เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10  นักบวชปีศาจ

บทที่ 10  นักบวชปีศาจ

บทที่ 10  นักบวชปีศาจ


บทที่ 10  นักบวชปีศาจ

 

จ้าวฝูและไป่ฉีมองหน้ากัน ด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างประหลาดใจ พวกเขาคาดการณ์ไว้ว่าก็อบลินจะพบกับความหิวโหยในอีกสองสามวันก่อนที่จะพุ่งออกมาด้วยความสิ้นหวัง แต่ก็อบลินกลับยอมจำนนอย่างไม่คาดคิด จ้าวฝูยิ้มเบาๆและเลือกที่จะยอมรับ และเสียงประกาศจากระบบอีกครั้งก็ดังขึ้นในใจของเขา

"ท่านยอมรับการจำนนของหมู่บ้านโล๊ค ท่านได้รับคะแนนความสำเร็จ 50 แต้ม!"

ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็นำคนของเขาไปที่ทางเข้าของหมู่บ้าน และพูดกับก็อบลินที่กำลังคุกเข่าว่า "พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้นได้!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ก็อบลินทุกตัวก็ค่อยๆลุกขึ้นด้วยการแสดงออกถึงความหวาดกลัวที่อยู่ในดวงตาของพวกมัน ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่เข้าใจว่าจ้าวฝูพูดอะไร แต่พวกมันก็เข้าใจถึงเจตนารมณ์ของเขา นี่เป็นเพราะลอร์ดจะได้รับพลังในการแปลภาษาต่างๆ และมันก็คล้ายคลึงกับการสื่อสารผ่านกระแสจิตนั่นเอง แม้ว่าพวกเขาจะพูดภาษาที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาก็สามารถเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของกันและกันได้

ในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสก็อบลินที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็พูดคำพูดที่ฟังไม่รู้เรื่องซึ่งแปลความได้ว่า "พวกเราขอขอบคุณท่านลอร์ดผู้น่าเคารพสำหรับการยอมรับการยอมจำนนของหมู่บ้านโล๊ค"

จ้าวฝูพยักหน้าและถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "โล๊ค ทำไมเจ้าถึงเลือกยอมจำนนในตอนนี้แทนที่จะรออีกสักสองสามวัน?"

โล๊คคือชื่อของผู้อาวุโส ก็อบลินที่ดูขมขื่น เริ่มแรก เขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าจ้าวฝูไม่ได้มีคนมากพอเพราะความลังเลของเขาที่จะะโจมตีหมู่บ้าน ดังนั้น โล๊คจึงได้ส่งก็อบลินออกไป 100 ตัวเพื่อหาอาหารและเพื่อดึงดูดให้จ้าวฝูเข้าโจมตีหมู่บ้าน

ถ้าจ้าวฝูเลือกที่จะโจมตีหมู่บ้าน เขาก็จะใช้ผลของแท่นบูชาสีเลือดและก็อบลินที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาดกับจ้าวฝู อย่างไรก็ตาม มันไม่เป็นดั่งที่คาดไว้ เพราะจ้าฝูเลือกที่จะโจมตีก็อบลินทั้ง 100 ตัวแทน เขาไม่เพียงแต่จะสังหารก็อบลินที่ออกไปล่าสัตว์ทั้ง 100 ตัว แต่เขายังเลือกที่จะล้อมกรอบหมู่บ้านเอาไว้โดยไม่โจมตี

เมื่อถึงเวลานั้น หมู่บ้านโล๊คจึงมีทางเลือกอยู่แค่สองทางเท่านั้นหากพวกเขาไม่ยอมจำนน: ประการแรกคือการอดตาย ส่วนประการที่สองคือการแหวกฝ่าวงล้อม ซึ่งถ้าจะให้พูดมันก็ดีกว่าที่จะยอมจำนนแต่เนิ่นๆ

หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของโล๊ค จ้าวฝูก็พาคนของเขาไปที่ใจกลางของหมู่บ้าน และมองไปที่แท่นบูชาสีเลือด

[แท่นบูชาปีศาจ]: สามารถใช้เพื่อเปลี่ยนอาชีพเป็นนักบวชปีศาจผ่านการบูชายัญได้ ผลพิเศษ: นักบวชปีศาจที่ยืนอยู่บนแท่นบูชาปีศาจสามารถสื่อสารกับพระเจ้าได้ ผล: ค่าสถานะทั้งหมด+5%

เมื่อจ้าวฝูเห็นข้อมูลนี้ เขาก็แจ้งให้ไป่ฉีนำสัตว์ป่ามา ในไม่ช้า ไป่ฉีก็นำหมูป่าหนัก 150 กิโลกรัมมาวางไว้บนแท่นบูชา จ้าวฝูกรีดคอหมูป่าด้วยมืด และหมูป่าก็กรีดร้องออกมาในขณะที่เลือกของมันรินไหล

เมื่อเลือดไหลอาบแท่นบูชา แทนบูชาสีเลือดก็ส่งประกายด้วยแสงแห่งโลหิต หมูป่าดูจะหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง และมันก็กรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มันตาย ศพของหมูป่าก็แห้งเหี่ยวจนมันแห้งกรังไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้มันดูน่าหวาดกลัวมาก

แสงสีเลือดที่สาดส่องออกมาจากแท่นบูชาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และภาพมายาที่ดูเหมือนอิมป์ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในอากาศ อิมป์มีเขาสั้นๆสามอันอยู่บนหัวของมัน มีนัยน์ตาสีดำสนิท และมีปีกคู่หนึ่งอยู่บนหลังของมัน

“ทาดิดาวูโทก้า!”

