- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 130 เก้อเนี่ย
บทที่ 130 เก้อเนี่ย
บทที่ 130 เก้อเนี่ย
บทที่ 130 เก้อเนี่ย
จ้าวฝูตกตะลึงเมื่อเขาได้ยินว่าลอร์ดแห่งนครหลักได้รับบาดเจ็บสาหัส มันเกิดอะไรขึ้น? ลอร์ดแห่งนครหลักจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไม่สามารถจินตนาการได้ซึ่งต้องอยู่ในระยะที่ 4 เป็นอย่างน้อย พวกเขาทรงพลังอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ และสิ่งที่น่าตกตะลึงได้เกิดขึ้นจนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นในโลกจุติสวรรค์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยกเว้นก็แต่...
ทันใดนั้น จ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่าลอร์ดแห่งนครนั้นได้รับบาดเจ็บในช่วงที่เขาก่อให้เกิดสัญญาณผิดปกติ
นี่ทำให้จ้าวฝูประหลาดใจ แต่เขาก็มั่นใจว่าอาการบาดเจ็บของลอร์ดจะต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่
ตอนนี้ที่ลอร์ดได้รับบาดเจ็บสาหัส นครหลักจึงตกอยู่ในสภาวะพิเศษ จำนวนของผู้รักษาความปลอดภัยเพิ่มมากยิ่งขึ้นและมีการลาดตระเวนบ่อยยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอะไรขึ้น บรรยากาศในนครหลักตรึงเครียดมาก แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำเช่นนี้ ด้วยการที่ลอร์ดได้รับบาดเจ็บ นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้นครแห่งนี้ปลอดภัย
จ้าวฝูไปหาฉินหนานและถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉินหนานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังและน้ำเสียงวิตกเล็กน้อย "ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และท่านลอร์ดก็จำอะไรไม่ได้ ทั้งหมดที่ท่านลอร์ดจำได้คือมีพลังงานที่ทรงพลังสุดจินตนาการได้พุ่งลงมาและปะทะเข้ากับท่านลอร์ดจนล้มลงกับพื้น ท่านลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ไม่อาจตอบโต้ได้เลย"
ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย "พี่ฉิน ท่านได้ยินอะไรอื่นเกี่ยวกับการบาดเจ็บของท่านลอร์ดไหม?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินหนานก็มองไปรอบๆก่อนที่จะกระซิบด้วยสีหน้าจริงจัง "เรื่องนี้ถูกระบุว่าเป็นข้อห้าม ดังนั้นมันเป็นการดีที่สุดถ้าเจ้าจะไม่ถามอะไรมาก มิฉะนั้นมันจะนำปัญหามาสู่ตัวเจ้าเองได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่เราควรใส่ใจ ถึงอย่างไรก็ตาม พวกเขาก็เป็นแค่คนตัวเล็กๆ"
ฉินหนานไม่เคยคิดว่าเหตุผลที่ลอร์ดได้รับบาดเจ็บนั้นจะอยู่ตรงหน้าเขา ในตอนนี้ จ้าวฝูก็แน่ใจขึ้นว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเขา แต่เขาก็ยังพยักหน้าและสัญญาว่าเขาจะไม่ถามอีก"
หลังจากกล่าวลาฉินหนานแล้ว จ้าวฝูก็หาทักษะดาบพื้นฐานให้กับเก้อเนี่ยได้ 6 ทักษะ และได้กลับไปยังเมืองต้าฉินเพื่อมอบพวกมันให้กับเขา
ต่อจากนั้นจ้าวฝูก็ไม่มีอะไรให้ทำมาก ดังนั้นเขาจึงเข้าสู่สภาวะหลับใหลเพื่อบ่มเพาะ ในไม่ช้า จ้าวฝูก็มาถึงระยะที่ 0-8 และเขาห่างจากการทะลวงขั้นไปสู่ระยะที่ 0-9 อีกเพียงนิดเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น ในขณะที่ดวงอาทิตย์สีทองค่อยๆทะยานขึ้นจากทางทิศตะวันออก จ้าวฝูก็ตื่นขึ้นมาจากการบ่มเพาะและทานอาหารเช้าง่ายๆ ก่อนที่จะพาเก้อเนี่ยไปยังนครแห่งการต่อสู้
หลังจากมาถึงที่นครแห่งการต่อสู้แล้ว จ้าวฝูและเก้อเนี่ยก็ไปยังสังเวียน การต่อสู้ของวันนี้ยังไม่เริ่มต้นขึ้น ดังนั้นมันจึงค่อนข้างว่างเปล่าและเงียบสงบ
ต่อจากนั้น พวกเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าชายร่างใหญ่และจ้าวฝูได้เอ่ยถามขึ้นมา "พวกเราสามารถลงทะเบียนนักสู้ได้ที่นี่ใช่ไหม?"
จ้าวฝูได้สืบข้อมูลมาแล้ว และเขารู้ว่าจะได้รับตราไม้หลังจากลงทะเบียนเข้าร่วมสังเวียน ตราอันนี้ไม่ได้ใช้ทำอะไร แต่มันสามารถยกระดับขึ้นได้ เมื่อนักสู้ชนะการต่อสู้มากขึ้นเรื่องๆ มันจะกลายเป็นตราเหล็ก ตราสัมฤทธิ์ ตราเงิน ตราทอง ฯลฯ
การมีตราอันนี้ก่อให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง ตราเหล็กสามารถทำให้คนผู้นั้นซื้อบ้านในเขตที่อยู่อาศัยได้ ตราสัมฤทธิ์ทำให้คนผู้นั้นได้รับส่วนลดจากร้านของระบบ และตราทองทำให้คนผู้นั้นมีสถานะที่ดียิ่งกว่าบารอนเล็กน้อย
ในขณะเดียวกัน มันยังมอบคะแนนความดีความชอบให้อีกด้วย การชนะในสังเวียนทำให้ได้รับคะแนนความดีความชอบมากยิ่งกว่าการทำภารกิจทั่วไปและคะแนนความดีความชอบก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นไอเทมที่ดีได้ มันมีทั้งอุปกรณ์ระดับทอง ศิลาสร้างเมืองระดับทอง ยาระดับสูง และแม้กระทั่งตำแหน่งหน้าที่
ชายร่างใหญ่กำลังนั่งอยู่อย่างสบายๆ เพราะมันยังเช้ามาก เขาจึงหาวและนั่งอยู่อย่างเกียจคร้าน เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นคนลุกลับในเสื้อคลุมสีดำ 2 คน และเขาได้ตอบกลับไปว่า "ใช่ ค่าลงทะเบียน 5 เหรียญเงิน"
จ้าวฝูยื่นถุงเงินที่บรรจุเงินไว้ 50 เหรียญทองและกล่าวว่า "ข้าต้องการลงทะเบียนนักสู้ 1 คน ส่วนที่เหลือเอาไปซื้ออะไรกินซะ ข้าเลี้ยง ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถช่วยพวกเราได้ในอนาคต"
เมื่อร่างใหญ่รับถุงเงินมาและมองเข้าไปภายใน รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา สำหรับเขา เงิน 50 เหรียญทองนับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า "ไม่มีปัญหา พี่ชาย แจ้งให้ข้าทราบถ้าเจ้าต้องการอะไรในอนาคต!"
อันนี้จริง ดูเหมือนว่าเงินจะสามารถทำให้คนสนิทกับได้มากยิ่งขึ้น ในเวลาอันสั้น ชายคนนี้ก็เรียกเขาว่าพี่ชาย
จ้าวฝูยิ้มและตอบว่า "ขอบคุณมาก!"
ชายร่างใหญ่หยิบปากกาและกระดาษออกมา และเริ่มเขียน พร้อมกับกล่าวว่า "ไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยพี่ชายหาพวกไก่อ่อนมาสู้เอง"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็ส่ายหน้าและกล่าวว่า "ข้าไม่ใช่คนที่จะลงทะเบียน มันเป็นคนที่อยู่ข้างหลังข้า"
ต่อจากนั้นจ้าวฝูก็เรียกเก้อเนี่ยเข้ามา
ชายร่างใหญ่มองไปที่เก้อเนี่ยและรู้สึกถึงระลอกคลื่นการบ่มเพาะที่อ่อนแอแผ่ออกมาจากเขา และเขาก็ประหลาดใจมาก เขาหัวเราะออกมาพร้อมกับกล่าวว่า "จริงหรือพี่ชาย? เขา? เขาดูเหมือนจะเพิ่งบ่มเพาะมาไม่กี่วัน สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สำหรับคนเช่นเขา ด้วยพลังในตอนนี้ของเขา เขามีแต่จะถูกสังหาร ใครก็สามารถสังหารเขาได้ง่ายๆ!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็หัวเราะออกมา เนื่องจากเขารู้ถึงศักยภาพของเก้อเนี่ยและความแข็งแกร่งที่แท้จริง ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า "ใช่แล้ว เป็นเขา!"
ชายร่างใหญ่มองไปที่เก้อเนี่ยอีกครั้งก่อนที่จะเอียงศีรษะของเขาและถามว่า "ท่านแน่ใจหรือ? นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น พี่ชาย ข้าสามารถบอกได้ว่าท่านแข็งแกร่งมาก ดังนั้นทำไมท่านไม่สู้เอง?"
ชายร่างใหญ่ไม่เชื่อว่าเก้อเนี่ยจะเอาชีวิตรอดได้ และมันก็ดูเหมือนกับว่าเขาได้เห็นชายผู้นี้ตายไปแล้ว เพราะดวงตาของเขาค่อนข้างเฉียบคม เขาจึงสามารถบอกได้ว่าจ้าวฝูนั้นเป็นนักสู้ที่ดี ดังนั้นเขาจึงอยากดันจ้าวฝูแทน
แน่นอนว่าจ้าวฝูปฏิเสธไปและกล่าวว่า "ข้าไม่เหมาะที่จะต่อสู้ในสถานที่เช่นนี้ ไม่ต้องกังวล ข้าแน่ใจว่าเขาแข็งแกร่งพอที่เอาชีวิตรอดไปจากที่นี่ได้"
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฝู ชายร่างใหญ่ก็มองไปที่เก้อเนี่ยอีกครั้ง เนื่องจากจ้าวฝูยังคงยืนกราน เขาจึงไม่มีอะไรที่จะพูด ดังนั้นเขาจึงได้แต่ถามออกไปว่า "ท่านต้องการใช้ชื่อจริงหรือนามแฝง?"
บางคนก็ใช้ชื่อจริงของตัวเอง แต่เพราะมันมีคนที่ไม่อยากเปิดเผยชื่อจริงของพวกเขา พวกเขาจึงใช้นามแฝงแทนตัว โดยปกติแล้วนามแฝงที่ใช้ก็มั่งจะเป็นพวกหมาป่าโหยหรือไม่ก็พยัคฆ์ร้าย
จ้าวฝูมองไปที่เก้อเนี่ยและรอให้เขานึกชื่อ จ้าวฝูค่อนข้างมั่นใจว่าเก้อเนี่ยจะไม่ใช้ชื่อจริงของตน
"ฝึกฝนดาบ!" เก้อเนี่ยกล่าวคำพูดสองสามคำออกมาอย่างเยือกเย็นเป้าหมายของเขาในการมาที่นี่คือการฝึกทักษะดาบของตน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายร่างใหญ่ก็พยักหน้าและกรอกบันทึกก่อนที่เขาจะส่งตราไม้ที่มีชื่อว่า "ฝึกฝนดาบ" ให้กับเก้อเนี่ย ต่อจากนั้นชายร่างยักษ์ก็หยิบรายชื่อนักสู้ออกมาและกล่าวกับจ้าวฝูด้วยความเป็นกังวลว่า "พี่ชาย มันยากที่จะหาคนที่มีการบ่มเพาะต่ำกว่าระยะ 0-1 ในสถานที่แห่งนี้"
จ้าวฝูยิ้มเบาๆ และตอบว่า "เพียงแค่หาคนที่อยู่ประมาณระยะ 0-3 ก็พอ!"
"อะไรนะ?" ชายร่างใหญ่ตะลึงงัน