เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 ล้อมสังหาร

บทที่ 49 ล้อมสังหาร

บทที่ 49 ล้อมสังหาร


บทที่ 49 ล้อมสังหาร

 

หลังจากที่มองไปที่หัวหน้าเอลฟ์แล้ว จ้าวฝูได้สั่งให้ทหารของเขาเริ่มโจมตีหมู่บ้านเอลฟ์ จ้าวฝูไม่ถูกดึงดูดโดยสาวงามได้ง่ายๆ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้ให้ทหารโจมตีหมู่บ้านเอลฟ์อย่างเต็มกำลัง แต่เขาสั่งให้พลธนูทำการโจมตีราวกับว่าเขาจะจัดการกับหมู่บ้านแห่งนี้

เมื่อเผชิญหน้ากับการยั่วยุของจ้าวฝู และเนื่องจากเขามีทหารแค่ไม่กี่ร้อยคน หมู่บ้านเอลฟ์จึงตอบโต้ไปอย่างรวดเร็ว เอลฟ์ 2,000 ตัวรีบวิ่งออกจากหมู่บ้าน และเมื่อจ้าวฝูเห็นเช่นนี้ เขาก็เลือกที่จะวิ่งหนีทันที

เอลฟ์ไม่ต้องการตามล่าเขา ถึงอย่างไร เอลฟ์ไม่ได้เป็นเผ่าพันธุ์ที่ชื่นชอบต่อสู้ แต่เมื่อพวกเขาเริ่มถอยกลับไปที่หมู่บ้านของตัวเอง จ้าวฝูก็เข้ามากระตุ้นอีกครั้ง ในครั้งที่สามที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ไม่ว่าพวกเอลฟ์จะมีอารมณ์ที่ดีแค่ไหน แต่พวกมันก็ไม่สามารถกลั้นความโกรธไว้ได้ และพวกมันได้เริ่มไล่ล่าทหารของจ้าวฝูด้วยโมโห

อย่างไรก็ตาม หลังจากไล่ล่าไปสักหัก ทหารของจ้าวฝูก็ได้หายไป และพวกเอลฟ์ก็ได้ยินเสียงการต่อสู้มาจากบริเวณใกล้ๆ พวกมันทอดสายตาออกไปและเห็นว่าพวกออร์คกำลังต่อสู้อยู่กับพวกก็อบลิน

หัวหน้าเอลฟ์ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างในทันที และใบหน้าอันงดงามของเธอก็ปรากฏความตกตะลึงขึ้นมาในขณะที่เธอตะโกนว่า "รีบถอยกลับเร็ว!"

อย่างไรก็ตามมันก็สายเกินไป เมื่อพวกออร์คเห็นเอลฟ์จำนวนมากวิ่งเข้ามาในท่าทางที่กระหายเลือด พวกมันจึงคิดว่าพวกเอลฟ์มาที่นี่เพื่อช่วยก็อบลิน ดังนั้นออร์คบางสิ่งจึงเริ่มพุ่งเข้าใส่พวกเอลฟ์

ตรงกันข้าม ก็อบลินคิดว่าเอลฟ์มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือพวกออร์คทำลายล้างพวกมัน ดังนั้นพวกมันจึงเริ่มโจมตีเอลฟ์

ตอนนี้มันสายเกินไปที่เอลฟ์จะหนีไป แม้ว่าพวกมันจะต้องการก็ตาม พวกมันทำได้เพียงแค่ตอบโต้การโจมตีของพวกออร์คและก็อบลินที่กำลังพุ่งเข้าใส่พวกมัน และสงครามสามฝ่ายที่วุ่นวายก็ได้เริ่มต้นขึ้น

จ้าวฝูและลูกน้องของเขาเฝ้าดูการต่อสู้ครั้งนี้อย่างเยือกเฉิน พวกเขารอคอยดังชาวประมงจับเหยื่อ

แต่ละฝ่ายสูญเสียคนไปเรื่อยๆ เลือดและศพอาบย้อมผืนดินไปทั่ว หลังจากการโรมรันที่ทั้งใหญ่และวุ่นวาย มีออร์คเหลืออยู่เพียง 300 ตัวจากทั้งหมด 3,000 ตัว เอลฟ์ 400 ตัวจากทั้งหมด 2,000 ตัว และก็อบลิน 700 ตัวจากทั้งหมด 5,000 ตัว

จ้าวฝูเห็นว่าถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว เขาและกองกำลังของเขาได้เปิดเผยตัวเอง และสร้างวงล้อมขนาดใหญ่ล้อมรอบทั้งสามฝ่าย

ตอนนี้จ้าวฝูไม่กลัวพวกมันเลย พวกมันมีทหารรวมกันน้อยกว่า 1,400 คน และพวกมันก็ต่างได้รับบาดเจ็บและเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้ พวกออร์คอยู่ในสภาพย่ำแย่ที่สุดหลังจากผ่านศึกใหญ่มาสองครั้

เมื่อเห็นศัตรูที่กำลังล้อมรอบพวกมันไว้ ซึ่งมีทั้งก็อบลิน โนมส์ โคโบลด์ และมนุษย์ พวกเอลฟ์ ออร์ค และก็อบลินที่ถูกล้อมไว้ก็ตะลึงงัน พวกมันทั้งหมดหยุดการต่อสู้ และมองผู้ที่ล้อมพวกมันไว้ด้วยความระมัดระวัง

แน่นอนว่าเอลฟ์เป็นพวกที่เข้าใจทุกอย่างมากที่สุดเพราะพวกมันรู้ว่าเป็นจ้าวฝูที่ล่อลวงพวกมันเข้าสู่สงครามในครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น หัวหน้าเอลฟ์มองไปที่จ้าวฝูด้วยความโกรธแค้นและกล่าวว่า "เจ้ามนุษย์ไร้ยางอาย!"

ก็อบลินเป็นฝ่ายที่สับสนมากที่สุด เหตุใดพวกออร์คจึงโจมตีพวกมันอย่างบ้าคลั่ง? ทำไมจู่ๆเอลฟ์ถึงเข้าร่วมด้วย? ทำไมตอนนี้พวกมันจึงถูกล้อมด้วยมนุษย์โดยไม่มีเหตุผล?

ในทางกลับกัน พวกออร์คต่างโกรธแค้นมากที่สุด เมื่อพวกมันได้เห็นการปรากฏตัวของจ้าวฝู พวกมันจึงเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง: ทำไมโคโบลด์ถึงกล้าที่จะฆ่ารองหัวหน้า และทำไมก็อบลินจึงโจมตีหมู่บ้านของพวกมัน – คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ก็คือมนุษย์ที่อยู่ตรงของหน้าพวกมันนั่นเอง

ออร์คทุกตัวคำรามออกมาและพุ่งเข้าใส่จ้าวฝูด้วยความโกรธแค้น

จ้าวฝูมองดูพวกออร์คที่พุ่งเข้าใจเขาด้วยความใจเย็นและหันไปให้สัญญาณแก่ไป่ฉี ไป่ฉีตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง และบาริสต้า 20 อัน ซึ่งแผ่กลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นได้ถูกลากออกมา

ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่จ้าวฝูกำลังจะออกเดินทาง นักวิจัยเครื่องกลโนมส์ได้เข้ามาแจ้งว่าพวกมันวิจัยบาริสต้าได้สำเร็จแล้ว จ้าวฝูสั่งให้โนมส์เริ่มค้นคว้าเรื่องบาริสต้าในวันที่เขาพิชิตหมู่บ้านโนมส์แห่งแรก และในที่สุดพวกมันก็ประสบความสำเร็จ นั่นคือเหตุผลที่จ้าวฝูรอท่าอยู่หลายวันก่อนที่จะออกเดินทางมา

บาริสต้าค่อนข้างยากที่จะสร้าง ดังนั้นแม้ว่าจ้าวฝูจะทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดของเขาในช่วงเวลาเหล่านั้นเพื่อสร้างบาริสต้า แต่พวกเขาก็สามารถสร้างได้แค่ 20 อันเท่านั้น

ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะทดสอบความสามารถของบาริสต้า แต่ละอันสามารถยิงสลักเกลียวได้ 3 อันต่อครั้ง และสลักแต่ละอันก็มีความกว้าง 1 นิ้ว และยาว 1.4 เมตร เมื่อออร์ค 300 ตัววิ่งมาทางพวกเขา ทหารก็ได้เตรียมพร้อมบาริสต้าไว้อยู่แล้วและเล็งเป้าหมาย

"ยิง!"

ในขณะที่ไป่ฉีออกคำสั่ง ทหารที่ประจำการอยู่ที่บาริสต้าก็ได้เริ่มปลดปล่อยสลักเกลียว

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...

สลักเกลียวแหวกผ่านอากาศ และพวกมันได้พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ทำให้พวกมันดูราวกับลำแสงสีดำที่สามารถมองเห็นได้เพียงชั่วพริบตา

ฉึก ฉึก ฉึก...

พวกออร์คหมดแรงกันหมดแล้ว และพวกมันได้ใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการพุ่งเข้าใส่กองกำลังของจ้าวฝู สลักเกลียวได้เจาะทะลวงออร์คที่ละตัวๆ และบางอันก็แทงเข้าทะลุเข้าไปหาออร์คที่อยู่ข้างหลังของพวกมัน ทำให้มันกลายเป็นดั่งไม้เสียบลูกชิ้นในขณะที่เลือดได้ทะลักออกมาจากอกของพวกมัน

ในชั่วพริบตา ออร์คกว่า 70 ตัวได้ตายไปในทันที ความสามารถของบาริสต้าทำให้ออร์คที่กำลังวิ่งอยู่ตะโกนเพื่อหยุดการเคลื่อนที่

โอเดียสที่กำลังนำทัพถูกสลักเกลียวแทงเข้าที่ท้อง และแรงปะทะอันรุนแรงได้ทำลายอวัยวะภายในของมันเกือบทั้งหมด มันคุกเข่าลงบนพื้นและกระอักเลือดออกมาในขณะที่มันจ้องมองจ้าวฝูด้วยความเกลียดชัง

จ้าวฝูหยิบเอาคันธนูออกมาและรั้งคันศรอย่างช้าๆโดยเล็งไปที่หน้าอกของโอเดียส จ้าวฝูไม่ต้องการทำเช่นนี้ - ถ้าเป็นไปได้ เขาต้องการใช้ชีวิตอยู่ในโลกอันสงบสุขที่เขาไม่ต้องต่อสู้ ฆ่าฟัน วางแผน หรือทำอะไรที่เขาไม่อยากจะทำ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้โลกกำลังวุ่นวายเป็นอย่างมาก ถ้าเขาไม่ทรงพลังขึ้น จุดจบของเขาก็คงเป็นเหมือนกับโอเดียส - ถึงอย่างไรก็ตาม โลกใบนี้ก็เป็นของคนที่แข็งแกร่ง มันไม่มีที่ว่างให้สำหรับคนอื่นแอ

เมื่อเผชิญหน้ากับแววตาอันเกลียดชังของโอเดียส จ้าวฝูก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันรู้สึกเช่นไร และจ้าวฝูก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเลย อย่างไรก็ตามจ้าวฝูก็ยังคงต้องฆ่ามัน

จ้าวฝูปลดปล่อยลูกศร ดังนั้นโอเดียส หัวหน้าออร์คที่มีอำนาจเหนือรอบๆ 50 กิโลเมตรก็ตายลงด้วยน้ำมือของเขา

จ้าวฝูมองไปรอบๆและตะโกนว่า "วางอาวุธลงและยอมจำนนหรือไม่ก็ตาย!"

เมื่อจ้าวฝูตะโกน อาวุโสโล๊คและออร์คแอนลันก็แปลสิ่งที่จ้าวฝูพูด

ผู้ที่อยู่ในวงล้อมขวัญหนีดีฝ่อกับพลังของบาริสต้า หลังจากพิจารณาว่าทหารของจ้าวฝูมีจำนวนเท่าใด และความจริงที่ว่าพวกมันถูกล้อมไว้หมดแล้ว พวกมันก็รู้ว่าไม่อาจเอาชนะได้ ดังนั้น ก็อบลินจึงเป็นกลุ่มแรกที่ยอมจำนน

สำหรับออร์คที่เหลืออยู่ มีบางส่วนเท่านั้นที่ดึงดันและเต็มใจที่จะตายแทนที่จะยอมจำนนต่อจ้าวฝู พวกมันยกอาวุธขึ้นและพุ่งไปหาจ้าวฝู และพวกมันก็ถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็ว ส่วนบรรดาออร์คตัวอื่นๆ เมื่อพวกมันมองไปทางหัวหน้าของตนที่นอนตายอยู่ พวกมันก็เลือกที่จะยอมจำนน

ในที่สุด หลังจากที่หัวหน้าเอลฟ์มองไปที่ศพของโอเดียส แววตาของเธอก็ปรากฏความสับสนขึ้น หัวหน้าเผ่าที่ครอบงำภูมิภาคนี้และทำให้หมู่บ้านต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวได้ตายลงด้วยน้ำมือของมนุษย์ผู้นี้

หัวหน้าเอลฟ์มองไปที่จ้าวฝูและนึกถึงเอลฟ์เด็กและเอลฟ์ผู้สูงอายุในหมู่บ้าน เธอถอนหายใจและคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับเอลฟ์ตนอื่นๆ

"ประกาศจากระบบ! หมู่บ้านเดซี่ยอมจำนนต่อท่านแล้ว ท่านต้องการยอมรับหรือไม่?"

เมื่อได้ยินเสียงประกาศของระบบ จ้าวฝูจึงมองไปที่หัวหน้าเอลฟ์ผู้งดงามและเลือกที่จะยอมรับ


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 49 ล้อมสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว