เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73 รวบรวมโลก

บทที่ 73 รวบรวมโลก

บทที่ 73 รวบรวมโลก


บทที่ 73 รวบรวมโลก

น้องสามมองมามาที่เสี่ยวเจี้ยนซึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่ และเขาได้ยินออกมาราวกับนักล่าที่กำลังไล่ตามเหยื่อ ในขณะที่เขากำลังจะสั่งให้พลธนูของเขายิง...

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...

เสียงสลักเกลียวฉีกกระชากอากาศด้วยความรุนแรงก็ดังออกมา จ้าวฝูนำบาริสต้ามา 200 อันด้วยในครั้งนี้เพราะเขามีแหวนมิติและไม่ต้องกังวลเรื่องการเคลื่อนย้ายพวกมัน ดังนั้นเขาจึงนำบาริสต้าทั้งหมดที่มีมาด้วย

สลักเกลียวจำนวน 600 อันถูกยิงออกมาจากบาริสต้าทั้ง 200 อัน และสาดเทเข้าใส่โจรทั้ง 4,000 คนดุจห่าฝน

ฉึก ฉึก ฉึก...

สลักเกลียวที่ตกลงมาปักพวกโจรเข้ากับพื้น เลือดไหลผ่านสลักเกลียว และฆ่าโจรเกือบ 600 คนในทันที

ภาพเบื้องหน้ากลายเป็นการนองเลือดที่รุนแรง และพวกโจรก็ได้รับความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ส่งผลให้พวกมันตื่นตกใจ

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...

ในเวลานั้นเอง ลูกศรและสลักเกลียวนับไม่ถ้วนก็ถูกยิงออกมาจากด้านหน้าและทั้งสองฟากของพวกมัน คนของจางต้าหูที่ได้แกล้งทำเป็นหลบหนีได้นำธนูที่ซ่อนไว้ออกมาและเริ่มยิง

กองโจรนับไม่ถ้วยเสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที และเริ่มย้อมพื้นดินเป็นสีแดงสด

ตอนนี้ ในที่สุดพวกโจรก็สามารถตอบโต้ได้ และน้องสามได้คำรามออกมา "ตั้งโล่!"

กองกำลังผู้ใช้โล่ยกโล่ไม้เหล็กขึ้นและสร้างกำแพงป้องกันทรงกลมขนาดใหญ่ไว้เพื่อกันลูกศร

เสี่ยวเจี้ยนรู้สึกทึ่งเมื่อเห็นจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่เป็นพวกโจร ในที่สุดเวลาของการแก้แค้นของเขาก็ได้มาถึงแล้ว น้องสามมองมาที่เสี่ยวเจี้ยนและในที่สุดก็ตระหนักได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใบหน้าของเขาปรากฏความโหดเหี้ยมขึ้นมาในขณะที่เขากล่าวว่า "ไอ้เด็กเหลือขอ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะซุ่มโจมตีข้า! อาวุโสคนนี้จะสับเจ้าให้เป็นพันชิ้น!!"

"ฮ่าฮ่า เก็บคำพูดเจ้าไว้เหอะ เจ้าโจรชั่ว ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องชดใช้กรรม!" เสี่ยวเจี้ยนหัวเราะเสียงดัง

น้องสามโกรธมาก แต่หลังจากคิดบางสิ่งได้ เขาก็เริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง "เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าพี่สาวของเจ้าถูกข้าสังหาร และข้าก็ได้ลิ้มลองเธอมาแล้ว เธอไม่เลวเลยล่ะ!"

เมื่อเสี่ยวเจี้ยนได้ยินว่าพี่สาวของเขาถูกมันสังหาร ความทรงจำของเขาเกี่ยวกับพี่สาวของเขาผุดขึ้นมา ใบหน้าของเขาแข็งค้างในขณะที่เขาล้มลงกับพื้นอย่างไรกำลัง น้ำตารินไหลออกมาจากดวงตาของเขาในขณะที่เขารู้สึกราวกับว่าถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ

จ้าวฝูขมวดคิ้วและสั่ง "ผู้ใช้หอกและบาริสต้า เตรียมโจมตี ทำลายกำแพงป้องกันให้หมด!"

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...

ในฐานะที่เป็นจ้าวฝูออกคำสั่ง สลักเกลียวที่บรรจุพลังอันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่กำแพงป้องกัน

ปัง ปัง ปัง...

สลักเกลียวจากบาริสต้าไม่สามารถทะลุผ่านโล่ได้ แต่พวกมันทำให้ผู้ถือโล่ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกราวกับว่าโดนวัวชน ส่งผลให้ทั้งโล่และร่างกายของพวกเขาถูกส่งให้กระเด็นออกไป

กำแพงป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นโดยพวกโจรถูกทำลายโดยบาริสต้า และต่อจากนั้น ผู้ใช้หอกก็ปาแหลนของพวกเขาปะทะเข้าใส่พวกโจรหลายต่อหลายคน

หลังจากที่กำแพงป้องกันถูกทำลาย ลูกศรจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตกลงมาใส่พวกโจร และพวกมันหลายๆคนก็ถูกยิงจนตาย

'น้องสาม' ถูกธนูปัก 2 ดอก แต่ก็ไม่โดนจุตตาย เขาเฝ้ามองโจรของตนล้มลงไปทีละคนๆ และเขาก็เริ่มคลั่งขึ้นมา เขาตั้งใจจะจับเสี่ยวเจี้ยนและทรมานมันจนตาย ใครจะรู้ว่าเขาจะได้พบกับกองกำลังที่ทรงพลังเช่นนี้? ดูเหมือนว่าเขาคงต้องหนี

"ข้าจะฆ่าเจ้า!"

ดวงตาของเสี่ยวเจี้ยนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ และหน้าตาอันหล่อเหลาของเขาก็บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธในขณะที่เขาคำรามออกมา เขาจับดาบเหล็กและพุ่งเข้าใส่น้องสาวราวกับคนบ้าน ข้างๆเขา จางต้าหูได้พยายามจะหยุดเขา แต่เสี่ยวเจี้ยนก็ดิ้นหลุดออกมา ดังนั้นจางต้าหูจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา

ในตอนนี้มีโจรราวๆ 1,500 คนได้ตายลง จ้าวฝูจึงสั่งให้หยุดยิง น้องสามเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเขาเห็นทหารของจ้าวฝูหยุดยิง และเขาก็เริ่มคิดหาทางตีฝ่าวงล้อมออกไป

กรุบกรับ...

ทันใดนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังออกมา และน้องสามก็หันไปด้วยความหวาดกลัว นักรบโครงกระดูกที่พรั่งพรึง 10 ตัวได้นำทหารม้ามา 300 คน ซึ่งสวมชุดเกราะสัมฤทธิ์และถือหอกสัมฤทธิ์อยู่ ในขณะที่พวกเขาพุ่งเข้าใส่พวกโจร พวกเขาแผ่กลิ่นอายที่น่ากลัวราวกับสัตว์ร้าย ในขณะที่พวกเขาพุ่งเข้ามา น้องสาวก็รู้สึกถึงความหวาดกลัว และเขาก็ไม่สนใจเสี่ยวเจี้ยนอีก

ฉึก ฉึก ฉึก...

ทหารม้ามีความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งและทะลวงเข้าไปในกลุ่มโจรราวกับหอกอันแหลมคม พวกเขาแทงหอกเข้าใส่ศัตรูตรงหน้าที่ไร้ทางต่อต้าน และพวกโจรก็ทำได้เพียงล่าถอยไปด้วยความหวาดกลัว

ทหารม้าได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหน่วยทหารที่ทรงพลังที่สุดในยุคโบราณ และมันก็สามารถโต้ตอบได้ด้วยทหารม้าด้วยกันหรือผู้ใช้โล่หนักเท่านั้น เฉพาะทหารเหล่านี้ที่สามารถหยุดยั้งการโจมตีของทหารม้าได้ ทหารม้า 300 คนได้กวาดผ่านกลุ่มโจรราวกับตะเกียบทะลวงผ่านเต้าหู้ พวกโจรได้รับบาดเจ็บไปอย่างน้อย 500 คน และส่วนที่เหลือก็ถูกส่งเข้าสู่ความสับสนวุ่นวาย ตอนนี้ ทั้งหมดที่พวกโจรต้องการก็คือการหลบหนีไปจากสถานที่อันน่ากลัวแห่งนี้

ในขณะนั้นเอง เสี่ยวเจี้ยนและชายกว่า 20 คนจากหมู่บ้านร้อยบุปผาก็ได้วิ่งเข้าใส่พวกโจรและเริ่มฟาดฟันพวกมันด้วยดาบ

"หวังเป่า ข้าไม่ให้อภัยเจ้า!" เสี่ยวเจี้ยนจ้องไปที่น้องสาม หวังเป่า ด้วยดวงตาสีแดงโลหิต ใบหน้าของหวังเป่าโหดเหี้ยมขึ้นมา และเพราะเขารู้ว่าเขาไม่สามารถหลบหนีได้ เขาจึงตัดสินใจว่าจะลากไอ้เด็กเหลือขอคนนี้ลงนรกไปด้วย ดังนั้นเขาจึงยกกระบี่ใหญ่ของเขาขึ้นมาเพื่อพบปะทะกับดาบของเสี่ยวเจี้ยน

จ้าวฝูขี่ดำน้อยที่สูงตระหง่าอยู่ และมองลงไปยังเบื้องล่างจากเนินเขาด้วยความเยือกเย็น เทาน้อยอยู่ข้างๆดำน้อยและมันก็มองลงไปที่สนามรบ

"สั่งทหารให้ดำเนินการพุ่งปะทะต่อและใช้ลูกศรเพื่อฆ่าพวกโจรต่อไปจากวงนอก แบ่งเสี่ยวเจี้ยนและคนของเขาให้กับโจรกลุ่มเล็กๆ ให้พวกเขาได้แก้แค้นตามที่ต้องการ สำหรับชีวิตของพวกเขา มันจะอยู่ในมือของตัวพวกเขาเอง"

ไป่ฉีพยักหน้าและรีบออกคำสั่งโดยลงละเอียดมากขึ้น

อีกสองชั่วโมงต่อมาการสู้ก็สิ้นสุดลง ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแล้ว และท้องฟ้าไม่มีเมฆอยู่เลย แสงสีแดงของพระอาทิตย์ตกกระทบซากศพบนผืนดิน นำพามาซึ่งตวามงดงามท่ามกลางความตายและความวุ่นวายสับสน

จ้าวฝูขี่ดำน้อยและเดินผ่านซากศพ และได้เดินมาถึงร่างที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าตายแล้วหรือยัง ร่างนั้นปกคลุมด้วยบาดแผลและมีบาดแผลลึกๆอยู่บนใบหน้าของเขา ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเลือด และเขาก็นอนอยู่ในบ่อเลือดขณะที่เขาจ้องมองขึ้นสู่ท้องฟ้า

เมื่อจ้าวฝูขี่ดำน้อยเข้ามา เขาก็กล่าวอย่างอ่อนแรงว่า "ฝ่าบาท!"

จ้าวฝูพยักหน้าเล็กน้อยในขณะที่เขาก้มมองเสี่ยวเจี้ยนที่อยู่ภายในบ่อเลือดและถาม "หัวใจของเจ้าในตอนนี้รู้สึกดีขึ้นรึยัง?"

เสี่ยวเจี้ยนพยักหน้าด้วยความยากลำบาก แต่เขาก็ส่ายหัว และพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอและแหบพร่า "ถึงแม้ว่าข้าจะแก้แค้นได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เสียไปก็ไม่สามารถฟื้นคืนขึ้นมาได้ ตอนนี้ ข้ารู้สึกได้เพียงแต่ความว่างเปล่าภายในหัวใจเท่านั้น"

"ด้วยความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้ เจ้าจะมีสิ่งที่มาเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจของเจ้าอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คำถามก็คือว่าเจ้าจะสามารถปกป้องมันได้หรือไม่? ตอนนี้เจ้ายังอ่อนแอเกินไป เจ้าจะสามารถปกป้องคนสำคัญของเจ้าได้โดยการแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น" จ้าวฝูกล่าวกับเสี่ยวเจี้ยนเบาๆ

เสี่ยวเจี้ยนมองไปที่จ้าวฝูผู้มีแสงสีทองแดงจากพระอาทิตย์ตกกระทบอยู่บนร่างกาย ในช่วงเวลานี้ เขาดูน่าเกรงขามและศักดิ์สิทธิ์มากๆ ทำให้ใครก็อยากจะยอมจำนนต่อเขา

เสี่ยวเจี้ยนกระอักเลือดออกมาเต็มคำและพูดด้วยความอ่อนแรงว่า "ฝ่าบาท ข้ามั่นใจได้เลยว่าในวันหนึ่งท่านจะสามารถรวบรวมโลกและสร้างโลกที่ทั้งรุ่งเรืองและสงบสุขได้"


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 73 รวบรวมโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว