- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก
บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก
บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก
บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก
จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็ขุดลึกลงไปประมาณ 10 เมตร และพบกับถ้ำที่กว้าง 100 เมตร มีอุโมงค์ขนาดเล็กจำนวนมากมากที่เชื่อมต่อกับถ้ำแห่นนี้ และพวกมันก็ดูเหมือนกับห้อง เนื่องจากมีรอยแตกขนาดใหญ่จากด้านบน หนึ่งในสามของถ้ำจึงยุบตัวลง
จ้าวฝูพบกับฝูงโนมส์ที่ดูหวาดกลัว เมื่อพวกโนมส์เห็นจ้าวฝู และคนที่เขาพามาด้วย พวกมันก็วางอาวุธลงด้วยความเชื่อฟังและคุกเข่าลงกับพื้น เพื่อส่งสัญญาณถึงการยอมจำนน
"นายท่านที่เคารพ ขอขอบคุณที่ยอมรับการจำนนของพวกเราและมาช่วยพวกเราเอาไว้" หนึ่งในผู้อาวุโสโนมส์กล่าวด้วยการแสดงออกถึงความซาบซึ้ง
จ้าวฝูค่อนข้างรำคาญพวกโนมส์อยู่ แต่เมื่อเขาได้ยินผู้อาวุโสกล่าว เขาก็ตัดสินใจปล่อยมันไป เนื่องจากพวกมันได้กลายมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาแล้ว เขาจึงไม่สนใจที่จะถือสาหาความอะไรกับพวกมันอีก ดังนั้นเขาจึงกล่าวออกมา "พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้น!"
เมื่อเห็นว่าจ้าวฝูไม่ได้โกรธอะไรพวกมัน และดูเหมือนว่าจะให้อภัยพวกมันสำหรับการต่อต้านเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว พวกโนมส์ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและลุกขึ้น
จ้าวฝูค่อนข้างสนใจในค่ายทหารของพวกโนมส์ ดังนั้นเขาจึงไปที่นั่นก่อน เขาได้พบกับแผ่นศิลาเปลี่ยนอาชีพสองอัน พวกมันคือ
[โนมส์หน้าไม้]: ทหารระดับ F รายละเอียด: โนมส์ที่ใช้หน้าไม้เป็นอาวุธหลัก ผล: ได้รับทักษะ [ชำนาญหน้าไม้]
และอีกอันที่ทำให้เขาประหลาดใจมากๆ:
[นักวิจัยเครื่องกลโนมส์]: ทหารระดับ F รายละเอียด: โนมส์ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ ผล: ได้รับสกิล [ค้นคว้ากลศาสตร์]
อาชีพนี้มีไว้สำหรับการสร้างอาวุธเครื่องจักรขนาดใหญ่ อาวุธที่จ้าวฝูอยากสร้างขึ้นมาอยู่เสมอก็คือบาริสต้า สุดยอดอาวุธเย็นอันทรงพลัง
พลังการทำลายล้างของบาริสต้าสูงกว่าธนูทั่วไปถึง 10 เท่า เมื่อเผชิญหน้ากับอาวุธดังกล่าว คนส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่ถอยหลังกลับไปป้องกันเท่านั้น แม้ว่าจ้าวฝูจะต้องการสร้างมันขึ้นมาสักอัน แต่สิ่งของที่ซับซ้อนทั้งหมดในโลกจุติสวรรค์ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการพิมพ์เขียว แม้ว่าเขาจะรู้วิธีการสร้างมันในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เมื่อไม่มีพิมพ์เขียว เขาก็ไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาในโลกจุติสวรรค์
อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ก็จะได้รับการแก้ไขเนื่องจากอาชีพนักวิจัยเครื่องกลโนมส์ แน่นอนว่านอกเหนือจากบาริสต้าแล้ว มันยังมีอาวุธเย็นขนาดใหญ่อยู่อีกเป็นจำนวนมาก มันน่าเสียดายที่นักวิจัยเครื่องกลโนมส์ถูกจำกัดไว้ที่ 5 คนเท่านั้น
หลังจากไปดูค่ายทหารโนมส์แล้ว จ้าวฝูก็ไปที่โกดังของพวกมัน นอกเหนือจากอาหาร พวกโนมส์มีเหรียญทองแดงอยู่เกือบๆ 1,000 เหรียญ และไม่มีเหรียญเงินอยู่เลย ด้วยขนาดของหมู่บ้านนี้ มันค่อนข้างยากสำหรับพวกมันที่จะสามารถสังหารสิ่งที่ดรอปเหรียญเงินออกมาได้
หลังจากที่เดินออกจากโกดัง จ้าวฝูก็มองไปรอบๆถ้ำกว้าง 100 เมตร และกล่าวว่า "สถานที่แห่งนี้ไม่สามารถรั้งอยู่ได้นาน ดังนั้นพวกเจ้าควรที่จะย้ายไปอยู่เหนือพื้นดิน พวกเราจะมอบการป้องกันเบื้องต้นให้กับพวกเจ้า"
ผู้อาวุโสโนมส์เห็นด้วยอย่างปิติยินดีในทันที พวกมันจะสามารถปฏิเสธโอกาสที่จะได้รับความคุ้มครองที่ดีขนาดนี้ได้อย่างไร?
