- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 15 ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้
บทที่ 15 ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้
บทที่ 15 ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้
บทที่ 15 ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้
นักดาบโครงกระดูกเร็วกว่าโครงกระดูกทั่วไปมาก และมันก็ไม่ได้ดูเงอะงะเลย กลับกัน มันค่อนข้างคล่องแคล่วและมาปรากฏตัวตรงหน้าจ้าวฝูและไป่ฉีภายในไม่กี่วินาที ไป่ฉีขวางจ้าวฝูไว้และปลดปล่อยดาบของเขาออกไป เพื่อปะทะกับนักดาบโครงกระดูก
เมื่อเผชิญหน้ากับไป่ฉี นักดาบโครงกระดูก็ฟาดดาบของมันลงมา
ไป่ฉียกดาบของเขาขึ้นกันการโจมตีของนักดาบโครงกระดูก หลังจากที่นักดาบโครงกระดูกชักดาบกลับมา มันก็ฟันไปที่ไป่ฉีอย่างโหดเหี้ยมหลายต่อหลายครั้ง เสียงปะทะกันดังออกมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่นักดาบโครงกระดูกและไป่ฉีโรมรันกัน นักดาบโครงกระดูกให้ความสนใจอยู่ที่การรุกเท่านั้นและไม่สนใจเรื่องการป้องกันเลย
หลังจากกันการโจมตีของนักดาบโครงกระดูกมาหลายครั้ง ไป่ฉีก็เริ่มคุ้นเคยกับรูปแบบการโจมตีของมัน ในขณะที่นักดาบโครงกระดูกฟันลงมา ไป่ฉีก็หมุนร่างของเขา ดาบของเขาปกคลุมไปด้วยริ้วปรานดาบ ในขณะที่เขาฟันขึ้นไป
ปัง!!
นักดาบโครงกระดูกกระเด็นออกไป 6 - 7 เมตร และตกลงมาที่พื้น อย่างไรก็ตาม มีเพียงแค่ซี่โครงของมันไม่กี่ท่อนเท่านั้นที่หักไป และมันก็ยังดูไม่เป็นไร มันบิดกระดูกของมันและเริ่มลุกขึ้นอย่างช้าๆ
ในขณะนั้นเอง จ้าวฝูได้ยิงลูกไฟสีโลหิตไปที่นักดาบโครงกระดูก เสียงระเบิดได้ดังออกมาในขณะที่นักดาบโครงกระดูกกระเด็นออกไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ล้มลงกับพื้นแล้ว นักดาบโครงกระดูกก็บิดกระดูกของมันอีกครั้งและเริ่มลุกขึ้นยืน จ้าวฝูกำลังจะปลดปล่อยลูกไฟอเวจีอีกลูก แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถยิงพวกมันออกไปได้เร็วนัก ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้ลูกไฟปกติ
ลูกไฟสีส้มพุ่งไปทางนักดาบโครงกระดูก และปะทะเข้ากับมันในขณะที่มันกำลังจะลุกขึ้นอีก คราวนี้นักดาบโครงกระดูกไม่ได้ลุกขึ้นมาอีก และมันก็ถูกระเบิดออกเป็นกองกระดูกแทน
ริ้วเพลิงสีฟ้าส่องประกายอยู่ภายในกองกระดูก และหลังจากที่เดินเข้าไปที่มัน จ้าวฝูก็เห็นข้อมูลของมัน
[ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้]: หลังจากใช้มัน ผู้ใช้จะได้รับทักษะที่เจ้าของเคยครอบครองอยู่ในช่วงชีวิตของพวกเขาอย่างน้อยหนึ่งทักษะ
มันคือผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ หลังจากเห็นข้อมูลนี้ จ้าวฝูก็เข้าใจว่าผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งเมื่อพวกเขาฝึกฝนทักษะไปจนถึงจุดที่มันหลอมรวมกับดวงวิญญาณของพวกเขา หลังจากที่เจ้าของกลายเป็นอันเดด ใครก็ตามที่สังหารพวกเขาได้ก็จะได้รับทักษะนั้นๆไป
ความแตกต่างระหว่างทักษะนี้และทักษะทั่วไปก็คือ การที่จะเข้าใจทักษะทั่วไปได้อย่างเต็มที่ คนผู้นั้นจะต้องฝึกฝนอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ คนผู้นั้นจะได้รับทักษะที่พวกเขาเชี่ยวชาญแล้วในทันที
เห็นได้ชัดว่านักดาบโครงกระดูกเป็นอาชีพระยะประชิด จ้าวฝูรู้ว่าเขาไม่เหมาะกับการต่อสู้ระยะประชัดและค่าสถานะของเขาก็ทำให้เขาเหมาะกับเวทมนตร์มากกว่า ดังนั้นเขาจึงมอบผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ให้กับไป่ฉี
จากนั้นเขาก็หันไปมองดาบขึ้นสนิมและหยิบมันขึ้นมา
[ดาบไท่ชิง]: ระดับ: คราม ,ค่าสถานะ: STR+1 ,รายละเอียด: อาวุธระดับทองที่กลายเป็นสนิมหลังจากผ่านมา 10,000 ปี และกลายมาเป็นอาวุธระดับคราม
"อะไรกัน? มันเคยเป็นอาวุธระดับทองมาก่อน?"
จ้าวฝูรู้สึกตกใจมาก ใครจะคิดว่าดาบขึ้นสนิมเล่มนี้ที่ดูแทบจะไร้ประโยชน์จะเคยเป็นอาวุธระดับทองมาก่อน? มันเป็นเพราะเวลาที่ทำให้มันกลายมาเป็นอาวุธขึ้นสนิมระดับครามแบบนี้
ไม่มีอาวุธระดับทองแม้แต่ชิ้นเดียวในตลาด และอาวุธระดับเงินก็มีมูลค่านับพันเหรียญเงิน อย่างน้อยที่สุด อาวุธระดับทองก็ต้องมีมูลค่านับร้อย หรือไม่ก็นับพันเท่าของอาวุธระดับเงิน อย่างน้อยที่สุด อาวุธระดับทองจะต้องมีมูลค่า 1,000 เหรียญทอง
ถึงแม้ว่าเงิน 1,000 เหรียญทองจะไม่ได้ดูมากมาย แต่ในโลกจุติสวรรค์ เงิน 100 เหรียญทองแดงจะมีมูลค่าเท่ากับเงิน 1 เหรียญเงิน และเงิน 100 เหรียญเงินก็จะมีมูลค่าเท่ากับเงิน 1 เหรียญทอง ดังนั้นเงิน 1 เหรียญทองจึงมีมูลค่าเท่ากับเงิน 10,000 เหรียญทองแดง และเงิน 1,000 เหรียญทองก็จะมีมูลค่าเท่ากับเงิน 10 ล้านเหรียญทองแดง โดยอัตราการแลกเปลี่ยนในปัจจุบันจะอยู่ที่ $10 ในโลกแห่งความเป็นจริงเท่ากับ 1 เหรียญทองแดง อย่างน้อยที่สุดอาวุธระดับทองก็จะมีราคา $100,000,000 อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ถ้ามีใครมีเงินขนาดนั้น สิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือก็ฝันถึงการซื้ออาวุธระดับทอง
จ้าวฝูมองไปที่ดาบไท่ชิงด้วยความเสียดายในขณะเดียวกันเขาก็ใคร่รู้ ทำไมโครงกระดูกนี่ถึงมีอาวุธที่เคยเป็นอาวุธระดับทอง? จ้าวฝูกล่าวขึ้นมา "ไป่ฉี หลอมรวมกับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้นั่นและดูว่าเจ้าได้รับทักษะอะไร"
ไป่ฉีพยักหน้าและหลับตาลง จากนั้นก็กดผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้เข้ากับหน้าอกของเขา ริ้วเพลิงสีฟ้าค่อยๆหลอมรวมเข้ากับร่ายกายของเขา และหลังจากนั้นสักพัก ไป่ฉีก็ลืมตาขึ้นและพูดอย่างมีความสุข "ฝ่าบาท!ข้าได้รับทักษะระดับ B: ปรานฟาดฟัน!"
"อะไรนะ? ทักษะระดับ B?" นี่ทำให้จ้าวฝูตกใจมาก
เมื่อจ้าวฝูคิดถึงพลังของทักษะระดับ D ของเขา ลูกไฟอเวจี เขาก็พอจะจินตนาการถึงพลังของทักษะระดับ B ได้ จ้าวฝูเริ่มสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่แบบไหนกัน
จ้าวฝูและไป่ฉียกคบเพลิงของพวกเขาขึ้นและเดินต่อไป ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็พบกับโครงกระดูกอีกอันที่กำลังนอนอยู่บนพื้นพร้อมด้วยริ้วเพลิงสีฟ้าที่อยู่บนหัวของมัน มันยกกระบี่ขึ้นสนิทขึ้นมาและบิดกระดูกของมันเพื่อที่จะลุกขึ้น
จ้าวฝูปล่อยลูกไฟอเวจีออกไปใส่มันในทันที ทำให้มันกระเด็นออกไป
ทหารโครงกระดูกกำลังจะลุกขึ้น แต่ไป่ฉีก็พุ่งเข้าใส่และปลดปล่อยทักษะใหม่ของเขา ปรานฟาดฟัน
คลื่นปรานดาบสีขาวระเบิดออกมาจากดาบ และฟันเข้าใส่หน้าอกของทหารโครงกระดูก
ปัง!
ทหารโครงกระดูกกระเด็นออกไปกว่า 10 เมตร ร่างกายของมันล่วงหล่นลงมาในทันที และแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทหารโครงกระดูกตัวนี้ไม่ได้มีผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ แต่มันก็ดรอปกระบี่เล่มโตของมัน ซึ่งจ้าวฝูก็เก็บมันขึ้นมา
[กระบี่ร้อยภูผา]: ระดับ: คราม ,ค่าสถานะ: CON+1 ,รายละเอียด: อาวุธระดับทองที่กลายเป็นสนิมหลังจากผ่านมา 10,000 ปี และกลายมาเป็นอาวุธระดับคราม
นี่ก็เป็นอาวุธที่เคยเป็นระดับทองมาก่อนอีกแล้ว สถานที่แห่งนี้มันอะไรกัน? จ้าวฝูรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น
เมื่อเต็มไปด้วยความสงสัย จ้าวฝูและไป่ฉีก็ออกสำรวจต่อ พวกเขาพบกับโครงกระดูกอีกหลายตัว และหลังจากสังหารพวกมัน พวกเขาก็ได้รับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้มาอีกสองอัน และอาวุธทั้งหมดที่ของพวกมันทุกอันก็เคยเป็นระดับทองมาก่อน ซึ่งในตอนนี้ได้กลายมาเป็นอาวุธระดับครามเนื่องจากกาลเวลาที่ล่วงเลยมา
หลังจากได้รับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้มาสองอัน จ้าวฝูก็ใช้อันที่ดรอปมาจากนักธนูโครงกระดูกและได้รับทักษะระดับ C 'ศรป่นศิลา'
สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับขุมสมบัติ ณ ที่แห่งนี้ พวกเขาได้รับอาวุธระดับครามมาหลายชิ้นและยังได้รับทักษะที่ดี อาวุธระดับครามมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 100 - 1,000 เหรียญเงิน ในขณะที่อาวุธเหล่านี้ที่เคยเป็นอาวุธระดับทองมาก่อน อาจจะขายได้ถึง 300 เหรียญเงิน
ในการเดินทางครั้งนี้ พวกเขาได้รับอาวุธมาหกอันและผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้อีกหกอัน เพียงแค่ทักษะระดับ B ของไป่ฉีก็มีมูลค่ามากกว่า 10 เหรียญทองแล้ว เมื่อรวมทั้งหมด สิ่งของที่พวกเขาได้รับมามีมูลค่าประมาณ 31 เหรียญทอง ซึ่งก็คือเงิน 310,000 เหรียญเงิน
จ้าวฝูอดที่จะรู้สึกยินดีไม่ได้หลังจากที่ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว เขาต้องการที่จะสำรวจต่อไปกับไป่ฉี แต่เมื่อพวกเขาเดินต่อไป พวกเขาก็พบกับกลุ่มโครงกระดูกมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มเล็กมีโครงกระดูกประมาณ 5 - 6 ตัว ในขณะที่กลุ่มใหญ่มีโครงกระดูกประมาณ 20 - 30 ตัว เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา จ้าวฝูและไป่ฉีจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปก่อน
……
หลังจากกลับมาบนพื้นดินแล้ว จ้าวฝูก็สั่งให้คนของเขาซ่อนสถานที่แห่งนี้ไว้และสร้างบันไดเพื่อให้คนจำนวนมากเข้าไปในอนาคต
จากนั้นจ้าวฝูก็ส่งอาวุธขึ้นสนิมทั้งหกไปที่โรงหล่อและถามว่าพวกเขาสามารถซ่อมมันได้ไหม
เมื่อหวางต้าหวูรับอาวุธมาและตรวจสอบพวกมัน เขามองไปที่พวกมันด้วยความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แต่มันก็มีร่องรอยของความเสียดายอยู่บนใบหน้าของเขา - อาวุธที่ดีเช่นนี้ใยต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ หลังจากมองไปที่พวกมัน หวางต้าหวูก็พยักหน้าและกล่าวว่า "ข้าสามารถซ่อมแซมพวกมันได้อย่างง่ายๆ แต่ข้าจำเป็นต้องมีวัสดุ"
เรื่องนี้ทำให้จ้าวฝูรู้สึกอึดอัดมาก ตอนนี้ อาวุธส่วนใหญ่ของหมู่บ้านฉินทำจากไม้เหล็ก และพวกเขาแทบจะไม่มีอาวุธที่ทำจากเหล็กเลย จ้าวฝูส่งคนไปดูรอบๆในทันทีเพื่อดูว่ามีเหมืองเหล็กอยู่แถวๆนี้ไหม