- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 59 สำนักหยินหยาง
บทที่ 59 สำนักหยินหยาง
บทที่ 59 สำนักหยินหยาง
บทที่ 59 สำนักหยินหยาง
ทุกคนก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางอยากรู้อยากเห็น เพราะทุกคนก็รู้สึกคาดหวังเช่นเดียวกับที่จ้าวฝูเคยรู้สึก หัวไชเท้าจานนี้ดูน่าอร่อยเป็นอย่างยิ่ง แต่จ้าวฝูกลับคายมันออกมาหลังจากที่ได้ชิม
สาวเสิร์ฟบางคนเดินเข้ามาและชิมมันเข้าไปเต็มคำ ก่อนที่พวกเธอจะพ่นออกมาทั้งหมด ฮั่วฉิงรู้สึกอึดอัดจนอยากที่จะตาย และเขาก็ทำได้แค่ยืนอยู่กับที่และถอนหายใจกับตัวเอง
หลังจากนั้นจ้าวฝูก็ลองอาหารจานอื่นๆ ส่วนใหญ่รสชาติค่อนข้างดี และจานสุดท้ายที่เขาลองก็คือจานหัวไชเท้าเช่นกัน มันดูคล้ายกับของฮั่งฉิงที่มีรูปลักษณ์ที่ดี หลังจากมีประสบการณ์อันเลวร้ายมาแล้ว จ้าวฝูก็รู้สึกระมัดระวังขึ้น แต่เพื่อความเป็นธรรม เขาก็ยังต้องลองชิม
จ้าวฝูได้ลิ้มรสชาติที่คนธรรมดาไม่สามารถรู้สึกได้ หัวไชเท้ามีรสหวานและกรอบโดยไม่มีร่องรอยของความเผ็ดอยู่เลย หลังจากที่ได้ลองไปคำหนึ่งแล้ว มันก็ทำให้จ้าวฝูต้องการจะกินมันอีกคำหนึ่ง
"ใครเป็นทำจานนี้?" จ้าวฝูเงยหน้าขึ้นมองหน้าพ่อครัว
ในทันใดนั้น หญิงสาวร่างสูงและผอมบางซึ่งกำลังสวมกระโปรงยาวแบบโบราณและใส่ผ้าคลุมหน้าก็เดินออกมา แม้ว่าจะไม่มีใครเห็นใบหน้าของเธอ แต่ทุกคนก็รู้ว่าเธอเป็นคนสวยอย่างแน่นอน
สาวงามที่มีทักษะการทำอาหารเช่นนี้ ย่อมไม่ได้มาที่เพราะค่าจ้างที่สูงเป็นแน่ ใบหน้าของจ้าวฝูเปลี่ยนเป็นจริงจังและเขาก็กล่าวกับคนอื่นๆว่า "ออกไปข้างนอกก่อน และรอให้ข้าประกาศผล!"
คนอื่นๆรู้สึกว่ามีบางสิ่งแปลกๆ
หลังจากที่ได้เห็นสีหน้าของจ้าวฝูเมื่อตอนชิมอาหาร ฮั่วฉิงก็ดูราวกับว่าเขาได้เห็นปรมาจารย์ที่แท้จริง เขาวิ่งเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้างและพูดกับหญิงสาวลึกลับด้วยความกระตือรือร้น "คนสวย ข้าอยากจะเรียนรู้จากท่าน และอยากให้ท่านเป็นเจ้านายของข้า!"
หลังจากพูดแบบนี้ไป ฮั่วฉิงก็วิ่งออกไปอย่างมีความสุข
"เจ้าเป็นใครกัน? เทพธิดาที่ยิ่งใหญ่เช่นเจ้าไม่เหมาะกับร้านอาหารเล็กๆของข้า "จ้าวฝูกล่าวในขณะที่เขามองไปที่หญิงสาวลึกลับ
หญิงสาวลึกลับยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า "ข้าไม่ใช่เทพธิดาที่ยิ่งใหญ่อะไร ข้าก็แค่สามัญชนคนธรรมดาที่คิดว่าอาหารเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับมนุษย์ "
จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะจริงจังมากยิ่งขึ้น เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะได้พบกับคนจากร้อยสำนักแห่งความคิดเร็วเช่นนี้ - 'อาหารเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับมนุษย์' เป็นเรื่องที่เฉพาะคนจากสำนักกูร์เม่ต์เท่านั้นที่จะพูดออกมา
"ผู้คนจากร้อยสำนักแห่งความคิดทุกคนมีสถานะอันทรงเกียรติ; ร้านเล็กๆร้านนี้ไม่เหมาะกับปรมาจารย์เช่นท่านหรอก เป็นคงจะดีกว่าถ้าเจ้าไปหางานทำที่อื่น!"
ทุกคนจากร้อยสำนักแห่งความคิดค่อนข้างอันตราย ดังนั้นจ้าวฝูจะไปกล้ารับคนอย่างเธอที่เขาไม่อาจล่วงรู้ความคิดได้เข้ามาทำงานได้อย่างไร? ใครก็ตามที่ดูถูกดูแคลนร้อยสำนักแห่งความคิดจะต้องตายอย่างอนาจ
หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความระมัดระวังในน้ำเสียงของจ้าวฝูและไม่ได้ดูเหมือนจะโกรธแต่อย่างใด สีหน้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย และรอยยิ้มจางๆได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอในขณะที่เธอพูดอย่างสง่างาม "ท่านไม่ต้องระวังสำนักกูร์เมต์หรอก เราเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ และไม่มีความทะเยอทะยานอันป่าเถื่อนใดๆ เราไม่สนใจในการพิชิตโลกหรือสร้างอาณาจักรนิรันดร์ เราแค่ต้องการทำอาหารอย่างสงบและดูรอยยิ้มที่พึงพอใจบนใบหน้าของลูกค้าของเรา"
ความระมัดระวังในหัวใจของจ้าวฝูลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงถามว่า "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าสามารถสร้างความสงบเช่นนั้นให้กับเจ้าได้?"
"นายท่าน แม้ว่าทุกคนจากร้อยสำนักแห่งความคิดจะเป็นคนในสำนัก แต่เราทุกคนก็ยังมีความเป็นตัวตนอยู่ บางคนมีความเชื่อของตัวเอง บางคนก็มีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ และบางคนก็เพียงแค่ต้องการความสงบสุขในโลก ผู้น้อยคนนี้ไม่สามารถเป็นตัวแทนของสำนักกูร์เมต์ทั้งหมดได้ แต่ข้าสามารถพูดในนามของตัวเองได้ว่าทั้งหมดที่ข้าต้องการจากท่านคือให้ท่านมอบความสงบและความปลอดภัยให้แก่ข้า ฝ่าบาท!"
จ้าวฝูรู้สึกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง และสายตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาในขณะที่เขาถามหญิงสาว "เจ้ารู้สถานะของข้าได้อย่างไร?"
หญิงสาวลึกลับหัวเราะเบาๆในขณะที่เธอตอบว่า "ถึงแม้ว่าผู้น้อยจะเป็นส่วนหนึ่งของสำนักกูร์เมต์ แต่น้องสาวของข้าก็คือผู้ตัดสิโชคชะตาแห่งสาขาห้าธาตุของสำนักหยินหยาง ดังนั้นนั้น ข้าจึงเข้าใจบางส่วนของเคล็ดวิชาหยินหยางแห่งสำนักหยินหยาง"
"เคล็ดวิชาหยินหยาง?" จ้าวฝูขมวดคิ้ว หญิงสาวคนนี้พูดถึงเรื่องที่ดูราวกับจินตนาการ แต่หลังจากได้เห็นเทพเจ้าเคอร์ด้วยตัวเองแล้ว เขาก็ตระหนักว่าพลังเหนือธรรมชาตินั้นมีอยู่จริงที่นี่
แม้ว่าจ้าวฝูจะค่อนข้างสงสัยเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ประวัติศาสตร์ของประเทศจีนนั้นก็ลึกลับและซับซ้อนมาก ดังนั้นอาจมีบางสิ่งมีตัวตนอยู่ได้จริงๆ
ในขณะนั้น หญิงสาวลึกลับเริ่มอธิบายว่า "ฝ่าบาท ผู้น้อยผู้นี้สามารถมองเห็นได้ว่าโชคชะตาเหนือศีรษะของท่านคือมังกรแสงทองทมิฬ มันเป็นโชคชะตาที่เฉพาะผู้สืบทอดมรดกเท่านั้นที่จะมีได้ ซึ่งเป็นวิธีการที่ผู้น้อยใช้คาดเดาถึงตัวตนของท่าน"
จ้าวฝูถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอรู้เพียงแค่ว่าเขาเป็นผู้สืบทอดมรดก และตัวตนส่วนตัวของเขายังไม่ถูกเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด
"ฝ่าบาท เนื่องจากท่านต้องการปกปิดตัวตนของท่าน ไอเทมนี้สามารถช่วยท่านปกปิดโชคชะตาของท่านได้ แม้ว่าจะไม่สามารถซ่อนความเป็นจริงได้ในโลกแห่งความเป็นจริงก็ตาม แม้ว่าท่านจะไม่สามารถนำสิ่งต่างๆจากโลกจุติสวรรค์เข้าไปยังโลกแห่งความเป็นจริงได้ แต่โชคชะตาก็ยังจะเป็นสิ่งที่คงอยู่กับท่านเสมอ อย่างไรก็ตามท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการพบปะกับคนจากสำนักหยินหยางหรือสำนักลัทธิเต๋า - มันหายากมากสำหรับพวกเขาที่จะสามารถมอบเห็นโชคชะตาของโอรสสวรรค์ได้"
ในขณะที่เธอพูด หญิงสาวลึกลับคนนี้ก็ได้ส่งจี้หยกธรรมดาๆมาให้จ้าวฝู จ้าวฝูมองไปที่มันด้วยความสงสัย
[จี้หยก - ปกปิด]: คำอธิบาย: จี้หยกธรรมดาที่ส่งผลต่อเคล็ดวิชาหยินหยาง และสามารถซ่อนโชคชะตาของคนผู้นั้นได้
จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นคำอธิบาย ดูเหมือนว่าระบบได้ยอมรับถึงการมีอยู่ของเคล็ดวิชาหยินหยาง ดังนั้นสิ่งเหนือธรรมชาติเหล่านี้จึงมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้จริงๆ ร้อยสำนักแห่งความคิดมีความสามารถอันลึกลับและน่ามหัศจรรย์อย่างแท้จริง
จ้าวฝูตัดสินใจว่าเขาจะเชื่อคำพูดของหญิงสาวคนนี้ในตอนนี้ แน่นอนว่าเขาจะให้ตำแหน่งเธอเป็นเชฟเท่านั้น และเขาจะไม่เปิดเผยอะไรที่สำคัญต่อเธอ เขามองไปที่เธอและพูดว่า "ข้าจะจ้างเจ้า แต่ข้าหวังว่าสิ่งที่เจ้าพูดนั้นจะเป็นความจริง มิฉะนั้นอย่าหาว่าข้าเป็นคนเลือดเย็นละกัน"
หญิงสาวลึกลับพยักหน้าเล็กน้อย จากการแนะนำตัวของเธอในช่วงเริ่มต้น จ้าวฝูจึงรู้ว่าชื่อของเธอคือเหอเซียนหลู
จ้าวฝูทิ้งเรื่องนี้ไว้และถอนหายใจ เมื่อเขาคิดถึงทุกๆคนที่ยังรออยู่ข้างนอก เขาจึงออกไปประกาศผล เหอเซียนหลูยิ้มเผยรอยยิ้มอันงดงามและตามจ้าวฝูออกไป
หลังจากเดินออกมาและเห็นกลุ่มคนที่กำลังรอผลประกาศ จ้าวฝูก็ได้ประกาศว่าเขาได้เลือกคน 5 คน รวมไปถึงเหอเซียนหลูด้วย แน่นอนว่าเขาไม่ได้จ้างฮั่วฉิง พ่อนักต้มตุ๋นคนนี้
คนอื่นๆที่ถูกปฏิเสธจากไปด้วยความเสียดาย แต่ฮั่วฉิงกลับวิ่งเข้าไปหาเหอเซียนหลูและกล่าวว่า "คนสวย ท่านช่วยรับข้าเป็นศิษย์ได้หรือไม่? ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องเสียหน้า!"
“ตกลง!”
ทุกคนรวม ทั้งฮั่วฉิงรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเหอเซียนหลูตอบตกลงในทันที หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จ้าวฝูได้ตัดสินใจที่จะเก็บเขาไว้เพื่อช่วยทำส่วนผสมบางส่วนที่ดูเหมือนไม่เลวร้ายนัก
หลังจากที่จัดการอะไรคร่าวๆเสร็จแล้ว จ้าวฝูได้ใช้เงินบางส่วนและทำป้ายขึ้นมาสองอัน ป้ายทั้งสองทำมาจากไม้ระดับคราม และสีสันต์ของพวกมันก็ดูสะดุดตามาก