จ้าวฝูไปที่โถงหมู่บ้านของโนมส์และมองไปที่ลูกบาศก์สีขาวที่ลอยอยู่ในอากาศ เขายื่นมือออกมาและมีตัวเลือก 2 ตัวเลือกปรากฏขึ้น: [ทำลาย] และ [ย้าย]
การทำลายหมู่บ้านจะทำให้ได้รับค่าประสบการณ์ 10% จากค่าประสบการณ์ปัจจุบันของหมู่บ้าน และอีกหนึ่งสิ่งที่จะได้รับก็คือดวงใจแห่งเมืองที่พังทลาย - ลูกบาศก์สีขาวที่อยู่ในอากาศ - และมันสามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านได้
ดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับสีขาว 5 อัน สามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านระดับธรรมดาไปเป็นหมู่บ้านระดับครามได้ ดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับคราม 10 อัน สามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านระดับครามไปเป็นหมู่บ้านระดับเงินได้ ดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับระดับเงิน 30 อัน สามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านระดับเงินไปเป็นหมู่บ้านระดับทองได้
มันไม่มีข้อจำกัดในวิธีการยกระดับนี้ และไม่มีใครล่วงรู้ว่าระดับของหมู่บ้านของพวกเขาจะสูงได้แค่ไหน อย่างไรก็ตามสิ่งที่แน่นอนก็คือระดับของหมู่บ้านที่สูงกว่านั้น ก็ยิ่งยากที่จะเลื่อนระดับขึ้นไปได้ หากหมู่บ้านระดับทองต้องการที่จะเลื่อนระดับขึ้นเป็นหมู่บ้านระดับตำนาน มันจำเป็นต้องมีดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับระดับทองจำนวน 120 อัน รวมทั้งไอเทมระดับตำนาน
นี่เป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างยิ่ง - ถึงอย่างไรก็ตาม หมู่บ้านระดับทองก็ไม่ได้ธรรมดาเหมือนกับกะหล่ำปลี ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงสามารถเลื่อนระดับหมู่บ้านของพวกเขาอย่างมากก็ที่ระดับทอง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะสามารถเลื่อนไปยังระดับตำนานหรือสูงกว่า
ในทางกลับกันหากเลือกที่จะ [ย้าย] มันก็ยังจะได้รับค่าประสบการณ์ 10% จากค่าประสบการณ์ปัจจุบันของหมู่บ้าน และจะสามารถใช้ดวงใจแห่งเมืองได้หนึ่งครั้ง แต่ค่าประสบการณ์ของหมู่บ้านจะลดลงเป็น 0 หมู่บ้านระดับสูงจะกลายเป็นหมู่บ้านระดับเริ่มต้น และเมืองระดับสูงจะกลายเป็นเมืองระดับเริ่มต้น
หมู่บ้านโนมส์ยังมีระดับอยู่แค่เริ่มต้น ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลอะไรมาก จ้าวฝูได้ตัดสินใจที่จะ [ย้าย] มัน
ดวงใจแห่งเมืองส่องแสงด้วยแสงสีขาวจางๆซึ่งครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน และสิ่งปลูกสร้างพื้นฐานก็เริ่มค่อยๆหายไป
"ประกาศจากระบบ! หมู่บ้านต้าฉินได้รับค่าประสบการณ์ 120 แต้ม!"
ในตอนนี้หมู่บ้านต้าฉินได้สะสมค่าประสบการณ์มามากกว่า 1,000 แต้มแล้ว และมันก็ยังห่างจะการยกระดับหมู่บ้านไปเป็นระดับกลางอยู่อีกประมาณ 3,000 แต้ม จ้าวฝูมองไปที่ดวงใจแห่งเมือง ซึ่งไม่ได้ส่องแสงสีขาวออกมาอีกและลอยอยู่เงียบๆ
จ้ามฝูหยิบมันขึ้นมาและมองไปที่มัน:
[ดวงใจแห่งเมือง]: ระดับ: ขาว ,จำกัดเผ่าพันธุ์: โนมส์
มนุษย์ไม่สามารถใช้ดวงใจแห่งเมืองของเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อสร้างหมู่บ้านได้ และเผ่าพันธุ์อื่นก็ไม่สามารถใช้ดวงใจแห่งเมืองของมนุษย์เพื่อสร้างหมู่บ้านได้เช่นกัน นอกจากนี้ ถ้าหมู่บ้านถูกครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป มันก็จะไม่ได้รับชาวบ้านคนใหม่ ดังนั้นจ้าวฝูจึงมักจะทิ้งเผ่าพันธุ์นั้นๆให้คอยดูแลหมู่บ้านของมันอยู่เสมอหลังจากหมู่บ้านนั้นยอมจำนนแล้ว
จ้าวฝูมอบดวงใจแห่งเมืองให้กับผู้อาวุโสโนมส์และบอกให้เขาย้ายเข้าไปอยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้านฉินเมื่อพวกเขาสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่
หลังจากออกจากถ้ำแล้ว จ้าวฝูและไป่ฉีก็มองไปรอบๆรอยแตกขนาดใหญ่
รอยแรกมีความยาวประมาณ 17 เมตร และลึกกว่า 50 เมตร เพราะมันลึกมาก แสงแดดจึงส่องไม่ถึงก้นของมัน ดังนั้นด้านล่างจึงค่อนข้างมืด
"เจ้าคิดอะไรอยู่?" จ้าวฝูขมวดคิ้วและถามไป่ฉี
ไป่ฉีตอบด้วยท่าทีที่จริงจัง "ฝ่าบาท ข้ารู้สึกว่ารอยแตกขนาดใหญ่นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา"
จ้าวฝูจมลงสู่ห้วงความคิด เนื่องจากรอยแตกนี้อยู่ใกล้กับหมู่บ้านต้าฉินมาก หากพวกเขาไม่ได้ตรวจสอบมันและมีอะไรที่อันตรายอยู่ภายในนั้น พวกเขาก็จะไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีในเวลาที่มีเรื่องเกิดขึ้น จ้าวฝูไม่ต้องการทิ้งระเบิดเวลาไว้ข้างตัวเขา ดังนั้นเขาจึงกล่าวขึ้นมา "ข้าอยากจะลงไปดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใต้"
ไป่ฉีตอบกลับมาด้วยความกังวลในทันที "ฝ่าบาท! ให้ข้าลงไปกับท่านด้วย"
จ้าวฝูพยักหน้าและบอกคนของเขาให้เตรียมเชือกและคบเพลิงมา ก่อนที่เขาจะเริ่มปีนลงไปช้าๆ
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา จ้าวฝูและไป่ฉีก็มาถึงที่ด้านล่างและพบว่ามันมีทางเดินที่ทำจากอิฐกว้างประมาณ 10 เมตรและสูง 4 เมตร
มันมืดมาก ดังนั้นจ้าวฝูและไป่ฉีจึงจุดคบเพลิงและเดินไปตามทาง ในขณะที่พวกเขาเดินอยู่นั้น สภาพแวดล้อมก็มืดลงเรื่อยๆ หากไม่ใช่เพราะคบเพลิงของพวกเขา พวกเขาก็คงจะมองไม่เห็นกระทั่งนิ้วมือของตัวเองแม้ว่าพวกมันจะอยู่ตรงหน้าก็ตาม มันเงียบสนิท และบรรยากาศก็ค่อนข้างแปลก
ทันใดนั้นเอง เสียงเอี๊ยดอ๊าดก็ดังออกมา จ้าวฝูโบกคบเพลิงไปรอบๆและมองเห็นนักดาบโครงกระดูกที่โงนเงนไปมาอย่างช้าๆ ซึ่งมีริ้วไฟสีน้ำเงินอยู่ในหัวของมันและถือดาบขึ้นสนิมอยู่
ทหารโครงกระดูกหันมามองจ้าวฝูและไป่ฉีด้วยเบ้าตาที่กลวงโบ๋ของมัน และเห็นว่าพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดคน มันคำรามออกมาและยกดาบในมือของมันขึ้นในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่พวกเขา
มีกิจกรรมเพจใหม่จ้า โดยกิจกรรมมีอยู่ว่า
*ไลค์และติดตามเพจครบ 400 Like and Follow ลงเพิ่ม 3 ตอน(ถึง26/04/61) *ไลค์และติดตามเพจครบ 500 Like and Follow ลงเพิ่ม 3 ตอน(ถึง27/04/61) *ไลค์และติดตามเพจครบ 600 Like and Follow ลงเพิ่ม 3 ตอน(ถึง28/04/61) *ไลค์และติดตามเพจครบ 800 Like and Follow ลงเพิ่ม 5 ตอน(ถึง1/05/61) รีบๆล่ะช้าอดหมดเลยนะจ้ะะะ