เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129 นักดาบผู้ไร้เทียมทาน

บทที่ 129 นักดาบผู้ไร้เทียมทาน

บทที่ 129 นักดาบผู้ไร้เทียมทาน


บทที่ 129 นักดาบผู้ไร้เทียมทาน

นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวฝูได้มายังนครหลักของภูมิภาคอื่น และเขาได้มองไปรอบๆด้วยความสนใจ เขามาที่นี่เพียงลำพังเพราะเขาจะถูกขึ้นบัญชีดำของนครในทันทีถ้าเขานำทหารจำนวนมากมาด้วย

แม้ว่านครแห่งการต่อสู้จะเป็นนครหลัก แต่มันก็เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างหยาบกระด้าง โครงสร้างส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นจากหินที่ไม่ผ่านการเจียระไน และชาวเมืองส่วนใหญ่ก็สวมเสื้อผ้าหยาบๆ มองดูคล้ายกับคนป่า

จ้าวฝูถามคนแถวนั้นและพบว่าทำไมนครแห่งนี้จึงถูกเรียกว่านครแห่งการต่อสู้ มันเป็นเพราะระบบของนครหลักทั่วไปห้ามไม่ให้มีการต่อสู้ส่วนตัวและจัดเตรียมสังเวียนไว้ให้ผู้คนได้จัดการกับความแค้นของพวกเขา อย่างไรก็ตาม นครแห่งการต่อสู้นั้นมีสังเวียนขนาดใหญ่และสนับสนุนการต่อสู้

ที่นี่ การได้รับคะแนนความดีความชอบไม่เพียงแต่จะมาจากภารกิจเท่านั้น แต่ยังสามารถหาได้จากการต่อสู้ในสังเวียนด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ลอร์ดของนครแห่งนี้ยังได้จัดให้มีการเดิมพันตามความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย และใครก็สามารถเข้าเดิมพันได้

ดังนั้นมันจึงมีสังเวียนมากมาย และมีที่นั่งให้กับผู้ชมเป็นจำนวนมาก

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมบรรยากาศของเมืองจึงเป็นเช่นนี้ เพราะสังเวียนของที่นี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดนั่นเอง จ้าวฝูเกิดความสนใจขึ้น ดังนั้นเขาจึงเดินทางเข้าไปดู

สังเวียนเป็นโครงสร้างทรงกลม และมีแถวเก้าอี้ที่ทำจากไม้เหล็ก ตรงกลางของสังเวียนมีกรงกว้าง 100 เมตร และภายในของมัน มีคนสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่

มีหลายคนที่อยู่ที่นี่และมันก็ค่อนข้างวุ่นวาย ดวงตาทุกๆคู่จดจ้องๆไปที่คนทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในกรงพร้อมกับที่พวกเขาส่งเสียงเชียร์ออกมาดังลั่น

หนึ่งในนักต่อสู้ได้เหวี่ยงดาบของเขา และฟัดเข้าที่ท้องของอีกฝ่าย ทำให้ไส้ของอีกฝ่ายไหลออกมา ภาพตรงหน้าเต็มไปด้วยเลือดขึ้นมาในทันใด

เมื่อเห็นเช่นนี้ ผู้ชมก็ยิ่งส่งเสียงเชียร์ดังขึ้น และผู้ชนะก็ตัดหัวของผู้แพ้ออกมา และตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นให้กับผู้ชมที่อยู่รอบๆ

จากนั้นคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ตัดสินก็เดินเข้าไปในกรงและประกาศว่าคนผู้นี้คือผู้ชนะ ในตอนนั้นเอง ผู้คนก็สามารถไปแลกรางวัลจากการเดิมพันของพวกเขาที่เดิมพันไว้กับคนๆนี้ได้หรือจะแปลงรางวัลเป็นเงินก็ได้

ผู้ชนะไม่ใช่แค่จะได้รับคะแนนความดีความชอบเท่านั้น แต่ยังได้เงินและรางวัลอื่นอีกด้วย ดังนั้นจึงมีคนมากมายมาต่อสู้กันในสังเวียนเหล่านี้ มันมีหลากหลายเผ่าพันธุ์ที่เข้าร่วม ทั้งผู้เล่น ผู้อยู่อาศัยในโลกนี้ และแม้กระทั่งพวกต่างเผ่าและสัตว์อสูร

หลังจากที่เฝ้าดูอยู่สักพักและคิดกับตัวเองแล้ว จ้าวฝูก็เดินออกจากสังเวียนไปและเริ่มไปจัดการเรื่องที่จริงจังยิ่งกว่า ที่แรกที่เขาไปคือสำนักงานอสังหาริมทรัพย์และเขาได้ใช้สถานะของตนในการซื้อที่ดินผืนใหญ่จำนวน 20 แปลง และเขาได้เริ่มเตรียมตัวเปิดร้านอาหารขึ้น

หลังจากจัดการกับเรื่องเหล่านี้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว จ้าวฝูก็ไปที่นครหลักอีก 3 แห่ง และทำซ้ำในสิ่งที่เขาเคยทำ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมองดูผลิตภัณฑ์พิเศษของหุบเขาน้อย และเขาก็กลับมาที่เมืองต้าฉินเมื่อตอนเวลากลางคืน

หลังจากกลับมาที่เมืองต้าฉิน จ้าวฝูก็ได้พูดคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาหลักของเขาเกี่ยวกับการเริ่มก่อตั้งกรมวาณิชย์ที่จะคอยดูแลธุรกิจทั้งหมดของจ้าวฝูขึ้น

ก่อนหน้านี้ เรื่องของธุรกิจต่างๆได้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมกิจการภายใน จ้าวฝูมีพนักงานที่เป็นชาวเมืองและผู้เล่นอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เขากลับมีผู้จัดการแค่ไม่กี่คน ตอนนี้เขาได้เปิดเส้นทางไปสู่ภูมิภาคใหม่แล้ว เขาจึงจำเป็นต้องมีกรมที่คอยดูแลธุรกิจเหล่านั้น

ตัวอย่างเช่น การจัดการร้านอาหาร การซื้อผลิตภัณฑ์พิเศษ การขายผลิตภัณฑ์พิเศษ และการทำธุรกิจการค้านั้นจำเป็นต้องใช้ผู้คนจำนวนมาก และกรมในปัจจุบันก็ไม่สามารถดูแลเรื่องเหล่านี้ได้ดี ดังนั้นจ้าวฝูจึงมอบหมายเรื่องนี้ให้ป้าฉิง

หลังจากพูดคุยเรื่องเหล่านี้แล้ว ทุกๆคนก็กลับไปยกเว้นจ้าวฝูและเก้อเนี่ย แน่นอนว่าจ้าวฝูได้บอกให้เก้อเนี่ยอยู่รอก่อนเพราะเขาอยากจะคุยกันเป็นการส่วนตัว จ้าวฝูต้องการที่จะบ่มเพาะให้เก้อเนี่ยกลายเป็นนักดาบผู้ไร้เทียมทาน ซึ่งเป็นบุคคลรู้แจ้งในเส้นทางแห่งดาบอย่างถ่องแท้ อริยะดาบที่สามารถสังหารผู้คนได้ในพริบตาด้วยการตวัดเพียงครั้งเดียว

จากสิ่งที่จ้าวฝูเห็นมาในสังเวียน สถานที่อันโหดร้ายและเต็มไปด้วยเลือดเช่นนี้เหมาะสำหรับเก้อเนี่ยมาก และเขาก็สามารถรู้แจ้งในทักษะดาบของตนผ่านการต่อสู้และฆ่าฟันไม่รู้จบเช่นนี้ได้

จ้าวฝูบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้เห็นมาในวันนี้ให้กับเก้อเนี่ย และเขาก็ถามถึงความเห็นของเก้อเนี่ย

หลังจากได้ฟังจ้าวฝู เก้อเนี่ยก็ไม่คิดอะไรนาน เขาประสานมือและกล่าวว่า "ฝ่าบาท ข้ารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะกับการฝึกฝนทักษะของข้าเหลือเกิน ข้ายินดีที่จะไป!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็เตือนเขาว่า "มันอันตรายมากทีเดียว เจ้าอาจตายได้ ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมด้วย!"

เก้อเนี่ยพยักหน้าอย่างจริงจังเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจ

เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูจึงเอาดาบระดับเงินออกมาจากแหวนแห่งราชาของเขา และมอบให้กับเก้อเนี่ยพร้อมกับกล่าวว่า "ข้ามอบดาบนี้ให้กับเจ้า ข้าจะเตรียมทักษะระดับสูงให้กับเจ้าเร็วๆนี้!"

เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฝู เก้อเนี่ยก็กล่าวขอโทษอย่างน่าประหลาด "ข้าขอขอบคุณในความเมตตาของฝ่าบาท แต่ผู้น้อยอยากจะเลือกเลือกดาบด้วยตัวเอง นอกจากนี้ แค่ทักษะระดับเริ่มต้นไม่กี่อันก็เพียงพอแล้วสำหรับข้า"

จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของเก้อเนี่ย แต่เขาก็เข้าใจถึงความคิดของเก้อเนี่ย - เหล่าคนที่ไล่ตามเส้นทางแห่งดาบไม่สามารถพึ่งพาเพียงของภายนอกได้

จ้าวฝูตกลงกับคำขอของเก้อเนี่ย และเขาได้พาเก้อเนี่ยไปที่คลังอาวุธของต้าฉิน ภายในคลังอาวุธมีของที่ได้มาจากดินแดนโครงกระดูก อุปกรณ์ที่หลอมสร้างจากสัมฤทธิ์เข้มข้น และอุปกรณ์ที่นำกลับมาโดยกลุ่มสำรวจ

เก้อเนี่ยมองไปรอบๆอาวุธที่อยู่รอบกายจำนวนนับไม่ถ้วนและสูดหายใจเข้าเบาๆในขณะที่เขาหลับตาลง เขาเดินผ่านอาวุธแต่ละชิ้นไปทีละก้าว และได้เดินต่อไปสักพัก

เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและคิดกับตัวเอง "ด้วยอาวุธมากมายขนาดนี้ มันต้องมีอันที่เก้อเนี่ยพึงพอใจอยู่เป็นแน่!"

เก้อเนี่ยยังคงเดินต่อไป และในขณะที่เขากำลังเดินไปจนสุดทางนั้น เขาก็ลืมตาขึ้นมาในทันใด มือของเขาพุ่งออกไปและคว้าไปที่ดาบซึ่งปกคลุมไปด้วยคราบเลือด

หลังจากหยิบมันขึ้นมา เก้อเนี่ยก็ลูบไล้มันเบาๆ และเมื่อรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากดาบ เขาก็เผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา

รอยยิ้มนี้ทำให้จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจมาก หลังจากที่มีปฏิสัมพันธ์กับเขามานาน เก้อเนี่ยมักจะเป็นเหมือนกับแผ่นน้ำแข็งอยู่เสมอ และเขาก็มีใบหน้าอันเย็นชาอยู่ตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวฝูเห็นเขายิ้ม

หลังจากเลือกดาบแล้ว เก้อเนี่ยก็มายืนอยู่ข้างกายจ้าวฝูและโค้งคำนับพร้อมกับกล่าวว่า "ฝ่าบาท ข้าเลือกดาบของข้าแล้ว"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็มองไปที่ดาบของเก้อเนี่ยด้วยความสงสัย เขาคิดว่าเก้อเนี่ยจะเลือกดาบที่มีคุณภาพดีเยี่ยม แต่มันกลับกลายเป็นเพียงแค่ดาบระดับขาวที่พวกเขาน่าจะได้รับมันมาจากการพิชิตหมู่บ้านไหนสักแห่ง ยิ่งไปกว่านั้น มันยังไม่มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับมัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเก้อเนี่ยเลือกมันแล้ว มันจึงต้องมีอะไรที่พิเศษแน่นอน ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็ได้ไปที่นครแสงศักดิ์สิทธิ์และเตรียมเลือกทักษาพื้นฐานให้กับเก้อเนี่ย แต่เขาก็ได้ยินข่าวที่น่าตกตะลึงซะก่อน 'ลอร์ดแห่งนครแสงศักดิ์สิทธิ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส!'


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 129 นักดาบผู้ไร้เทียมทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว