- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 56 เหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้น
บทที่ 56 เหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้น
บทที่ 56 เหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้น
บทที่ 56 เหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้น
จ้าวฝูรู้สึกผิดหวังเพราะเจียงโหรวบอกว่าตระกูลของเธอยินดีที่จะจ่ายเงินได้สูงสุดแค่ 40 เหรียญทอง ซึ่งก็คือ 400,000 เหรียญเงิน ซึ่งทำให้เขาซื้อหินพลังงานได้แค่ 4 ก้อนเท่านั้นด้วยเงินจำนวนนี้ ถ้าจ้าวฝูต้องการซื้อหินพลังงานเป็นจำนวนมาก เขาก็ต้องมีเงินเป็นจำนวนมาก
ประการแรกช่องว่างกว่า 1,000 ช่องในค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี ดังนั้นเขาจึงต้องการหินพลังงานอย่างน้อย 1,000 ก้อน จ้าวฝูได้ถามผู้อาวุโสโล๊คมาก่อนว่าจะได้รับจิตวิญญาณเทพเจ้าที่จุติลงมาได้อย่างไร ซึ่งผู้อาวุโสโล๊คก็ได้บอกกับเขาว่าร่างกายหลักของจิตวิญญาณเทพเจ้าไม่สามารถจุติลงมาได้ แต่มันสามารถส่งร่างแยกลงมาได้ ด้วยการเซ่นสังเวยเป็นจำนวนมากเท่านั้นที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น
จ้าวฝูไม่รู้ว่าร่างแยกของจิตวิญญาณเทพเจ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่แม้ว่าจะเป็นเพียงจิตวิญญาณเทพเจ้าที่อ่อนแอ แต่มันก็ยังต้องทรงพลังแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงต้องการหินพลังงานอย่างน้อย 1,000 ก้อน หินพลังงานมีมูลค่าประมาณก้อนละ 10 เหรียญทอง ซึ่งหมายความว่าหินพลังงาน 1,000 ก้อนจะมีมูลค่า 10,000 เหรียญทอง หรือก็คือ 100 ล้านเหรียญทองแดง
จ้าวฝูเริ่มสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นบ้าได้เมื่อคิดถึงเงินจำนวนมากที่ต้องใช้ไปกับสิ่งที่อาจจะไม่ได้ผล อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาคิดถึงการสกัดกลั่นจิตวิญญาณเทพเจ้าที่สามารถกำหนดความเป็นความตายของสิ่งมีชีวิตนับหมื่นได้ เขาก็รู้ว่าสิ่งที่จะได้รับจากมันนั้นจะท้าทายสวรรค์เพียงใด
เงินจำนวน 100 ล้านทองแดง ทำให้จ้าวฝูดูแคลนเงิน 40,000 เหรียญทองแดงของเจียงโหรว อย่างไรก็ตามหลังจากที่คิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาได้ตระหนักว่าตระกูลที่สามารถจ่ายเงิน 40,000 เหรียญทองแดงได้ตั้งแต่ช่วงนี้ก็ไม่เลวเลย
จ้าวฝูได้ถามผู้จัดการก่อนว่าสิทธิพิเศษของบารอนมีอะไรบาง และเขาก็ได้รู้ว่าเขาสามารถจ้างวานทหารในระยะที่ 1 จากเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ได้ 10 คน และสามารถซื้อที่ดินผืนใหญ่ได้ 10 แห่งในเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ นอกเหนือไปจากที่พำนักของเจ้าเมือง
แผนการของจ้าวฝูในการกลายเป็นมหาเศรษฐีจากอสังหาริมทรัพย์ล้มครืนลงในทันทีที่เขาได้ยินเช่นนี้ เขาสามารถซื้อที่ดินผืนใหญ่ได้แค่ 10 แห่ง และเขาก็ไม่มีใครให้ขายด้วย เนื่องจากตระกูลใหญ่ทั้งหลายในตอนนี้ต่างก็ยากจนเกินไป
เขาทำได้แค่ขายที่ดินผืนใหญ่ให้กับเจียงโหรวเพื่อแสดงถึงมิตรภาพและยอมรับเงิน 40 เหรียญทองจากเธอ พื้นที่ปกติในเขตที่อยู่อาศัยมีราคาหลายหมื่นเหรียญทองแดง ในขณะที่พื้นที่ในถนนหลักจะมีราคาหลายแสนเหรียญทองแดง พื้นที่ที่เจียงโหรวต้องการซื้อตั้งอยู่บนถนนนันดะอันหรูหรา แลมีราคา 310,000 เหรียญทองแดง
จ้าวฝูช่วยเธอซื้อที่ดินผืนนี้และคืนเงินส่วนที่เหลือให้กับเจียงโหรว
เมื่อจ้าวฝูจัดการปัญหาที่สร้างความลำบากให้กับเธอมาตลอดได้อย่างง่ายดาย เธอก็รู้สึกเกรงกลัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ และเธอได้กล่าวขอบคุณออกมา "ขอบคุณมากจ้าวซิน!"
จ้าวฝูไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถหากำไรอะไรจากอสังหาริมทรัพย์ได้มาก ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะตั้งใจกับการลงทุนกับมันมาก หลังจากได้ยินสิทธิพิเศษที่บารอนจะได้รับ เขาก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ความสามารถในการจ้างวานทหารระยะที่ 1 ไม่ได้เลวร้ายเกินไป ถ้าจ้าวฝูมีหมู่บ้านทั่วไป เขาอาจจะจ้างวานคนพวกนี้ไปแล้ว แต่เขามีหมู่บ้านระดับตำนาน และมีมรดกพิเศษ ในขณะที่เมืองหลักเป็นแค่ระดับทองเท่านั้นเอง
เขาสามารถจ้างทหารทั้ง 10 คนได้ แต่เขาก็ไม่สามารถรับประกันความจงรักภักดีของทหารทั้ง 10 คนได้จริงๆ ถ้าข่าวเกี่ยวกับหมู่บ้านระดับตำนานรั่วไหลออกไป แม้แต่ขุมอำนาจในเมืองหลักก็คงไม่สามารถหยุดตัวเองจากการพรากมันไปจากเขาได้
หลังจากกล่าวลาเจียงโหรว จ้าวฝูก็กลับไปยังหมู่บ้านต้าฉินด้วยความผิดหวัง ทันใดนั้นเองก็มีคนวิ่งเข้ามารายงานเขา "ฝ่าบาท! พวกเราบนเหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้นขนาดใหญ่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตก 53 กิโลเมตร!"
จ้าวฝูอดรู้สึกยินดีไม่ได้ แร่สัมฤทธิ์เข้มข้นเป็นเหมือนกับแร่สัมฤทธิ์ทั่วไป แต่มันสามารถใช้สร้างอุปกรณ์ระดับครามได้ แล้วเหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้นขนาดใหญ่จะมีเนื้อที่ขนาดไหนกัน?
จ้าวฝูเรียกซาร์เข้ามา - เขาเป็นหัวหน้าของการสำรวจในครั้งนี้ - และจ้าวฝูได้ถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากซาร์ เหมืองสัมฤทธิ์เข้มข้นเป็นเหมืองเปิด และมีเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร ดูเหมือนมันจะมีพื้นที่ใต้ดินด้วย และหลักจากได้ยินเรื่องทั้งหมดนี้ จ้าวฝูก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
ซาร์ยังคงกล่าวต่อไปว่า "ฝ่าบาท มีคนแคระเทาอยู่ราวๆ 1,000 ตัวปักหลักอยู่รอบๆบริเวณนั้นด้วย"
จ้าวฝูพยักหน้า ต่อจากนั้นเขาได้รวบรวมกองทัพทั้งหมดและมุ่งหน้าไปยังเหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้น
หลังมาจากถึงแล้ว ใบหน้าของจ้าวฝูก็ปรากฏความตกตะลึงขึ้นมา ตรงหน้าเขาไม่มีต้นไม้อยู่สักต้น เพียงแค่มองแวบเดียว ทุกๆสิ่งที่เขาสามารถเห็นได้ก็คือเหมืองแร่สัมฤทธิ์เข้มข้น และมันได้ปกคลุมผืนดินทั้งหมด
แม้ว่าซาร์จะบอกเขาว่ามันเป็นเหมืองเปิดที่กว้างใหญ่แค่ไหน แต่เขาก็ยังตกตะลึงเมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง
ตอนนี้พวกคนแคระเทาที่กำลังขุดเหมืองอยู่ก็ได้ค้นพบทหารของจ้าวฝูแล้ว พวกมันโยนเครื่องมือทิ้งด้วยความหวาดกลัวในทันทีและวิ่งกลับไปยังหมู่บ้านของพวกมัน ในไม่ช้า ทั้งหมดหมู่บ้านก็อยู่ในการเฝ้าระวังระดับสูงสุด และคนแคระเทาที่สวมชุดเกราะสัมฤทธิ์และถือขวานหรือไม่ก็ค้อนสัมฤทธิ์ก็ได้เดินออกมา
จ้าวฝูนำทหารของเขาไปล้อมหมู่บ้านคนแคระเทา จ้าวฝูค่อนข้างอิจฉาเมื่อเห็นว่าคนแคระกว่า 1,000 ตัวมีอุปกรณ์ระดับครามที่ยอดเยี่ยมทั้งหมด
จ้าวฝูมองไปที่หมู่บ้านคนแคระเทา แต่เขาก็ไม่ได้วางแผนที่จะโจมตี คนแคระเทาล้วนแล้วแต่เป็นปรมาจารย์แห่งการหลอมสร้าง และถ้าจ้าวฝูจะยึดเหมืองแห่งนี้ เขาจะต้องพึ่งพาคนแคระเทาเหล่านี้
ดังนั้นเขาจึงเรียกคนแคระเทาของเขาออกมาเพื่อให้แปลในสิ่งที่เขาพูด จากนั้นเขาก็พูดด้วยเสียงอันดังว่า "ข้าไม่ต้องการทำร้ายอะไรพวกเจ้า และพวกเจ้าทุกคนก็ควรจะรู้ว่าเหมืองแห่งนี้มีมูลค่าแค่ไหน แม้ว่ามันนี้ข้าจะไม่ได้ชิงมันไป แต่ในวันหน้าก็จะมีผู้อื่นมาแย่งชิงมันเหมือนเดิม ตราบใดที่พวกเจ้ายอมจำนนต่อข้า ข้าขอสัญญาว่าชีวิตของพวกเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปและข้าจะส่งคนมาช่วยปกป้องพวกเจ้า"
หลังจากได้ประกาศสิ่งเหล่านี้ด้วยเสียงอันดังแล้ว คนแคระเทาก็ไม่ได้ตอบสนองไปสักพัก จ้าวฝูมองไปที่ไป่ฉี และไป่ฉีก็ออกคำสั่งให้นำเอาบาริสต้าทั้ง 60 อันออกมาในทันที นักวิจัยเครื่องกลโนมส์ได้สร้างบาริสต้าอีกหลายอันตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา และทุกๆอันก็เล็งเป้าไปที่หมู่บ้านคนแคระเทา
"ข้าจะพูดอีกครั้ง - ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายพวกเจ้า แต่ก็อย่าได้บังคับข้าให้ทำมัน!" จ้าวฝูตะโกนออกมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้เห็นว่ายังไม่มีการตอบสนอง เขาก็สั่งให้ยิงบาริสต้าออกไป สลักเกลียวทั้ง 180 อันพุ่งออกมาจากบาริสต้า และพวกมันก็แผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกมา แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้เล็งไปที่คนแคระเทา แต่เป็นการเล็งไปที่บ้านเรือน สลักเกลียวพุ่งผ่านหัวคนแคระเทาและเจาะทะลวงผ่านบ้านไม้ของพวกมัน
หลังจากได้เห็นความสามารถของบาริสต้า ในที่สุดหมู่บ้านคนแคระเทาก็ตอบสนอง คนแคระเทาที่มีเคราขนาดใหญ่เดินออกมาและพูดด้วยเสียงอันดังว่า "ท่านลอร์ด ท่านจะปฏิบัติตามคำสัญญาของท่านจริงๆหรือ? ถ้าพวกเรายอมจำนนต่อท่าน พวกเรายังจะใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมจริงๆหรือ และท่านจะส่งคนมาปกป้องเราใช่ไหม?"
เห็นได้ชัดว่าจ้าวฝูคงจะไม่ส่งพวกมันไปต่อสู้ - คุณค่าของพวกมันอยู่ที่ทักษะในการหลอมสร้าง และด้วยเหมืองแร่ขนาดใหญ่เช่นนี้ มันคงจะใช้เวลาของคนแคระกว่า 1,000 ตัวถึง 10 ปีจึงจะแล้วเสร็จ จ้าวฝูพยักหน้าและกล่าวว่า "ในฐานะผู้สืบทอดมรดกแห่งต้าฉิน ข้าขอสาบานกับพวกเจ้า!"
ต่อจากนั้น คนแคระเทาที่มีเคราะขนาดใหญ่ก็ได้นำคนแคระตัวอื่นๆคุกเข่าลงให้กับจ้าวฝู เพื่อส่งสัญญาณถึงการยอมจำนนของพวกมัน
แม้ว่าคนแคระจะยังไม่สบายใจในเวลานี้ แต่พวกมันก็เป็นพวกเปิดเผยเมื่อพวกมันเห็นว่าไม่อาจต่อต้านจ้าวฝูได้ พวกมันจึงเลือกยอมจำนน
จ้าวฝูมีความสุขมากและพาทหารของเขาเข้าไป คราวนี้ จ้าวฝูไม่ได้เลือกย้ายหมู่บ้านและแค่พิชิตมันเท่านั้น หมู่บ้านคนแคระเท่ามีชื่อว่าหมู่บ้านโร้ด และมันเป็นหมู่บ้านระดับทั่วไป คนแคระเทาหนวดเคราเฟิ้มคือหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งมีชื่อว่าโร้ด
หลังจากเข้ามาที่หมู่บ้านคนแคระเทาแล้ว โร้ดก็ได้มอบความประหลาดใจครั้งใหญ่ใหักับจ้าวฝู ทำให้จ้าวฝูรู้สึกราวกับว่าถูกล๊อตเตอรี่