ร่างเงาของปีศาจเอื้อนเอ่ยด้วยภาษาปีศาจ ซึ่งหมายความว่า "มนุษย์ผู้ต่ำต้อย เจ้าเชื่อในเทพเจ้าอันรุ่งโรจน์ของเรา เคอร์ หรือไม่?"

"ประกาศจากระบบ! ท่านต้องการเปลี่ยนอาชีพของท่านเป็นนักบวชปีศาจหรือไม่?"

"คำเตือน! เมื่อท่านเลือกเปลี่ยนอาชีพของท่านเป็นนักบวชปีศาจ อาชีพนักดาบของท่านจะถูกลบออกไป แต่ท่านจะเก็บรักษาทักษะไว้ได้!"

จ้าวฝูยอมรับอย่างไม่ลังเล แสงสีเลือดพุ่งออกมาจากภาพเงาปีศาจเข้าใส่หน้าผากของจ้าวฝู หลังจากนั้นจ้าวฝูก็ได้ยินเสียงประกาศจากระบบ

[นักบวชปีศาจ]: ทหารระดับ D รายละเอียด: นักบวชแห่งเทพปีศาจเคอร์ ผล: ได้รับ [พลังแห่งปีศาจ]

หลังจากที่แสงสีเลือดพุ่งเข้าใส่หน้าผากของจ้าวฝูแล้ว ร่างเงาปีศาจก็ค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ และทุกๆสิ่งก็กลับสู่สภาพปกติ

จ้าวฝูมองไปที่อาชีพนักบวชปีศาจของเขาและรู้สึกอัศจรรย์อยู่ภายใน "อาชีพนี้ดีกว่าอาชีพเก่าของเรามากเลย มันให้ STR+1% CON+1% และ INT+4% ทั้งยังมีสกิล [ลูกไฟอเวจี] และ [เยียวยาโลหิต] และ [พลังแห่งปีศาจ] ซึ่งมอบค่าสถานะทั้งหมด+2"

มันน่าเสียดายก็เรื่องขีดจำกัดของอาชีพนี้ สิ่งที่เรียกว่า 'เทพปีศาจเคอร์' เป็นเพียงแค่จิตวิญญาณระดับต่ำในนรก และมันก็ไม่ได้ทรงพลังอะไรมาก

ในโลกนี้มันมีนักบวชปีศาจมากที่สุดได้แค่ 100 คน จ้าวฝูโชคดีมากที่หนึ่งในนั้นได้ตายไปเมื่อไม่นานนี้ ดังนั้นมันจึงมีที่ว่างเหลือให้เขา

จ้าวฝูรู้สึกยินดีมาก และเขาก็ยิ้มในขณะที่เดินไปดูค่ายทหารของก็อบลิน ก็อบลินมีแผ่นศิลาเปลี่ยนอาชีพแค่สองอันเท่านั้น:

[ทหารก็อบลิน]: ทหารระดับ F รายละเอียด: ทหารแห่งเผ่าพันธุ์ก็อบลินผล: ได้รับทักษะ [ฟาดฟัด]

[นักรบก็อบลิน]: ทหารระดับ E+ รายละเอียด: ก็อบลินที่กลายพันธุ์โดยการได้รับพลังของบรรพบุรุษ ผล: ได้รับ [พลังแห่งบรรพบุรุษ]

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านักรบก็อบลินทรงพลังขนาดไหน พวกมันเป็นทหารระดับ E+ อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ถูกจำกัดไว้ที่ 5 ตำแหน่ง

ในตอนนี้ หมู่บ้านฉินก็ยังไม่ได้พัฒนาอะไรไปมากนัก ดังนั้นถึงแม้วว่าหมู่บ้านโล๊คจะกลายมาเป็นหมู่บ้านย่อย หมู่บ้านโล๊คก็จะได้รับผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและคงจะไม่ได้รับผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่อะไร

จ้าวฝูตรวจดูส่วนต่างๆของหมู่บ้านโล๊คก่อนที่จะไปที่คลังเก็บของ พวกเขามีเงินอยู่ค่อนข้างมาก โดยมีเหรียญทองแดงอยู่ที่ 4,000 เหรียญ และเหรียญเงิน 15 เหรียญ นอกเหนือไปจากนั้น ก็ไม่มีอะไรมาก

พวกเขาได้แก้ไขวิกฤติก็อบลินไปอย่างสมบูรณ์แบบ แต่การสนับสนุนด้านประชากรของหมู่บ้านโล๊คก็มีอยู่เพียงแค่ 50 จุดเท่านั้น ดังนั้น จ้าวฝูจึงได้สั่งให้บางคนกลับมาที่หมู่บ้านและเอาอาหารมาด้วย พวกก็อบลินที่หิวโหยมาหลายวันกระโจนเข้าใส่อาหารในทันทีและเริ่มกินด้วยความตะกละตะกลาม ส่งผลให้ค่าการสนับสนุนด้านประชากรเพิ่มขึ้นมา 10 จุด

ต่อจากนั้น จ้าวฝูก็พาคนของเขากลับมาที่หมู่บ้านฉิน เนื่องจากพวกก็อบลิน พวกเขาจึงหยุดการก่อสร้างทั้งหมดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ดังนั้นในตอนนี้พวกเขาจึงกลับมาทำงานกันต่อแล้ว งานหลักคือการตัดไม้ สร้างบ้าน และเริ่มทำฟาร์ม จ้าวฝูยังได้ส่งกลุ่มทหารออกไปลาดตระเวนรอบๆหมู่บ้านฉินเพื่อดูว่ามีอันตรายใดๆหรือไม่

หลังจากออกคำสั่งแล้ว จ้าวฝูก็ไม่ได้มีอะไรให้ทำนัก เขามองไปที่สองทักษะใหม่ที่เขาได้รับมาจากอาชีพนักบวชปีศาจ อันแรกก็คือลูกไฟอเวจีระดับ D- และอีกอันก็คือเยียวยาโลหิตระดับ E+

ทักษะนั้นถูกแบ่งออกไป 9 ระดับหลักๆและ 3 ระดับย่อย จ้าวฝูได้รับไฟร์บอลระดับ F มาจากกระต่ายเพลิงคลั่ง ดังนั้นเขาจึงต้องการเห็นพลังของทักษะลูกไฟอเวจีระดับ D- ของเขา

จ้าวฝูไปยังที่ดินที่ว่างเปล่าและกางมือของเขาออก ลูกไฟสีเลือดปรากฏขึ้นในมือของเขา และเขาก็โยนมันออกไป

ปัง! เมื่อลูกไฟปะทะเข้ากับผืนดิน เสียงระเบิดก็ดังออกมาในขณะที่หลุมกว้างหนึ่งเมตรปรากฏขึ้นบนพื้น อย่างน้อยมันก็แข็งแกร่งกว่าไฟร์บอลปกติถึง 4 เท่า ซึ่งทำได้เพียงแค่ทิ้งรอยสีดำไว้บนพื้นเท่านั้น

สำหรับเยียวยาโลหิตนั้น มันเป็นทักษะจากนรกที่คล้ายคลึงกับทักษะการรักษาของนักบวชทั่วไป

หลังจากที่ได้ลองใช้ทักษะใหม่ทั้งสองของเขาแล้ว จ้าวฝูก็รู้สึกว่ามันน่าเสียดายที่จำนวนคนที่มีอาชีพนี้ถูกจำกัดไว้ นอกจากนี้ ในโลกจุติสวรรค์ ทักษะเวทมนตร์นั้นค่อนข้างหายาก และพวกมันก็มีค่ามากกว่าทักษะทางกายภาพกว่า 10 เท่า จ้าวฝูหวังว่าเขาจะสามารถสร้างกลุ่มนักเวทย์ขึ้นได้ในอนาคต

จ้าวฝูตัดสินใจที่จะใช้เวลาที่เหลือของเขาในการบ่มเพาะ ไป่ฉีอยู่ในจุดสูงสุดของระยะ 0-2 และใกล้จะก้าวเข้าสู่ระยะ 0-3 แล้ว ในขณะที่เขายังคงอยู่ที่ระยะ 0 [TLN: ระยะ 0-2 หมายถึง 'ระยะ 0 ขั้นที่ 2']

ในระต่ำต่ำ การบ่มเพราะไม่ได้สำคัญอะไรมาก แต่ในอนาคต มันจะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของทั้งประเทศ ทหารทั่วไปนับพันคนก็ไม่สามารถเอาชนะทหารที่อยู่ในระยะ 9 เพียงคนเดียวได้ และทหารทั่วไปก็จะถูกบดขยี้อยู่เพียงฝ่ายเดียว หากประเทศใดไม่มีทหารที่มีการบ่มเพาะที่สูง มันก็จะเป็นเรื่องยากสำหรับประเทศนั้นที่จะตั้งมั่นอยู่ได้

ตอนนี้หมู่บ้านฉินไม่ได้มีคนมากนัก และมีแค่คนเดียวที่สามารถต่อสู้ได้ดี อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกเขามีผู้คนมากขึ้นและสิ่งต่างๆเข้าที่เข้าทางแล้ว จ้าวฝูก็จะเริ่มฝึกกองกำลังพิเศษ

 

กดไลค์เพจให้หน่อยนะครับบ: The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 10  นักบวชปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว