เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15  ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้

บทที่ 15  ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้

บทที่ 15  ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้


บทที่ 15  ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้

 

นักดาบโครงกระดูกเร็วกว่าโครงกระดูกทั่วไปมาก และมันก็ไม่ได้ดูเงอะงะเลย กลับกัน มันค่อนข้างคล่องแคล่วและมาปรากฏตัวตรงหน้าจ้าวฝูและไป่ฉีภายในไม่กี่วินาที ไป่ฉีขวางจ้าวฝูไว้และปลดปล่อยดาบของเขาออกไป เพื่อปะทะกับนักดาบโครงกระดูก

เมื่อเผชิญหน้ากับไป่ฉี นักดาบโครงกระดูก็ฟาดดาบของมันลงมา

ไป่ฉียกดาบของเขาขึ้นกันการโจมตีของนักดาบโครงกระดูก หลังจากที่นักดาบโครงกระดูกชักดาบกลับมา มันก็ฟันไปที่ไป่ฉีอย่างโหดเหี้ยมหลายต่อหลายครั้ง เสียงปะทะกันดังออกมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่นักดาบโครงกระดูกและไป่ฉีโรมรันกัน นักดาบโครงกระดูกให้ความสนใจอยู่ที่การรุกเท่านั้นและไม่สนใจเรื่องการป้องกันเลย

หลังจากกันการโจมตีของนักดาบโครงกระดูกมาหลายครั้ง ไป่ฉีก็เริ่มคุ้นเคยกับรูปแบบการโจมตีของมัน ในขณะที่นักดาบโครงกระดูกฟันลงมา ไป่ฉีก็หมุนร่างของเขา ดาบของเขาปกคลุมไปด้วยริ้วปรานดาบ ในขณะที่เขาฟันขึ้นไป

ปัง!!

นักดาบโครงกระดูกกระเด็นออกไป 6 - 7 เมตร และตกลงมาที่พื้น อย่างไรก็ตาม มีเพียงแค่ซี่โครงของมันไม่กี่ท่อนเท่านั้นที่หักไป และมันก็ยังดูไม่เป็นไร มันบิดกระดูกของมันและเริ่มลุกขึ้นอย่างช้าๆ

ในขณะนั้นเอง จ้าวฝูได้ยิงลูกไฟสีโลหิตไปที่นักดาบโครงกระดูก เสียงระเบิดได้ดังออกมาในขณะที่นักดาบโครงกระดูกกระเด็นออกไปอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ล้มลงกับพื้นแล้ว นักดาบโครงกระดูกก็บิดกระดูกของมันอีกครั้งและเริ่มลุกขึ้นยืน จ้าวฝูกำลังจะปลดปล่อยลูกไฟอเวจีอีกลูก แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถยิงพวกมันออกไปได้เร็วนัก ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้ลูกไฟปกติ

ลูกไฟสีส้มพุ่งไปทางนักดาบโครงกระดูก และปะทะเข้ากับมันในขณะที่มันกำลังจะลุกขึ้นอีก คราวนี้นักดาบโครงกระดูกไม่ได้ลุกขึ้นมาอีก และมันก็ถูกระเบิดออกเป็นกองกระดูกแทน

ริ้วเพลิงสีฟ้าส่องประกายอยู่ภายในกองกระดูก และหลังจากที่เดินเข้าไปที่มัน จ้าวฝูก็เห็นข้อมูลของมัน

[ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้]: หลังจากใช้มัน ผู้ใช้จะได้รับทักษะที่เจ้าของเคยครอบครองอยู่ในช่วงชีวิตของพวกเขาอย่างน้อยหนึ่งทักษะ

มันคือผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ หลังจากเห็นข้อมูลนี้ จ้าวฝูก็เข้าใจว่าผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งเมื่อพวกเขาฝึกฝนทักษะไปจนถึงจุดที่มันหลอมรวมกับดวงวิญญาณของพวกเขา หลังจากที่เจ้าของกลายเป็นอันเดด ใครก็ตามที่สังหารพวกเขาได้ก็จะได้รับทักษะนั้นๆไป

ความแตกต่างระหว่างทักษะนี้และทักษะทั่วไปก็คือ การที่จะเข้าใจทักษะทั่วไปได้อย่างเต็มที่ คนผู้นั้นจะต้องฝึกฝนอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ คนผู้นั้นจะได้รับทักษะที่พวกเขาเชี่ยวชาญแล้วในทันที

เห็นได้ชัดว่านักดาบโครงกระดูกเป็นอาชีพระยะประชิด จ้าวฝูรู้ว่าเขาไม่เหมาะกับการต่อสู้ระยะประชัดและค่าสถานะของเขาก็ทำให้เขาเหมาะกับเวทมนตร์มากกว่า ดังนั้นเขาจึงมอบผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ให้กับไป่ฉี

จากนั้นเขาก็หันไปมองดาบขึ้นสนิมและหยิบมันขึ้นมา

[ดาบไท่ชิง]: ระดับ: คราม ,ค่าสถานะ: STR+1 ,รายละเอียด: อาวุธระดับทองที่กลายเป็นสนิมหลังจากผ่านมา 10,000 ปี และกลายมาเป็นอาวุธระดับคราม

"อะไรกัน? มันเคยเป็นอาวุธระดับทองมาก่อน?"

จ้าวฝูรู้สึกตกใจมาก ใครจะคิดว่าดาบขึ้นสนิมเล่มนี้ที่ดูแทบจะไร้ประโยชน์จะเคยเป็นอาวุธระดับทองมาก่อน? มันเป็นเพราะเวลาที่ทำให้มันกลายมาเป็นอาวุธขึ้นสนิมระดับครามแบบนี้

ไม่มีอาวุธระดับทองแม้แต่ชิ้นเดียวในตลาด และอาวุธระดับเงินก็มีมูลค่านับพันเหรียญเงิน อย่างน้อยที่สุด อาวุธระดับทองก็ต้องมีมูลค่านับร้อย หรือไม่ก็นับพันเท่าของอาวุธระดับเงิน อย่างน้อยที่สุด อาวุธระดับทองจะต้องมีมูลค่า 1,000 เหรียญทอง

ถึงแม้ว่าเงิน 1,000 เหรียญทองจะไม่ได้ดูมากมาย แต่ในโลกจุติสวรรค์ เงิน 100 เหรียญทองแดงจะมีมูลค่าเท่ากับเงิน 1 เหรียญเงิน และเงิน 100 เหรียญเงินก็จะมีมูลค่าเท่ากับเงิน 1 เหรียญทอง ดังนั้นเงิน 1 เหรียญทองจึงมีมูลค่าเท่ากับเงิน 10,000 เหรียญทองแดง และเงิน 1,000 เหรียญทองก็จะมีมูลค่าเท่ากับเงิน 10 ล้านเหรียญทองแดง โดยอัตราการแลกเปลี่ยนในปัจจุบันจะอยู่ที่ $10 ในโลกแห่งความเป็นจริงเท่ากับ 1 เหรียญทองแดง อย่างน้อยที่สุดอาวุธระดับทองก็จะมีราคา $100,000,000 อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ถ้ามีใครมีเงินขนาดนั้น สิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือก็ฝันถึงการซื้ออาวุธระดับทอง

จ้าวฝูมองไปที่ดาบไท่ชิงด้วยความเสียดายในขณะเดียวกันเขาก็ใคร่รู้ ทำไมโครงกระดูกนี่ถึงมีอาวุธที่เคยเป็นอาวุธระดับทอง? จ้าวฝูกล่าวขึ้นมา "ไป่ฉี หลอมรวมกับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้นั่นและดูว่าเจ้าได้รับทักษะอะไร"

ไป่ฉีพยักหน้าและหลับตาลง จากนั้นก็กดผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้เข้ากับหน้าอกของเขา ริ้วเพลิงสีฟ้าค่อยๆหลอมรวมเข้ากับร่ายกายของเขา และหลังจากนั้นสักพัก ไป่ฉีก็ลืมตาขึ้นและพูดอย่างมีความสุข "ฝ่าบาท!ข้าได้รับทักษะระดับ B: ปรานฟาดฟัน!"

"อะไรนะ? ทักษะระดับ B?" นี่ทำให้จ้าวฝูตกใจมาก

เมื่อจ้าวฝูคิดถึงพลังของทักษะระดับ D ของเขา ลูกไฟอเวจี เขาก็พอจะจินตนาการถึงพลังของทักษะระดับ B ได้ จ้าวฝูเริ่มสงสัยมากยิ่งขึ้นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่แบบไหนกัน

จ้าวฝูและไป่ฉียกคบเพลิงของพวกเขาขึ้นและเดินต่อไป ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็พบกับโครงกระดูกอีกอันที่กำลังนอนอยู่บนพื้นพร้อมด้วยริ้วเพลิงสีฟ้าที่อยู่บนหัวของมัน มันยกกระบี่ขึ้นสนิทขึ้นมาและบิดกระดูกของมันเพื่อที่จะลุกขึ้น

จ้าวฝูปล่อยลูกไฟอเวจีออกไปใส่มันในทันที ทำให้มันกระเด็นออกไป

ทหารโครงกระดูกกำลังจะลุกขึ้น แต่ไป่ฉีก็พุ่งเข้าใส่และปลดปล่อยทักษะใหม่ของเขา ปรานฟาดฟัน

คลื่นปรานดาบสีขาวระเบิดออกมาจากดาบ และฟันเข้าใส่หน้าอกของทหารโครงกระดูก

ปัง!

ทหารโครงกระดูกกระเด็นออกไปกว่า 10 เมตร ร่างกายของมันล่วงหล่นลงมาในทันที และแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทหารโครงกระดูกตัวนี้ไม่ได้มีผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้ แต่มันก็ดรอปกระบี่เล่มโตของมัน ซึ่งจ้าวฝูก็เก็บมันขึ้นมา

[กระบี่ร้อยภูผา]: ระดับ: คราม ,ค่าสถานะ: CON+1 ,รายละเอียด: อาวุธระดับทองที่กลายเป็นสนิมหลังจากผ่านมา 10,000 ปี และกลายมาเป็นอาวุธระดับคราม

นี่ก็เป็นอาวุธที่เคยเป็นระดับทองมาก่อนอีกแล้ว สถานที่แห่งนี้มันอะไรกัน? จ้าวฝูรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น

เมื่อเต็มไปด้วยความสงสัย จ้าวฝูและไป่ฉีก็ออกสำรวจต่อ พวกเขาพบกับโครงกระดูกอีกหลายตัว และหลังจากสังหารพวกมัน พวกเขาก็ได้รับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้มาอีกสองอัน และอาวุธทั้งหมดที่ของพวกมันทุกอันก็เคยเป็นระดับทองมาก่อน ซึ่งในตอนนี้ได้กลายมาเป็นอาวุธระดับครามเนื่องจากกาลเวลาที่ล่วงเลยมา

หลังจากได้รับผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้มาสองอัน จ้าวฝูก็ใช้อันที่ดรอปมาจากนักธนูโครงกระดูกและได้รับทักษะระดับ C 'ศรป่นศิลา'

สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับขุมสมบัติ ณ ที่แห่งนี้ พวกเขาได้รับอาวุธระดับครามมาหลายชิ้นและยังได้รับทักษะที่ดี อาวุธระดับครามมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 100 - 1,000 เหรียญเงิน ในขณะที่อาวุธเหล่านี้ที่เคยเป็นอาวุธระดับทองมาก่อน อาจจะขายได้ถึง 300 เหรียญเงิน

ในการเดินทางครั้งนี้ พวกเขาได้รับอาวุธมาหกอันและผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้อีกหกอัน เพียงแค่ทักษะระดับ B ของไป่ฉีก็มีมูลค่ามากกว่า 10 เหรียญทองแล้ว เมื่อรวมทั้งหมด สิ่งของที่พวกเขาได้รับมามีมูลค่าประมาณ 31 เหรียญทอง ซึ่งก็คือเงิน 310,000 เหรียญเงิน

จ้าวฝูอดที่จะรู้สึกยินดีไม่ได้หลังจากที่ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว เขาต้องการที่จะสำรวจต่อไปกับไป่ฉี แต่เมื่อพวกเขาเดินต่อไป พวกเขาก็พบกับกลุ่มโครงกระดูกมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มเล็กมีโครงกระดูกประมาณ 5 - 6 ตัว ในขณะที่กลุ่มใหญ่มีโครงกระดูกประมาณ 20 - 30 ตัว เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา จ้าวฝูและไป่ฉีจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปก่อน

……

หลังจากกลับมาบนพื้นดินแล้ว จ้าวฝูก็สั่งให้คนของเขาซ่อนสถานที่แห่งนี้ไว้และสร้างบันไดเพื่อให้คนจำนวนมากเข้าไปในอนาคต

จากนั้นจ้าวฝูก็ส่งอาวุธขึ้นสนิมทั้งหกไปที่โรงหล่อและถามว่าพวกเขาสามารถซ่อมมันได้ไหม

เมื่อหวางต้าหวูรับอาวุธมาและตรวจสอบพวกมัน เขามองไปที่พวกมันด้วยความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง แต่มันก็มีร่องรอยของความเสียดายอยู่บนใบหน้าของเขา - อาวุธที่ดีเช่นนี้ใยต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ หลังจากมองไปที่พวกมัน หวางต้าหวูก็พยักหน้าและกล่าวว่า "ข้าสามารถซ่อมแซมพวกมันได้อย่างง่ายๆ แต่ข้าจำเป็นต้องมีวัสดุ"

เรื่องนี้ทำให้จ้าวฝูรู้สึกอึดอัดมาก ตอนนี้ อาวุธส่วนใหญ่ของหมู่บ้านฉินทำจากไม้เหล็ก และพวกเขาแทบจะไม่มีอาวุธที่ทำจากเหล็กเลย จ้าวฝูส่งคนไปดูรอบๆในทันทีเพื่อดูว่ามีเหมืองเหล็กอยู่แถวๆนี้ไหม

 

The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 15  ผลึกจิตวิญญาณการต่อสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว