- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 16 หมู่บ้านมนุษย์
บทที่ 16 หมู่บ้านมนุษย์
บทที่ 16 หมู่บ้านมนุษย์
บทที่ 16 หมู่บ้านมนุษย์
"ฝ่าบาท! พวกเราค้นคว้ากันเสร็จแล้ว!" หลังจากที่จ้าวฝูออกคำสั่ง ไป่ฉานก็วิ่งเข้ามาพร้อมด้วยใบหน้าที่มีความสุข
เมื่อจ้าวฝูได้ยินเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกยินดีมาก หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุดห้องค้นคว้าก็แสดงผลลัพธ์ออกมาแล้ว เขาพยักหน้าและมั่งหน้าไปยังห้องค้นคว้า และ ณ ที่แห่งนั้น เขาก็เห็นบัณฑิตอยู่สองสามคนและศิลาหินอันใหม่
เมื่อบัณฑิตเห็นว่าจ้าวฝูมาถึงแล้ว พวกเขาก็ถอยไปอีกด้านด้วยความเคารพ จ้าวฝูเดินเข้าไปและวางมือลงบนศิลาหิน และข้อมูลก็ถูกส่งเข้ามาในหัวของเขา:
[ผู้ฝึกสัตว์]: ทหารระดับ F+ รายละเอียด: ได้รับความสามารถในการฝึกสัตว์ป่า ผล: ได้รับทักษะ [ฝึกสัตว์]
เมื่อเห็นเช่นนี้ จ้าวฝูก็พาชาวบ้านสองคนมาเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้ฝึกสัตว์และได้สิ่งให้ไปจับเป็ดป่าและห่านมาฝึก
ตอนนี้หมู่บ้านฉินขาดแคลนคนอย่างหนัก มันมีหลายสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้ก็อบลินหลายๆตัวมาชดเชยแรงงานที่ขาดไป สำหรับการสำรวจรอยแยก พวกเขากำลังรอให้มีการสร้างบันไดก่อนที่จะเข้าไปอีกครั้ง
หลังจากไปทางตะวันตกของหมู่บ้านฉิน จ้าวฝูได้ไปดูหมู่บ้านโนมส์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ พวกโนมส์ทุกตัวพากันก้มหัวเคารพและถอยไปอีกฝั่ง จ้าวฝูไปหานักวิจัยเครื่องกลทั้งห้าและสั่งให้พวกเขาเริ่มค้นคว้าเรื่องบาริสต้า
หลังจากกลับมาที่หมู่บ้านฉิน ไป่ฉานได้เข้ามาหาและถาม "ฝ่าบาท ท่านต้องการให้พวกเราค้นคว้าเรื่องอะไรต่อไป?"
จ้าวฝูแทบจะลืมไปแล้วว่าบัณฑิตไม่มีอะไรให้ทำในตอนนี้เพราะพวกเขาค้นคว้าเรื่องการฝึกสัตว์เสร็จสิ้นแล้ว มันมีหลายๆสิ่งให้ต้องดูแล และจ้าวฝูก็เริ่มรู้สึกว่ามันเกินกำลังไปบ้างแล้ว หลังจากที่เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตอบไป่ฉานกลับไป "เริ่มค้นคว้าเรื่องช่องทางการเทเลพอร์ต!"
ช่องทางการเทเลพอร์ตมีความจำเป็นมาก ถ้าหมู่บ้านฉินค้นคว้าเรื่องช่องทางการเทเลพอร์ตได้สำเร็จ พวกเขาจะสามารถเคลื่อนย้ายจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งไปยังหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งได้อย่างสะดวกสบาย และจ้าวฝูก็ยังสามารถไปเยี่ยมชมเมืองหลักได้อีกด้วย ตอนนี้พวกเขาไม่มีที่ให้ใช้จ่ายเงินที่พวกเขาได้รับมา ดังนั้นจ้าวฝูจึงต้องการไปที่เมืองหลักเพื่อดูว่าพวกเขาสามารถซื้ออะไรได้บ้าง
หลังจากได้รับคำสั่งแล้ว ไป่ฉานก็พาคนของเขากลับไปและเริ่มการค้นคว้า
ในขณะนั้นเองก็มีคนเข้ามารายงานว่าพวกเขาได้ค้นพบหมู่บ้านมนุษย์ทางตอนเหนือของหมู่บ้านฉิน โดยอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร
จ้าวฝูพาคนไปดูทันที เขาต้องการตรวจสอบว่าเป็นหมู่บ้านธรรมดาหรือหมู่บ้านโจร อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร จ้าวฝูก็อยากจะได้ชาวบ้านจากหมู่บ้านแห่งนี้มา อาศัยแค่การอัญเชิญในแต่ละวันนั้นช้าเกินไป และหมู่บ้านฉินก็ขาดแคลนชาวบ้านอยู่มาก
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านมนุษย์ พวกเขายืนอยู่บนพื้นดินที่สูงกว่าและมองลงไปที่หมู่บ้าน จ้าวฝูพึมพำออกมาจากภายใน "หมู่บ้านต่างเผ่าพันธุ์ไม่สามารถเทียบกับหมู่บ้านของมนุษย์ได้เลย"
สำหรับการป้องกัน หมู่บ้านแห่งนี้มีไม้กระดานหนาเป็นกำแพง และมีคนคอยลาดตระเวนอยู่รอบๆหมู่บ้าน ในทันทีที่มีการโจมตี พวกเขาจะส่งเสียงเตือนในทันที ยามมีการรวมกลุ่มกันอยู่หนาแน่นเพราะหมู่บ้านอยู่ในเขตทุรกันดาร ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงถูกล้อมรอบไปด้วยอันตรายนานานับประการ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องมุ่งเน้นมาที่การป้องกัน
หมู่บ้านแห่งนี้มีคนประมาณ 400 คน มีคนแก่ประมาณ 60 คน และเด็กกับผู้หญิงประมาณ 160 คน อีก 200 กว่าคนเป็นผู้ชาย ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ดูเหมือนกับหมู่บ้านธรรมดามากกว่าหมู่บ้านโจร นอกจากนี้ ยามส่วนใหญ่ยังมีเกราะหนังและกระบี่เหล็ก ดังนั้นหมู่บ้านแห่งนี้จึงมีความเจริญมากกว่าหมู่บ้านฉิน ถึงอย่างไร หมู่บ้านฉินก็ยังใช้อาวุธที่ทำจากไม้เหล็ก และทหารก็มีชุดเกราะหนังเพียงแค่สิบกว่าตัวเท่านั้น
ทหารส่วนใหญ่เป็นทหารอาสา แต่ก็มีบางคนที่ถือธนูและลูกศรไว้ และอีกบางส่วนก็ถือโล่ไว้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกันก็ตาม พลธนู ผู้ใช้โล่ และทหารม้าจำเป็นต้องได้รับการค้นคว้าหรือปลดล็อคเมื่อหมู่บ้านเลื่อนระดับขึ้น หมู่บ้านระดับกลางสามารถปลดล็อคผู้ใช้โล่ หมู่บ้านระดับสูงสามารถปลดล็อคพลธนู และเมืองสามารถปลดล็อคทหารม้า
ในตอนนี้ ผู้ที่ถือธนูและโล่จำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถและทักษะของตัวเองเท่านั้น พวกเขาไม่ได้มีค่าสถานะหรือทักษะของอาชีพ ทำให้พวกเขามีประสิทธิภาพได้ครึ่งหนึ่งของคนที่มีอาชีพ
ถ้าจ้าวฝูสามารถพิชิตหมู่บ้านแห่งนี้ได้ เขาก็จะได้รับจำนวนคนที่เขาต้องการสำหรับหมู่บ้านฉินในทันที อย่างไรก็ตาม ถ้าเขานำคนของตัวเองเข้าโจมตี เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับการป้องกันที่แข็งแกร่งและศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าถึงสองเท่า ดังนั้นเขาจะต้องสูญเสียทหารไปเป็นจำนวนมากและอาจจะประสบกับความพ่ายแพ้
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถจัดการเรื่องต่างๆได้โดยการต่อสู้เท่านั้น ดังนั้นจ้าวฝูจึงหันมาและพูดว่า "พวกเจ้าทุกคนไปซ่อนตัวก่อน ไป่ฉีและข้าจะไปเจรจากับพวกเขา!"
จ้าวฝูและไป่ฉีมุ่งหน้าไปยังทางเข้าหมู่บ้าน และยามก็ตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังในทันที "พวกเจ้าเป็นใคร?"
ไป่ฉีกำลังจะตอบ แต่จ้าวฝูส่งสัญญาณให้เขาหยุดและกล่าวว่า "ข้าคือหัวหน้าหมู่บ้านฉินที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล และข้ามาเพื่อเยี่ยมเยือนหมู่บ้านของท่าน ข้าขอรบกวนพบกับหัวหน้าหมู่บ้านของท่านได้ไหม?"
ยามรีบไปรายงานเรื่องนี้ในทันที และหลังจากนั้นไม่นาน ประตูก็เปิดออกในขณะที่ชายหนุ่มผิวขาวได้เดินออกมาและยิ้มให้กับจ้าวฝู เขาประสานมือคำนับในขณะที่เขากล่าวว่า "พ่อให้เชิญท่านเข้าไป!"
จ้าวฝูทักทายกลับไปตามมารยาท หลังจากนั้นเขาและจ้าวฝูก็เดินตามชายหนุ่มเข้าไป หลังจากที่พวกเขาเดินเข้ามาในสิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่ง พวกเขาก็เห็นชายชราที่มีเคราสีขาวกำลังนั่งอยู่ เมื่อชายชราเห็นจ้าวฝูและไป่ฉี เขาก็ลุกขึ้นยืนและยิ้มให้ในขณะที่เขาผายมือเพื่อให้พวกเขานั่งลง และจากนั้นก็มีหญิงรับใช้นำชามาให้
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะมีแขกที่ยอดเยี่ยมมาเยือน ข้าขอโทษสำหรับการต้อนรับที่ไม่ค่อยดีของพวกเรา" ผู้อาวุโสกล่าวขอโทษ
จ้าวฝูยิ้มด้วยความสงบในขณะที่เขาตอบ "หัวหน้าหมู่บ้านก็สุภาพเกินไป หมู่บ้านของพวกเราเพิ่งตั้งได้ไม่นาน และพวกเราก็เพิ่งพบหมู่บ้านของท่าน ดังนั้นพวกเราจึงมาเยี่ยมเยือน พวกเราเข้ามาช้าสักหน่อย ดังนั้นพวกเราหวังว่าท่านจะไม่ถือสาพวกเรา"
หัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกประหลาดใจมาก "ชายชราคนนี้อยากรู้จริงๆว่าทำไมจู่ๆถึงมีหมู่บ้านปรากฏขึ้นใกล้ๆกับพวกเรา งั้นเจ้าก็คงจะมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ในถิ่นทุรกันดาร อันตรายได้แฝงตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง และเป็นการยากที่จะหาสถานที่ที่ปลอดภัย"
จ้าวฝูพยักหน้าและในขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรออกมานั้นก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่จริงจัง และรายงานว่า "หัวหน้าหมู่บ้าน! คนจากหมู่บ้านหมาป่าคลั่งได้มาเรียกร้องเอาอาหารอีกแล้ว!"
ใบหน้าของชายชราเปลี่ยนเป็นจริงจังและขอโทษต่อจ้าวฝูและไป่ฉี ก่อนที่เขาจะออกไปกับคนอื่นๆ
"ฝ่าบาท!" ไป่ฉีพูดในขณะที่เขาหันมามองจ้าวฝู
จ้าวฝูพยักหน้าและพวกเขาก็เดินตามหัวหน้าหมู่บ้านออกไปด้านนอก พวกเขาเห็นคนหน้าตาชั่วร้ายสิบกว่าคนกำลังยืนอยู่ข้างนอก และชายร่างยักษ์ผิวสีคล้ำที่หน้าตาน่าเกลียดก็คำรามออกมา "ไอ้เฒ่าบัดซบ ส่งอาหารของเจ้ามา!"
เด็กหนุ่มผิวชายโกรธขึ้นมาและกำลังจะก้าวออกไปเพื่อพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกดึงไว้โดยชายชราที่เป็นคนออกคำสั่ง "เอาอาหารให้พวกเขา!"
ชาวบ้านปฏิบัติตามคำสั่งของชายชรา และนำกระสอบอาหารกว่า 10 อันออกมา จากนั้นก็วางมันไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้าน
อันธพาลหัวเราะด้วยความพึงพอใจหลังจากได้เห็นกองกระสอบอาหารจำนวนมาก และตะโกนออกมา "เจ้าเป็นฉลาดหนิ ไอ้เฒ่าบัดซบ" หลังจากที่พูดจบ อันธพาลก็สั่งให้คนของมันแบกกระสอบขึ้นและจากไป
เมื่อชายหนุ่มผิวขาวเห็นว่าพวกมันจากไปแล้ว เขาก็แค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา จ้าวฝูเดินเข้าไปหาและถามว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็เป็นคนอธิบายให้เขาฟัง
หมู่บ้านแห่งนี้ถูกเรียกว่าหมู่บ้านตระกูลหลี่ และหัวหน้าหมู่บ้านคนนี้ก็มีนามว่าหลี่โหย้วฉ่าย ในขณะที่ชายหนุ่มผิวขาวลูกชายของเขาชื่อหลี่เหวิ่น
หมู่บ้านหมาป่าคลั่งเป็นหมู่บ้านโจรที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านตระกูลหลี่ไปประมาณ 8 กิโลเมตร หมู่บ้านหมาป่าคลั่งมีคนอยู่ประมาณ 300 คน แต่ในฐานะหมู่บ้านโจร มันจึงไม่มีผู้หญิง คนแก่ หรือเด็กอยู่เลย และเกือบทั้ง 300 คนนั้นก็เป็นผู้ชาย พวกมันเป็นทั้งโจร วายร้าย และอันธพาล และพวกมันก็มีกำลังรบที่ดีพอสมควร
หากหมู่บ้านหมาป่าคลั่งต้องการจะโจมตีหมู่บ้านตระกูลหลี่ ด้วยกองกำลังป้องกันของพวกเขา หมู่บ้านหมาป่าคลั่งก็ยังจะสูญเสียคนไปเป็นจำนวนมากอยู่ดี แต่หมู่บ้านตระกูลหลี่ก็หวาดกลัวพวกโจรจะปล้นสะดมและทำลายหมู่บ้านของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงทำสัญญาไม่รุกรานกัน อย่างไรก็ตาม หมู่บ้านตระกูลหลี่ก็ต้องมอบอาหารให้กับพวกมันทุกๆเดือน