เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก

บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก

บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก


บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก

 

จากนั้นไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็ขุดลึกลงไปประมาณ 10 เมตร และพบกับถ้ำที่กว้าง 100 เมตร มีอุโมงค์ขนาดเล็กจำนวนมากมากที่เชื่อมต่อกับถ้ำแห่นนี้ และพวกมันก็ดูเหมือนกับห้อง เนื่องจากมีรอยแตกขนาดใหญ่จากด้านบน หนึ่งในสามของถ้ำจึงยุบตัวลง

จ้าวฝูพบกับฝูงโนมส์ที่ดูหวาดกลัว เมื่อพวกโนมส์เห็นจ้าวฝู และคนที่เขาพามาด้วย พวกมันก็วางอาวุธลงด้วยความเชื่อฟังและคุกเข่าลงกับพื้น เพื่อส่งสัญญาณถึงการยอมจำนน

"นายท่านที่เคารพ ขอขอบคุณที่ยอมรับการจำนนของพวกเราและมาช่วยพวกเราเอาไว้" หนึ่งในผู้อาวุโสโนมส์กล่าวด้วยการแสดงออกถึงความซาบซึ้ง

จ้าวฝูค่อนข้างรำคาญพวกโนมส์อยู่ แต่เมื่อเขาได้ยินผู้อาวุโสกล่าว เขาก็ตัดสินใจปล่อยมันไป เนื่องจากพวกมันได้กลายมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาแล้ว เขาจึงไม่สนใจที่จะถือสาหาความอะไรกับพวกมันอีก ดังนั้นเขาจึงกล่าวออกมา "พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้น!"

เมื่อเห็นว่าจ้าวฝูไม่ได้โกรธอะไรพวกมัน และดูเหมือนว่าจะให้อภัยพวกมันสำหรับการต่อต้านเมื่อก่อนหน้านี้แล้ว พวกโนมส์ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและลุกขึ้น

จ้าวฝูค่อนข้างสนใจในค่ายทหารของพวกโนมส์ ดังนั้นเขาจึงไปที่นั่นก่อน เขาได้พบกับแผ่นศิลาเปลี่ยนอาชีพสองอัน พวกมันคือ

[โนมส์หน้าไม้]: ทหารระดับ F รายละเอียด: โนมส์ที่ใช้หน้าไม้เป็นอาวุธหลัก ผล: ได้รับทักษะ [ชำนาญหน้าไม้]

และอีกอันที่ทำให้เขาประหลาดใจมากๆ:

[นักวิจัยเครื่องกลโนมส์]: ทหารระดับ F รายละเอียด: โนมส์ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ ผล: ได้รับสกิล [ค้นคว้ากลศาสตร์]

อาชีพนี้มีไว้สำหรับการสร้างอาวุธเครื่องจักรขนาดใหญ่ อาวุธที่จ้าวฝูอยากสร้างขึ้นมาอยู่เสมอก็คือบาริสต้า สุดยอดอาวุธเย็นอันทรงพลัง

พลังการทำลายล้างของบาริสต้าสูงกว่าธนูทั่วไปถึง 10 เท่า เมื่อเผชิญหน้ากับอาวุธดังกล่าว คนส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่ถอยหลังกลับไปป้องกันเท่านั้น แม้ว่าจ้าวฝูจะต้องการสร้างมันขึ้นมาสักอัน แต่สิ่งของที่ซับซ้อนทั้งหมดในโลกจุติสวรรค์ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการพิมพ์เขียว แม้ว่าเขาจะรู้วิธีการสร้างมันในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เมื่อไม่มีพิมพ์เขียว เขาก็ไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาในโลกจุติสวรรค์

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ก็จะได้รับการแก้ไขเนื่องจากอาชีพนักวิจัยเครื่องกลโนมส์ แน่นอนว่านอกเหนือจากบาริสต้าแล้ว มันยังมีอาวุธเย็นขนาดใหญ่อยู่อีกเป็นจำนวนมาก มันน่าเสียดายที่นักวิจัยเครื่องกลโนมส์ถูกจำกัดไว้ที่ 5 คนเท่านั้น

หลังจากไปดูค่ายทหารโนมส์แล้ว จ้าวฝูก็ไปที่โกดังของพวกมัน นอกเหนือจากอาหาร พวกโนมส์มีเหรียญทองแดงอยู่เกือบๆ 1,000 เหรียญ และไม่มีเหรียญเงินอยู่เลย ด้วยขนาดของหมู่บ้านนี้ มันค่อนข้างยากสำหรับพวกมันที่จะสามารถสังหารสิ่งที่ดรอปเหรียญเงินออกมาได้

หลังจากที่เดินออกจากโกดัง จ้าวฝูก็มองไปรอบๆถ้ำกว้าง 100 เมตร และกล่าวว่า "สถานที่แห่งนี้ไม่สามารถรั้งอยู่ได้นาน ดังนั้นพวกเจ้าควรที่จะย้ายไปอยู่เหนือพื้นดิน พวกเราจะมอบการป้องกันเบื้องต้นให้กับพวกเจ้า"

ผู้อาวุโสโนมส์เห็นด้วยอย่างปิติยินดีในทันที พวกมันจะสามารถปฏิเสธโอกาสที่จะได้รับความคุ้มครองที่ดีขนาดนี้ได้อย่างไร?

จ้าวฝูไปที่โถงหมู่บ้านของโนมส์และมองไปที่ลูกบาศก์สีขาวที่ลอยอยู่ในอากาศ เขายื่นมือออกมาและมีตัวเลือก 2 ตัวเลือกปรากฏขึ้น: [ทำลาย] และ [ย้าย]

การทำลายหมู่บ้านจะทำให้ได้รับค่าประสบการณ์ 10% จากค่าประสบการณ์ปัจจุบันของหมู่บ้าน และอีกหนึ่งสิ่งที่จะได้รับก็คือดวงใจแห่งเมืองที่พังทลาย - ลูกบาศก์สีขาวที่อยู่ในอากาศ - และมันสามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านได้

ดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับสีขาว 5 อัน สามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านระดับธรรมดาไปเป็นหมู่บ้านระดับครามได้ ดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับคราม 10 อัน สามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านระดับครามไปเป็นหมู่บ้านระดับเงินได้ ดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับระดับเงิน 30 อัน สามารถใช้เพื่อยกระดับหมู่บ้านระดับเงินไปเป็นหมู่บ้านระดับทองได้

มันไม่มีข้อจำกัดในวิธีการยกระดับนี้ และไม่มีใครล่วงรู้ว่าระดับของหมู่บ้านของพวกเขาจะสูงได้แค่ไหน อย่างไรก็ตามสิ่งที่แน่นอนก็คือระดับของหมู่บ้านที่สูงกว่านั้น ก็ยิ่งยากที่จะเลื่อนระดับขึ้นไปได้ หากหมู่บ้านระดับทองต้องการที่จะเลื่อนระดับขึ้นเป็นหมู่บ้านระดับตำนาน มันจำเป็นต้องมีดวงใจแห่งเมืองที่พังทลายระดับระดับทองจำนวน 120 อัน รวมทั้งไอเทมระดับตำนาน

นี่เป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างยิ่ง - ถึงอย่างไรก็ตาม หมู่บ้านระดับทองก็ไม่ได้ธรรมดาเหมือนกับกะหล่ำปลี ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงสามารถเลื่อนระดับหมู่บ้านของพวกเขาอย่างมากก็ที่ระดับทอง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะสามารถเลื่อนไปยังระดับตำนานหรือสูงกว่า

ในทางกลับกันหากเลือกที่จะ [ย้าย] มันก็ยังจะได้รับค่าประสบการณ์ 10% จากค่าประสบการณ์ปัจจุบันของหมู่บ้าน และจะสามารถใช้ดวงใจแห่งเมืองได้หนึ่งครั้ง แต่ค่าประสบการณ์ของหมู่บ้านจะลดลงเป็น 0 หมู่บ้านระดับสูงจะกลายเป็นหมู่บ้านระดับเริ่มต้น และเมืองระดับสูงจะกลายเป็นเมืองระดับเริ่มต้น

หมู่บ้านโนมส์ยังมีระดับอยู่แค่เริ่มต้น ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลอะไรมาก จ้าวฝูได้ตัดสินใจที่จะ [ย้าย] มัน

ดวงใจแห่งเมืองส่องแสงด้วยแสงสีขาวจางๆซึ่งครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน และสิ่งปลูกสร้างพื้นฐานก็เริ่มค่อยๆหายไป

"ประกาศจากระบบ! หมู่บ้านต้าฉินได้รับค่าประสบการณ์ 120 แต้ม!"

ในตอนนี้หมู่บ้านต้าฉินได้สะสมค่าประสบการณ์มามากกว่า 1,000 แต้มแล้ว และมันก็ยังห่างจะการยกระดับหมู่บ้านไปเป็นระดับกลางอยู่อีกประมาณ 3,000 แต้ม จ้าวฝูมองไปที่ดวงใจแห่งเมือง ซึ่งไม่ได้ส่องแสงสีขาวออกมาอีกและลอยอยู่เงียบๆ

จ้ามฝูหยิบมันขึ้นมาและมองไปที่มัน:

[ดวงใจแห่งเมือง]: ระดับ: ขาว ,จำกัดเผ่าพันธุ์: โนมส์

มนุษย์ไม่สามารถใช้ดวงใจแห่งเมืองของเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อสร้างหมู่บ้านได้ และเผ่าพันธุ์อื่นก็ไม่สามารถใช้ดวงใจแห่งเมืองของมนุษย์เพื่อสร้างหมู่บ้านได้เช่นกัน นอกจากนี้ ถ้าหมู่บ้านถูกครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป มันก็จะไม่ได้รับชาวบ้านคนใหม่ ดังนั้นจ้าวฝูจึงมักจะทิ้งเผ่าพันธุ์นั้นๆให้คอยดูแลหมู่บ้านของมันอยู่เสมอหลังจากหมู่บ้านนั้นยอมจำนนแล้ว

จ้าวฝูมอบดวงใจแห่งเมืองให้กับผู้อาวุโสโนมส์และบอกให้เขาย้ายเข้าไปอยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้านฉินเมื่อพวกเขาสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่

หลังจากออกจากถ้ำแล้ว จ้าวฝูและไป่ฉีก็มองไปรอบๆรอยแตกขนาดใหญ่

รอยแรกมีความยาวประมาณ 17 เมตร และลึกกว่า 50 เมตร เพราะมันลึกมาก แสงแดดจึงส่องไม่ถึงก้นของมัน ดังนั้นด้านล่างจึงค่อนข้างมืด

"เจ้าคิดอะไรอยู่?" จ้าวฝูขมวดคิ้วและถามไป่ฉี

ไป่ฉีตอบด้วยท่าทีที่จริงจัง "ฝ่าบาท ข้ารู้สึกว่ารอยแตกขนาดใหญ่นี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา"

จ้าวฝูจมลงสู่ห้วงความคิด เนื่องจากรอยแตกนี้อยู่ใกล้กับหมู่บ้านต้าฉินมาก หากพวกเขาไม่ได้ตรวจสอบมันและมีอะไรที่อันตรายอยู่ภายในนั้น พวกเขาก็จะไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีในเวลาที่มีเรื่องเกิดขึ้น จ้าวฝูไม่ต้องการทิ้งระเบิดเวลาไว้ข้างตัวเขา ดังนั้นเขาจึงกล่าวขึ้นมา "ข้าอยากจะลงไปดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใต้"

ไป่ฉีตอบกลับมาด้วยความกังวลในทันที "ฝ่าบาท! ให้ข้าลงไปกับท่านด้วย"

จ้าวฝูพยักหน้าและบอกคนของเขาให้เตรียมเชือกและคบเพลิงมา ก่อนที่เขาจะเริ่มปีนลงไปช้าๆ

ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา จ้าวฝูและไป่ฉีก็มาถึงที่ด้านล่างและพบว่ามันมีทางเดินที่ทำจากอิฐกว้างประมาณ 10 เมตรและสูง 4 เมตร

มันมืดมาก ดังนั้นจ้าวฝูและไป่ฉีจึงจุดคบเพลิงและเดินไปตามทาง ในขณะที่พวกเขาเดินอยู่นั้น สภาพแวดล้อมก็มืดลงเรื่อยๆ หากไม่ใช่เพราะคบเพลิงของพวกเขา พวกเขาก็คงจะมองไม่เห็นกระทั่งนิ้วมือของตัวเองแม้ว่าพวกมันจะอยู่ตรงหน้าก็ตาม มันเงียบสนิท และบรรยากาศก็ค่อนข้างแปลก

ทันใดนั้นเอง เสียงเอี๊ยดอ๊าดก็ดังออกมา จ้าวฝูโบกคบเพลิงไปรอบๆและมองเห็นนักดาบโครงกระดูกที่โงนเงนไปมาอย่างช้าๆ ซึ่งมีริ้วไฟสีน้ำเงินอยู่ในหัวของมันและถือดาบขึ้นสนิมอยู่

ทหารโครงกระดูกหันมามองจ้าวฝูและไป่ฉีด้วยเบ้าตาที่กลวงโบ๋ของมัน และเห็นว่าพวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดคน มันคำรามออกมาและยกดาบในมือของมันขึ้นในขณะที่มันพุ่งเข้าใส่พวกเขา

 

The Lord's Empire - นิยายแปล


มีกิจกรรมเพจใหม่จ้า โดยกิจกรรมมีอยู่ว่า

*ไลค์และติดตามเพจครบ 400 Like and Follow ลงเพิ่ม 3 ตอน(ถึง26/04/61) *ไลค์และติดตามเพจครบ 500 Like and Follow ลงเพิ่ม 3 ตอน(ถึง27/04/61) *ไลค์และติดตามเพจครบ 600 Like and Follow ลงเพิ่ม 3 ตอน(ถึง28/04/61) *ไลค์และติดตามเพจครบ 800 Like and Follow ลงเพิ่ม 5 ตอน(ถึง1/05/61) รีบๆล่ะช้าอดหมดเลยนะจ้ะะะ

จบบทที่ บทที่ 14 นักดาบโครงกระดูก

คัดลอกลิงก์แล้ว