- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 11 สายเลือด
บทที่ 11 สายเลือด
บทที่ 11 สายเลือด
บทที่ 11 สายเลือด
วันรุ่งขึ้น จ้าวฝูได้อัญเชิญชาวบ้านมาใหม่อีก 15 คน และมีชาวบ้านระดับ A อยู่ 1 คน จ้าวฝูจัดการให้เขาเปลี่ยนอาชีพเป็นบัณฑิต ในตอนนี้หมู่บ้านฉินมีประชากรอยู่ 110 คน ทหาร 47 คน และบัณฑิต 4 คน
นอกจากนี้ หลังจากการบ่มเพาะในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา การบ่มเพาะของจ้าวฝูในตอนนี้ก็อยู่ที่ระยะ 0-1 แล้ว
ชื่อ: จ้าวฝู
สมญานาม: ไม่มี
อาชีพ: นักบวชปีศาจ
คะแนนความสำเร็จ: สามัญชน (53/200)
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
อายุ: 21 (100)
ค่าสถานะ: STR: 8 ,INT: 11 ,CON: 7 ,AGI: 9
พลังพิเศษ: [อ่อนแอ - พลังแห่งปีศาจ]
การบ่มเพาะพลัง: ระยะที่ 0-1
เทคนิคการบ่มเพาะพลัง: มนตราฉิน
ทักษะ: ลูกไฟอเวจี ,เคล็ดวิชาดาบพื้นฐาน...
อุปกรณ์สวมใส่: ดาบเหล็ก...
หลังจากมองไปที่สถานะของเขา จ้าวฝูก็เข้าไปที่ห้องค้นคว้า เพื่อการค้นคว้าการฝึกสัตว์ จ้าวฝูได้มอบอาคารให้กับเหล่าบัณฑิตหนึ่งหลังและได้จับกระต่ายป่าและไก่หลายต่อหลายตัวมาให้พวกเขาได้ศึกษา
"การค้นคว้าของผู้อาวุโสไป่ไปถึงไหนแล้ว?" จ้าวฝูถามหนึ่งในผู้อาวุโสที่มีผมสีขาว ชื่อของผู้อาวุโสคือไป่ฉาน และเขาก็เป็นชาวบ้านระดับ B คนแรกที่หมู่บ้านฉินอัญเชิญมา
ไป่ฉานถือไก่ป่าไว้และหันมามองจ้าวฝู ใบหน้าของเขาดูมีความสุขในขณะที่เขาตอบ "ฝ่าบาท พวกเราก้าวหน้าเป็นอย่างมาก พวกเขาจะสามารถค้นคว้าเรื่องการฝึกสัตว์ได้ภายใน 3 วันแน่นอน!"
เมื่อจ้าวฝูได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกสบายใจและเดินออกไปยังพื้นที่เพาะปลูก น่าแปลกใจที่นอกเหนือจากชาวบ้านของหมู่บ้านฉินที่กำลังทำงานกันอยู่นั้น ยังมีก็อบลินผู้หญิงบางคนที่กำลังช่วยงานอยู่ด้วย
หลี่ซือเดินเข้ามาและอธิบาย "ฝ่าบาท ในตอนนี้หมู่บ้านก็อบลินมีก็อบลินไม่กี่ตัวที่สามารถต่อสู้ได้ และพวกเขากำลังขาดแคลนอาหารอย่างหนัก โล๊คและข้าเห็นพ้องกันว่าก็อบลินผู้หญิงที่ไม่มีอะไรทำสามารถมาทำงานที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนกับอาหารได้"
จ้าวฝูยิ้มและพยักหน้า เขารู้สึกพึงพอใจมากเมื่อเขาเห็นว่าหมู่บ้านฉินกำลังพัฒนาไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย โชคดีที่จ้าวฝูมีหลี่ซือคอยดูแลสิ่งต่างๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงมีปัญหาต่างๆประดังประเดเข้ามาไม่หยุด ทำให้เขาต้องปวดหัวไม่รู้จักจบจักสิ้น
จ้าวฝูไม่มีอะไรให้ทำนัก ดังนั้นเอาจึงเรียกไป่ฉีและกลุ่มทหารมา จากนั้นก็พาพวกเขาไปลาดตระเวนรอบๆหมู่บ้านฉิน
......................................................
ในโลกแห่งความเป็นจริง ตระกูลหลี่ทั้งตระกูลแห่งเมืองเป่ยถังกำลังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากสายเลือดของพวกตนได้รับมรดกของราชวงศ์ถัง
สายเลือดตระกูลถังได้กลายเป็นตระกูลขนาดใหญ่หลังจากผ่านมาหลายต่อหลายปี และมันได้ถูกแบ่งออกเป็นหลายๆสาขาที่แตกต่างกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็อยู่ในเมืองเป่ยถัง
ภายในห้องโถงของคฤหาสน์มีผู้อาวุโสกำลังนั่งอยู่บนโซฟาสองสามคน ข้างๆของพวกเขาคือชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ชื่อหลี่เจ้อ ซึ่งมีเคราแพะขนาดเล็ก และสาวงามคนหนึ่งอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนนี้คือภรรยาคนปัจจุบันของหลี่เจ้อ จางซูอวิ๋น
และยังมีอีกหลายคนที่อยู่ภายในห้องโถง พวกเขาต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของสาขาตระกูลหลี่แห่งนี้ และสายตาของทุกๆคนก็จดจ้องอยู่ที่หนุ่มหล่อคนหนึ่ง
เด็กหนุ่มคนนี้ดูอายุราวๆ 20 ปี และเขาก็มีอารมณ์ที่ทั้งหนักแน่นและสุขุม เขามีบรรยากาศที่โตเกินวัยของเขา... เขาคือบุตรชายคนที่สองของหลี่เจ้อ หลี่ไป่ฉิง
หลี่ไป่ฉิงและหลี่เจ้อพ่อของเขาเป็นคนที่แตกต่างกัน หลี่ไป่ฉิงไม่ได้มีความโอ้อวดของพ่อตัวเองอยู่เลย และเขาก็จัดการกับสิ่งต่างๆอย่างใจเย็นและเป็นผู้ใหญ่ หลี่ไป่ฉิงเป็นคนที่มีพรสวรรค์มาก และเขาก็เป็นหนึ่งในสามอัจฉริยะของเมืองเป่ยถัง เมื่อรวมกับความหล่อเหลาของเขา เขาจึงเป็นคนที่สาวๆทุกคนในเมืองไป่ถังใฝ่ฝันถึง สิ่งที่สำคัญยิ่งสำหรับเขาก็คือการที่เขาได้รับมรดกของรางวงศ์ถัง
"ใครจะติดว่าสมาชิกในตระกูลของเราหลายคนจะล้มเหลว แต่ฉิงเอ๋อกลับสามารถประสบความสำเร็จและได้รับมรดกของบรรพบุรุษเรานี่คือพรอันยิ่งใหญ่ของตระกูลของเรา" ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่มีใบหน้าแดงก่ำพูดในขณะที่เขาหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ทุกๆคนก็พยักหน้าเห็นด้วย รูปลักษณ์แห่งความยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่เจ้อ แม้ว่าเขาจะไร้ความสามารถ แต่ลูกชายของเขาก็ทำให้เขาได้หน้ามาก
"ท่านปู่! มรดกของบรรพบุรุษเราเป็นเรื่องง่ายมากที่จะได้รับมา ตราบใดที่ท่านปู่มุ่งมั่นพอและไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกล่อลวงโดยสิ่งอื่นๆ ท่านปู่จะผ่านการทดสอบไปได้" หลี่ไป่ฉิงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนน้อมและนุ่มนวล
ผู้อาวุโสหัวเราะ "เอาหล่ะ ฉิงเอ๋อ เจ้าไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว ตอนนี้ ไม่มีสมาชิกในตระกูลหลี่คนไหนที่ดีได้สักครึ่งหนึ่งของเจ้า ชื่อเสียงเป็นสิ่งที่เจ้าควรได้รับ และพวกเราจะให้ความสำคัญกับเจ้าให้มากๆ พวกเราจะมอบทรัพยากรทั้งหมดให้กับเจ้า เพื่อที่เจ้าจะสามารถพัฒนาต่อไปได้ด้วยดีและนำพาความรุ่งเรืองมาสู่อาณาจักรต้าถัง"
หลี่ไป่ฉิงพยักหน้าอย่างจริงจัง และเขาก็เข้าใจว่าภาระที่เบาต้องแบกรับไว้นั้นหนักหนาแค่ไหน นอกจากนี้เขายังเข้าใจว่านี่เป็นความปรารถนาของบรรพบุรุษของตระกูลของเขา... การสร้างอาณาจักรต้าถังขึ้นมาอีกครั้ง... และเขาต้องทำมันให้สำเร็จให้จงได้
ต่อจากนั้นก็คือการรวบรวมข้อสรุปของตระกูล ผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ในห้องได้พูดกับพ่อบ้านผมสีขาวของเขา "เจ้าได้สืบสวนเรื่องที่ข้าทิ้งไว้ให้เจ้ารึยัง?"
หัวหน้าพ่อบ้านพยักหน้าและมอบเอกสารให้กับผู้อาวุโส
ผู้อาวุโสหยิบเอกสารมาและกวาดตามองมันก่อนที่จะพูดด้วยความประหลาดใจ "ใครจะไปคิดว่าหลานนอกคอกของข้าจะมีความสามารถอยู่บ้าง ไอ้เด็กนั่น หลี่เจ้อ บุตรชายทั้งสองคนของเจ้าช่างดีเหลือกัน!"
