- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 73 รวบรวมโลก
บทที่ 73 รวบรวมโลก
บทที่ 73 รวบรวมโลก
บทที่ 73 รวบรวมโลก
น้องสามมองมามาที่เสี่ยวเจี้ยนซึ่งกำลังวิ่งหนีอยู่ และเขาได้ยินออกมาราวกับนักล่าที่กำลังไล่ตามเหยื่อ ในขณะที่เขากำลังจะสั่งให้พลธนูของเขายิง...
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
เสียงสลักเกลียวฉีกกระชากอากาศด้วยความรุนแรงก็ดังออกมา จ้าวฝูนำบาริสต้ามา 200 อันด้วยในครั้งนี้เพราะเขามีแหวนมิติและไม่ต้องกังวลเรื่องการเคลื่อนย้ายพวกมัน ดังนั้นเขาจึงนำบาริสต้าทั้งหมดที่มีมาด้วย
สลักเกลียวจำนวน 600 อันถูกยิงออกมาจากบาริสต้าทั้ง 200 อัน และสาดเทเข้าใส่โจรทั้ง 4,000 คนดุจห่าฝน
ฉึก ฉึก ฉึก...
สลักเกลียวที่ตกลงมาปักพวกโจรเข้ากับพื้น เลือดไหลผ่านสลักเกลียว และฆ่าโจรเกือบ 600 คนในทันที
ภาพเบื้องหน้ากลายเป็นการนองเลือดที่รุนแรง และพวกโจรก็ได้รับความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ส่งผลให้พวกมันตื่นตกใจ
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
ในเวลานั้นเอง ลูกศรและสลักเกลียวนับไม่ถ้วนก็ถูกยิงออกมาจากด้านหน้าและทั้งสองฟากของพวกมัน คนของจางต้าหูที่ได้แกล้งทำเป็นหลบหนีได้นำธนูที่ซ่อนไว้ออกมาและเริ่มยิง
กองโจรนับไม่ถ้วยเสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที และเริ่มย้อมพื้นดินเป็นสีแดงสด
ตอนนี้ ในที่สุดพวกโจรก็สามารถตอบโต้ได้ และน้องสามได้คำรามออกมา "ตั้งโล่!"
กองกำลังผู้ใช้โล่ยกโล่ไม้เหล็กขึ้นและสร้างกำแพงป้องกันทรงกลมขนาดใหญ่ไว้เพื่อกันลูกศร
เสี่ยวเจี้ยนรู้สึกทึ่งเมื่อเห็นจำนวนผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่เป็นพวกโจร ในที่สุดเวลาของการแก้แค้นของเขาก็ได้มาถึงแล้ว น้องสามมองมาที่เสี่ยวเจี้ยนและในที่สุดก็ตระหนักได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใบหน้าของเขาปรากฏความโหดเหี้ยมขึ้นมาในขณะที่เขากล่าวว่า "ไอ้เด็กเหลือขอ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะซุ่มโจมตีข้า! อาวุโสคนนี้จะสับเจ้าให้เป็นพันชิ้น!!"
"ฮ่าฮ่า เก็บคำพูดเจ้าไว้เหอะ เจ้าโจรชั่ว ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องชดใช้กรรม!" เสี่ยวเจี้ยนหัวเราะเสียงดัง
น้องสามโกรธมาก แต่หลังจากคิดบางสิ่งได้ เขาก็เริ่มหัวเราะออกมาเสียงดัง "เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าพี่สาวของเจ้าถูกข้าสังหาร และข้าก็ได้ลิ้มลองเธอมาแล้ว เธอไม่เลวเลยล่ะ!"
เมื่อเสี่ยวเจี้ยนได้ยินว่าพี่สาวของเขาถูกมันสังหาร ความทรงจำของเขาเกี่ยวกับพี่สาวของเขาผุดขึ้นมา ใบหน้าของเขาแข็งค้างในขณะที่เขาล้มลงกับพื้นอย่างไรกำลัง น้ำตารินไหลออกมาจากดวงตาของเขาในขณะที่เขารู้สึกราวกับว่าถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
จ้าวฝูขมวดคิ้วและสั่ง "ผู้ใช้หอกและบาริสต้า เตรียมโจมตี ทำลายกำแพงป้องกันให้หมด!"
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
ในฐานะที่เป็นจ้าวฝูออกคำสั่ง สลักเกลียวที่บรรจุพลังอันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่กำแพงป้องกัน
ปัง ปัง ปัง...
สลักเกลียวจากบาริสต้าไม่สามารถทะลุผ่านโล่ได้ แต่พวกมันทำให้ผู้ถือโล่ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกราวกับว่าโดนวัวชน ส่งผลให้ทั้งโล่และร่างกายของพวกเขาถูกส่งให้กระเด็นออกไป
กำแพงป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นโดยพวกโจรถูกทำลายโดยบาริสต้า และต่อจากนั้น ผู้ใช้หอกก็ปาแหลนของพวกเขาปะทะเข้าใส่พวกโจรหลายต่อหลายคน
หลังจากที่กำแพงป้องกันถูกทำลาย ลูกศรจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตกลงมาใส่พวกโจร และพวกมันหลายๆคนก็ถูกยิงจนตาย
'น้องสาม' ถูกธนูปัก 2 ดอก แต่ก็ไม่โดนจุตตาย เขาเฝ้ามองโจรของตนล้มลงไปทีละคนๆ และเขาก็เริ่มคลั่งขึ้นมา เขาตั้งใจจะจับเสี่ยวเจี้ยนและทรมานมันจนตาย ใครจะรู้ว่าเขาจะได้พบกับกองกำลังที่ทรงพลังเช่นนี้? ดูเหมือนว่าเขาคงต้องหนี
"ข้าจะฆ่าเจ้า!"
ดวงตาของเสี่ยวเจี้ยนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ และหน้าตาอันหล่อเหลาของเขาก็บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธในขณะที่เขาคำรามออกมา เขาจับดาบเหล็กและพุ่งเข้าใส่น้องสาวราวกับคนบ้าน ข้างๆเขา จางต้าหูได้พยายามจะหยุดเขา แต่เสี่ยวเจี้ยนก็ดิ้นหลุดออกมา ดังนั้นจางต้าหูจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา
ในตอนนี้มีโจรราวๆ 1,500 คนได้ตายลง จ้าวฝูจึงสั่งให้หยุดยิง น้องสามเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเขาเห็นทหารของจ้าวฝูหยุดยิง และเขาก็เริ่มคิดหาทางตีฝ่าวงล้อมออกไป
กรุบกรับ...
ทันใดนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังออกมา และน้องสามก็หันไปด้วยความหวาดกลัว นักรบโครงกระดูกที่พรั่งพรึง 10 ตัวได้นำทหารม้ามา 300 คน ซึ่งสวมชุดเกราะสัมฤทธิ์และถือหอกสัมฤทธิ์อยู่ ในขณะที่พวกเขาพุ่งเข้าใส่พวกโจร พวกเขาแผ่กลิ่นอายที่น่ากลัวราวกับสัตว์ร้าย ในขณะที่พวกเขาพุ่งเข้ามา น้องสาวก็รู้สึกถึงความหวาดกลัว และเขาก็ไม่สนใจเสี่ยวเจี้ยนอีก
ฉึก ฉึก ฉึก...
ทหารม้ามีความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งและทะลวงเข้าไปในกลุ่มโจรราวกับหอกอันแหลมคม พวกเขาแทงหอกเข้าใส่ศัตรูตรงหน้าที่ไร้ทางต่อต้าน และพวกโจรก็ทำได้เพียงล่าถอยไปด้วยความหวาดกลัว
ทหารม้าได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหน่วยทหารที่ทรงพลังที่สุดในยุคโบราณ และมันก็สามารถโต้ตอบได้ด้วยทหารม้าด้วยกันหรือผู้ใช้โล่หนักเท่านั้น เฉพาะทหารเหล่านี้ที่สามารถหยุดยั้งการโจมตีของทหารม้าได้ ทหารม้า 300 คนได้กวาดผ่านกลุ่มโจรราวกับตะเกียบทะลวงผ่านเต้าหู้ พวกโจรได้รับบาดเจ็บไปอย่างน้อย 500 คน และส่วนที่เหลือก็ถูกส่งเข้าสู่ความสับสนวุ่นวาย ตอนนี้ ทั้งหมดที่พวกโจรต้องการก็คือการหลบหนีไปจากสถานที่อันน่ากลัวแห่งนี้
ในขณะนั้นเอง เสี่ยวเจี้ยนและชายกว่า 20 คนจากหมู่บ้านร้อยบุปผาก็ได้วิ่งเข้าใส่พวกโจรและเริ่มฟาดฟันพวกมันด้วยดาบ
"หวังเป่า ข้าไม่ให้อภัยเจ้า!" เสี่ยวเจี้ยนจ้องไปที่น้องสาม หวังเป่า ด้วยดวงตาสีแดงโลหิต ใบหน้าของหวังเป่าโหดเหี้ยมขึ้นมา และเพราะเขารู้ว่าเขาไม่สามารถหลบหนีได้ เขาจึงตัดสินใจว่าจะลากไอ้เด็กเหลือขอคนนี้ลงนรกไปด้วย ดังนั้นเขาจึงยกกระบี่ใหญ่ของเขาขึ้นมาเพื่อพบปะทะกับดาบของเสี่ยวเจี้ยน
จ้าวฝูขี่ดำน้อยที่สูงตระหง่าอยู่ และมองลงไปยังเบื้องล่างจากเนินเขาด้วยความเยือกเย็น เทาน้อยอยู่ข้างๆดำน้อยและมันก็มองลงไปที่สนามรบ
"สั่งทหารให้ดำเนินการพุ่งปะทะต่อและใช้ลูกศรเพื่อฆ่าพวกโจรต่อไปจากวงนอก แบ่งเสี่ยวเจี้ยนและคนของเขาให้กับโจรกลุ่มเล็กๆ ให้พวกเขาได้แก้แค้นตามที่ต้องการ สำหรับชีวิตของพวกเขา มันจะอยู่ในมือของตัวพวกเขาเอง"
ไป่ฉีพยักหน้าและรีบออกคำสั่งโดยลงละเอียดมากขึ้น
อีกสองชั่วโมงต่อมาการสู้ก็สิ้นสุดลง ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแล้ว และท้องฟ้าไม่มีเมฆอยู่เลย แสงสีแดงของพระอาทิตย์ตกกระทบซากศพบนผืนดิน นำพามาซึ่งตวามงดงามท่ามกลางความตายและความวุ่นวายสับสน
จ้าวฝูขี่ดำน้อยและเดินผ่านซากศพ และได้เดินมาถึงร่างที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าตายแล้วหรือยัง ร่างนั้นปกคลุมด้วยบาดแผลและมีบาดแผลลึกๆอยู่บนใบหน้าของเขา ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเลือด และเขาก็นอนอยู่ในบ่อเลือดขณะที่เขาจ้องมองขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่อจ้าวฝูขี่ดำน้อยเข้ามา เขาก็กล่าวอย่างอ่อนแรงว่า "ฝ่าบาท!"
จ้าวฝูพยักหน้าเล็กน้อยในขณะที่เขาก้มมองเสี่ยวเจี้ยนที่อยู่ภายในบ่อเลือดและถาม "หัวใจของเจ้าในตอนนี้รู้สึกดีขึ้นรึยัง?"
เสี่ยวเจี้ยนพยักหน้าด้วยความยากลำบาก แต่เขาก็ส่ายหัว และพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอและแหบพร่า "ถึงแม้ว่าข้าจะแก้แค้นได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เสียไปก็ไม่สามารถฟื้นคืนขึ้นมาได้ ตอนนี้ ข้ารู้สึกได้เพียงแต่ความว่างเปล่าภายในหัวใจเท่านั้น"
"ด้วยความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้ เจ้าจะมีสิ่งที่มาเติมเต็มความว่างเปล่าในหัวใจของเจ้าอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม คำถามก็คือว่าเจ้าจะสามารถปกป้องมันได้หรือไม่? ตอนนี้เจ้ายังอ่อนแอเกินไป เจ้าจะสามารถปกป้องคนสำคัญของเจ้าได้โดยการแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น" จ้าวฝูกล่าวกับเสี่ยวเจี้ยนเบาๆ
เสี่ยวเจี้ยนมองไปที่จ้าวฝูผู้มีแสงสีทองแดงจากพระอาทิตย์ตกกระทบอยู่บนร่างกาย ในช่วงเวลานี้ เขาดูน่าเกรงขามและศักดิ์สิทธิ์มากๆ ทำให้ใครก็อยากจะยอมจำนนต่อเขา
เสี่ยวเจี้ยนกระอักเลือดออกมาเต็มคำและพูดด้วยความอ่อนแรงว่า "ฝ่าบาท ข้ามั่นใจได้เลยว่าในวันหนึ่งท่านจะสามารถรวบรวมโลกและสร้างโลกที่ทั้งรุ่งเรืองและสงบสุขได้"