เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 118 ต่างต้องการเป็นราชาและจักรพรรดิ

บทที่ 118 ต่างต้องการเป็นราชาและจักรพรรดิ

บทที่ 118 ต่างต้องการเป็นราชาและจักรพรรดิ


บทที่ 118 ต่างต้องการเป็นราชาและจักรพรรดิ

ข่าวดีไม่ใช่ว่าพวกเขาจับสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าได้หรือได้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกมันมา แต่เป็นไป่ฉีได้พบกับหญ้าจิตวิญญาณชนิดหนึ่ง

หญ้าจิตวิญญาณที่ว่ามีสีฟ้า และมันก็มีใบเพียง 2 ใบ ซึ่งดูเหมือนกับใบของต้นวิลโลว์ หญ้าจิตวิญญาณมีความยาวประมาณ 15 เซนติเมตรและมีรากคล้ายๆกับขน หญ้าจิตวิญญาณชนิดนี้มีชื่อเรียกว่าหญ้าร้อยต้นกำเนิด

ก่อนหน้านี้ จ้าวฝูได้รับสูตรยาที่ชื่อว่ายาร้อยต้นกำเนิดมา ส่วนผสมหลักของมันคือหญ้าร้อยต้นกำเนิด

ในเวลานี้ไป่ฉีได้นำมันกลับมาด้วยกว่า 1,000 ต้น และแน่นอนว่าจ้าวฝูจะไม่ใช้มันโดยตรง กลับกัน เขาจะนำพวกมันกลับไปที่หมู่บ้านต้าฉินเพื่อปลูก

อย่างไรก็ตาม มันก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่มูลค่าของหญ้าร้อยต้นกำเนิดจะแสดงออกมา หลังจากกลั่นพวกมันเป็นยาร้อยต้นกำเนิดแล้ว ทหารระดับ A ของจ้าวฝูก็จะสามารถบ่มเพาะได้เร็วกว่าทหารทั่วไป 4 เท่า และในไม่ช้า เขาก็จะมีทหารระยะที่ 1 จำนวนมากมาย ด้วยวิธีการนี้ เขาจะสามารถลดช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งของกองกำลังของเขากับกองกำลังของฝ่ายระบบได้

ถึงอย่างไรก็ตาม ทหารยามในเมืองหลังก็ต่างอยู่ในระยะที่ 1 และพวกเขาก็สามารถบ่มเพาะพลังได้ด้วย เมื่อรวมกับจำนวนทรัพยากรอันมหาศาลที่ฝ่ายของระบบมี ความเร็วในการบ่มเพาะของพวกทหารยามจึงไม่ได้ช้าเลย หากพวกเขาไม่ชัดเชยช่องว่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ช่องว่างที่ว่าก็จะกว้างขึ้นเรื่องๆเมื่อเวลาผ่านไป

มันอาจกล่าวได้ว่าถ้าผู้เล่นอยากจะกลายเป็นจักรพรรดิแห่งโลกใบนี้ ฝ่ายของระบบก็คือภูเขาที่ไม่อาจเอาชัยเหนือได้ ส่วนใหญ่ ผู้เล่นในปัจจุบันนั้นมีข้อได้เปรียบเรื่องจำนวน แต่พวกเขาก็ยังอ่อนแอกว่าฝ่ายของระบบในทุกๆด้าน ในเวลาเดียวกัน ในขณะที่ผู้เล่นมีการพัฒนา ฝ่ายของระบบเองก็มีการพัฒนาด้วย เนื่องจากหลายๆคนก็ปรารถนาที่จะเป็นจักรพรรดิเหมือนกัน

แน่นอนว่าในตอนนี้ฝ่ายของระบบก็มีข้อจำกัดหลายๆอย่าง ดังนั้นผู้เล่นจึงจำเป็นต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้เพื่อพัฒนาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อข้อจำกัดต่างๆได้หายไป ใครจะรู้ว่าฝ่ายของระบบจะทำอะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้คุมกฎของเมืองหลักไม่ชอบผู้เล่นและหวาดกลัวว่าผู้เล่นจะเติบโตจนทรงพลังมากเกินไป พวกเขาอาจจะสังหารหมู่ผู้เล่นทั้งเมืองก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นก็ยังเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ เพราะดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายของระบบและผู้เล่นนั้นยังดูดีอยู่ อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งก็คงจะเกิดขึ้นในไม่เร็วก็ช้า และจ้าวฝูก็ต้องเตรียมพร้อมไว้สำหรับเรื่องนี้

การได้รับหญ้าร้อยกำเนิดมากว่า 1,000 ต้นทำให้จ้าวฝูมีความสุขมาก แต่พวกเขาก็ยังหาสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าไม่เจอสักตัว ไป่ฉีได้วางกับดักทั้ง 3 อันไว้แล้ว และพวกเขาก็จะไปตรวจสอบมันในวันพรุ่งนี้ ถ้าผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม พวกเขาคงต้องไปค้นหาสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าที่อื่น

คืนนี้อากาศไม่ค่อยดีสักเท่าไร และเมฆมืดก็เต็มไปทั่วทั้งท้องฟ้า สายฟ้าผ่าลงมาเป็นครั้งคราว และมันก็มีฝนโปรยปรายลงมาตลอดทั้งคืนโชคดีที่พวกจ้าวฝูเตรียมเต็นท์มา ซึ่งพวกเขาก็ได้ใช้หลบพายุกัน

เช้าวันรุ่งขึ้น เพราะฝนที่โปรยปรายมาตลอดทั้งคืน อากาศในวันนี้จึงบริสุทธิ์มาก และท้องฟ้าก็เป็นสีฟ้าสวยงาม ดอกไม้ใบหญ้าและต้นไม้ที่อยู่รอบๆต่างเปล่งประกายออกมาหลังจากถูกชะล้างด้วยน้ำฝน

จ้าวฝูตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ และเขาได้มายืนอยู่บนเนินเขาใกล้ๆเพื่อมาชมทิวทัศน์

ในขณะที่เขากำลังจะกลับและออกไปตรวจสอบกับดักนั้น เขาก็เห็นคนขี่ลาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

คนๆนี้เป็นผู้ชายที่ดูอายุราวๆ 25 - 26 ปี เขาดูหล่อเหลา และสวมเสื้อผ้าสีขาวและมีดาบอยู่ข้างกาย ทั้งยังแผ่กลิ่นอายที่สง่างามออกมา

เขาบิดขี้เกียจและเอนตัวพิงลาซึ่งกำลังเดินอย่างสั่นๆ ลาที่เขาขี่อยู่นั้นดูค่อนข้างพิเศษ แม้ว่ามันจะดูเหมือนลาทั่วไป แต่จ้าวฝูก็สามารถบอกได้จากสายตาของเขาว่ามันมีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยม และอย่างน้อยมันต้องอยู่ในระดับเดียวกับเทาน้อยและดำน้อย

ชายคนนี้ให้ความรู้สึกที่ลึกลับ และดูเหมือนว่าเขาไม่ควรจะดูถูกอีกฝ่าย ในทันทีที่จ้าวฝูมองไป สายตาของเขาก็จดจ้องอยู่ที่ชายผู้นี้

"สวัสดี!" ในเวลานั้นเอง ชายผู้นี้ก็ตรวจพบจ้าวฝูที่ยืนอยู่บนเนินเขาเช่นกัน และเขาก็ยิ้มออกมาในขณะที่โบกมือให้จ้าวฝู

จากนั้นจ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่าเขาเป็นผู้เล่น การที่ผู้เล่นสามารถเข้ามายังที่แห่งนี้และอยู่รอดได้เพียงลำพัง เขาจะต้องทรงพลังมากเป็นแน่

เพราะอีกฝ่ายได้ทักทายเขา จ้าวฝูจึงยิ้มและทักทายอีกฝ่ายกลับไปเช่นกัน

ชายผู้นั้นตบลาของตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะขยับเข้ามาหาจ้าวฝูและถามด้วยรอยยิ้ม "ข้าไม่เคยคิดเลยว่าข้าจะเจอใครอยู่แถวนี้ เจ้าชื่ออะไรกัน?"

จ้าวฝูคิดสักครู่ ก่อนที่จะตอบไปว่า "ข้าชื่อจ้าวซิน!"

เมื่อได้ยินชื่อของจ้าวฝู ชายผู้นี้ก็พยักหน้าและแนะนำตัวเช่นกัน "ข้าชื่อจางเฮง! ใช่แล้ว เจ้ารู้ทางไปหุบเขาน้อยไหม? เหมือนว่าข้าจะหลงทางน่ะ" จางเฮงคิดอะไรขึ้นมาได้ในทันใดและถาม

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็ไม่ได้ปกปิดอะไรและชี้นิ้วออกไป "ทางนั้น!"

จางเฮงหันไปมองก่อนที่จะยิ้มและกล่าวว่า "ขอบคุณมาก!"

จ้าวฝูส่ายหัวและตอบเบาๆ "ไม่เป็นไรเลย!"

จางเฮงหันลาของเขาไปยังทิศทางที่จ้าวฝูชี้และยิ้ม ก่อนที่จะกล่าวว่า "ไว้เจอกันใหม่นะ!"

หลังจากพูดจบ เขาก็ขี่ลาไปยังทิศทางที่จ้าวฝูชี้

อย่างไรก็ตามคำพูดของเขาก็ทำให้จ้าวฝูต้องขมวดคิ้ว เพราะเขาสามารถบอกถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายในคำพูดของชายผู้นี้ได้ เขาดูเหมือนจะมั่นใจมากๆว่าพวกเขาจะได้พบกันอีก แม้ว่าพวกเขาจะคุยกันแค่ไม่กี่คน แต่จ้าวฝูก็อดรู้สึกระวังชายผู้นี้ไม่ได้ เขาทำให้จ้าวฝูรู้สึกถึงความอันตรายและความลึกลับ และมันก็เป็นครั้งแรกที่จ้าวฝูเคยรู้สึกแบบนี้

เมื่อจางเฮงจากไปแล้ว ทหารก็เข้ามารายงานจ้าวฝู "ฝ่าบาท อาหารเช้าพร้อมแล้ว!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็กลับมาที่เต็นท์และพูดคุยกับไป่ฉีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใบหน้าของไป่ฉีจริงจังขึ้นมาในขณะที่เขากล่าวว่า "คนผู้นั้นสามารถทำให้ฝ่าบาทรู้สึกแบบนั้นได้จริงๆหรือ? เขาต้องเป็นคนไม่ธรรมดาแน่ๆ!"

ใกล้กันนั้น จางเฮงกำลังขี่ลาของเขาและเดินหน้าไปอย่างช้าๆและลาของเขาก็ร้องออกมาอยู่เนืองๆ จางเฮงยิ้มออกมาและลูบหัวลาของเขาก่อนที่จะกล่าวว่า "ข้ารู้ว่าเขาไม่ธรรมดา และเขายังมีของจากสำนักหยินหยางที่สามารถซ่อนโชคชะตาของเขาได้ - สิ่งเหล่านี้หาได้ยากยิ่งนัก! แต่ไม่ต้องกังวล พวกเราจะต้องได้พบกันอีกในอนาคตแน่ๆ"

การพบกับจางเฮงเป็นเหมือนช่วงเวลาสั้นๆสำหรับจ้าวฝู และเขาได้บอกกับไป่ฉีเกี่ยวกับการพบกัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ พวกเขาทำได้เพียงแค่ระวังจางเฮงถ้าพวกเขาพบกันอีกในอนาคต

ต่อจากนั้น จ้าวฝูและคนของเขาก็ไปดูกับดักทั้งห้า ถ้าพวกเขาไม่สามารถจับสัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าได้เลย พวกเขาคงจะต้องไปลองเสี่ยงดวงเอาข้างหน้า

ในขณะที่พวกเขาเดินไปยังกับดักอันแรก พวกเขาก็ได้ยินว่ามีบางสิ่งกำลังต่อสู้กับที่จับอยู่ จ้าวฝูและคนของเขาเดินเข้าไปและพบว่ามันเป็นหนูถ้ำอีกตัว ทำให้เขาถอนหายใจออกมา

ต่อจากนั้น พวกเขาก็ไปยังกับดักอันที่สอง มันมีเสียงดังออกมาเช่นกัน แต่มันก็เป็นแพะเขาเดียวซึ่งไม่ใช่สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่า

จ้าวฝูและคนเขาไปเดินต่อไปยังกับดักอันที่สาม พวกเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แลพวกเขาก็เห็นกับดักอยู่ในสภาพเดิม ผลไม้ปีศาจสีรุ้งยังคงอยู่เหมือนเดิม

เหลือกับดักอยู่อีกเพียง 2 อันเท่านั้น เมื่อพวกเขาเดินไปยังกับดักอันที่สี่ พวกเขาก็ไม่ได้ยินอะไร และพวกเขาก็เห็นกับดักอยู่เหมือนเดิม เมื่อพวกเขาเดินไปยังกับดักอันที่ห้า พวกเขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงใดๆดังมาจากมันเช่นกัน


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 118 ต่างต้องการเป็นราชาและจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว