- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 50 ผู้อาวุโสไป่
บทที่ 50 ผู้อาวุโสไป่
บทที่ 50 ผู้อาวุโสไป่
บทที่ 50 ผู้อาวุโสไป่
หลังจากทุกคนได้ยอมจำนนแล้ว จ้าวฝูได้ทิ้งเรื่องการจัดการกับคนเหล่านี้ทั้งหมดให้กับไป่ฉี จ้าวฝูเดินผ่านซากศพเข้าไปยังโถงหมู่บ้านของหมู่บ้านก็อบลิน ไม่น่าแปลกใจเลยที่หมู่บ้านก็อบลินจะเป็นหมู่บ้านระดับสูงและมีระดับคราม
จ้าวฝูเลือกที่จะพิชิตและ [ย้าย] และเขาก็ได้รับเสียงประกาศจากระบบที่บอกว่าเขาได้รับคะแนนความสำเร็จ 200 แต้ม และค่าประสบการณ์ 4,340 แต้ม
จ้าวฝูมีความสุขมากเมื่อเขาได้รับคะแนนความสำเร็จและค่าประสบการณ์เป็นจำนวนมากในพริบตา สิ่งเหล่านี้คือข้อดีของการพิชิตหมู่บ้านระดับสูง หมู่บ้านต้าฉินในตอนนี้เป็นเพียงแค่หมู่บ้านระดับกลางเท่านั้นและยังต้องการค่าประสบการณ์อีก 30,000 แต้มเพื่อเลื่อนระดับขึ้นเป็นหมู่บ้านระดับสูง หลังจากได้รับค่าประสบการณ์มามากมายขนาดนี้ มันก็ใกล้จะเลื่อนระดับขึ้นมาอีกครั้ง
เนื่องจากหมู่เอลฟ์อยู่ค่อนข้างใกล้ จ้าวฝูจึงนำทหารของเขาไปที่หมู่บ้านเอลฟ์ พวกเอลฟ์ภายในหมู่บ้านต่างก็ได้รับการประกาศจากระบบว่าหัวหน้าของตนได้ยอมจำนนแล้ว แต่พวกมันก็ยังประหลาดใจที่ได้เห็นพวกต่างเผ่ามากมายที่เดินเข้ามา มันมีทั้งโคโบลด์ ก็อบลิน โนมส์ และแม้กระทั่งออร์คที่น่าสะพรึงกลัว
ดังนั้นพวกเอลฟ์ส่วนใหญ่จึงไม่กล้าเข้าไปใกล้ และได้แต่ยืนอยู่ห่างๆในขณะที่พวกมันเฝ้ามองดูด้วยความหวาดกลัว
เดซี่นำจ้าวฝูเข้ามาในหมู่บ้านเอลฟ์และเดินเข้าไปยังโถงหมู่บ้าน ในเวลานั้นเอง เอลฟ์สาววัย 15 - 16 ปีก็ได้วิ่งเข้ามาและดึงแขนของเดซี่ ก่อนที่จะฝั่งศีรษะของเธอลงในอ้อมกอดของเดซี่ เธอถามด้วยความเป็นกังวล "ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้น?"
เดซี่มองไปที่ลูกสาวของเธอด้วยความรักและลูบหัวลูกสาวในขณะที่เธอพูดเบาๆ "ไว้พวกเราค่อยคุยกัน!" จากนั้นเดซี่ก็หันไปหาจ้าวฝูและแนะนำตัว "ฝ่าบาท นี่คือลูกสาวของข้า อาซานี่"
จ้าวฝูมองไปที่อาซานี่ เธอเองก็สวยและมีผิวพรรณอันละเอียดอ่อน เธอดูคล้ายกับแม่ของเธอ แต่เธอก็ยังมีบรรยากาศอันนุ่มนวลอยู่
จ้าวฝูพยักหน้าเพื่อแสดงออกว่าเขาเข้าใจแล้ว
ต่อจากนั้น เดซี่ได้นำเจ้าฝูไปยังโถงหมู่บ้าน จ้าวฝูมองไปที่ค่าสถานะของหมู่บ้านเอลฟ์และพบว่ามันก็เป็นหมู่บ้านระดับสูงที่มีระดับครามเช่นกัน ในขณะที่เขากำลังจะพิชิตและ [ย้าย] มัน เขาก็คิดบางสิ่งขึ้นมาได้ในฉับพลันและเดินไปที่ค่ายทหารเอลฟ์
[นักธนูเอลฟ์]: ทหารระดับ E รายละเอียด: เอลฟ์ทุกตัวจะมีความชำนาญในการยิงธนูและการใช้ดาบ ผล: ได้รับ [การควบคุมดาบและธนู]
[นักบวชเอลฟ์]: ทหารระดับ D- รายละเอียด: นักบวชหมู่เอลฟ์ ผล: ได้รับ [พลังแห่งชีวิต]
จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเขาเห็นศิลาเปลี่ยนอาชีพนักบวชเอลฟ์ ถึงอย่างไรก็ตาม นักบวชถือได้ว่าเป็นอาชีพที่พิเศษ และผู้คนก็สามารถรับอาชีพนี้ได้ผ่านทางจิตวิญญาณเทพเจ้าเท่านั้นนั่นเป็นเหตุผลที่จ้าวฝูรู้สึกว่ามันแปลกมาก
หลังจากนั้นเขาได้ถามเดซี่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เธออธิบายว่าเอลฟ์ทุกๆคนคือบุตรหลานของเทพธิดาแห่งชีวิตผู้ยิ่งใหญ่ ดังทั้งเอลฟ์ทุกคนจึงสามารถกลายเป็นนักบวชได้ด้วยวิธีการดังกล่าว
จ้าวฝูจำได้ว่าอาชีพที่สะดุดตามากที่สุดในสงครามสามฝ่ายที่วุ่นวายในครั้งนี้นั่นก็คือออร์คผู้กล้า เมื่อออร์คผู้กล้าเริ่มต่อสู้ ดวงตาของพวกมันจะกลายเป็นสีแดงและกล้ามเนื้อของพวกมันก็จะเริ่มแข็งเกร็งขึ้นมา พวกมันกลายเป็นตัวตนที่กล้าหาญและไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทำให้ทุกๆคนรู้สึกหวาดผวาเมื่อได้เห็นพวกมันต่อสู้ ถัดไปก็คือนักรบก็อบลินที่กวัดแกว่งกระบี่สั้นของพวกมันในขณะที่พวกมันพรากไปชีวิตแล้วชีวิตเล่า
หลังจากนั้นก็เป็นเอลฟ์ที่ถือไม้เท้า พวกมันสามารถปลดปล่อยแสงสีเขียวเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บ และสามารถใช้เวทมนตร์ที่เวทมนตร์จู่โจม - ตาปูไม้ที่มีความยาว 1 เมตร และสามารถเจาะทะลวงศัตรูได้
พวกมันน่าจะเป็นนักบวชเอลฟ์ เช่นเดียวกับอาชีพนักบวชปีศาจของจ้าวฝู มันก็เป็นอาชีพระดับ D- อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูรู้สึกว่าอาชีพนักบวชเอลฟ์นั้นดีกว่า ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็มีนักบวชปีศาจได้เพียง 100 คนในเวลาเดียวกัน ในขณะที่เอลฟ์ทุกๆคนสามารถใช้ศิลาเปลี่ยนอาชีพเพื่อรับอาชีพนักบวชเอลฟ์ได้ตลอด นอกจากนี้อาชีพนักบุญปีศาจยังเป็นของจิตวิญญาณเทพเจ้าที่อ่อนแอ ในขณะที่นักบวชเอลฟ์นั้นเป็นของจิตวิญญาณเทพเจ้าอย่างเทพธิดาแห่งชีวิตผู้ยิ่งใหญ่
หลังจากมองดูข้อมูลนี้แล้ว จ้าวฝูก็กลับไปยังโถงหมู่บ้านและเลือก [ย้าย] หมู่บ้าน ส่งผลให้เขาได้รับคะแนนความสำเร็จ 200 แต้ม และค่าประสบการณ์สำหรับหมู่บ้านต้าฉิน 3,650 แต้ม
ในที่สุด จ้าวฝูก็กลับไปยังหมู่บ้านออร์ค ในตอนนี้มีนักรบออร์คเหลือน้อยกว่า 50 ตัว และมีออร์คสูงวัยและออร์คเด็กเหลืออยู่ในหมู่บ้านอีก 200 ตัว
พวกออร์คเลือกที่จะยอมจำนนอย่างชาญฉลาดเมื่อพวกมันเห็นกองทัพขนาดใหญ่ของจ้าวฝู และจ้าวฝูได้เดินตรงไปยังโถงหมู่บ้านและมองไปที่ค่าสถานะของหมู่บ้าน เขารู้สึกประหลาดใจที่พบว่าหมู่บ้านออร์คเป็นหมู่บ้านระดับเงิน
หลังจากเลือกพิชิตและ [ย้าย] หมู่บ้าน จ้าวฝูก็ได้รับคะแนนความสำเร็จ 300 แต้ม และหมู่บ้านต้าฉินก็ได้รับค่าประสบการณ์อีกกว่า 7,000 แต้ม หลังจากพิชิตหมู่บ้านระดับสูงทั้งสามแห่งได้แล้ว คะแนนความสำเร็จของจ้าวฝูในตอนนี้ก็มีอยู่ทั้งสิ้น 800 แต้ม และหมู่บ้านต้าฉินก็มีค่าประสบการณ์อีกกว่า 26,000 แต้ม สถานะของจ้าวฝูและระดับของหมู่บ้านต้าฉินจึงใกล้จะยกระดับแล้ว
ผลกำไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในครั้งนี้คือจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น มีโคโบลด์กว่า 300 ตัว ก็อบลินกว่า 700 ตัว ออร์คกว่า 400 ตัว และเอลฟ์อีก 1,400 ตัว เนื่องจากเอลฟ์เป็นฝ่ายที่อ่อนแอที่สุด และจ้าวฝูก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกมันมาก่อน พวกมันจึงเหลือคนมากที่สุด
หลังจากที่จัดการเรื่องทั้งหมดแล้ว การเดินทางนับร้อยกิโลเมตรของจ้าวฝูก็ได้ข้อสรุปที่สมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะจัดการกับภัยคุกคามของออร์คได้ แต่พวกเขายังได้รับชาวบ้านมาอีก 2,800 คน ดวงใจแห่งเมืองระดับเงิน 1 อัน และดวงใจแห่งเมืองระดับคราม 3 อัน
หลังจากนั้นไม่กี่วัน จ้าวฝูและทหารของเขาก็กลับมาถึงหมู่บ้านต้าฉิน หลังจากตั้งหลักให้หมู่บ้านใหม่ได้แล้ว เขาก็นำศพทั้งสามไปที่แท่นบูชา ณ บริเวณที่เต็มไปด้วยโครงกระดูก ศพทั้งสามเป็นศพของหัวหน้าโคโบลด์ และหัวหน้าออร์คทั้งสอง
จ้าวฝูเลือกที่จะสกัดกลั่นพวกมัน และเขาก็ได้รับลูกแก้วระดับมา 3 ชิ้น เขาได้รับลูกแก้วระดับ SS มา 1 อัน ซึ่งน่าจะมาจากโอเดียส และลูกแก้วระดับ S อีก 2 อัน
จ้าวฝูมีความสุขมากเมื่อเขาเห็นว่าโอเดียสถูกสกัดกลั่นให้กลายเป็นลูกแก้วระดับ SS จ้าวฝูจำได้ว่าเขาเคยเห็นภารกิจสังหารโอเดียส ณ เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ และรางวัลของมันก็ค่อนข้างดี ประกอบไปด้วยคะแนนความดีความชอบจำนวนมากและอาวุธระดับเงินอีก 1 ชิ้น อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขในการทำภารกิจให้สมบูรณ์ก็คือการยอมสละหัวหรือศพของโอเดียส
คะแนนความดีความชอบและอาวุธระดับเงินจะเทียบอะไรกับลูกแก้วระดับ SS ได้ จ้าวฝูไม่ได้พยายามที่จะโลภโดยการตัดหัวของโอเดียสออกมา - เขากังวลว่าซากศพของมันจะไม่สามารถสกัดกลั่นให้กลายเป็นลูกแก้วระดับได้ หรือลูกแก้วระดับก็อาจจะไม่สมบูรณ์ถ้ามันขาดอะไรที่สำคัญไป ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ไม่คุ้มค่าสำหรับจ้าวฝู
สำหรับลูกแก้วระดับทั้งสาม จ้าวฝูได้ตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะมอบให้กับใคร หลังจากกลับมาบนพื้นดินแล้ว จ้าวฝูได้เรียกไป่ฉานเข้ามาที่โถงหมู่บ้าน ไป่ฉานเป็นชาวบ้านระดับ B คนแรกของหมู่บ้านต้าฉินและเป็นบัณฑิต ซึ่งเขามีอายุราวๆ 60 ปี ในเวลาเดียวกัน เขายังเป็นหัวหน้าของทีมค้นคว้าอีกด้วย และในตอนนี้ที่หมู่บ้านต้าฉินกลายเป็นหมู่บ้านระดับกลาง จำนวนบัณฑิตจึงเพิ่มขึ้นเป็น 20 คนด้วย
เมื่อไป่ฉานได้ยินว่าจ้าวฝูเรียกตัวเขา ไป่ฉานก็คิดว่าจ้าวฝูโกรธที่เขาไม่สามารถค้นคว้าเรื่องทักษะที่สามารถประเมินระดับของซากศพได้สักทีแม้ว่าจะผ่านมานานแล้วก็ตาม ดังนั้น ในทันทีที่เขามาถึง เขาได้คุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด และกล่าวว่า "ฝ่าบาท โปรดลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ไม่สามารถค้นคว้าเรื่องทักษะได้สำเร็จหลังจากผ่านมานานขนาดนี้เถอะ!"
จ้าวฝูนั่งอยู่บนเก้าอี้และกำลังจะยกแก้วชาของตัวเองขึ้นมา จ้าวฝูชะงักไปด้วยความประหลาดใจเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่ไป่ฉาน แต่จ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่ามันใช้เวลานานแล้วจริงๆ อย่างไรก็๖าม นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถรีบร้อนได้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่ตำหนิไป่ฉาน
"เจ้าลุกขึ้นเถอะ ผู้อาวุโสไป่" จ้าวฝูพูดหลังจากจิบชา
จากน้ำเสียงของจ้าวฝู ไป่ฉานรู้สึกได้ว่าจ้าวฝูไม่ได้โกรธเคือง เขาจึงรีบลุกขึ้นยืน จากนั้นจ้าวฝูก็มอบลูกแก้วสีโลหิตให้กับไป่ฉาน