- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 25 ถ้ำสัตว์
บทที่ 25 ถ้ำสัตว์
บทที่ 25 ถ้ำสัตว์
บทที่ 25 ถ้ำสัตว์
จ้าวฝูมีความสุขที่ในที่สุดหมู่บ้านต้าฉินก็เลื่อนระดับสักที หลังจากกลับมาหมู่บ้านต้าฉิน เขาได้นำเติ้งหลี่และเพลทอาร์เมอร์ 36 ชิ้นมาให้หวังต้าอู๋และขอให้เขาทำการซ่อมแซมมัน
ขณะนี้โรมหลอมและร้านเสื้อผ้าขาดขาดแคลนคนเป็นอย่างมาก อาวุธที่พวกเขาได้รับมาจากรอยแยกด้านล่างยังไม่ได้รับการซ่อมแซม และตอนนี้ยังมีเพลทอาร์เมอร์ที่จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมอีก ดังนั้น จ้าวฝูจึงต้องเพิ่มคนจำนวนมากขึ้นเพื่อช่วยพวกเขา
หลังจากนั้น จ้าวฝูย้ายหมู่บ้านพยัคฒ์ร้ายมาตั้งขึ้นใหม่ทางตะวันตกของหมู่บ้านต้าฉินและส่งคนจำนวนหนึ่งไปจัดการบริหารมัน ในที่สุดเขาก็ไปที่โถงหมู่บ้านของหมู่บ้านต้าฉิน และมองไปที่ค่าสถานะใหม่:
ชื่อหมู่บ้าน:หมู่บ้านต้าฉิน (ตำนาน)
ระดับ: กลาง (24 / 30,000)
พื้นที่หมู่บ้าน: 5 ตารางกิโลเมตร
อาณาเขตหมู่บ้าน: 250 ตารางกิโลเมตร
ผู้อยู่อาศัย: 465/6000
ทหาร: 216/2400
การสนับสนุนประชากร: 80
ค่าสถานะพิเศษหมู่บ้าน: ผลผลิตในเขตแดน+ 40% เวลาปลูกพืชในเขตแดน -40%, จำกัดประชากร + 20% ค่าสถานะของผู้อยู่อาศัยแบบสุ่ม + 2% ค่าสถานะทหาร +2% การเพิ่มขึ้นของประชากร + 30% โอกาสในการดึงดูดประชากรระดับสูงขึ้น + 30%
ขีดจำกัดของหมู่บ้านรอง: 8
หมู่บ้านรอง: หมู่บ้านโล๊ค, หมู่บ้านยีน, หมู่บ้านโดรัน, หมู่บ้านตระกูลหลี่, หมู่บ้านหมาป่าคลั่ง, หมู่บ้านพยัคฒ์ร้าย
ในแง่ของค่าสถานะ จ้าวฝูไม่แปลกใจเลยที่ค่าสถานะของหมู่บ้านเพิ่มขึ้น 10% อย่างไรก็ตามเขารู้สึกตกใจที่เห็นว่าตอนนี้เขาสามารถมี 8 หมู่บ้านรองได้
แต่ทว่าประชากรของหมู่บ้านนั้นเป็นปัญหาเสมอ: เขามีคนเพียง 465 คนในขณะที่มีขีดจำกัดอยู่ที่ 6,000 คน นอกเหนือจากหมู่บ้านต้าฉินแล้ว หมู่บ้านอื่นๆก็ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านหมาป่าคลั่ง และหมู่บ้านพยัคฆ์ร้าย - รวมกันแล้วจ้าวฝูส่งคนน้อยกว่า 20 คนไปยังหมู่บ้านเหล่านั้น
ก่อนหน้านี้หมู่บ้านตระกูลหลี่มีคนอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก แต่จ้าวฝูนำคนสองในสามของหมู่บ้านเข้ามาที่หมู่บ้านต้าฉิน ดังนั้นหมู่บ้านตระกูลหลี่ก็ขาดแคลนคน
สิ่งนี้ทำให้จ้าวฝูถอนหายใจออกมา อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถคาดหวังที่จะเติมเต็มพวกมันทั้งหมดได้ภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์: การพัฒนาของหมู่บ้านต้องใช้เวลาหลายเดือน หรือไม่ก็เป็นปี และพวกมันก็จะค่อยๆทรงพลังขึ้นตามช่วงเวลา ในตอนนี้ เมื่อทุกๆหมู่บ้านรวมกันและค่าสถานะพิเศษของหมู่บ้านต้าฉิน เขาก็สามารถอัญเชิญชาวบ้านได้ 40 คนต่อวัน
ส่วนด้านล่างของรอยแยกขนาดใหญ่ จ้าวฝูไม่ได้วางแผนที่จะสำรวจมันในขณะนี้ เขาตัดสินใจว่าจะสร้างกลุ่มพิเศษสองกลุ่มเพื่อสำรวจด้านล่างของรอยแยกในอนาคต
ตอนนี้ จ้าวฝูต้องการสร้างกลุ่มนักเวทย์ขึ้นมา ทักษะเวทมนตร์ค่อนข้างหายาก แต่พวกมันก็ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น จ้าวฝูวางแผนที่จะใช้ทหารบางส่วนเพื่อไปฆ่าสัตว์เวทมนตร์ นอกจากนี้เขายังต้องการที่จะควบคุมสัตว์ขนาดใหญ่บางอย่างเช่นวัว หมู และม้า เนื่องจากพวกเขาขาดม้า จ้าวฝูจึงไม่สามารถสร้างกองทหารม้าได้
พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้โดยปราศจากทหารม้า ซึ่งเป็นทหารที่ทรงอำนาจมากที่สุดในยุคที่อาวุธเย็นมีอำนาจสูงสุด นอกจากนี้ ด้วยม้า พวกเขาจะไม่ต้องวิ่งไปที่ไหนด้วยตัวเองอีกต่อไป
จ้าวฝูใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อได้รับทักษะฝึกสัตว์โดยไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพ และนำไป่ฉี, ผู้อาวุโสโล๊ค, ทหารหอกและโล่ 10 คน, มือกระบี่ 10 คน และนักธนู 10 คน ออกไปกับเขา ในที่สุดหลังจากที่หลิวเหมยวิงวอนอยู่นาน จ้าวฝูก็ตกลงที่จะพาเธอไปด้วย
หมู่บ้านต้าฉินอยู่ในพื้นที่ด้านนอกของป่าแห่งความพรั่นพรึงและหากเดินลึกเข้าไปในป่ามากขึ้น ก็จะยิ่งมีสัตว์เวทย์มนตร์มากขึ้น ดังนั้นจ้าวฝูจึงนำทหารของเขามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
ในการเดินทาง ต้นไม้ก็เริ่มขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และพวกมันดูจะทะลุทะลวงไปถึงก้อนเมฆ แสงสว่างกลายเป็นแสงสลัว และลักษณะของต้นไม้ก็ค่อนข้างแปลกไป บางครั้งก็มีกระต่ายป่าวิ่งผ่านไปมาและทำให้เกิดเสียงดังขึ้น
จ้าวฝูไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มากนักและเขานำคนของเขาเดินทัพต่อไป ในไม่ช้าเขาก็พบแม่หมูพร้อมกับลูกอีก 8 ตัวที่กำลังหาอาหารกันอยู่
หมูป่าเป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองเมื่อพวกมันโตวัย และแตกต่างจากสัตว์อื่นๆที่มักถูกจับเป็นจำนวนมาก พวกมันค่อนข้างยากที่จะจับได้ ถ้าพวกเขาสามารถหาถ้ำของมันได้ มันก็จะสมบูรณ์แบบ
ถ้ำสัตว์เป็นเหมือนหมู่บ้านสำหรับสัตว์และเป็นที่ที่สัตว์ป่าจะถือกำเนิด อย่างไรก็ตามมีถ้ำสัตว์น้อยมาก และพวกมันมักได้รับการคุ้มครองโดยสัตว์ป่านับร้อยนับพันตัว
ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านต้าฉิน ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะเลือกจับหมูเหล่านี้กลับไป ด้วยเหตุนี้มันจึงลงเอยด้วยการปล่อยพวกมันไป
เดินทัพต่อไป!
จ้าวฝูหยุดในทันใดเมื่อเขาพบวัวสีครามข้างๆลำธารเล็กๆประมาณ 10 กว่าตัว ขนสัตว์ของพวกมันเป็นสีฟ้าอ่อนและมีเขาสองข้างที่เงางามดั่งโลหะ
หากพวกเขาสามารถจับวัวสีครามเหล่านี้ได้ พวกเขาจะสามารถใช้พวกมันเพื่อไถหน้าดินและขนส่งแร่เหล็กได้ เพื่อช่วยให้พวกเขาประหยัดกำลังพลได้อีกมาก ดังนั้น จ้าวฝูจึงหันเหความสนใจไปที่วัวสีครามในทันที
อย่างไรก็ตาม สัตว์ป่าที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจับ ถ้าจ้าวฝูและคนของเขาวิ่งเข้าใส่วัวสีครามและทำให้พวกมันคลั่งจนพุ่งเข้าใส่จ้าวฝูและคนของเขา นั่นอาจจะแย่ได้ ผู้ใช้โล่ทั้ง 10 คนของเขายอมไม่สามารถหยุดวัวสีคราม 10 กว่าตัวได้เป็นแน่แท้
นอกจากนี้เขาก็ไม่สามารถพึ่งพานักธนูได้เช่นกัน มันไม่เป็นไรถ้าจะยิ่งลูกศรบางส่วนไปที่พวกมัน แต่ถ้าลูกศรโดนพวกมันเข้าจังๆล่ะก็ วัวสีครามก็จะวิ่งหนีไปในทันที จะมีใครที่สามารถไล่ตามวัวที่ถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดได้? นอกจากนี้หากวัวตัวอื่นๆกลัวและวิ่งหนีไป พวกเขาก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย
บางทีนักธนูอาจเล็งเป้าไปที่ขาของวัวสีคราม ทำให้มันไม่สามารถวิ่งได้ อย่างไรก็ตามมันก็มีโอกาสที่จะทำให้วัวสีครามพิการอย่างถาวร การใช้วัวสีครามที่พิการเพื่อไถหน้าดินหรือเพื่อขนส่งแร่เหล็กคงจะไม่เป็นประโยชน์เท่าไร
ดังนั้นการใช้กับดักจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการเคลื่อนไหว จ้าวฝูหันมาบอกความคิดของเขากับไป่ฉีและคนอื่นๆ และพวกเขาทั้งหมดก็พยักหน้าตกลงและเริ่มวางกับดักทางทิศเหนือของวัวสีคราม
จ้าวฝูแบ่งทหารออกเป็นสามกลุ่ม และจ้าวฝู, ไป่ฉี และหลิวเหมยได้เป็นผู้นำของแต่ละกลุ่ม เพราะผู้อาวุโสโล๊คค่อนข้างแก่และเป็นก๊อบลิน เขาไม่สามารถวิ่งได้เร็วมาก ดังนั้นเขาจะอยู่ที่เดิมและใช้ลูกไฟของเขาเพื่อทำให้แน่ใจว่าวัวสีครามจะวิ่งสู่กับดัก
ต่อจากนั้น พวกเขาวางแผนที่จะเริ่มเคลื่อนไหว กลุ่มของจ้าวฝู, ไป่ฉี และหลิวเหมย จากทางทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตกตามลำดับเคลื่อนไหวเข้าหาวัวสีคราม ในขณะที่พวกเขาเข้ามาใกล้ วัวสีครามก็รู้สึกถึงอันตราย มันหยุดกินหญ้า
และเริ่มมองไปรอบๆ
ในทันใดนั้นเองทั้งสามกลุ่มก็วิ่งเข้าใส่พวกมัน แต่ไม่ได้โจมตี พวกเขาเพียงแค่ตะโกนโหวกเหวกหรือตีดาบและกระบี่ของพวกเขาไปที่โล่ เพื่อทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขามีกำลังมหาศาล นี่ทำให้วัวสีครามวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว
คนที่ร่าเริงที่สุดในกลุ่มคือหลิวเหมย เธอหัวเราะเสียงดังในขณะที่เธอฟาดแส้ของเธอ ในขณะที่เหล่าทหารตะโกนและวิ่งเข้าใส่วัวสีครามจากทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก วัวสีครามก็สามารถวิ่งไปทางเหนือได้แค่ทิศเดียวเท่านั้น
ทั้งสามกลุ่มค่อยๆรวมตัวกลับและไล่ตามวัวสีครามไป หากวัวสีครามออกไปจากนอกเส้นทางที่นำไปสู่กับดัก พลธนูของจ้าวฝูก็จะใช้ลูกศรของพวกเขาเพื่อต้อนพวกมันกลับไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ในไม่ช้า วัวสีครามก็พุ่งเข้าสู่กับดัก และขาของพวกมันได้ถูกมัดไว้แน่น
ปัง ปัง ปัง ปัง....
วัวสีครามกระแทกเข้ากับพื้น ทำให้เกิดเสียงและฝุ่นตลบอบอวล วัวสีครามรีบลุกขึ้นและพยายามจะวิ่งหนี แต่ก็ไม่สามารถกำจัดเชือกรอบๆขาของพวกมันได้
เชือกเหล่านี้มีความหนาสองนิ้วและมัดไว้รอบต้นไม้ที่มีความหนาอย่างน้อย 1 เมตร ไม่ว่าวัวสีครามจะดิ้นรนขนาดไหนก็ไม่สามารถหลุดรอดไปได้
เมื่อพวกมันใช้แรงทั้งหมดของพวกมัน คนของจ้าวฝูเดินเข้าไปหาพวกมัน และเริ่มใช้ทักษะฝึกสัตว์ จากนั้นก็สามารถจัดการกับวัวสีครามทั้ง 16 ตัวได้อย่างง่ายดาย