"ไปหาเขาและขอให้เขาเข้าร่วมกับตระกูลหลี่ ถึงอย่างไรเขาก็มีสายเลือดของพวกเรา และพวกเราอาจจะสามารถใช้เขาได้ในอนาคต" ผู้อาวุโสพูดกับพ่อบ้าน
พ่อบ้านหยุดไปชั่วขณะก่อนที่จะพูดออกมา "ท่านครับ! นี่อาจจะค่อนข้างยากสักหน่อย... ถึงอย่างไร ในปีนั้น...."
เมื่อผู้อาวุโสได้ยินเช่นนั้น เขาก็ถอนหายใจและพูดว่า "ย้อนกลับไปในตอนน้ัน เด็กนั่น หลี่เจ้อ ก็ทำตัวเหลือทน เอาอย่างนี้เป็นไง ถ้าเขาว่าเขาต้องการอะไร ตระกูลหลี่จะพยายามตอบสนองต่อความต้องการของเขาและชดเชยให้ทั้งเขาและแม่"
พ่อบ้านลังเลก่อนที่จะถาม "และถ้าเขาไม่ยอมรับล่ะครับ?"
ผู้อาวุโสคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไป "ถ้าเขายังปฏิเสธ งั้นก็ปล่อยเขาไปก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าเขากล้าที่จะขวางทางของฉิงเอ๋อ พวกเราจะต้องฆ่าเขาทิ้งเสีย"
พ่อบ้านพยักหน้า จากนั้นก็ออกไปจากห้อง
ณ ที่แห่งไหนสักแห่ง ในห้องที่เรียบง่ายและปราศจากอุปกรณ์ตกแต่ง ผู้อาวุโสหกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยหันหน้าเข้าหากัน ผู้อาวุโสคนหนึ่งแผดเสียงออกมาด้วยความโกรธ "สมาชิกของตระกูลเราทั้งหมด ตระกูลอิ๋ง ได้เข้าสู่โลกสวรรค์จุติ แต่ไม่มีใครที่ได้รับการทดสอบมรดกของบรรพบุรุษของพวกเรา หากพวกเขาล้มเหลวในการทดสอบ นั่นก็หมายความว่าพวกเราไร้ประโยชน์ และพวกเราก็คงไม่มีอะไรจะพูด แต่พวกเขากลับไม่ได้รับแม้แต่โอกาสที่จะได้ทดลอง!"
"มันไม่ได้ชัดเจนแล้วหรือ? มีคนได้รับมรดกของจักรพรรดิฉินแล้ว!" ผู้อาวุโสหญิงตอบด้วยความสงบ
"อะไรนะ? มรดกของจักรพรรดิฉินถูกยึดครองโดยคนนอกงั้นเหรอ?" ผู้อาวุโสชายคนเดิมพูดด้วยเสียงคำรามอันดัง
ผู้อาวุโสร่างผมไม่สามารถทนฟังอยู่ได้และพูด "เฒ่าเจียง ใจเย็นลงหน่อยได้ไหม? คนนอก เจ้าหมายความว่ายังไง? คนที่ไม่มีสายเลือดของตระกูลจักรพรรดิฉินจะได้รับมรดกของบรรพบุรุษของเราได้อย่างไร? มันต้องเป็นสายเลือดที่แพร่ออกไปสู่นอกตระกูลหลักหลังจากผ่านไปหลายพันปีแล้ว"
ผู้อาวุโสร่างอวบถอนหายใจ และพูดออกมา "มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบว่าใครเป็นคนที่ได้รับมรดกของบรรพบุรุษฉินของพวกเรา ข้าหวังว่าเขาจะเปิดเผยบางอย่างออกมาเพื่อให้เราสามารถหาเขาได้ในโลกจุติสวรรค์"
ผู้อาวุโสทุกคนต่างพากันกระวนกระวาย แต่ก็ตัดสินใจว่ามันไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้
..................................................................
ในโลกจุติสวรรค์ จ้าวฝูได้เรียกรวมพลทหารของเขาอีกครั้งเนื่องจากเขาค้นพบหมู่บ้านก็อบลินอีกแห่ง ในหมู่บ้านนี้ไม่ได้มีก็อบลินมากเท่าไร มันมีอยู่ประมาณ 160 กว่าตัว ดังนั้นจ้าวฝูและทหารของเขาจึงสามารถเข้ายึดครองพวกมันได้อย่างง่ายดาย
กดไลค์เพจให้หน่อยนะครับบ: The Lord's Empire - นิยายแปล