- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 58 เทคนิคการทอผ้าเจ็ดศิลป์
บทที่ 58 เทคนิคการทอผ้าเจ็ดศิลป์
บทที่ 58 เทคนิคการทอผ้าเจ็ดศิลป์
บทที่ 58 เทคนิคการทอผ้าเจ็ดศิลป์
หลังจากมาถึงเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์แล้ว จ้าวฝูที่กำลังจะไปที่สำนักงานอสังหาริมทรัพย์ก็เหลือบไปเห็นประติมากรรมไม้รูปแบบเสมือนจริงของผู้เล่นตั้งวางเรียงรายอยู่ มันมีทั้งแพนด้า โลมา เพนกวิน และสัตว์อื่นๆอีกหลายชนิด และรูปปั้นไม้เหล่านี้ก็ดึงดูดความสนใจของผู้อยู่อาศัยได้เป็นจำนวนมาก
จ้าวฝูคิดขึ้นมาได้ในทันใด - การเปิดร้านอาหารที่นี่ก็คงจะดีเหมือนกัน เขาสามารถนำอาหารจากโลกแห่งความเป็นจริงอย่างเช่นฮอทพอท เทปันยากิ หรืออาหารชนิดอื่นๆจากโลกแห่งความเป็นจริงเข้ามาขายได้ เหมือนดั่งคำกล่าวที่ว่า 'อาหารคือเทพเจ้าของผู้คน' ดังนั้นการลงทุนในครั้งนี้อาจจะทำให้เขาได้รับเงินมาเป็นจำนวนมาก เพราะคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ไม่ได้ขาดแคลนเรื่องเงินเลย
จ้าวฝูจัดการกับความคิดของเขาและเดินเข้าไปยังสำนักงานอสังหาริมทรัพย์ เขาทำเงินทั้งหมดที่เขามีมาด้วย ซึ่งเป็นจำนวน 103 เหรียญทอง จากเงินทั้งหมด 103 เหรียญทอง เขาได้รับเงิน 45 เหรียญทองมาจากหมู่บ้านออร์คระดับสูง
จ้าวฝูสามารถซื้อที่ดินผืนใหญ่ได้สองผืน ณ ย่านถนนที่คึกคักทั้งสองแห่ง: โดยแห่งแรกจะมีขนาดประมาณ 100 ตารางเมตรและมีราคา 25 เหรียญทอง ในขณะที่อีกแห่งมีขนาดประมาณ 400 ตารางเมตรและมีราคา 65 เหรียญทอง ในท้ายที่สุด เขาได้ใช้เงินไปทั้งสิ้น 90 เหรียญทอง
นี่เป็นเงินเกือบจะทั้งหมดที่จ้าวฝูมี จ้าวฝูรู้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ในตอนนี้ค่อนข้างจน แต่ในอนาคต พวกเขาจะค่อยๆร่ำรวยขึ้นเมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น
เมื่อรวมกับที่ดินผืนใหญ่ที่เขาซื้อให้กับเจียงโหรว ในตอนนี้จ้าวฝูได้ซื้อที่ดินผืนใหญ่ไปสามผืนแล้ว เขายังสามารถซื้อได้อีก 7 ผืน เนื่องจากบารอนระดับที่สามสามารถซื้อที่ดินผืนใหญ่ได้ทั้งหมด 10 ผืน
มันมีแนวโน้มว่าเขาจะสามารถซื้อที่ดินได้มากขึ้นถ้าสถานะของเขายกระดับขึ้นอีกครั้ง เขายังสามารถไปที่ป่าทหารและเมืองพฤกษาปีศาจเพื่อซื้อที่ดินเพิ่มเติมได้
ตอนนี้จ้าวฝูต้องการที่จะสร้างร้านอาหารและร้านอุปกรณ์ บางทีอาจจะมีคนอื่นๆที่มีความคิดที่จะเปิดร้านอาหาร แต่ก็ไม่สามารถซื้อที่ดินได้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงใช้โอกาสนี้เพื่อเปิดร้านอาหารแห่งแรกขึ้น
เขารู้ว่าเจียงโหรวกำลังวางแผนที่จะเปิดร้านขายเสื้อผ้าด้วยที่ดินที่เขาช่วยเธอซื้อ เธอบอกกับเขาว่าเธอได้รับเทคนิคการทอผ้าเจ็ดศิลป์ ซึ่งทำให้เธอสามารถสร้างเสื้อผ้าขึ้นมาได้ แม้ว่าเสื้อผ้าที่เธอทำขึ้นมานั้นจะเป็นแค่ระดับธรรมดา แต่พวกมันก็มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งและสามารถดึงดูดลูกค้าผู้หญิงได้เป็นจำนวนมาก
แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้ช่วยเหลือเจียงโหรวมากเกินไป แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเจียงโหรวจะไม่หันคมดาบเข้าใส่เขา แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่กับตระกูลเจียง ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกๆตระกูลย่อมเห็นผลประโยชน์มาก่อนเสมอ
ดังนั้นจ้าวฝูจึงเหลือทางออกไว้ให้กับตัวเอง แม้ว่าตระกูลเจียงจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ไป แต่มันก็ยังอยู่ภายใต้ชื่อของเขา
ภายในตระกูลเจียง คนที่มีสถานะสูงที่สุดคือพลเมือง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถซื้อที่ดินได้เอง ดังนั้น จ้าวฝูจึงมีสิทธิ์อย่างชอบธรรมในการทิ้งทางออกไว้ให้ตัวเองเช่นนี้ ถ้าพวกเขากล้าที่จะพยายามทำอะไรกับเขา จ้าวฝูก็จะเอาที่ดินกลับคืนมาอย่างไร้ความปรานี เขาไม่ต้องการจะเป็นคนที่ช่วยเหลือผู้อื่น แต่ก็มาถึงเหยียบย่ำในท้ายที่สุด
จ้าวฝูใช้ที่ดินที่มีขนาด 100 ตารางเมตรมาทำเป็นร้านอุปกรณ์ หลังจากที่ทำการรีโนเวทอาคารอย่างง่ายๆ อย่างไรก็ตาม การตกแต่งของร้านอาหารนั้นจำเป็นต้องได้รับการตกแต่งอย่างประณีต เขาจะจัดให้มีโต๊ะประมาณ 90 โต๊ะที่บริเวณโถงชั้นแรก และห้องส่วนตัวอีก 12 ห้องที่บริเวณชั้นสอง และห้อง VIP อีก 4 ต้องที่บริเวณชั้นสาม
จากนั้นจ้าวฝูก็ทำสัญญาสำหรับการปรับปุงอีกเป็นเงิน 30 เหรียญทอง นอกจากนี้เขายังจำเป็นต้องจ้างพ่อครัวและพนักงานเสิร์ฟให้กับร้านอาหาร ในขณะที่คนของเขาเองสามารถจัดการกับร้านอุปกรณ์ได้ ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำคือการเขียนราคาและรับเงิน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการสถานที่อย่างร้านอาหารก็มีความเสี่ยงค่อนข้างมากเพราะผู้อื่นสามารถพูดถึงมันลับหลังได้ง่ายๆและก่อให้เกิดปัญหากับทางร้านได้ ดังนั้น นอกจากผู้จัดการแล้ว จ้าวฝูก็ตัดสินใจที่จะจ้างผู้เล่น
เขาแขวนป้าไว้นอกร้านอาหาร โดยบอกว่ากำลังมองหาสาวเสิร์ฟจำนวน 15 คน โดยข้อกำหนดเพียงอย่างเดียวก็คือพวกเธอจะต้องมีความขยัน ส่วนเงินเดือนนั้นพวกเธอจะได้อยู่ที่ประมาณ 3,000 เหรียญทองแดง นอกจากนี้เขายังต้องการเชฟอีก 5 คน และไม่จำกัดเพศ อย่างไรก็ตาม พวกเขาจำเป็นต้องมีความสามารถในการทำอาหารได้ทุกประเภทในโลกแห่งความเป็นจริง ส่วนเรื่องเงินเดือนนั้นจะอยู่ที่ 8,000 เหรียญเงิน
ทันทีที่จ้าวฝูแขวนป้ายประกาศ มันก็ดึงดูดความสนใจของคนเป็นจำนวนมากในทันที ถึงแม้ว่าเงินเดือนของสาวเสิร์ฟจะอยู่ที่ 3,000 เหรียญเงิน แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เงินจำนวนนี้คิดเป็น $30,000 ค่าจ้างของสาวเสิร์ฟเช่นนี้จึงน่ามหัศจรรย์มาก และมันก็มากซะยิ่งกว่าเชฟซะอีก
หลายคนเริ่มเข้ามาสมัครงาน และสาวเสิร์ฟนั้นก็ค่อนข้างง่ายที่จะเลือก: โดยทั่วไปจ้าวฝูจะเลือกคนที่มีหน้าตาดีและเคยชินกับการทำงานเช่นนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกเชฟนั้นเป็นเรื่องยากมาก
แม้ว่าทุกคนจะกล่าวตัวเองสามารถทำอาหารได้ทุกประเภทและดูเป็นมืออาชีพ แต่ถ้าจ้าวฝูไม่ได้ลิ้มลองรสชาติก่อนแล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร? ดังนั้น จ้าวฝูจึงพาผู้สมัครไปที่ครัวและบอกให้พวกเขาทำอาหารมาให้จ้าวฝูลอง
ผู้สมัครทุกคนเริ่มต้นเลือกส่วนผสมต่างๆ ทั้งหมดล้วนเป็นของพื้นๆ อาทิเช่น หัวไชเท้า แตงกวา และมันฝรั่ง ฯลฯ
หลังจากล้างส่วนผสมแล้ว พวกเขาก็เริ่มหั่นมัน
จ้าวฝูเฝ้ามองอยู่ที่ด้านข้าง ในขณะที่ผู้สมัครต่างเริ่มทำอาหาร ทุกคนดูคล้ายกับพ่อครัวมืออาชีพ และอย่าน้อยพวกเขาก็มีทักษะในการใช้มีด และไม่มีใครที่ดูไม่เข้าท่าเลย
จ้าวฝูได้เห็นชายหนุ่มร่างผอมคนหนึ่งที่มีทักษะการใช้มีดค่อนข้างดี การใช้มีดของเขาราวกับนักเปียโนที่กำลังบรรเลงบทเพลง
จ้าวฝูคาดเดาไปแล้วว่าอาหารของชายหนุ่มผู้นี้จะอร่อยแค่ไหน ชายหนุ่มได้แนะนำตัวเองว่าชื่อฮั่งฉิง และเขาก็แก่กว่าจ้าวฝูเพียงเล็กน้อย
จ้าวฝูได้สวมใส่ชุดคลุมอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่มีใครได้เห็นหน้าตาของจ้าวฝูเลย ทุกๆคนรู้แค่ว่าเขาเป็นผู้ชาย และทุกๆคนก็สงสัยเกี่ยวกับเจ้านายลึกลับผู้นี้กันทั้งนั้น
นี่เป็นร้านอาหารแห่งแรกที่เปิดโดยผู้เล่น และเพียงแค่นี้ก็สามารถดึงดูดคนเป็นจำนวนมากได้แล้ว ด้วยชุดคลุมสีดำของจ้าวฝู เขาก็ดูลึกลับมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่ทุกๆคนเริ่มทำอาหาร ฮั่วฉิงก็ทำให้ดวงตาของจ้าวฝูสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง - ฮั่วฉิงสะบัดกระทะของเขาขึ้นสู่อากาศ ก่อนที่อาหารจะตกลงสู่กระทะของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาใส่เครื่องปรุงลงไปในกระทะเบาๆ และทุกๆการเคลื่อนไหวของเขาก็ดูสง่างามและไหลลื่นดุจสายน้ำและก้อนเมฆ
ในที่สุดช่วงเวลาที่ทุกๆคนรอคอยก็มาถึง ทุกๆวางจานอาหารที่แล้วเสร็จลงตรงหน้าของจ้าวฝู สาวเสิร์ฟทั้ง 15 คนที่จ้าวฝูเลือกมาก็ได้ยืนอยู่ด้านข้างเช่นกันและมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น จ้าวฝูรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ลิ้มลองอาหารของเด็กหนุ่มนามว่าฮั่วฉิง - หลังจากดูทักษะในการสับและการทำอาหารของชายคนนี้แล้ว จ้าวฝูก็มั่นใจว่าเขาต้องมีฝีมือแน่ๆ
จ้าวฝูคว้าตะเกียบและลองอาหารจานของฮั่วฉิงที่ทำมาจากหัวไชเท้า
เส้นผ่านศูนย์กลางของหัวไชเท้าทุกอันมีขนาดเท่ากันและดูดีเป็นอย่างมาก พวกมันมีสีขาวดุจหิมะ และพวกมันก็ดูราวกับว่ายังไม่ถูกปรุงแต่งใดๆ มีต้นหอมเล็กๆที่โรยหน้าอยู่ด้านบน ทำให้อาหารจานนี้มีกลิ่นหอมอ่อนแสนอร่อยอยู่จางๆ
จ้าวฝูคีบมันขึ้นมาด้วยตะเกียบและเอาใส่ปากของเขา เขาเคี้ยวอย่างเชื่องช้าและลิ้มรสชาติของมัน ทันใดนั้นเอง ใบหน้าของเขาก็แข็งค้างในขณะที่เขาพ่นหัวไชเท้าออกมาเต็มคำ เขาถอนความคิดที่เคยคิดไว้ก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น - นักตุ้มตุ๋นมืออาชีพได้มาเยือนที่ร้านนี้แล้ว!
อาหารจานนี้ดูดีมาก แต่มันก็น่ากลัวด้วยเช่นกัน มันไม่ใช่ทั้งเค็มหรือหวาน แต่มันก็น่าสะพรึงกลัวอย่างเหลือเชื่อ
เมื่อจ้าวฝูพ่นอาหารออกมาเต็มคำ ทุกๆคนก็ประหลาดใจมาก
ฮั่วฉิงยิ้มออกมาด้วยความกระอักกระอ่วนและถามว่า "เจ้านาย ทำไมคุณถึงพ่นมันออกมาล่ะ? คุณไม่ชอบมันเหรอ? นี่เป็นอาหารจานพิเศษที่ผมทำขึ้นขึ้นมาเลย"
ขณะที่เขาพูด เขาก็ยกจานอาหารไปให้สาวเสิร์ฟลอง จ้าวฝูไม่ได้หยุดเขา - เขาอยากจะเห็นว่ามันจะเป็นแค่เขาหรือไม่ที่คิดว่าอาหารจานนี้นั้นน่ากลัว