวกก็อบลินพวกนี้เป็นอะไรของพวกมัน
จ้าวฟูจึงลองโยนหินไปอีกก้อนคราวนี้ตั้งใจโยนไปให้มันเสียงดังขึ้นอีกที่หนึ่ง
“มันมีเสียงอีกแล้ว พวกเราจะไม่ไปดูจริงๆรึ” ก็อบลินอีกตัวแรกที่เคยได้ยินพูดอีกครั้ง และอยากจะไปสำรวจ
“อย่าไปสนใจมันก็แค่ เสียง ปล่อยมันไปเถอะ” ก็อบลินพูดความรำคาญเพราะว่ามีคนไปขัดใจมันในขณะที่คุยกันเรื่องอาหารอยู่
ก็อบลินตัวอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย และก็อบลินตัวที่พูดเรื่องเสียง ก็ลืมเรื่องเสียงไปในทันที
จ้าวฟูเริ่มจะรู้สึกอารมณ์เสีย ส่วนภูติดอกไม้ทั้งสาม ก็พยายามจะกลั้นหัวเราะกับเรื่องที่เกิดขึ้น
จ้าวฟูหยิบหินขึ้นมาและโยนไปที่ก็อบลิน
ก้อนหินพุ่งไปเข้าหัวก็อบลินอย่างรวดเร็ว พวกมันลุกขึ้นและตะโกนว่า “ไอ้เวรไหนมันปามาว่ะ”
ด้วยเหตุนี้ก็อบลินจึงถืออาวุธและมองไปที่หลังต้นไม้ที่จ้าวฟูอยู่และค่อยเดินเข้าไปพยายามจะสังหารคนที่มารบกวนพวกมัน
จ้าวฟูถอนหายใจของเขาออกมา ในที่สุดความพยายามของเขาก็สำเร็จ