- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 128 หุบเขาน้อย
บทที่ 128 หุบเขาน้อย
บทที่ 128 หุบเขาน้อย
บทที่ 128 หุบเขาน้อย
สาเหตุของความตื่นตระหนกและความบ้าคลั่งทั้งหมดนั้นคือจ้าวฝู ซึ่งไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย กลับกัน เขากำลังจะสร้างเส้นทางไปยังภูมิภาคอื่นอยู่ ถ้าเขารู้ว่าเขาได้รับความสนใจเช่นนี้ เขาคงจะต้องทำตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจเข้าไว้
ตอนนี้จ้าวฝูไม่ได้มีความแข็งแกร่งพอที่จะเปิดเผยตัวเองและถามหาคนที่กล้าไม่ยอมจำนน นั่นจะเป็นการชักนำความเกลียดชังมาสู่ตัวเองเปล่าๆ และแม้ว่าจ้าวฝูจะแข็งแกร่งมากพอ แต่เขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะสู้กับคนทั้งโลกได้
ด้วยเหตุนี้ มันจึงเป็นการตีกว่าที่จะทำตัวไม่ให้เป็นจุดสนใจเข้าไว้ จ้าวฝูไม่ชอบวางอำนาจหรือพยายามอวดเบ่ง เนื่องจากการถูกเฝ้ามองจากทั่วทั้งโลกนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกดดันมาก ตอนนี้จ้าวฝูต้องการเพียงแค่สะสมทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลไว้อย่างเงียบๆ แต่สถานการณ์ก็เป็นเช่นนี้
แน่นอนว่าจ้าวฝูในตอนนี้ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เลย ต้องเป็นหลังจากที่เขาออกไปจากโลกจุติสวรรค์เท่านั้น เขาถึงจะรู้เรื่อง
มันเป็นเวลาสามวันแล้ว และรังสัตว์พิเศษก็ได้ให้กำเนิดสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าตัวใหม่ ซึ่งทำให้จ้าวฝูสามารถเปิดเส้นทางที่สองไปยังภูมิภาคอื่นได้
จ้าวฝูตัดสินใจที่จะเปิดเส้นทางไปยังหุบเขาน้อยก่อน เนื่องจากมันใกล้ที่สุด ช่องทางการเทเลพอร์ตที่นำไปสู่ที่นั่นก็ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเมื่อจ้าวฝูคิดถึงหุบเขาน้อย เขาก็อดคิดถึงจางเฮงที่ได้พบกันระหว่างทางไม่ได้
จ้าวฝูรู้สึกว่าจางเฮงนั้นอันตรายมาก และเขาก็วิตกกังวลกับสิ่งที่จางเฮงได้กล่าวว่าจะได้พบกันอีกครั้ง
ในขณะนั้นเอง บนเส้นทางอันเงียบงันในหุบเขาน้อย จางเฮงกำลังขี่ลาของเขาอยู่ ซึ่งได้วิ่งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เขาจะรับรู้ถึงเหตุการณ์อันน่าตกตะลึงเมื่อสามวันก่อนได้อย่างไร?
เขานั่งสบายๆอยู่บนลาและดึงผลไม้ที่สุกจากต้นไม้มาลูกหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังจะกัด มันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันกับโชคชะตาแห่งสวรรค์และปฐพี ทำให้เขาตกใจมาก และทั่วทั้วร่างของเขาก็แข็งค้าง
โชคชะตาจำนวนมหาศาลเช่นนี้คงจะรวมตัวกันเพราะมีเหตุการณ์อันน่าตกตะลึงได้เกิดขึ้น และเขาได้หันไปมองยังที่ที่โชคชะตาได้รวมตัวกัน อย่างไรก็ตาม เขาก็เห็นได้เพียงแต่ความสับสนวุ่นวายอันมืดมัว - สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นได้ถูกสกัดกั้นไว้โดยความลับแห่งสวรรค์
ต่อจากนั้น เสียงคำรามของมังกรที่ทรงอำนาจก็ดังออกมา ส่งผลให้ใบหน้าของเขาซีดลง และเขาได้อุทานออกมา "ต้าฉิน!"
แม้ภายหลังที่สัญญาณผิดปกติได้หายไปแล้วสักพัก จางเฮงก็ยังคงนิ่งอยู่ และจมลงสู่ห้วงความคิด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้สติกลับมาและพึมพำด้วยเสียงต่ำว่า "แม้ว่าต้าฉินจะทรงพลัง แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของข้าได้!"
หลังจากพูดจบ จางเฮงก็กัดผลไม้ อย่างไรก็ตาม เขาก็ขมวดคิ้วในทันที และรู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติกับผลไม้ เขาก้มมองและพบว่าผลไม้มีหนอนอยู่ข้างใน และเขาได้โยนมันทิ้งไปในทันทีพร้อมกับคายสิ่งที่เขาเพิ่งกัดออกมา
ลาที่เขากำลังขี่อยู่นั้นดูเหมือนจะหัวเราะออกมา มันไม่ไว้หน้าเขาเลย ดังนั้นจางเฮงจึงตีก้นของมันด้วยความไม่พอใจ
……………………………..
ณ ที่แห่งอื่น จ้าวฝูรู้สึกว่าเขากำลังคิดมากเกินไป ทำไมเขาต้องกลัวจางเฮง? เนื่องจากเขากำลังจะเปิดเส้นทางไปทุกๆที่ ดังนั้นพวกเขาคงได้พบกันอีกครั้งในสักวัน มันไม่จำเป็นให้ต้องกังวลเกี่ยวกับการได้พบเขาอีก
หลังจากนั้น จ้าวฝูก็ตัดสินใจที่จะเปิดเส้นทางไปสู่หุบเขาน้อยและร้อยไผ่ เนื่องจากพวกมันต่างก็อยู่ใกล้กับเมืองต้าฉินมากที่สุด
จ้าวฝูถอดเสื้อคลุมและมงกุฎมังกรของเขาออก และเขาได้สวมเสื้อคลุมสีดำซึ่งปกปิดทั่วทั้งร่างของเขาเอาไว้ ในขณะที่เขาเปลี่ยนชุด เขาก็สัมผัสไปที่ผมยาวของตัวเอง - สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในยุคสมัยใหม่ เขาไม่ค่อยคุ้นชินกับการมีผมยาวเช่นนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับมัน
ต่อจากนั้นจ้าวฝูก็พาทหาร 10 คนและบัณฑิตอีก 5 คนไปยังช่องทางการเทเลพอร์ตที่พวกเขาสร้างไว้ก่อนหน้า และหลังจากที่เทเลพอร์ตมากว่า 20 ครั้ง พวกเขาก็มาถึงเขตแดนอีกครั้ง
พวกเขามาถึงถ้ำที่เป็นที่ซ่อนในครั้งที่แล้ว และได้สร้างช่องทางการเทเลพอร์ตขึ้นในนั้น เพื่อการันตีถึงความปลอดภัย จ้าวฝูได้ทำลายปากทางเข้าด้วยตัวเอง
บัณฑิตทั้ง 5 คนรีบสร้างช่องทางการเทเลพอร์ต แต่เพราะมันอยู่ภายในเขตแดนแห่งความว่างเปล่าและไม่สามารถใช้งานได้ มันจึงไม่มีแสงใดๆออกมา
ในขณะนั้นเอง จ้าวฝูก็หยิบคริสตัลแห่งความว่างเปล่าออกมาและมอบมันให้กับบัณฑิตคนหนึ่ง บัณฑิตได้รับคริสตัลแห่งความว่างเปล่ามาและติดมันไว้ตรงกลางของช่องทางการเทเลพอร์ต
หลังจากที่ติดเข้ากับช่องทางการเทเลพอร์ตแล้ว คริสตัลแห่งความว่างเปล่าก็เปล่งแสงสีเงินออกมา และช่องทางการเทเลพอร์ตก็ดูราวกับมีชีวิตและเปล่งประกายด้วยแสงสีขาว
เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูและคนของเขาก็เข้าไปยังช่องทางการเทเลพอร์ต และในเวลานั้นเอง พวกเขาก็สามารถใช้งานมันได้แล้ว
หลังจากที่เกิดภาพอันพร่ามัว คณะเดินทางก็มาถึง ณ บริเวณที่เต็มไปด้วยโขดหินทุกหนทุกแห่ง มันไม่มีต้นไม้แปลกๆเหมือนกับต้นไม้ในป่าแห่งความสยดสยอง - มันคือภูมิภาคใหม่
"ประกาศจากระบบ! ขอแสดงความยินดีด้วย ท่านได้มาถึงภูมิภาคใหม่ 'หุบเขาน้อย' ท่านได้รับคะแนนความสำเร็จ 10 แต้ม"
จ้าวฝูไม่เคยคิดว่าเขาจะได้คะแนนความสำเร็จจากการมาถึงภูมิภาคใหม่ อย่างไรก็ตาม คะแนนความสำเร็จ 10 แต้มก็ไม่ได้มากมายอะไร และพวกมันก็ไม่ได้รับผลจากผลของแหวนแห่งราชาของเขา ซึ่งทำให้จ้าวฝูค่อนข้างประหลาดใจ
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ประเด็นหลัก จ้าวฝูรีบนำคนของเขาไปหาถ้ำ
ในไม่ช้าพวกเขาพบถ้ำที่กว้าง 100 เมตร จ้าวฝูชักดาบอสูรนภาออกมาจากเอว ซึ่งในตอนนี้มันมีปลอกดาบที่ทำจากวัสดุระดับเงินที่ชื่อว่าเหล็กทมิฬ สีของมันเข้ากันได้ดีกับดาบอสูรนภา ดังนั้นมันจึงถูกใช้เป็นวัสดุในการหลอมปลอกดาบ
จ้าวฝูแผ่พลังแห่งราชาของเขาออกมาและซัดไปที่ด้านข้างของทางเข้าถ้ำ ก้อนหินพังทลายลงมาปิดผนึกทางเข้าถ้ำทันที จากนั้นจ้าวฝูหยิบศิลาสร้างเมืองสีขาวออกมาและกดมันลงกับพื้น ก่อนที่จะเลือกใช้
ระลอกคลื่นสีขาวแผ่กระจายออกมาและมีสิ่งปลูกสร้างหลายอย่างปรากฏขึ้น จ้าวฝูสั่งให้บัณฑิตสร้างช่องทางการเทเลพอร์ต และมันก็เสร็จสิ้นในไม่ช้า จากนั้นจ้าวฝูก็มายืนอยู่บนช่องทางการเทเลพอร์ตและมีสี่ตัวเลือกเด้งขึ้นมา ประกอบไปด้วย นครขุนเขาพฤษภ นครแห่งการต่อสู้ นครแสงไฟ และนครก้าวย่างเดียวดาย
นี่เป็นเหตุผลที่จ้าวฝูสร้างหมู่บ้านขึ้นที่นี่ ช่องทางการเทเลพอร์ตในหมู่บ้านสามารถเชื่อมต่อกับนครหลักของระบบในภูมิภาคนั้นๆได้ มิฉะนั้น เขาคงจะต้องสร้างช่องทางการเทเลพอร์ตอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหานครหลัก
ตอนนี้จ้าวฝูได้ปิดทางเข้าถ้ำไว้แล้ว เขาจึงไม่สามารถพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ได้ ถึงอย่างไรก็ตาม ในสถานที่อันห่างไกลเช่นนี้ มันก็ต้องใช้ทหารหลายร้อยคนเพื่อป้องกัน หรือไม่เขาก็ต้องคอยกังวลเรื่องการถูกโจมตี ถ้าจ้าวฝูทิ้งทหารไว้ในที่ที่เขาเปิดเส้นทางใหม่เข้ามา เขาก็จะไม่มีทหารเหลืออีก
ดังนั้นมันจึงเป็นการดีกว่าที่จะไม่พัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ยังได้ส่งคนบางส่วนมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อคอยดูแลและพาชาวบ้านที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่กลับไปยังหมู่บ้านต้าฉิน ศิลาสร้างเมืองระดับขาวไม่ได้มีประโยชน์อะไรนัก และพวกมันก็ใช้เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรเท่านั้น ค่าสถานะอื่นๆของมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับจ้าวฝูเลย
เมื่อมองไปที่สี่นครหลัก จ้าวฝูก็เลือกนครแห่งการต่อสู้