- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 55 บารอน
บทที่ 55 บารอน
บทที่ 55 บารอน
บทที่ 55 บารอน
เนื่องจากตระกูลของพวกเขาไม่ได้ห้ามปรามอะไร ทำไมจ้าวฝูจึงต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนอื่นด้วย? จ้าวฝูไม่สนใจพวกเขา และเดินเข้าไปในสำนักงานอสังหาริมทรัพย์เพื่อสอบถามว่าผลประโยชน์และข้อจำกัดของบารอนคืออะไร
ในขณะนั้น เจียงโหรวก็เห็นจ้าวฝูและไป่ฉี แม้ว่าพวกเขากำลังสวมเสื้อคลุมอยู่ แต่เจียงโหรวก็จำพวกเขาได้ในทันที เธออดเรียกออกมาไม่ได้ "ขอโทษค่ะ คุณจ้าวใช่ไหม?"
จ้าวชะงักไปด้วยความประหลาดใจ และไม่คาดคิดว่าเขาจะถูกจดจำได้ในทันที เขาพยักหน้าเป็นเชิงว่าเป็นเขา
ใบหน้าของชายหนุ่มขี้อวดเริ่มเย็นชาขึ้นเมื่อเขารู้ว่าทั้งสองคนนี้คือใคร พวกมันเป็นคนที่เคยทุบตีเขาเมื่อตอนนั้น เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นผู้สืบมอดมรดก โจวเจี๋ยคิดว่าเขาเป็นต้นเหตุสำหรับปัญหาใหญ่แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากการสืบสวน เขาพบว่าไม่มีผู้สืบทอดมรดกแซ่จ้าวในป่าแห่งความพรั่นพรึง และไม่มีตระกูลทรงพลังตระกูลไหนในป่าแห่งพรั่นพรึงอีกด้วย
เพราะหากผู้สืบทอดมรดกอยู่ในป่าแห่งความพรั่นพรึง ตระกูลของพวกเขาก็จะย้ายไปอยู่ในป่าแห่งความพรั่นพรึงด้วย เพื่อช่วยพวกเขาในการรวบรวมทรัพยากรพัฒนาหมู่บ้าน อย่างไรก็ตามมันไม่มีสัญญาณดังกล่าวอยู่เลย
นอกจากนี้พวกเขาคิดว่าจ้าวฝูเป็นผู้สืบทอดมรดกเพราะคนติดตามของเขาเรียกเขาว่า "ฝ่าบาท" ดังนั้นมันจึงไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเขาเป็นผู้สืบทอดมรดกจริงๆ
โจวเจี๋ยเชื่อว่าจ้าวฝูเป็นคนธรรมดาที่ชอบวางท่าด้วยการสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเรียกเขาว่า 'ฝ่าบาท' บัดซบ เป็นคนไร้ยางอายอะไรขนาดนี้ – แม้แต่ตระกูลของเขาก็ไม่กล้าที่จะทำสิ่งนี้
โจวเจี๋ยหัวเราะอย่างเยือกเย็น เขาเชื่อว่าคนที่เขานำมาด้วยในครั้งล่าสุดอ่อนแอมากเกินไป และเขาได้เรียนรู้บทเรียนของเขาแล้ว นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขามักจะนำคนที่แข็งแกร่งมาด้วยเพื่อหวังว่าจะแก้แค้นจ้าวฝูสักวันหนึ่ง
"เด็กน้อย ไปข้างนอกกับผู้อาวุโสของเจ้าหน่อยสิถ้าเจ้ากล้า" โจวเจี๋ยกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเย็นชา เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถทำอะไรที่นี่ได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงวางแผนจะเรียกจ้าวฝูไปข้างนอกเพื่อจัดการกับเขา
ใบหน้าของเจียงโหรวแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด และเธอก็ตระหนักได้ว่าเธอได้ทำให้จ้าวฝูเจอปัญหาแล้ว เธอได้รายงานว่ามีผู้สืบทอดมรดกอยู่ในป่าแห่งพรั่นพรึงให้กับตระกูลของเธอ อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขาสืบค้น พวกเขาก็ละเลยคำพูดของเธอและคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก ทำให้เธอได้รับการตำหนิอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม เจียงโหรวยังคงรู้สึกว่าจ้าวฝูไม่ใช่คนธรรมดา และเชื่อว่าเขาคือผู้สืบทอดมรดก และเป็นคนที่ทรงพลัง ในความเป็นจริงเธอรู้สึกว่าชื่อของเขาจะดังก้องไปทั่วโลก แม้ว่าทุกคนจะคิดว่าสิ่งที่เธอได้รายงานไปเป็นเรื่องตลก แต่เธอก็ยังเชื่อมั่นแบบนั้นอยู่
"โจวเจี๋ย อย่าก่อปัญหา; นี่มันจะไม่ดีสำหรับตระกูลโจว!"
เจียงโหรวพยายามจะหยุดโจวเจี้ย แต่เขาก็โกรธมากเกินกว่าที่จะฟังเหตุผล ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกคนในตระกูลของพวกเขาก็ได้ทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้กับพวกเขา และโจวเจี๋ยก็เห็นเจียงโหรวเป็นคู่หมั้นของเขามานานแล้ว ตอนนี้คู่หมั้นของเขากำลังพยายามช่วยคนอื่น เขาจะไม่โกรธได้อย่างไร?
จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจมากที่เจียงโหรวพยายามช่วยเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีทั้งเวลาหรือพลังงานที่จะมาเสียกับการยั่วยุของโจวเจี๋ย
เมื่อโจวเจี๋ยเห็นว่าจ้าวฝูกำลังละเลยเขา โจวเจี๋ยก็วิ่งเข้าไปและพยายามจะตบจ้าวฝูในขณะที่เขาตะโกนออกมา "ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้าไม่ได้ยินสิ่งที่ผู้อาวุโสของเจ้ากำลังพูดด้วยเหรอ?"
สายตาของจ้าวฝูเย็นชาขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ข้างๆเขา ไป่ฉีแค่นเสียงออกมาด้วยความเย็นชา จับมือโจวเจี๋ยไว้ และบิดมัน เสียงแตกหักดังออกมาเมื่อไป่ฉีหักแขนของโจวเจี๋ย
“อ้ากกกกก!” โจวเจี๋ยกรีดร้องอย่างน่าสงสาร คนของโจวเจี๋ยพุ่งเข้าไปหาไป่ฉีเพื่อหวังจะช่วยโจวเจี๋ย แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการพิจารณาให้เป็นคนที่แข็งแกร่งในหมู่คนปกติ แต่การพยายามต่อสู้กับไป่ฉีก็เป็นเพียงการรนหาที่ตายเท่านั้น
ตอนนี้การบ่มเพาะพลังของไป่ฉีอยู่ที่ระยะที่ 0-7 แล้ว เมื่อรวมกับโบนัสจากอุปกรณ์ของเขา พวกเขาจะสามารถเอาชนะไป่ฉีได้อย่างไร? ในเวลาเพียงไม่กี่กระบวนท่า เขาก็ทุบตีคนทั้งหมดจนล้มลงกับพื้นและทำให้คนพวกนี้ได้รับบาดเจ็บจนแม้แต่คลานยังทำไม่ได้
เมื่อโจวเจี๋ยเห็นพวกอันธพาลที่เขาเสียเงินเป็นจำนวนมากจ้างมาพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย เขาก็ตะโกนใส่ผู้จัดการสำนักงานอสังหาริมทรัพย์ด้วยความหวาดกลัวในทันที "ดูนั่นสิ เขากำลังโจมตีคน! รีบจับกุมเขาเร็ว!"
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น ผู้จัดการซึ่งปกติทำหน้าที่อย่างไม่แยแสต่อผู้เล่นได้เดินเข้ามาหาจ้าวฝูด้วยความเคารพและกล่าวว่า "ท่านบารอนที่เคารพ!"
จ้าวฝูพยักหน้าใจเย็น - เห็นได้ชัดว่านี่คือหนึ่งในเอกสิทธิ์ของการเลื่อนระดับของเขาขึ้นเป็นบารอน เขาหันไปมองโจวเจี๋ยที่กำลังรักษาแขนที่หักพร้อมกับจ้องมองมาที่จ้าวฝูด้วยความไม่เชื่อถือ และถามผู้จัดการว่า "เจ้ากำลังทำอะไรหน่ะ?
ผู้จัดการคนนั้นยิ้มและพูดว่า "ข้าเองได้เห็นว่ามีการโจมตีคุกคามท่านบารอนก่อน และการที่ท่านบารอนป้องกันตัวเองนั้นก็ถูกต้องแล้ว ผู้น้อยจะส่งคนมาโยนพวกเขาออกไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ต่อจากนั้น ผู้จัดการได้เรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมาจับโจวเจี๋ยและเหล่าอันธพาลโยนออกไปนอกถนน
เจียงโหรวและคนอื่นๆที่กำลังเฝ้าดูอยู่นั้นไม่เคยคาดคิดว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรเป็นเช่นนี้ ไม่มีใครคาดคิดว่าจ้าวฝูจะเป็นบารอนแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม แม้แต่เจียงโหรวที่มาจากตระกูลใหญ่ยังเป็นแค่พลเมืองอยู่ และเธอก็อยู่ห่างไกลจากการเป็นบารอนมาก
ตระกูลทั่วไปส่วนใหญ่จะก่อตั้งหมู่บ้านของตนใกล้กับเมืองหลัก ดังนั้นมันจึงมีความปลอดภัยมากกว่า อย่างไรก็ตามนั่นก็หมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้มีโอกาสมากมายอะไร ดังนั้นภายในป่าแห่งความพรั่งพรึงทั้งหมดจึงมีแค่จ้าวฝูเท่านั้นที่ยกระดับขึ้นเป็นบารอนได้
"คุณจ้าว เราพบกันอีกครั้งแล้ว ข้าเสียใจอย่างมากที่ก่อปัญหาให้ท่าน! " เจียงโหรวมาขอโทษที่เรียกเขา ส่งผลให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น
จ้าวฝูคิดสักครู่ก่อนที่จะตอบว่า "ไม่มีอะไรมากหรอกคุณเจียง ไม่ต้องขอโทษก็ได้"
เจียงโหรวค่อนข้างรู้สึกผิดและกล่าวว่า "นี่เป็นความผิดของข้า และข้าก็เสียใจจริงๆ นอกจากนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกข้าว่าคุณเจียงก็ได้ ท่านสามารถเรียกชื่อของข้าได้เลย"
จ้าวฝูพยักหน้ารับ
ในขณะนั้น เจียงโหรวก็อดถามออกมาไม่ได้ "คุณจ้าว จะเป็นไรไหมที่เราจะกลายเป็นเพื่อนกัน?"
ทุกคนที่เฝ้ามองอยู่รู้สึกอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำให้เจียงโหรวเริ่มทักก่อนได้
จ้าวฝูลังเลก่อนที่จะตอบว่า "ก็ได้ แต่อย่าเรียกข้าว่าคุณจ้าวอีกเลย - เรียกข้าว่าจ้าวซินก็พอ" จ้าวฝูไม่ต้องการให้ชื่อจริงของเขาดังนั้นเขาจึงบอกชื่อปลอมไป
เธออดรู้สึกมีความสุขออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินว่าจ้าวฝูยอมตกลงและบอกชื่อของเขาออกมา เธอยิ้มเบาๆ มันทำให้เธอดูอ่อนโยนและงดงามขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนที่มองมาที่เธอคงจะห้ามไม่ให้สติหลุดลอยออกไปไม่ได้
จ้าวฝูค่อยข้างมีความต้านทานต่อเสน่ห์ของเธอ และหลักจากคุยกันสักพักแล้ว เขาก็รู้ว่าทำไมเจียงโหรวจึงมาที่นี่ ตระกูลเจียงได้ทำให้เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นฐานบัญชาการหลักและอยากจะซื้อที่ดินของที่นี่
ไม่มีใครต้องการที่ดินในเขตที่อยู่อาศัยธรรมดา - ตระกูลเจียงต้องการซื้อที่ดินตามถนนสายหลัก แต่ที่ดินนั้นถูกจำกัดไว้ให้กับผู้อยู่อาศัย ดังนั้นตระกูลเจียงจึงไม่สามารถซื้อมันได้
จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และตระหนักว่าเขาสามารถซื้อที่ดินนี้ได้ และขายให้กับตระกูลเหล่านี้ในราคาที่สูงเพื่อรายได้จำนวนมหาศาล
ความคิดของจ้าวฝูแล่นฉิว และเขาก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เจียงโหรวกล่าวต่อ เขาก็รู้สึกผิดหวังมาก