- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 57 แผนการกลั่นสกัดเทพเจ้า
บทที่ 57 แผนการกลั่นสกัดเทพเจ้า
บทที่ 57 แผนการกลั่นสกัดเทพเจ้า
บทที่ 57 แผนการกลั่นสกัดเทพเจ้า
ความมหัศจรรย์ที่โร้ดมอบให้กับจ้าวฝูนอกเหนือไปจากชุดเกราะและอาวุธที่พวกคนแคะเทากำลังสวมใส่กันอยู่น้ันก็คืออุปกรณ์อีก 4,000 ชิ้น
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ จ้าวฝูก็ได้รีบบอกโร้ดให้พาเขาไปยังที่แห่งนั้น
ในไม่ช้า โร้ดก็นำจ้าวฝูไปยังโกดังขนาดใหญ่ มันเต็มไปด้วยอาวุธและชุดเกราะสัมฤทธิ์ และพวกมันทั้งหมดส่องแสงแวววับด้วยแสงโลหะ จ้าวฝูรู้สึกราวกับว่าเขากำลังเดินเข้าไปในขุมสมบัติขนาดใหญ่ และเขาได้รีบเดินเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว
[ชุดเกราะสัมฤทธิ์เข้มข้น]: ระดับ: คราม, ค่าสถานะ: STR +1, CON +1, รายละเอียด: ชุดเกราะคุณภาพเยี่ยมที่หลอมสร้างขึ้นจากสัมฤทธิ์เข้มข้น
[ดาบสัมฤทธิ์เข้มข้น]: ระดับ:คราม, ค่าสถานะ: STR +1, AGI +1, รายละเอียด: ดาบคุณภาพสูงที่หลอมสร้างขึ้นจากสัมฤทธิ์เข้มข้น
พวกมันล้วนเป็นของที่มีคุณภาพและมอบค่าสถานะให้ถึงสองอย่าง พวกมันมีมูลค่าประมาณ 600 เหรียญเงินต่อชิ้น และการได้รับพวกมันมานั้นหมายความว่าทุกๆคนในกองทัพของจ้าวฝูจะมีอุปกรณ์ชิ้นใหม่ และเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาได้อีกมาก นอกจากนี้ ด้วยเหมืองขนาดใหญ่แห่งนี้ พวกเขาจะไม่ต้องพึ่งพาการใช้อุปกรณ์ขึ้นสนิมจากพวกโครงกระดูกอีก
ทันใดนั้น ดวงตาของจ้าวฝูก็ทอประกายขึ้นมาเมื่อเขาคิดถึงวิธีการที่ดีในการหาเงินได้ เนื่องจากเขาไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ระดับครามที่เป็นสนิมจากพวกโครงกระดูก เขาจึงสามารถขายพวกมันทั้งหมดในตอนนี้ได้
หลี่เหวินได้รับชิ้นส่วนอุปกรณ์มากว่า 100 ชิ้นในทุกๆวัน แต่เพราะพวกเขาขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะในการหลอมสร้าง การซ่อมแซมพวกมันจึงกินเวลานาน ตอนนี้พวกเขามีคนแคระเทาอีก 1,000 ตัว คนแคระเทาพวกนี้สามารถซ่อมแซมพวกมันได้อย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ทั้ง 1,000 ชิ้นที่ทหารของจ้าวฝูกำลังใช้กันอยู่ในตอนนี้จึงสามารถขายออกไปได้ในทันที
แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้วางแผนที่จะขายมันให้กับร้านค้า กลับกัน เขาอยากจะเปิดร้านเป็นของตัวเอง ถ้าเขาขายของขึ้นสนิมพวกนี้ให้กับร้านค้า มันอาจจะได้ราคาแค่ 300 เหรียญเงินต่อชิ้นเท่านั้น แต่ถ้าเขาขายพวกมันด้วยตัวเอง มันอาจจะทำเงินได้ถึง 400 เหรียญเงินต่อชิ้น
จ้าวฝูรู้สึกตื่นเต้นมาก - เขาก้าวเข้าใกล้การสกัดกลั่นจิตวิญญาณเทพเจ้าอีกก้าวนึงแล้ว หลังจากนั้น จ้าวฝูก็เดินไปที่ค่ายทหารคนแคระเทา
[นักรบคนแคระ]: ทหารระดับ F+ รายละเอียด: นักรบที่ทรงพลังในหมู่คนแคระ ผล: ได้รับ [กวัดแกว่ง]
[ช่างตีเหล็กคนแคระ]: ทหารระดับ D- รายละเอียด: คนแคระที่ยกระดับพรสวรรค์ของตัวเองให้ถึงขีดจำกัด ผล: ได้รับ [ยกระดับการหลอมสร้าง]
หลังจากมองดูอาชีพเหล่านี้ จ้าวฝูก็พบว่าคนแคระเทามีอาชีพทางทหารที่พิเศษ ช่างตีเหล็กคนแคระ มันเป็นอาชีพระดับ D- ซึ่งทรงพลังมาก ถึงอย่างไรก็ตาม อาชีพนักบวชปีศาจของจ้าวฝูก็ยังเป็นระดับ D- อย่างไรก็ตาม อาชีพของจ้าวฝูเป็นอาชีพทางต่อสู้ ในขณะที่อาชีพของคนแคระเป็นอาชีพด้านการค้า เมื่อรวมกับพรสวรรค์ในการหลอมสร้างของคนแคระ อาชีพนี้จึงมีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง
หมู่บ้านโร้ดในปัจจุบันเป็นหมู่บ้านระดับกลางและ ขีดจำกัดของช่างตีเหล็กคนแคระคือ 10 คน
หลังจากเข้าไปในหมู่บ้านโร้ดแล้ว จ้าวฝูก็เริ่มวางแผนเกี่ยวกับการทำเหมือง เหมืองแร่ทองแดงขนาดยักษ์เป็นของล้ำค่า และมันก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนพุ่งเข้ามาหามันด้วยความบ้าคลั่ง แม้แต่เมือหลักก็อยากจะเอามันไปใช้เองหากพวกเขาค้นพบมัน
ดังนั้น จ้าวฝูจึงให้ทหารของเขา 2,000 คนประจำการอยู่ที่นี่ และสั่งให้พวกเขาจัดการกับสิ่งมีชีวิตใดๆที่เขามาภายในระยะ 10 กิโลเมตรจากตัวเหมือง สถานที่แห่งนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของต้าฉิน
ต่อจากนั้น จ้าวฝูได้สั่งให้คนของเขาสร้างช่องทางการเทเลพอร์ตไว้ที่นี่ เพื่อให้สะดวกในการเดินทางจากหมู่บ้านต้าฉิน
จากนั้นจ้าวฝูได้แบ่งทหารที่เหลืออยู่ 1,400 คนของเขาออกเป็นสองกลุ่ม และจัดคนพวกนี้ให้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของจางต้าหู ซาร์ และแม่ทัพที่มีความสามารถคนอื่นๆของเขา พวกเขายังคงสำรวจป่าแห่งความพรั่นพรึงและโจมตีหมู่บ้านระดับเริ่มต้นต่อ
ตอนนี้ หมู่บ้านระดับเริ่มต้นเหมือนดั่งชิ้นเนื้อที่ถูกแขวนไว้รอบๆปากของจ้าวฝู เพื่อรอให้เขาไปกลืนกินพวกมัน หากพวกเขาค้นพบหมู่บ้านระดับกลาง พวกเขาสามารถรวมทั้งสองกลุ่มและเข้าโจมตีได้ หากพวกเขาค้นพบหมู่บ้านขั้นสูง จ้าวฝูก็จะสั่งการด้วยตัวเอง
ดังนั้น จ้าวฝูจึงไม่ได้ใส่ใจกับหมู่บ้านระดับเริ่มต้นและระดับกลาง และเขาได้ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจัดการเรื่องพวกนี้เอง
ตอนนี้ จ้าวฝูมีหมู่บ้านทั้งหมด 20 แห่ง ได้แก่ หมู่บ้านมนุษย์ 8 แห่ง หมู่บ้านก็อบลิน 4 แห่ง หมู่บ้านโนมส์ 3 แห่ง หมู่บ้านโคโบลด์ 2 แห่ง หมู่บ้านออร์ค 1 แห่ง หมู่บ้านเอลฟ์ 1 แห่ง และหมู่บ้านคนแคระเทา 1 แห่ง
เมื่อรวมกับหมู่บ้านต้าฉิน หมู่บ้านของจ้าวฝูจะสามารถอัญเชิญชาวบ้านออกมาได้อย่างน้อยวันละ 130 คน ในสามวัน เขาจะสามารถอัญเชิญชาวบ้านได้มากกว่าที่หมู่บ้านเริ่มต้นสามารถมีได้ หลังจากมาถึงจุดนี้ ในที่สุดจ้าวฝูก็เริ่มชะลอการเติบโตของประชากร
หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านต้าฉินแล้ว จ้าวฝูก็ใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตไปยังเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อซื้อแหวนมิติ จ้าวฝูต้องการซื้อมันสักชิ้นมานานแล้ว แต่เขาก็ลืมเรื่องนี้ทุกครั้ง แหวนมิติมีราคาแพงมาก และแหวนมิที่มีพื้นที่จัดเก็บ 10 ตารางเมตรก็มีราคา 10 เหรียญทอง
หลังจากซื้อแหวนมิติแล้ว จ้าวฝูก็กลับไปที่หมู่บ้านต้าฉิน เขารวบรวมเงินที่เขาเก็บมาตลอดและอุปกรณ์หลายชิ้น ก่อนจะออกเดินทางไปเริ่มกิจการร้านค้าในเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์
ขณะที่เขากำลังจะออกเดินทาง หลิวเหมยก็รีบวิ่งเข้ามาและขวางทางเขาไว้ เบื้องหลังของเธอคืออาซานี่ เอลฟ์วัย 15 ปี และจ้าวฝูก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพวกเธอถึงมาอยู่ด้วยกันได้
ในตอนนั้น หลิงเหมยก็พูดกับจ้าวฝูด้วยความไม่พอใจว่า "ฝ่าบาท ข้าเองก็อยากไปที่เมืองหลักด้วย ทำไมท่านถึงไม่พาข้าด้วยไปล่ะ?"
"ทำไมข้าถึงต้องพาเจ้าไปด้วย? ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปจัดการ"จ้าวฝูตอบกลับและรู้สึกแปลกๆ
"งั้นก็พาข้าไปด้วยสิ ข้าสวยจะตาย ดังนั้นข้าจะทำให้ท่านดูดีขึ้นได้" หลิวเหมยพูดด้วยความมั่นใจ
จ้าวฝูไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรดี หลิวเหมยเป็นคนที่สวยมากและเธอเป็นคนที่มีเสน่ห์ อย่างไรก็ตาม แทนที่มันจะทำให้เขาดูดีขึ้น เธออาจจะทำให้เขาเดือดร้อนได้
ดังนั้น จ้าวฝูจึงปฎิเสธไปแบบเด็ดขาด
หลิวเหมยวิ่งเข้ามาและกอดแขนของจ้าวฝู และเอาหน้าอกขนาดใหญ่ของเธอถูเข้ากับเขาในขณะที่เธอพูดจาด้วยความไพเราะ "ฝ่าบาท ข้าอยากไปด้วย และน้องอาซานี่ก็ด้วย"
เธอกำลังใช้วิธีนี้อีกครั้ง จ้าวฝูมีอาการขนลุกไปทั่วร่างกาย และเมื่อได้ยินสิ่งที่หลิวเหมยพูด เขาก็หันไปมองอาซานี่
มันยังคงมีร่องรอยของความหวาดกลัวอยู่บนใบหน้าของอาซานี่เมื่อเธอมองไปที่จ้าวฝู แต่เธอก็ยังพยักหน้าให้กับจ้าวฝูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทำได้เพียงแต่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าจะพาพวกเธอไปหลังจากที่จัดการเรื่องเปิดร้านแล้วเสร็จ
หลิวเหมยหัวเราะอย่างมีความสุขและปล่อยจ้าวฝูไป เธอดึงแขนของอาซานี่ในขณะที่พวกเธอวิ่งหนีไป
จ้าวฝูยิ้มเล็กน้อยและส่ายหัว ก่อนที่จะใช้ช่องทางการเทเลพอร์ต และไปที่เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์